ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่787 การกลับมาของมิตรสหายในอดีต

       อี้เฉินวางโลงศพสีทอง ที่เขาแบก ลงช้าๆ ทว่าพวกเขารับรู้ได้ถึงความหนักอึ้ง ของโลงศพสีทองนั้น ที่อี้เฉินน้อยแบกมา เมื่อวางโลงศพกระทบพื้นดินเหลืองดัง ปัง!! ก่อนอี้เฉิน จะประสานฝ่ามือ กล่าวพูดออกมา “ข้ามาหารายชื่อมิตรสหายข้า ไม่ทราบว่า คนผู้นี้เขาตายตก ไปนานเท่าไหร่แล้ว” พร้อมนิ้วมืออี้เฉิน ที่ชี้ไปยังป้ายชื่อของเขากับหลินเฟย ถูกดินเหลืองกลบฝังหน้า 
 


      “เจ้าเด็กน้อยรู้หรือไม่ คนผู้นี้ที่เจ้าชี้มา เขาเป็นใคร” ชายหนุ่มเดือดดาลขึ้นมาทันที ครั้นเห็นว่าเด็กที่ไหนไม่รู้ มาดูถูกจักรพรรดิอี้เฉิน ของพวกเขา

 


       ก่อนหญิงสาว จะกล่าวพูดขึ้นมาขัดจังหวะ ครั้นเห็นว่าเด็กผู้นี้ ไต่ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาไม่มีความขี้เล่นแต่อย่างใด “น่าจะราวๆ 400ปี ได้แล้วกระมัง แล้วสหายของเจ้า มีใครถูกฝังอยู่ที่นี้หรือไม่?” ครั้นเห็นเด็กหนุ่ม เอาแต่กวาดสายตา มองออกไปรอบๆ สุสานบรรพชน องค์หญิงจึงเอ่ยพูดออกมา

 


ชายหนุ่มผู้ติดตามกล่าวพูดเสียงเบา เข้ามาไต่ถามกระซิบข้างหู “องค์หญิงท่านเชื่อที่เด็กหนุ่มผู้นี้ กล่าวพูดจริงหรือ?”

 


องค์หญิงชิงหนาน ที่เห็นท่าที อี้เฉิน พูดพึมพำออกมา มีท่าทีดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน จากสายตาคู่นั้น

 


       องค์หญิงชิงหนาน เดินเข้าไปหาอี้เฉิน ช้าๆ มีท่าทีระแวดระวังตัวอยู่บ้าง ก่อนจะเอ่ยถามเด็กหนุ่มออกมา “เจ้ามีอะไร อยากจะถามพวกเราอีกหรือ ไม่หนุ่มน้อย”

 


อี้เฉินน้อย เอ่ยถามถึงสิ่งที่เขาอยากรู้ทันที “สถานที่นี้ ใครเป็นผู้นำอยู่ในตอนนี้เช่นนั้นหรือ”

 


องค์หญิงชิงหนาน คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ท่านทวดชิงอู๋เหล่ย กับท่านย่าหลิวอี้เฟยข้า”

 


       “เช่นนั้นหรือ” ฉับพลันที่อี้เฉินดึงโลงศพสีทองขึ้นมา ฟึบ!! ร่างเขาห้อตะบึง ขึ้นไปด้านบนพระราชวังสีทองในทันที แม้จะถูกองค์หญิงชิงหนาน ห้ามปรามไว้ก็ตาม ทว่านางแปลกใจมาก เด็กหนุ่มเหตุใดถึงไปอยู่ในขั้นพลัง เทพสวรรค์ได้ มันไม่น่าจะเป็นไปได้

 


       ดินแดนเทพ การฝึกฝนเสื่อมถอยถึงขีดสุดไปนานแล้ว ไม่น่าจะสร้างอัจฉริยะเช่นนี้ ขึ้นมาได้ แถมเหมือนว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ จะน่าหวาดกลัวกว่าเทพสวรรค์ ที่นางเคยพบเจอคนอื่นๆ มาอีกหลายเท่า หรือว่าเขาจะเป็นคนของดินแดนจักรพรรดิ นางอดที่จะครุ่นคิด เฉกเช่นนั้นไม่ได้

 


        แม้แต่เหล่าองครักษ์ เฝ้ารักษาการณ์ ก็ไม่อาจหยุดเด็กหนุ่มได้ ยิ่งทำให้พวกเขาที่ไล่ตามมาต่างก็สีหน้าประหลาดใจ ทว่าไม่แปลกที่จะเป็นเช่นนั้น อี้เฉินที่ขั้นพลังเคยไปแตะอยู่ในขั้น ครึ่งก้าวจักรพรรดิ แม้เขาจะอยู่ในขั้น เทพสวรรค์ แต่ก็มีพลังที่จะคุกคาม เหล่าราชันสวรรค์ได้

 


