เกิดใหม่เป็นหนุ่มสุดฮอตท่ามกลางสาวงาม

    บทที่ 28 เจ้านายกับเลขาสาสุดสวย

    บทที่ 28 เจ้านายกับเลขาสาสุดสวย


    เฉินเซิงรีบชักมือออกจากหน้าอกของหลิวเหมียวเหมี่ยวทันที


    เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากมือตัวเอง จึงแอบคิดในใจว่าเด็กคนนี้ช่างหอมจริงๆ แค่เผลอแตะต้องเบาๆ ก็ยังหอมติดมือขนาดนี้


    ถ้าเอามือสอดเข้าไปในเสื้อผ้าของเด็กคนนี้แล้วสัมผัสกับเนินอกขาวผ่องคู่นั้นโดยตรง กลิ่นหอมบนมือของเขาคงจะยิ่งหอมฟุ้งกว่านี้แน่ๆ หืม หลิวเหมียวเหมี่ยวคนนี้ช่างเป็นสาวน้อยที่ทั้งน่ารักทั้งอ่อนโยนจริงๆ


    เมื่อเผชิญกับคำต่อว่าของหลิวเหมียวเหมี่ยว เฉินเซิงจึงถามกลับว่า 

    “เหมี่ยวเหมี่ยว ลองดูสิว่าตัวเองอยู่ตรงไหน?”


    “ก็อยู่บนเตียงไง จะอยู่ที่ไหนได้อีก” หลิวเหมียวเหมี่ยวบ่นพึมพำ เมื่อได้ยินเฉินเซิงถามคำถามโง่ๆ แบบนี้

    เมื่อเฉินเซิงเตือนแบบนี้ หลิวเหมียวเหมี่ยวก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าตัวเองนอนแผ่หลาไปแล้วสามในสี่ของเตียง ส่วนเฉินเซิงกลับไปนอนเบียดอยู่ตรงริมสุดของเตียง ถ้าขยับตัวอีกนิดก็คงจะตกเตียงไปแล้ว


    เรื่องมันชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอเป็นฝ่ายไปซุกเฉินเซิงเอง ไม่ใช่อีกฝ่ายมาลวนลามเธอ คำต่อว่าที่เธอเพิ่งพูดไปเมื่อกี้ถือว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสี


    เมื่อคิดว่าตัวเองชอบนอนดิ้นไปมาตอนหลับ แล้วยังชอบกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงอีก หน้าเล็กๆ ของหลิวเหมียวเหมี่ยวก็แดงกว่าผลแอปเปิลสุกเสียอีก


    ถึงแม้จะรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเฉินเซิง แต่หลิวเหมียวเหมี่ยวยังคงแถไปว่า “ถึงฉันจะเป็นฝ่ายไปเบียดคุณ แล้วไงล่ะ คุณก็จับหน้าอกฉัน แล้วยังเอาของข้างล่างมาทิ่มก้นฉันอีก ความบริสุทธิ์ของฉันถูกคุณทำลายไปหมดแล้ว คุณจะเอายังไง?”


    “เรื่องเมื่อคืนเป็นอุบัติเหตุจริงๆ เรื่องนั้นฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเธอยังไม่ยอมจบ ก็ลองบอกมาสิว่าจะเอายังไง ตราบใดที่ทำได้ ฉันก็จะทำให้” เฉินเซิงพูดพร้อมกับก้มหน้าลง


    หลิวเหมียวเหมี่ยวที่ตอนแรกอับอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี อยู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างออก รอยยิ้มสดใสจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ “นี่คุณพูดเองนะ อย่ามาผิดคำล่ะ ฉันอยากให้คุณมาเป็นพี่เขยของฉัน ถ้าคุณตกลง เรื่องนี้ก็ให้จบๆ กันไป แต่ถ้าไม่ยอม ฉันไม่ปล่อยคุณไว้แน่”


    “เป็นไปไม่ได้หรอก พี่สาวเธอไม่มีทางชอบฉันหรอก แล้วอีกอย่าง ฉันก็มีแฟนแล้ว”


    “เชอะ ทำไมคุณถึงหัวโบราณแบบนี้ พวกหนุ่มหล่อๆ ในห้องฉันส่วนใหญ่มีแฟนหลายคนทั้งนั้น เรื่องแค่นี้ฉันในฐานะน้องเมียยังไม่ว่าอะไรเลย ทำไมคุณถึงยังมาเรื่องมากอีก ถามหน่อยเถอะ พี่สาวของฉันไม่สวยรึไง?”


    ถ้าบอกว่าหลิวซือซือไม่สวย คงไม่มีผู้หญิงคนไหนในเมืองเจียงเฉิงกล้าพูดว่าตัวเองสวยแล้ว เมื่อนึกถึงรูปร่างที่ยั่วยวนใจของหลิวซือซือ เฉินเซิงก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “อาจารย์หลิวเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา”


    “แล้วคุณยังจะลังเลอะไรอีกล่ะ เขาว่ากันว่าก้นครึ่งหนึ่งของน้องเมียเป็นของพี่เขย ถ้าคุณมาเป็นพี่เขยของฉัน ฉันก็จะเป็นน้องเมียของคุณ ถึงพี่เขยจะทำอะไรเกินเลยไปบ้างก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ถ้าคุณไม่ตกลง ฉันจะไปบอกพี่สาวว่าคุณบังคับให้ฉันนอนบนเตียงกับคุณ แล้วยังลวนลามฉันตอนที่ฉันหลับอีก” โลลิต้าคนสวยพูดด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง “คุณเลือกเอาเองแล้วกันว่าจะเอายังไง!”


