สวรรค์นิรันดร์กาล

    ถูกปิดล้อม

            ทางด้านฉางเฟิงไม่ได้รับรู้ข้อตกลงของพวกซีรั่วหยานเลยในตอนแรกเสี่ยวจินคิดมาตลอดว่าภารกิจของฉางเฟิงที่ได้รับมามันยากเย็นเกินไปถึงอย่างไรฉางเฟิงก็เป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งแต่จะให้ฉางเฟิงหาทางช่วยเหลือจักรวาลแห่งหนึ่งนั่นมันไม่ใช่สิ่งที่คนๆเดียวจะทำได้แล้วอีกอย่างหากเรื่องจักรวาลแห่งนั้นถูกเปิดเผยไม่ใช่ว่าจ้าวจักรวาลของเผ่าต่างๆจะต้องเดินทางไปเพื่อแย่งกันหรอกเหรอ

            แต่หลังจากที่ซีรั่วหยานปรากฎตัวจากสายธารแห่งโชคชะตาเสี่ยวจินก็มองถึงความเป็นไปได้ทันทีขอแค่มีซีรั่วหยานคอยหนุนหลังฉางเฟิงจะต้องแข็งแกร่งมากพอและกลายเป็นจ้าวจักรวาลแน่นอนและเมื่อถึงตอนนั้นจ้าวจักรวาลคนอื่นก็ต้องยอมถอยให้เพราะไม่มีอยากจะต่อสู้กับจ้าวจักรวาลทั้งสองคนแน่

            ฉางเฟิงในตอนนี้ได้เปิดกล่องแรกออกมาเมื่อเปิดออกมาก็พบกับโลหะสีดำอยู่ในกล่องเมื่อฉางเฟิงยื่นมือออกไปหมายจะยกโลหะขึ้นมาอยู่ๆโลหะก็เคลื่อนใหวกลายเป็นของเหลวพุ่งเข้ามาพันแขนของฉางเฟิงกลายเป็นกำไลข้อมือทันที

            “อะไรเกิดอะไรขึ้น”ฉางเฟิงตื่นตระหนก

            “นี่มันอย่าบอกนะว่าโลหะเหลวศักดิ์สิทธิ์” ตงจวิ้นที่มองดูอยู่ตลอดเบิกตากว้าง

            “โลหะเหลวศักดิ์สิทธิ์มันคืออะไร”ฉางเฟิงสงสัย

            “มันคือโลหะชนิดพิเศษที่ถูกกลั่นโดยปรมาจารย์ระดับพระเจ้าเมื่อหลอมกลั่นมันจนเสร็จมันจะกลายเป็นโลหะที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามที่เจ้าของคิดเพราะมันสามารถคงสถานะเป็นของเหลวได้แต่ว่าแม้มันจะถูกเรียกว่าโลหะเหลวแต่มันกลับมีความทนทานอย่างถึงที่สุด” ตงจวิ้นกล่าวด้วยความอิจฉา

            “ตอนนี้มันกลายเป็นของข้าแล้วงั้นเหรอ”ฉางเฟิงส่งความคิดออกไป

            ทันใดนั้นเองกำไลข้อมือก็กลายเป็นกระบี่ดาบหรือแม้แต่หอก ฉางเฟงตื่นเต้นมากและเปลี่ยนโลหะเหลวเป็นสิ่งของตามความคิด

            “เจ้านี่โชคดีเสียจริงโลหะเหลวพวกนี้แม้แต่ระดับพระเจ้าสูงสุดยังอยากจะครอบครอง” ตงจวิ้นกล่าว

            “ของดีจริงๆนั่นแหละ”ฉางเฟิงกล่าว

            “โชคดีที่ในโลกแห่งนี้ไม่มีตัวตนระดับเทพอาศัยอยู่นอกจากคนบางคนละนะ”ตงจวิ้นกล่าว

            “แล้วอีกกล่องมันคืออะไรนะ”ฉางเฟิงตื่นเต้นมาก

            “เจ้าก็เปิดสิ”ตงจวิ้นเองก็รู้สึกตื่นเต้น

            เพราะของแต่ละอย่างที่ปรากฏออกมาจากสายธารแห่งโชคชะตาล้วนแต่เป็นของที่ประเมิณค่าไม่ได้เพียงแต่เมื่อฉางเฟิงเปิดกล่องออกมาก็พบเข้ากับไข่ใบหนึ่งไข่ใบนี้ทันทีที่กล่องเปิดออกมันก็พุ่งออกมาและขยายใหญ่ขึ้นทันที

