ตูม!
ตูมตาม!
ฟ้าดินมืดสลัวเมฆลมเปลี่ยนสี เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องไปทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้าเมฆดำหนาทึบรวมตัวเคลื่อนต่ำราวกับจะบดขยี้ลงมายังผืนดิน
“เหตุใดจึงเป็นทัณฑ์สวรรค์”ฉู่ซวนเอ๋อร์อ้าปากเล็กน้อย มองไปยังท้องฟ้าที่ครอบแผ่นดินลงมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสีหน้าของนางก็ซีดเซียวลงทันที
“นั่น...นั่นมันคืออะไรกัน!”เย่เฉินที่อยู่บนเนินเขาซึ่งกำลังเตรียมดูดซับพลังปราณวิญญาณฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายกลับต้องสะดุ้งตื่นด้วยเสียงระเบิดที่ดังสนั่นมาจากท้องฟ้าจากนั้นก็จ้องมองไปยังท้องฟ้าที่เคลื่อนตัวลงมาด้วยความงุนงงและเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นภาพเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่เช่นนี้
“ทัณฑ์สวรรค์”
“ทัณฑ์สวรรค์?” เย่เฉินตกตะลึง เมื่อนึกถึงความลับบางอย่างที่เขาเคยรับรู้มาในโลกใบนี้มีคนประเภทหนึ่งที่ต้องประสบกับความริษยาจากสวรรค์ ถูกลงทัณฑ์สวรรค์เพื่อทำลายร่าง
“นี่...นี่คือทัณฑ์สวรรค์หรือ?” เย่เฉินเงยหน้าขึ้นไปมองฟากฟ้าด้วยแววตาที่ตกตะลึงตั้งแต่เขาเป็นผู้ฝึกตนมานี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นทัณฑ์สวรรค์ภาพฉากอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น ความกดดันที่ทำลายโลก ทำให้จิตใจของเขาสั่นสะท้าน
“ใครกันเก่งกาจถึงขนาดดึงดูดพลังของทัณฑ์สวรรค์มาได้เช่นนี้”เย่เฉินมองไปบนท้องฟ้า พร้อมทำเสียงจุปากไม่หยุด
“ยังจะมองอะไรอยู่นั่นคือทัณฑ์สวรรค์ของเจ้า” เมื่อเห็นว่าเย่เฉินยังทำตัวเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรฉู่ซวนเอ๋อร์จึงรีบดุขึ้นทันที
“ข้า...ของข้า?” เย่เฉินตกตะลึงทันที “ข้าก็แค่บรรลุสู่ขั้นพลังธาตุได้เหตุใดจึงสามารถดึงดูดทัณฑ์สวรรค์มาได้”
“ทัณฑ์สวรรค์ไม่สนใจเรื่องการฝึกตนแต่มองเพียงพรสวรรค์เท่านั้น” ฉู่ซวนเอ๋อร์รีบพูดออกไป
พูดจบฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ก้าวถอยหลังออกมา และมองไปหาเย่เฉินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ทัณฑ์สวรรค์ต้องการให้เจ้าเอาชนะมัน อาจารย์คงจะช่วยอะไรเจ้าไม่ได้หากเอาชนะได้ก็ยังมีชีวิตรอดต่อไป แต่หากเอาชนะไม่ได้ก็กลายเป็นเถ้าถ่าน”
“บ้า...บ้าเอ๊ย” เย่เฉินตกใจจนตัวสั่นไปทั้งร่างเขายืนอยู่บนเนินเขาราวกับมดตัวหนึ่งที่กำลังยืนอยู่บนหม้อไฟนี่เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เขาได้พบกับทัณฑ์สวรรค์และครั้งแรกที่พบนี้ก็ยังเป็นทัณฑ์สวรรค์ของตนเองอีกด้วยในตอนนี้ไม่ว่าเขาจะมีสมาธิแน่นิ่งมากเพียงไร เขาก็หนีไม่พ้นความตื่นตระหนกที่มีอยู่
“อาจารย์แล้วจะเอาชนะทัณฑ์สวรรค์นี้ของข้าได้อย่างไร”เย่เฉินรีบมองไปยังฉู่ซวนเอ๋อร์อย่างกระวนกระวาย
“ทัณฑ์สวรรค์มีเวลาจำกัดภายในระยะเวลาอันสั้นนี้ ไม่ว่าเจ้าจะหลบหลีกหรือต่อต้านมันก็ตามแต่สิ่งที่เจ้าจำเป็นจะต้องทำที่สุดก็คือการทำอย่างไรก็ได้ให้มีชีวิตรอดต่อไปยืนหยัดผ่านไปให้ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้นเย่เฉินก็จ้องขึ้นไปยังท้องฟ้าอย่างระแวดระวังและรีบหงายมือเรียกกระบี่เทียนเชวียออกมา
ตูม!
