วาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 83 เปิ่นกงบอกให้ไสหัวลงมา!


            เพียงแค่เสี้ยววินาที มู่หรงฉือก็ได้สติกลับมาแล้วลุกขึ้นจัดสายรัดชุดให้เรียบร้อย ใช่สิ นางไม่ได้สวมชุดตัวนอกจึงรีบไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบชุดคลุมตัวนอกออกมา 

            การกระทำทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างสงบเยือกเย็น ไม่เปิดเผยความร้อนรนให้เห็นเลยสักนิด แต่ว่าในใจของนางกลับลนลานไปหมดแล้ว เสื้อคลุมที่ใส่ก็ยังใส่กลับด้าน

            องครักษ์ ข้าหลวงที่อยู่ด้านนอกไปทำอะไรกันหมด? เหตุใดถึงปล่อยให้เขาเข้ามาได้? เหตุใดจึงไม่มีคนมารายงาน?

            บุรุษผู้นี้เกินไปแล้วจริงๆ ถึงกับบุกเข้ามาในห้องนอนของนางในเวลาเช่นนี้!

            ใครอนุญาตให้เขาทำแบบนี้กัน?

            วูบหนึ่ง ไฟโทสะในใจของนางค่อยๆ ลุกลาม ถลึงตาจ้องเขาอย่างหงุดหงิด

            “ท่านอ๋อง นี่เป็นห้องบรรทมของเปิ่นกง ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถบุกเข้ามาได้ ขอท่านอ๋องจดจำเอาไว้ให้ดี” นางยิ้มอย่างอ่อนล้า แต่น้ำเสียงกลับทุ้มต่ำและเฉียบคม

            “ห้องบรรทมของโอรสสวรรค์เปิ่นหวางก็ยังเข้าออกได้อย่างอิสระ นับประสาอะไรกับตำหนักบูรพาของเตี้ยนเซี่ย?” ใบหน้าหล่อเหลาของมู่หรงอวี้ลอยหน้าลอยตา ในรอยยิ้มแฝงด้วยใบมีดอันแหลมคมเย็นเยียบเหมือนสายหมอก

            มู่หรงฉือหายใจไม่ออก อดยอมรับไม่ได้ว่าที่เขาพูดนั้นไม่ผิดเลย เป็นความจริงทั้งสิ้น

            เขาแข็งแกร่งและมีความสามารถเช่นนี้จริง!

            นางกัดฟันกรอด คร้านจะเปลืองน้ำลายกับเขา จึงเดินไปที่ตำหนักใหญ่ “ท่านอ๋องมาที่นี่มีธุระอะไรหรือ?”

            แต่เขากลับเดินเข้าไปด้านในตำหนักบรรทมจงใจทำสิ่งที่ตรงกันข้าม

            นางหมุนตัวกลับมา ฉุนกึกขึ้นมาทันที ไฟโทสะในใจพุ่งขึ้นสู่สมองอย่างรวดเร็ว เขาบังอาจนั่งบนเก้าอี้กุ้ยเฟยของนาง ทั้งยังล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจอีก!

            “ลงมา!” นางเข้าไปตวาดเสียงดุ

            “อย่าเสียงดัง” มู่หรงอวี้ราวกับกำลังตำหนิเด็กซุกซนคนหนึ่ง เขาเอนตัวนอนอย่างเกียจคร้าน อากัปกิริยาสบายอกสบายใจ ตาทั้งสองข้างปิดลง

            “เปิ่นกงบอกให้ไสหัวลงมา!” นางโกรธจนควันออกหู ถลึงตาใส่เขา

            บุรุษคนนี้แย่ลงทุกวัน กระทั่งเก้าอี้กุ้ยเฟยของนางก็ยังไม่เว้น!

            เขาไม่ได้ยกเท้าขึ้น ร่างยาวของเขานอนยึดพื้นที่เก้าอี้กุ้ยเฟยของนางด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ ประหนึ่งว่าที่นี่คือที่นอนของเขาที่จวนหวาง

            มู่หรงฉือยิ่งโกรธขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งโกรธก็ยิ่งอยากจะต่อยเขาสักที นางกำหมัดแน่นจนดังกร็อบ

            เพราะไม่อาจระเบิดอารมณ์ได้ นางก็ได้ต้องอกแตกตายอย่างเงียบๆ ไปแทน

            นางเข้าไปคว้าแขนของเขา พยายามจะดึงเขาลงมา แต่ว่าร่างกายของเขาหนักขนาดนั้น วิทยายุทธ์ก็สูงส่ง นางไม่สามารถขยับตัวเขาได้เลย

            ในเมื่อทนไม่ได้แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทน!