    “ก็เธอเป็นคนอยากมานอนในห้องของฉันเอง แล้วฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเธอด้วย เธอจะใส่ร้ายฉันได้ยังไง?” เฉินเซิงโวยวายด้วยความรู้สึกผิด


    “คุณคิดว่าพี่สาวจะเชื่อใครระหว่างเราสองคน ฉันก็เป็นสาวน้อยคนสวยคนหนึ่งนะ ถ้าฉันไปบอกพี่สาวว่าเรานอนเตียงเดียวกัน คุณคิดว่าพี่สาวฉันจะเชื่อเหรอว่าคุณเฝ้าฉันทั้งคืนแต่ไม่ได้ทำอะไร” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดพร้อมกับดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์


    เฉินเซิงอยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา ไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้


    ตราบใดที่เรื่องที่เขาอยู่กับเธอทั้งคืนแพร่ออกไป คงไม่มีใครในโลกนี้เชื่อว่าเขาบริสุทธิ์ผุดผ่อง แถมเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเด็กคนนี้จริงๆ สุดท้ายก็ต้องมาเสียชื่อเสียงเปล่าๆ


    ตอนนี้เฉินเซิงถึงได้เข้าใจแล้วว่า ไม่ได้กินเนื้อแกะแต่กลับได้กลิ่นสาบแกะติดตัวเป็นยังไง


    “ฉันจะไม่เลิกกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์แฟนสาวของฉันหรอก แม้ว่าเธอจะยืนยันแบบนั้น ฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของเธอ แต่ฉันจะไม่ไปสารภาพรักกับอาจารย์หลิว ถ้าเธออยากเรียกฉันว่าพี่เขย ก็ไปจัดการกับพี่สาวของเธอเองแล้วกัน”

    เขารู้ดีว่าหลิวซือซือเป็นคนที่หัวโบราณมาก คงรับไม่ได้ที่จะคบกับนักเรียนของตัวเอง แน่นอนว่าหลิวซือซือไม่มีทางยอมคบกับเขาแน่ๆ เขาจึงโยนเรื่องยุ่งยากไปให้หลิวเหมียวเหมี่ยวเสียเลย


    “เย้ พี่เขยสุดยอด” หลิวเหมียวเหมี่ยวร้องเสียงดังด้วยความตื่นเต้น


    เมื่อได้สติกลับมา เธอจึงเข้าใจว่าเฉินเซิงแค่แกล้งทำเป็นใจกว้าง แล้วโยนปัญหาทั้งหมดมาให้เธอ เขารู้ดีว่าพี่สาวของเธอไม่มีทางยอมให้คบกับนักเรียนตัวเอง เจ้าหมอนี่ก็เลยอยากทำตัวเป็นคนดี คิดไม่ถึงว่าคุณลุงคนเลวนี่จะเจ้าเล่ห์กว่าเธออีก


    หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดด้วยความขุ่นเคือง “คุณลุงก็คอยดูเถอะ แค่ฉันใช้วิธีนิดหน่อย พี่สาวฉันต้องยอมรับคุณแน่ๆ แล้วจะแย่งคุณมาจากผู้หญิงคนนั้นให้ได้”


    “ยังไม่รีบลุกมาล้างหน้าแปรงฟันอีกเหรอ แดดส่องก้นแล้วนะ ยัยเด็กขี้เซานี่” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอแยตัวเองแล้ว อารมณ์ของเฉินเซิงก็ดีขึ้นมาก เขายื่นมือไปตีบั้นท้ายเล็กๆ ของเธอเบาๆ

    ในเมื่อยัยฉันนี่อยากข่มขู่เขา เฉินเซิงก็ไม่ขัดข้องที่จะเอาคืนบ้าง เขาตีไปที่บั้นท้ายกลมกลึงของหลิวเหมียวเหมี่ยว ความยืดหยุ่นน่าทึ่งจากสะโพกของเด็กสาวส่งผ่านมายังมือเขาทันที เฉินเซิงอดชื่นชมไม่ได้ว่าบั้นท้ายเล็กๆ ของยัยหนูนี่ช่างยืดหยุ่นดีจริงๆ


    เมื่อมาถึงห้องโถงด้านนอก ซ่างกวนเยียนก็ตื่นแล้ว


    เธอสวมชุดเดรสสีดำ เรือนร่างเปล่งประกายน่าหลงใหล บนไหล่เปลือยเปล่ากับเรียวขายาว เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียด ทำให้คนเห็นแล้วอดใจไม่ไหว


    ถึงแม้ว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวจะมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองมาก แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าซ่างกวนเยียนนั้นสวยกว่าเธอจริงๆ แถมยังแต่งตัวมีรสนิยมกว่าอีก แค่รูปร่างที่เย้ายวนใจของอีกฝ่าย เธอก็เทียบไม่ติดแล้ว


    ซ่างกวนเยียนเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ เปลี่ยนเป็นชุดเดรสสีดำเรียบๆ ทั่วทั้งร่างแผ่รัศมีมีชีวิตชีวา


    เมื่อเห็นเฉินเซิงกับหลิวเหมียวเหมี่ยว ใบหน้าสวยของเธอก็ยังคงไร้อารมณ์ เธอกล่าวว่า “นทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว มากินด้วยกันเถอะ”


    “ขอบคุณนะ” เฉินเซิงพยักหน้า


    “เมื่อวานฉันกินอิ่มมาก ตอนนี้ยังไม่หิวเลย ขอไม่กินอาหารที่พี่สาวทำแล้วกัน” นึกถึงอาหารมื้อเย็นสุดสยองที่ซ่างกวนเยียนทำเมื่อวาน หลิวเหมียวเหมี่ยวก็อดตัวสั่นไม่ได้


    เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนใจดี เธอจึงแสร้งทำหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายบังคับให้เธอกินอาหารน่ากลัว


    หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เฉินเซิงก็ไปพบเมิ่งเหยาเพื่อพูดคุยเรื่องเปิดบริษัทร่วมทุน


    เมื่อเห็นว่าคนที่ขับรถให้เฉินเซิงนั้นเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย มีบุคลิกดี เมิ่งเหยาก็ดึงเฉินเซิงไปคุยกันเงียบๆ ถามว่า “เฉินเซิง หญิงสาวสวยที่ขับรถให้คุณ เธอมีความสัมพันธ์อะไรกับคุณกันแน่ พอผู้ชายมีเงินก็มักจะเหลวไหล เธอคงไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณเลี้ยงไว้หรอกนะ”


    “ถ้าผมจะเลี้ยง ผมก็จะเลี้ยงแค่เหยาเหยาคนสวยที่อ่อนโยนและรอบรู้แบบคุณนี่แหละ ถึงแม้ว่าเหยียนเหยียนจะดูดี แต่เธอก็นิสัยเย็นชาไปหน่อย เธอไม่ใช่แบบที่ผมชอบ…”


    ในฐานะที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและหุ้นส่วน เมิ่งเหยาไม่น่าจะมาสนใจชีวิตส่วนตัวของเฉินเซิง แต่เพราะเธอเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเฉินเซิงมาก่อน พอเห็นว่าเฉินเซิงมีหญิงสาวรูปร่างหน้าตาและบุคลิกดีอยู่ข้างกาย ก็เลยอดถามไม่ได้


    เมิ่งเหยาไม่ได้หลงคารมเฉินเซิง เธอพูดต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็พูดมาสิว่าคุณกับเธอเป็นอะไรกัน เด็กสาวคนนี้คงไม่ใช่แค่คนขับรถของคุณหรอกใช่ไหม?”


    เฉินเซิงเหลือบมองซ่างกวนเยียนที่กำลังจอดรถอยู่ ตอนนั้นที่เขาสัญญาว่าจะให้เงินเธอหลายล้านต่อปี เขาก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง

    เมื่อนึกถึงความสามารถในการขับรถและการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอก็หน้าตาดี และไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขาเลยสักครั้ง เรื่องนี้ทำให้เฉินเซิงค่อนข้างพอใจ


    เฉินเซิงรู้สึกว่าเงินที่เขาจ่ายไปนั้นไม่สูญเปล่า เขาเผชิญหน้ากับคำถามของเมิ่งเหยาพร้อมกับยิ้มบางๆ “เธอเป็นผู้ช่วยส่วนตัวและเลขานุการส่วนตัวที่ผมหามาน่ะ เพราะยังไงผมก็ยังเป็นแค่นักศึกษา ไม่สามารถไปดูแลบริษัทได้ทุกวัน ในอนาคตบริษัทร่วมทุนของเรา เธอจะเป็นคนจัดการทุกอย่างแทนผมเอง”


    “เอ่อ งั้นเด็กสาวคนนี้ก็เหมือนกับเลขาฯ ส่วนตัวของคุณเลยสินะ ฉันทำธุรกิจมาหลายปี เห็นเรื่องระหว่างเจ้านายกับเลขาฯ สาวมามากแล้ว มีเรื่องให้เลขาฯ ทำ พอไม่มีเรื่องก็จัดการเลขาฯ คุณคงไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับเธอหรอกนะ”


    เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวสวยคนนั้นเป็นเลขาฯ ของเฉินเซิง เมิ่งเหยาก็คิดถึงเรื่องราวของบรรดาเจ้านายพุงพลุ้ยกับเลขาฯ สาวสวยสุดเซ็กซี่ที่เธอเคยพบเจอมา เลยอดสงสัยในความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเฉินเซิงกับซ่างกวนเยียนไม่ได้


    เมิ่งเหยามองเฉินเซิงด้วยแววตาเป็นประกาย อยากรู้ว่าเขาจะตอบคำถามของเธอว่าอย่างไร