ไม่นานภายใต้บรรยากาศที่คลุมเครือนั้นก็มีสายฟ้าผ่าลงมา
เย่เฉินจับกระบี่เทียนเชวียไว้อย่างมั่นคงและสกัดกั้นเอาไว้
ปัง!
สายฟ้าผ่าลงบนกระบี่เทียนเชวียอย่างพอดิบพอดี
เฮือก!
เย่เฉินถูกแรงกระแทกของฟ้าผ่าจนลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง เลือดอาบชโลมไปทั่วมือทั้งสองข้างที่ถือกระบี่เอาไว้ร่างทั้งร่างของเขากระเด็นลอยออกไป เนินเขาเล็กๆใต้เท้าของเขาก็ถูกสายฟ้าผ่ากระแทกลงไปจนระเบิดแตกออกมา
“แข็งแกร่งมากจริงๆ”เย่เฉินรีบลุกขึ้นด้วยสีหน้าที่ตกใจเป็นอย่างมาก
ตูม!
ตูมตาม!
ไม่นานสายฟ้าก็ผ่าลงมาอีกครั้ง และผ่าตามลงมาอีกเป็นจำนวนมากสายฟ้าทุกสายล้วนแต่มุ่งไปหาตัวของเย่เฉินทั้งสิ้น
โอ้!
เมื่อเย่เฉินเห็นดังนั้นเขาจึงรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว
เพียงแต่สายฟ้าที่ผ่าลงมานั้นเป็นเหมือนสิ่งที่มีจิตวิญญาณ ไม่ว่าเขาจะวิ่งหนีไปที่ใดพวกมันก็จะตามเขาไปที่นั่น
พัฟ!
สายฟ้าสายหนึ่งผ่าลงมากระทบลงบนผิวหนังของเย่เฉินอย่างรุนแรงจนเขากระเด็นออกไปและยังไม่ทันจะตกกลับลงมาถึงพื้น ก็มีสายฟ้าผ่าลงมาอีกสายหนึ่งเขาจึงถูกกระแทกอีกครั้ง ตกกระแทกลงบนพื้นจนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ทันทีที่เขาลุกขึ้นยืนก็ตามมาด้วยสายฟ้าสายที่สามจนเลือดไหลอาบไปทั่วตัวเขา
ฉู่ซวนเอ๋อร์กำลังมองดูเย่เฉินจากระยะไกลด้วยสีหน้าเคร่งเครียดมีอยู่หลายครั้งที่นางต้องการจะเข้ามาช่วย แต่ก็ต้องหักห้ามตนเองเอาไว้
ทัณฑ์สวรรค์ไม่ใช่ของเล่นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากผลีผลามพุ่งเข้าไปล้วนแต่ถูกลากไปร่วมกันในการตอบโต้ร่วมกันกับผู้ที่กำลังฝึกฝนอยู่แม้ว่าฉู่ซวนเอ๋อร์อยากจะเข้าไปช่วยเพียงใด แต่หากทำเช่นนั้นย่อมสร้างอันตรายให้แก่เย่เฉินเพราะทัณฑ์สวรรค์ที่เกิดจากแรงดึงดูดของนางซึ่งอยู่ขั้นสมานญาณจะต้องทำให้เย่เฉินกลายเป็นกองขี้เถ้าในทันที
“เป็นเพราะอาจารย์ประเมินทัณฑ์สวรรค์ของเจ้าต่ำเกินไปจริงๆ”ฉู่ซวนเอ๋อร์กำมือทั้งสองข้างไว้แน่น การที่เย่เฉินสามารถดึงดูดพลังของทัณฑ์สวรรค์มาได้เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของนางอย่างยิ่งจนทำให้นางต้องประหลาดใจ
และสิ่งที่ต้องรู้คือคนในสถานะผู้ฝึกตนขั้นสมานญาณอย่างนาง ไม่เคยผ่านการดึงดูดทัณฑ์สวรรค์มาก่อนจึงนึกไม่ถึงว่าเย่เฉินที่เพิ่งจะบรรลุเข้าสู่ขั้นพลังธาตุจะสามารถดึงดูดทัณฑ์สวรรค์ออกมาได้แล้วพรสวรรค์เช่นนี้จะไม่ทำให้นางตกใจได้อย่างไร
“อาจารย์ช่วยเจ้าไม่ได้จริงๆทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวของเจ้าเอง” ฉู่ซวนเอ๋อร์ไม่สามารถออกโรงไปช่วยเขาได้ทำได้แต่เพียงส่งเสียงกระตุ้นเตือนให้เย่เฉินอดทนต่อไป
อ๊าก...!