            นางกัดฟันกรอด ใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงภูเขาลูกใหญ่นี่ลงไป

            ทว่า ภูเขาใหญ่ลูกนี้กลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิด ทั้งยังแสดงท่าทางชื่นชมที่นางสะบักสะบอมกับเรื่องที่ทำไม่สำเร็จ

            “ใช้แรงมากกว่านี้หน่อย”

            “แรงน้อยเกินไปแล้ว”

            “ไปทานอาหารก่อนค่อยมา”

            “หรือไม่เปิ่นหวางช่วยเจ้า?”

            มู่หรงอวี้กล่าววาจาเสียดสีได้น่าโมโหอย่างไร้เหตุผลด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากบางยังยกยิ้มน้อยๆ

            มู่หรงฉือรู้สึกไม่พอใจที่ถูกเอาเปรียบ สายตาคมกริบมองไปทางเขา นางปล่อยหมัดไปยังใบหน้าที่น่ารังเกียจที่สุดในใต้หล้า ภายในหัวปรากฏเศษภาพมากมายที่แตกกระจาย

            ทว่า หมัดที่ปล่อยออกไปเต็มแรงถูกหยุดเอาไว้กลางอากาศไม่อาจขยับเขยื้อน

            ข้อมือของนางถูกสองนิ้วของเขาสกัดข้อมือไว้แน่น ดึงกลับไม่ได้ พุ่งต่อไปก็ไม่ได้ จึงหยุดค้างอยู่ตรงหน้าเขา

            นางหงุดหงิดที่ตัวเองไร้ความสามารถ มือซ้ายที่ยังเป็นอิสระจึงออกหมัดโจมตีอย่างรวดเร็วตรงเข้าไปยังที่ใบหน้าเขาของเขาทันที

            ทันใดนั้น แรงจากมือที่สกัดข้อมือของนางอยู่ก็เพิ่มมากขึ้น แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก สามารถดึงนางให้เข้าไปพิงเขาทั้งตัวได้ตลอดเวลา

            นางรู้สึกว่าแย่แล้ว ในยามที่ลนลานก็สูดหายใจรวมไปที่จุดตันเถียน อยากจะห้ามตนเองไม่ให้ล้มพุ่งไปข้างหน้า แต่กลับไร้ประโยชน์ สุดท้ายร่างของนางก็ล้มทับลงบนตัวของเขา

            สองแขนของมู่หรงอวี้กอดรัดนางเอาไว้

            ในสมองของมู่หรงฉือมีสายฟ้าวาบผ่าน ต่อมาในหัวก็ขาวโพลน

            น่าเศร้าใจเหลือเกิน นางขุ่นเคืองจนไม่อาจเศร้าไปกว่านี้ได้อีกแล้ว แทบจะอยากเอาหัวชนหน้าอกของเขาแล้วตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด

            “ปล่อยเปิ่นกง!” นางดิ้นรนตามสัญชาตญาณ

            “หากเจ้ายังดิ้นไปดิ้นมาอีก เปิ่นหวางไม่รับประกันว่าจะนั่งอยู่เฉยๆ ได้อีก” เสียงของเขาแหบพร่า ก้มลงมาที่กระดูกไหปลาร้าของนาง

            “เปิ่นกงดิ้นไปดิ้นมาที่ไหนกัน?” มู่หรงฉือโกรธจนไม่สามารถพูดได้ “ยังไม่ปล่อยอีก?”

            ในเวลานี้เอง ฉินรั่วเข้ามาเงียบๆ 

            ถึงแม้ตอนแรกที่นางเดินอยู่จะได้ยินเสียงแปลกๆ ในห้องบรรทม แต่นางก็ไม่กล้าที่จะตัดสินว่าเป็นเสียงอะไร

            ในตอนที่เห็นเตี้ยนเซี่ยล้มทับอวี้หวางบนเก้าอี้กุ้ยเฟย นางก็ตกใจจนหน้าซีด ยกมือขึ้นปิดปากทันที นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน?