        ก่อนอี้เฉินที่ห้อตะบึง จะกล่าวพูดพึมพำออกมา “อย่างไรข้าต้องเร่งฟื้นคืนขั้นพลัง กลับไปอยู่ในจุดสูงสุดให้เร็วที่สุด” พร้อมกับสิ่งหนึ่ง ที่ยังคงกวนใจเขาอยู่ตอนนี้ ไม่รู้บัดนี้ท่านปู่เสี่ยวปู้เตียน จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อี้เฉินไม่อาจจะสลัด สิ่งที่กวนใจนี้ไปได้ ไม่ว่าอย่างไร เขาต้องกลับไปดูชายแก่ ด้วยสายตาคู่นี้ของเขาให้ได้อีกครั้ง

 


        “เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!!” เหล่าองครักษ์ชรา ที่ปิดล้อมอี้เฉินน้อยเอาไว้ทุกทิศทุกทาง หน้าลานกว้าง บริเวณตำหนักสีทอง พร้อมศาสตราวุธที่ถือในมือ ชี้ออกมาเบื้องหน้า ตามการขยับฝีเท้าของอี้เฉิน

 


        ก่อนอี้เฉินจะหยุดฝีเท้าลง ครั้นเห็นความเดือดดาลของพวกเขา พร้อมจะลงมือ เสียงตะโกนก้อง อี้เฉิน ดังก้องเข้าไปภายในห้องโถงตำหนักสีทองในทันใด

 


“องค์ชายชิงอู๋เหล่ย ท่านจะไม่เชิญข้าไปพูดคุยหน่อยหรือ?”

 


        เหล่าองครักษ์รอบด้าน แม้แต่พวกองค์หญิงชิงหนาน พวกเขายังเดือดดาล อี้เฉินน้อยที่แบกโลงศพทองขึ้นมา “เจ้า! เจ้า! ช่างสามหาวนัก!” พร้อมเสียงสบถด่า เตรียมจะฆ่าสังหารอี้เฉิน ดังออกมาไม่ขาดสาย

 


        ทว่าเมื่อสายตาที่แก่ชรา กวาดสายตาออกมาบริเวณลานกว้าง ที่เกิดความวุ่นวาย องค์ชายชิงอู๋เหล่ย ก็ต้องขยี้ตาแรงๆ ขึ้นมาหลายที พร้อมด้วยประกายตาที่ฉายความปีติ กล่าวพูดน้ำเสียงแหบพร่าออกมาทันที “เชิญเจ้าเข้ามา!!”

 


        คำพูดนั้นของท่านปู่ทวด ชิงอู๋เหล่ย ทำให้องค์หญิงชิงหนาน นางประหลาดใจเป็นอย่างมาก แม้แต่คนอื่นๆ ก็เช่นกัน ปล่อยให้อี้เฉินน้อย แบกโลงศพสีทองผ่านพวกเขาไป ดื้อๆ ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง

 


         “นี่มันหมายความว่าอย่างไร?” องค์หญิงชิงหนาน นางกำฝ่ามือของนางดังกรอบ!! ขึ้นมาน้อยๆ เหตุใด ท่านปู่ทวด ชิงอู๋เหล่ย ถึงให้เด็กหนุ่มไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้าพบ ‘อย่างไรต้องแอบฟังหน่อยแล้ว’

 


        อี้เฉินที่สืบฝีเท้าเข้าไปด้านในห้องโถงใหญ่ มีชายชรา กับหญิงสาววัยกลางคน นั่งบริเวณโต๊ะรับรอง มองอี้เฉินอย่างไม่วางตา พร้อมกับกล่าวพูดขึ้นมา ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา ว่าจะได้พบเจออี้เฉินอีกครา “เป็นเจ้าจริงๆ หรืออี้เฉิน”

 


       อี้เฉินที่นั่งโต๊ะรับรอง มององค์ชายชิงอู๋เหล่ย บัดนี้เขาแก่ชราไปมาก จากอาการโรคเสื่อมสลาย ทำให้อี้เฉินสีหน้าเศร้าหมองไม่น้อย เกรงว่าองค์ชายชิงอู๋เหล่ย คงจะใช้พลังมาก เกินตัวของเขาไป อี้เฉินพยักหน้ารับคำ พร้อมไต่ถามหลิวอี้เฟย ออกมา “องค์ชายชิงอู๋เหล่ย เป็นเช่นนี้มานานหรือยัง?”