เสียงกรีดร้องของเย่เฉินดังออกมาจากระยะไกลเขาถูกสายฟ้าผ่าลงมาจนกระเด็นไปทั่วฟ้าทั่วทั้งร่างของเขาแทบไม่เหลือเค้าร่างของมนุษย์ กระดูกจำนวนมากมายเผยออกมาให้เห็น
ตูม!
ในบรรยากาศที่คลุมเครือเสียงฟ้าร้องก็ยิ่งดังขึ้น และผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์อีกครั้ง
“บ้าเอ๊ย”เย่เฉินโกรธ จากนั้นก็กระโดดพลิกตัวลุกขึ้นมา
“อัคคีเทวะ”เย่เฉินตะโกนเสียงดังเรียกอัคคีเทวะขึ้นมา ทำให้มันกลายเป็นก้อนเมฆจากนั้นเขาก็เหยียบขึ้นไปบนเมฆก้อนนั้น เหาะขึ้นไปบนท้องฟ้าพุ่งทะลุอากาศและก้อนเมฆขึ้นไป พลังปราณก็ถูกถ่ายเทเข้าสู่หมัดของเขาความเร็วและพลังผสานเข้าด้วยกัน และก่อตัวเข้าสู่การระเบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว
ตูม!
สายฟ้าสายหนึ่งผ่าลงมาอีกครั้งเย่เฉินก็เหวี่ยงหมัดเข้าไปหามันทันที
ทันใดนั้นเย่เฉินที่เพิ่งจะทะยานขึ้นไปบนฟ้าก็ร่วงจากฟ้าลงมาราวกับดาวดวงหนึ่งกระทบลงสู่พื้นดินจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่
“ข้าเพิ่งจะบรรลุแค่ขั้นพลังธาตุเจ้าจะมาเล่นงานข้าให้ตาย ไม่มีทางหรอก” เย่เฉินกำลังปีนขึ้นมาจากหลุมขนาดใหญ่นั้นและตะโกนด่าออกไป จากนั้นก็เหยียบก้อนเมฆของอัคคีเทวะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง
ตูม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องในอากาศจากนั้นก็มีสายฟ้าผ่าลงมาอีกครั้ง
ทำลายมันซะ!
เย่เฉินตะโกนออกไปด้วยความโกรธและระดมเหวี่ยงหมัดขึ้นไปบนฟ้า
เฮือก!