            ความลับของเตี้ยนเซี่ยถูกอวี้หวางล่วงรู้แล้วอย่างนั้นหรือ?

            จะเข้าไปช่วยเตี้ยนเซี่ยดีหรือไม่?

            มู่หรงอวี้เห็นนางบุกเข้ามาแต่กลับยืนแข็งค้างเป็นก้อนหินอยู่หน้าประตูตำหนัก ดวงตาก็เปลี่ยนมาเย็นชาทันที

            ในที่สุดฉินรั่วก็เลือกที่จะหลบออกไป สายตาของอวี้หวางนางเข้าใจว่า : หากนางไม่ออกไป เตี้ยนเซี่ยจะตกอยู่ในอันตราย

            มู่หรงฉือกำลังขัดขืนประหนึ่งน้ำเจอกับไฟอยู่จึงไม่ได้สังเกตว่ามีคนเข้ามา

            แต่ไม่ว่านางจะต่อต้านอย่างไร ก็ไม่อาจผลักภูเขาลูกนี้ออกไปได้

            เขาหัวเราะด้วยท่าทางสบายๆ ไม่เปลืองแรงที่จะรัดนางเอาไว้ในอ้อมกอดของตัวเอง

            “จูบเปิ่นหวางสักทีแล้วจะปล่อยเจ้า”

            มู่หรงอวี้หัวเราะน้อยๆ ราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ อาภรณ์สีดำบนตัวยุ่งเหยิงเล็กน้อย

            มู่หรงฉือถลึงตาใส่เขาอย่างหงุดหงิด “หาเรื่องพอแล้วหรือไม่?”

            “ครั้งที่แล้วเจ้ากัดหูเปิ่นหวาง วันนี้ให้เปิ่นหวางขบติ่งหูเจ้าก็ได้”

            “เช่นนั้นไม่สู้ให้เปิ่นกงกัดท่านอีกครั้งเป็นอย่างไร?”

            “อยากจะกัดตรงที่ใดเล่า?” มู่หรงอวี้เห็นนางมีท่าทางระมัดระวัง อารมณ์ก็เหมือนจะดีขึ้นอีก

            “ท่านชอบให้คนทำร้ายหรือ?” มู่หรงฉือออกแรงผลักเขา โกรธจนแทบคลั่ง “เล่นสนุกพอแล้วหรือไม่!”

            “แน่นอนว่าไม่พอ”

            พูดยังไม่ทันจบ ฝ่ามือของเขาก็จับเข้าที่หลังคอของนางแล้วกดลง

            ริมฝีปากสีแดงประทับเข้ามาทำให้นางตกใจ

            ซี๊ด!

            อาการเจ็บจี๊ดที่หูทำให้นางถึงกับร้องซี๊ด เจ็บ!

            เขาหัวเราะชื่นชมกับความฉลาดของตัวเอง ติ่งหูของนางราวกับหยกขาวที่เปราะบาง มีเลือดหยดหนึ่งแต้มอยู่ เหมือนกับดอกมั่นถัวถัว[1]สีแดงดอกเดียวท่ามกลางหิมะสิบลี้ งดงามเป็นอย่างยิ่ง

            มู่หรงฉือโกรธจนควันออกหู บุรุษคนนี้ไม่ใจแคบถึงเพียงนี้ได้หรือไม่? ก็แค่กัดเขาเมื่อครั้งก่อนเองไม่ใช่หรือ? ถึงกับมาเอาคืนแล้ว?