            ฉางเฟิงและตงจวิ้นรีบถอยออกไปและมองดูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            “นี่มันไข่อะไร”ฉางเฟิงตกใจ

            “ตั้งแต่เกิดมาข้าเองก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน”ตงจวิ้นส่ายหน้า

            “สิ่งนั้นข้าได้มันมาจากยอดเขาทงเทียน”ซีรั่วหยานปรากฏตัวขึ้นและกล่าวออกมา

            “ยอดเขาทงเทียนสิ่งก่อสร้างโบราณที่อยู่มาก่อนที่จ้าวจักรวาลของแต่ละเผ่าจะถือกำเนิดนั่นหนะเหรอ”ตงจวิ้นตื่นตระหนก

            “ใช่ข้านั้นได้มันมาโดยบังเอิญและเป็นเพราะมันข้าถึงถูกโจมตีจากเผ่ามาร และเผ่าปีศาจ”ซีรั่วหยานจ้องมองไปยังไข่

            ไข่ใบนี้มีขนากสูงกว่าร่างของพวกฉางเฟิงเสียอีกและสีของไข่นั้นข้างบนเป็นสีแดงฉานและครึ่งล่างเป็นสีดำ

            “แล้วจะฟักมันอย่างไร”เสี่ยวจินกล่าว

            “ไม่รู้เพราะข้าไม่รู้ว่าแท้จริงมันคือตัวอะไรกันแน่” ซีรั่วหยานกล่าว

            “นายน้อยทำไมไม่ลองใช้โลหิตของท่านดูละโลหิตของท่านนั้นพิเศษมันอาจจะตอบสนองก็ได้” เสี่ยวจินกล่าว

            “ข้าจะลองดู”ฉางเฟิงหยดโลหิคของตนเองลงไปบนผิวไข่และในพริบตานั้นเองที่ไข่ก็สั่นใหวและพุ่งเข้าหาฉางเฟิง

            “ดูเหมือนมันจะได้ผล”ซีรั่วหยานหยดโลหิตของนางให้กับไข่แต่ไข่กลับไม่สนใจและเข้าหาฉางเฟิงอีกครั้ง

            “ดูท่าจะมีเพียงโลหิตของข้าที่ใช้ได้”ฉางเฟิงกล่าว

            “ยอดเยี่ยมแม้จะไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไรแต่ย่อมไม่ธรรมดาแน่”เสี่ยวจินกล่าว

            “เอาละได้เวลาต้องออกไปแล้วขืนเปิดมิติลับแห่งนี้นานกว่านี้ตัวตนระดับเซียนอาจจะหรือสูงกว่านั้นอาจจะเข้ามาด้วยตัวเองและข้าก็ขี้เกียจไปสังหารพวกมันทิ้งด้วย”ตงจวิ้นกล่าว

            “แล้วมรดกของเผ่าละ”ฉางเฟิงกล่าว

            “อย่างที่ข้ากล่าวรอให้เจ้าบรรลุกลายเป็นเซียนให้กลับมาอีกครั้ง”ตงจวิ้นกล่าว

            “ได้มันคงอีกไม่นานนักหรอก” ฉางเฟิงกล่าว

            “ถ้างั้นเจ้าก็เปิดโลกในภาพวาดของเจ้าได้แล้วข้าจะเข้าไปพักผ่อน”ซีรั่วหยานกล่าว

            “เจ้าหมายความว่ายังไงไม่ใช่ว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่งั้นเหรอ”ฉางเฟิงตกใจ

            “ใครบอกว่าข้าจะอยู่ที่นี่ข้าต้องไปกับเจ้าอยู่แล้วอย่าได้ลืมว่าเจ้าคือคนที่นำพาข้าขึ้นมาจากสารธารแห่งโชคชะตานั่นหมายถึงโชคชะตาของพวกเราได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วต่อจากนี้ข้าจะติดตามเจ้าไปทุกที่จนกว่าพลังของข้าจะฟื้นฟู”ซีรั่วหยานกล่าว