ทันใดนั้นหมัดของเขาก็ระเบิดออก ร่างของเขาก็ร่วงลงมาจากฟ้าเหมือนเช่นครั้งแรกกระแทกโดนหินก้อนใหญ่จนแตกออกเป็นเสี่ยงในขณะเดียวกันก็ทำให้เขากระอักเลือดออกมาอยู่หลายครั้งกระดูกในร่างกายก็แตกหักไปหลายชิ้น
“เย่เฉิน”ไกลออกไป ใบหน้าของฉู่ซวนเอ๋อร์เริ่มซีดเซียวความแข็งแกร่งของทัณฑ์สวรรค์เกินความคาดหมายของนางไปมากเย่เฉินที่เพิ่งบรรลุสู่ขั้นพลังธาตุจะสามารถต้านทานได้อย่างไรกัน
“ตายไม่ได้”ในหลุมขนาดใหญ่มีแสงสีทองส่องประกายขึ้นมา จากนั้นเย่เฉินก็อาศัยเมฆอัคคีเทวะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นครั้งที่สาม
“กล้าจะทำร้ายข้าใช่ไหม”เย่เฉินส่งเสียงตะโกนก้องฟ้าร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นไปราวกับไฟที่ลุกโชนใบหน้าที่เปื้อนเลือดเต็มไปด้วยความหนักแน่น จ้องมองไปบนฟ้าด้วยความโกรธ พลังปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดถูกถ่ายเทเข้าไปยังหมัดของเขา
เขาหลบหลีกไปด้วยท่าทางที่แปลกประหลาดยากที่จะอธิบายพลังที่แท้จริงของวิชาพิฆาตทั่วสารทิศที่อยู่ในความคิดของเขาทำให้เขามีเลือดเดือดพล่าน ไม่กลัวเกรงสิ่งใด มีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ทำให้เขาเหมือนจะกลายเป็นเปลวไฟที่สว่างโชติช่วง
ในขณะนี้สิ่งที่เรียกว่าทัณฑ์สวรรค์ ในสายตาของเขานั้น ไม่ได้เป็นอะไรที่น่ากลัวเลยเพราะตอนนี้ความกล้าหาญที่เขามีทำให้เขาไม่เกรงกลัวสิ่งใดอีกต่อไป
ความเร็วและกำลังของหมัดนั้นผสานเข้าด้วยกันผสมผสานกับจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันไร้เทียมทาน
“หมัดทั่วสารทิศ”สิ้นเสียงตะโกนของเย่เฉินหมัดที่อยู่ในพละกำลังขั้นสูงสุดก็ถูกปล่อยออกไปพร้อมกับเสียงฟ้าร้องและสายฟ้าที่ฟาดลงมา
ตูม!
สายฟ้านั้นระเบิดออกทันที
เฮือก!
กำปั้นของเย่เฉินกลายเป็นหมอกสีเลือดในทันทีร่างกายแตกออกจากกัน เปลวไฟสีทองทั้งร่างถูกทำลายและร่วงหล่นลงมาจากอากาศอย่างรวดเร็ว
ถึงตอนนี้อากาศที่คลุมเครือได้กลายเป็นความเงียบสงัด ไม่มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าอีกต่อไปไม่มีแรงกดดันในการทำลายหลงเหลือ กลุ่มเมฆดำที่หนาทึบก็เริ่มสลายไปแสงแดดก็เริ่มสาดส่องลงมายังพื้นดินอีกครั้ง
“ทัณฑ์สวรรค์จบสิ้นแล้ว”ฉู่ซวนเอ๋อร์เงยหน้ามองไปบนท้องฟ้าจากนั้นจึงใช้สายรุ้งเทวะพุ่งตรงไปยังจุดที่เย่เฉินตกลงมา
ในไม่ช้านางก็ปรากฏตัวขึ้นตรงขอบหลุมขนาดใหญ่
เย่เฉินกำลังนอนหมดสติอยู่ในหลุมมีควันสีดำอยู่บนร่างเขา ทั่วทั้งร่างไหม้เกรียม ผิวหนังฉีกขาดกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บสาหัส ไร้ซึ่งแขนทั้งสองข้างมีกระดูกโผล่ออกมาให้เห็นในหลายจุดซึ่งล้วนดำสนิทเช่นกัน
“เย่เฉิน”ฉู่ซวนเอ๋อร์ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ เย่เฉินจากนั้นก็ถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายของเย่เฉิน เมื่อพบว่าเย่เฉินยังมีลมหายใจนางก็ถอนหายใจอย่างแรงด้วยความโล่งอก
“อยู่ที่นี่นานๆคงจะไม่ดีเท่าไร” ฉู่ซวนเอ๋อร์จึงยกตัวเย่เฉินขึ้นมาเหาะขึ้นไปบนฟ้าราวกับสายรุ้งเทวะสายหนึ่ง มุ่งหน้าไปทางสำนักเหิงเยว่อย่างรวดเร็ว