            นางก้มหน้าลงอย่างหงุดหงิด แล้วกัดเข้าที่บ่าของเขาอย่างแรง

            มู่หรงอวี้ไม่ร้องโวยวาย มือทั้งสองข้างกดร่างของนางลงเงียบๆ

            นางลนลานรีบผุดลุกขึ้น เขาเองก็ไม่ได้ห้าม ทั้งยังปล่อยมืออีกด้วย

            เดิมทีดวงหน้าเรียวก็มีสีแดงระเรื่ออยู่เล็กน้อย ยามนี้กลับกลายเป็นสีแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมา

            มู่หรงฉือจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ยกชาขึ้นดื่มไปถ้วยหนึ่ง ดับความร้อนรุ่มกับความอับอายทั่วทั้งร่างออกไป หัวสมองก็เหมือนจะค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น 

            มู่หรงอวี้นั่งอยู่ข้างกายนาง ดึงนางให้นั่งลง จากนั้นก็หยิบถ้วยชามาถ้วยหนึ่ง

            นางเข้าใจความหมายของเขาจึงรินน้ำชาให้พลางแขวะเขาเสียงเข้ม “ท่านไม่กลัวว่าเปิ่นกงจะใส่ยาพิษลงในน้ำชาหรือ?”

            “ตายด้วยน้ำมือสาวงาม กลายเป็นผีก็นับว่าคุ้มค่า” เขาดื่มทีเดียวหมดถ้วย ความร้อนในร่างกายค่อยๆ หายไป

            “ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ท่านอ๋องยังไม่ออกจากวังอีกหรือ?” นางพูดอย่างรำคาญ อยากจะให้เขาหายไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้

            “จวงฉินขุนนางชั้นหยวนว่าย[2]ของกรมโยธากับกานไท่จู่หัวหน้ากรมพลเรือนตายได้อย่างไร?” เขาถามขึ้นมาตรงๆ

            เสน่ห์และความอบอุ่นของแสงอาทิตย์อัสดงแผ่ขยาย ภายในตำหนักมือสลัวลง สีของท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแห่งยามค่ำคืน

            ความคิดของมู่หรงฉือกระตุกเล็กน้อย นางยืนตรงหน้าเขาแต่ยังห่างจากเขาเล็กน้อย ไม่กล้ามองเขา “ท่านอ๋องเองก็สนใจการตายของพวกเขาหรือ?”

            “หากเกี่ยวข้องกับฝิ่น เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว” ใบหน้าของมู่หรงอวี้ปราศจากการเย้าแหย่ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นชา “เล่าสิ่งที่เจ้ารู้มาทั้งหมด”

            “พวกเขาตายเพราะเสพฝิ่นเกินขนาดจริงๆ” นางลอบตื่นตระหนก เขารู้ได้อย่างไร?

            ได้ข่าวจากศาลต้าหลี่หรือ?

            เขาถามเสียงเข้ม “เรื่องนี้บางทีอาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่เตี้ยนเซี่ยคิด เจ้ากับเสิ่นเซ่าชิงตรวจสอบได้เรื่องอะไร รีบบอกเปิ่นหวางมาเร็วเข้า”

            อวี้หวางที่กระทั่งเขาไท่ซานถล่มก็ยังนิ่งสงบยังจริงจังเรื่องฝิ่นขนาดนี้ ในใจนางยิ่งไม่สงบ แล้วพูดสิ่งที่นางตรวจสอบมาได้ในสองวันนี้ออกมา

            มู่หรงอวี้ขมวดคิ้ว “กล่าวเช่นนี้ แสดงว่าตอนนี้พวกเจ้ายังตรวจสอบไม่พบว่าเป็นผู้ใดแอบขายฝิ่นอย่างนั้นหรือ”

            มู่หรงฉือพยักหน้า “หวังว่าจะพบเรื่องน่าประหลาดใจที่ตรอกชิงหยาง เหตุใดท่านถึงได้จริงจังกับสองคดีนี้ยิ่งนัก?”

            เขาถามกลับ “ขุนนางของเมืองหลวงตายติดต่อกัน ทั้งยังเกี่ยวข้องกับฝิ่น หรือว่าเตี้ยนเซี่ยไม่คิดว่าคดีนี้น่าตกใจ?”

             เชิงอรรถ

             [1] ดอกมั่นถัวถัว คือดอกลำโพงม่วง

             [2] หยวนว่าย เป็นตำแหน่งขุนนางที่นอกเหนือจากตำแหน่งข้าราชการ ซึ่งตำแหน่งนี้ใช้เงินซื้อมา ตำแหน่งหยวนว่ายจึงกลายเป็นตำแหน่งงานว่างๆ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการสอบคัดเลือก แต่จะเกี่ยวข้องกับการเงินและต้องออกเงินบริจากให้กับราชสำนัก

     

     

    คล้ายกับเรื่องวาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138