ไม่ทันได้ใใครบางคนก็มาคว้าตัวผมไว้
แล้วหิ้วขึ้นไปด้วยพละกำลังมหาศาล
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ”
บิลลี่นั่นเอง !
เขาะโตัวกลับขึ้นไป้าอย่างง่ายดาย
ก่อนจะแบกผมวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เกินมนุษย์มนา
ไม่ช้าเราก็มาถึงเส้นชัย
ที่น่าแปลกคือยังไม่มีใครมาถึง
บิลลี่วางผมลงกับพื้นก่อนพุ่งขึ้นไปคว้าธงสีแดงบนยอดเสา
ด้วยการะโเพียงครั้งเดียว !
เขาเป็ใครกันแน่?
“ไว้เล่าให้ฟังนะ”
บิลลี่พูดขณะกำลังพิจารณาธงสีแดงที่พึ่งหยิบมา
ราวกับได้ยินเสียงในความคิดของผม
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าจากด้านหลังก็ดังขึ้น
หมายเลข 81 ทั้งสองคนวิ่งตรงมาที่เส้นชัย
ด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
หนึ่งในนั้นมองไปที่ธงสีแดงในมือของบิลลี่ด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
ก่อนทั้งคู่จะชะลอความเร็ว
แล้วหยุดลงไปนอนกองกับพื้นด้วยความอิดโรย
“เป็ไปได้ยังไง? ”
เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
ผมที่ไม่กล้าสบตาเธอหันไปมองบิลลี่ที่ยังดูงงๆ กับธงผืนนั้น
“มีอะไรหรอ? ”
ผมถามพลางเดินเนียนๆ เข้าไปหาเขา
“เรายังไม่ผ่านบททดสอบนี้”
เขาหันธงสีแดงที่ตรงกลางมีรูปหัวใจ
ตัดด้วยเส้นหยักที่เป็สัญลักษณ์ของชีพจรให้ผมดู
“มันหมายความว่ายังไง? ”
“ต้องใช้ SENSE”
เสียงจากข้างหลังดังขึ้น
เบอร์ 81 ทั้งสองคนลุกขึ้นมาร่วมวงสนทนา
พวกเขาหันหน้าเข้าหากันก่อนยกมือขวาขึ้นมาประสาน
จังหวะเดียวกันแซด (82) และวอริค (82) มาถึงพอดี
พวกเขามีสีหน้ามึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากผม
“ต้องใช้ SENSE ควบคุมชีพจรสินะ”
เขาพูดหลังจากมองไปที่ธงในมือบิลลี่
ก่อนทำแบบเดียวกันกับเบอร์ 81 ทันที
ผมที่ยังไม่เข้าใจหันไปมองที่บิลลี่
เขามองมาที่ผมก่อนเอามือจับไปที่หน้าอกของตัวเอง
หัวใจของผมที่เต้นไม่เป็จังหวะ
กลับค่อยๆ หยุดนิ่งและเต้นช้าลง
ผมเอามือไปจับที่หน้าอกของตัวเองแล้วหลับตาลง
มันทำให้ผมนึกถึงอาการลิ้นหัวใจที่ผมเป็อยู่ประจำ
แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด
การเต้นของหัวใจของผมค่อยๆ ช้าลง
จนหยุดนิ่งไป…