 


         หญิงวัยกลางคน เส้นผมนางมีสีขาวแซม บัดนี้นางไม่งดงาม เหมือนอดีตอีกต่อไป กล่าวพูดบอกกล่าวอี้เฉิน ออกมาทันที พร้อมด้วยดวงตาที่ตกใจสุดแสน “น่าจะตั้งแต่ที่เขา ฝืนใช้ตราประทับมังกร พรจักรพรรดิ จวนเหือดแห้งไปถึงพลังชีวิตของเขา”

 


        ก่อนองค์ชายชิงอู๋เหล่ย จะกระแอมไอออกมา “เจ้ายังห่วงคนอื่นไม่เปลี่ยนเลยนะอี้เฉิน ช่วงเวลาที่เจ้าไม่อยู่ ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ หากมีเจ้าอยู่ ดินแดนเทพ อาจจะดีกว่าที่มันควรจะเป็นก็เป็นได้”

 


อี้เฉินส่ายหัว เขาเองก็พบเจอเรื่องที่ยากลำบากมาเช่นกัน พร้อมกับสายตาที่เศร้าสร้อย “เจ้าอย่าพูดเช่นนั้น องค์ชายชิงอู๋เหล่ย”

 


        ด้านขององค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ที่เห็นสายตาอี้เฉินต้องการอะไร เขาเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่คนดินแดนเทพทำสงคราม กับศัตรูต่างดินแดนออกมาทันที ผู้คนกว่า9ใน10ส่วน ถูกกวาดล้างจวนแทบสิ้นแผ่นดิน ยังดีที่ได้จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง เข้าช่วยเหลือ อพยพพาคนดินแดนเทพบางส่วน ขึ้นไปเติบโต ยังดินแดนจักรพรรดิ พร้อมด้วยคนทวีปมืด พวกเขาบัดนี้ฝ่าแม่น้ำสีทองกาลเวลา เข้าไปทำสงครามกับคนดินแดนจักรพรรดิแล้ว

 


       อี้เฉินที่ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาเขาฉายประกาย ความโกรธฉุนเฉียวขึ้นมาทันใด ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนโทสะลง อย่างน้อยๆ ก็ยังพอมีเรื่องดีในเรื่องร้ายอยู่บ้าง

 


        ครั้นริมฝีปากอี้เฉินที่เผยอ ขึ้นเตรียมจะไต่ถาม เขาก็ต้องอ้ำอึ้งขึ้นมาทันใด ก่อนจะเดินสืบฝีเท้า ไปด้านหลังบัลลังก์สีทอง วางโลงศพสีทอง ของหลินเฟยไว้ที่นั่น พร้อมกล่าวพูดพึมพำออกมา “เจ้าหลับอยู่ที่นี่ก่อนนะหลินเฟย”

 


        องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เขากล่าวเสียงแหบพร่าขึ้นมา พร้อมรอยยิ้มกว้าง ครั้นรับรู้ว่าอี้เฉินเตรียม จะจากไปแล้วบัดนี้ “เจ้าไม่ถามหรือว่า เหตุใดข้าถึงไม่ขึ้นไปยังดินแดนจักรพรรดิ”

 


        อี้เฉินโบกฝ่ามือลา ก่อนประสานฝ่ามือคำนับ องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขารับรู้ดี องค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย เองก็ต้องแบกรับอะไรหลายๆ สิ่งมามาก ทำให้ทั้งสองต่างก็คลี่ยิ้มออกมากว้าง หวนนึกถึงยามที่พวกเขา พบเจอกันครั้งแรก ภายในนครหินผา ล่องเรือเดินทาง ยาวไกลมาถึงนครกลางน้ำ ได้เป็นมิตรสหายที่ดีกับอี้เฉิน

 


         ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มในวันนั้น บัดนี้จะมาเป็นความหวัง ของเขาอีกครา ประกายไฟภายในใจเขาถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ดวงตาองค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ที่แก่ชรา ทอประกายแสงขึ้นมา ในรอบหลายร้อยปี

 


         ก่อนหลิวอี้เฟย นางจะกระแอมไอออกมาเสียงดัง อะแฮ่ม!! ครั้นเห็นอี้เฉิน ได้จากไปเผชิญความยากลำบากเพียงลำพัง “ชิงหนาน เจ้าจะแอบฟังไปถึงเมื่อใด อย่าคิดว่าย่าทวดของเจ้าจะไม่รู้” พร้อมด้วยองค์ชาย ชิงอู๋เหล่ย ที่มองเหลนเขาด้วยสายตาดุ ไปยังบริเวณฉากกั้น

 


        “ท่านปู่ทวด ท่านย่าทวด พวกท่านไม่เห็นต้องดุข้าเลย” พร้อมร่างหญิงสาว เข้าไปกอด จับมือทั้งสองเอาไว้แน่น ก่อนจะได้ยินเสียงเขกหัวดังออกมาน้อยๆ “แอบฟังผู้ใหญ่คุยกัน มันไม่ดีรู้ไหม”

 


“โอ๊ยๆ!! ข้ารู้แล้วน่า ท่านย่า” ชิงหนานนางกุมหัวของนางน้อยๆ ก่อนจะไต่ถาม เรื่องของเด็กหนุ่ม ที่สืบฝีเท้าจากไปออกมา


 


คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน