การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีก 2 คู่ เพื่อหาผู้ชนะ 2 คนเข้ารอบตามหลิวอี้
หลิวอี้นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เขารู้สึกว่าวันนี้เขามีโชค ที่นั่งของหลิวอี้สามารถมองเห็นองค์หญิงจ้าวได้อย่างชัดเจน เขานั่งมองนางตาไม่กระพิบ
องค์หญิงนางรับรู้ได้ว่ามีคนแอบมองนาง แต่พวกเขาเพียงแค่แอบมอง เวลาที่นางสบตากับคนอื่นๆพวกเขาจะหลบสายตาของนาง แต่กับ หลิวอี้ เขาไม่ได้หลบสายตานาง แต่เขากับจ่องมองนางไปทั่วร่างกาย ทั้งส่วนบน ส่วนล่าง ทำให้นางรู้สึกรังเกียจหลิวอี้เป็นอย่างมาก นางถึงขั้นปลดปล่อยจิตสังหารออกมา
หลิวอี้รับรู้ได้ว่านางไม่พอใจที่เขาจ่องมองนางแต่มีหรือที่เขาจะสนใจเขายังคงจ่องมองนางเหมือนเดิม
จักรพรรดิเห็นการกระทำของหลิวอี้เขารู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างและเขายังมีอีกหนึ่งความรู้สึกก็คือ ตอนนี้ในสนามประลองเริ่มการต่อสู้แต่หลิวอี้ที่เข้าร่วมการประลองกลับไม่ได้มองในสนามประลอง เขาไม่ได้ศึกษาคู่ต่อสู้ของเขาแม้แต่น้อย เขาเอาแต่จ่องมองบุตรตรี บางครั้งถึงขั้นน้ำลายไหลออกมา
การประลองจบลงทั้งสองสนามและเป็นไปตามคาด จางหยวนเป็นผู้ชนะ
“ต่อไปจะเป็นการจับฉลากเหมือนเดิม จะมีหนึ่งคนได้เข้าไปรอในนัดตัดสิน”
ผู้คนต่างก็ร้องตะโกนให้หลิวอี้จับเป็นคนสุดท้ายเพราะคนส่วนมากอยากจะเห็นเขาพ่ายแพ้ หนึ่งในนั้นคือผู้ดูแลร้านค้าสกุลจาง เขาหวังให้หลิวอี้พ่ายแพ้ เพราะถ้าหากว่าหลิวอี้ได้เขาไปในรอบสุดท้ายเขาจะต้องเสียหินกำเนิดปราณให้กับชายหนุ่มที่มาลงเดิมพันไว้ข้างหลิวอี้เป็นจำนวนมากแน่นอน หากเป็นเช่นนั้นเขาจะถูกผู้นำตระกูลลงโทษอย่างหนัก
ทั้งสามคนหยิบลูกบอลขึ้นมาคราวนี้หลิวอี้ได้จับเป็นคนสุดท้าย จางหยวนและชายอีกคนหยิบลูกบอลส่งให้ผู้ดูแล
ชายคนแรกได้ขึ้นไปต่อสู้บนเวที
“เจ้าคิดว่าเขาจะมีโชคอีกหรือไม่”จักรพรรดิพูดกับผู้ติดตามของเขา
“ผู้น้อยคิดว่าโชคของเขาใช้ไปหมดแล้วขอรับ”
ผู้คนต่างก็คิดว่าหลิวอี้ใช้โชควาสนาไปหมดแล้วและในรอบนี้พวกเขาน่าจะได้เห็นหลิวอี้ต่อสู้
“หลิวอี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”เสียงของผู้ชมต่างก็ร้องตะโกนขึ้นมา
หลิวอี้รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
“คุณชายจางหยวนคือคนที่ 2 ที่จะขึ้นประลองบนเวที หลิวอี้คือผู้ที่ผ่านเข้ารอบ”เสียงของผู้ดูแลดังขึ้น
เสียงร้องตะโกนที่ดังขึ้นมาในตอนแรกหายไปทันที ผู้ดูแลร้านค้าสกุลจางถึงกับเข่าทรุดลง ลูกน้องของเขาถึงกับต้องรีบพยุงเอาไว้
องค์จักรพรรดิยังตกตลึงเหมือนกับทุกคน ตอนแรกเขายังคิดว่าหลิวอี้ใช้โชคของเขาไปหมดแล้วแต่ตอนนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น
“น่าสนใจ ช่างน่าสนใจจริงๆ”เสียงของจักรพรรดิดังขึ้นมา
องค์หญิงยังคงไม่สนใจไม่ว่าจะเป็นใครสุดท้ายพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้นางอยู่ดี
จางหยวนรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ดีใจเล็กน้อย เพราะยังไงเขาจะได้ต่อสู้กับหลิวอี้ในรอบสุดท้ายแน่นอน
“เริ่มการประลองได้”เสียงผู้ดูแลสนามดังขึ้น
เสียงเชียร์ข้างสนามก็ดังขึ้นตามมา การต่อสู้เป็นไปด้วยความดุเดือด คู่ต่อสู้ของจางหยวนเป็นผู้มีพลังระดับ จอมยุทธ์ขั้นสูงเหมือนกันกับเขา ชายคนนี้มาจากทวีปซี เขาไม่มีสำนัก ชื่อว่าตงหยาง
ทุกคนที่เข้าร่วมชมการประลองยังรู้สึกแปลกใจเพราะชายหนุมคนนี้สามารถต่อสู้กับจางหยวนได้สู้สียิ่งนัก
จางหยวนรู้สีกว่าเขาถูกกดดันอยู่ตลอดเวลาและพลังปราณของเขาลดลงรวดเร็วมากเหมือนกับว่ามันถูกดูดออกไป แต่ชายคนที่ต่อสู้กับเขากับยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จางหยวนจึงตัดสินใจที่จะรีบจบการต่อสู้ในครั้งนี้
จางหยวนพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วเขาหวังจะใช้กระบวนท่าในครั้งนี้จบการต่อสู่
เยี่ยนฟางนางเดินมานั่งข้างหลิวอี้ตั้งแต่ก่อนที่การประลองของจางหยวนจะเริ่มขึ้น นางพยายามที่จะยั่วยวนหลิวอี้ด้วยการนั่งแนบชิดติดกับเขา
การกระทำของเยี่ยนฟางมีหรือที่หลิวอี้จะไม่ชอบเขานั่งแนบชิดกับนางบางครั้งมือของหลิวอี้ยังไปโอบเอวของนางด้วย แต่สายตาของเขากับจ่องมองไปยังองค์หญิงและบางครั้งก็จ่องมองเยี่ยนฟาง
สิ่งที่หลิวอี้กระทำล้วนอยู่ในสายตาของจักรพรรดิทั้งหมด ยิงเขาเห็นเยี่ยนฟางเข้าใกล้หลิวอี้เขายิ่งสนใจในตัวของหลิวอี้มากขึ้นไปอีก เพราะเขารู้ดีว่าเยี่ยนฟางนางไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อนต่อให้เป็นบนเกาะลอยฟ้าก็ตาม