            “นี่มัน”ฉางเฟิงหันไปทางเสี่ยวจินทันที

            “นายน้อยมีนางคอยอยู่ด้วยถือเป็นเรื่องดีเพราะในโลกนี้มีหลายเรื่องซึ่งแม้แต่ข้าก็ทำไม่ได้แต่นางกลับทำได้” เสี่ยวจินกล่าว

            ฉางเฟิงถอนหายใจแม้จะรู้สึกกดดันที่ตัวตนอย่างบรรพชนเผ่าภูติแท้โกลาหลมาอยู่กับตนเองแต่ฉางเฟิงก็รู้ดีว่านางสามารถช่วยเหลือหรือให้คำชี้แนะในการฝึกฝนได้ในระดับหนึ่งแน่ๆ

            “ถ้าเช่นนั้นท่านบรรพชนนี่คือสมุนไพรอายุหมื่นปีที่ข้ามีอยู่ทั้งหมดข้าหวังว่าพลังของท่านบรรพชนจะกลับมาสมบูรณ์อีกครั้งและนำพาเผ่าภูติของพวกเรากลับสู่ความเจริญรุ่งเรือง”ตงจวิ้นกล่าว

            ทันใดนั้นเองร่างของฉางเฟิงก็สั่นใหวมิติลับเองก็เริ่มปิดตัวลงคนอื่นๆเองที่ได้เฝ้าอยู่รอบๆต่างก็ตกใจและรีบออกจากมิติลับมู่หลานที่เห็นว่าฉางเฟิงยังไม่ปรากฎตัวก็ไม่ยินยอมจะออกมาจนเสี่ยวเฮ่ยต้องใช้กำลังพานางออกมา

            เมื่อพากมู่หลานออกมาแล้วก็พบว่าฉางเฟิงได้ปรากฎตัวอยู่ข้างนอกพร้อมกับเสี่ยวจินแล้ว

            “ฉางเฟิง!!!!!”มู่หลานพุ่งเข้าสู่อ้อมเกิดของฉางเฟิงทันที

            “นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมากอดกันนะรีบออกจากที่นี่เถอะ”จักรพรรดิสุรากล่าว

            “พวกเจ้าคิดจะไปใหน”ทันใดนั้นเองกองกำลังจำนวนมากก็เข้าปิดล้อมพวกฉางเฟิงเอาไว้

            “สายไปแล้วงั้นเหรอ”ฉางเฟิงคิด

            “พวกเจ้าใสหัวไปซะก่อนที่ข้าจะลงมือ”จักรพรรดิสุราเองก็เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แน่นอนว่ามีความยโสอยู่ในตัวการที่ราชันเหล่านี้มาปิดล้อมแบบนี้ย่อมทำให้จักรพรรดิสุราโกรธขึ้นมา

            “พวกเจ้าจะไปใหนไม่ได้ยกเว้นแต่จะยอมส่งมอบสมบัติของเจ้าให้พวกเขาดูเสียก่อน”ดาบเล่มที่ 6 กล่าวขึ้น

            “ใช่แล้วการที่เจ้าเข้าไปทดสอบแล้วยังไม่ตายนั่นหมายความว่าเจ้าได้รับมรดกแล้วสินะ ส่งมันออกมาแล้วพวกเราจะไม่ยุ่งกับเจ้าอีก”ผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตกล่าว

            ตอนนี้หลายคนเต็มไปด้วยความโลภพวกเขาต่างคิดว่าในแหวนมิติของฉางเฟิงมีสมบัติมากมายอยู่

            “ถึงแม้ข้าจะได้มรดกแล้วทำไมข้าต้องส่งให้กับพวกเจ้า”ฉางเฟิงกล่าว

            “มรดกของมิติลับมันควรจะแบ่งให้กับพวกเราด้วยถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นขุมอำนาจของอาณาจักรแห่งนี้”ผู้อาวุโสนิกายสัตว์ร้ายกล่าว

            ฉางเฟิงอดไม่ได้ที่จะด่าพวกไร้ยางอายพวกนี้แต่ขณะที่ฉางเฟิงอยากจะลงมือเย่หลางก็ได้นำกองทัพจำนวนมากเข้ามาปิดล้อมอีกทีแล้วเห็นได้ชัดว่าเย่หลางคิดจะใช้อำนาจของจักรพรรดิมาแย่งสมบัติ

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน