จารึกที่ 58 : กำเนิดใหม่เจ้าถุงเงิน : แมงมุมทมิฬดารา
แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่างวูบวาบจับใบหน้าเปื้อนยิ้มของอาเจีย เขายังคงนั่งยองๆ อยู่หน้าแผงขายของเก่าในตลาดมืด ดวงตาจับจ้องไปที่ก้อนโลหะสีดำสนิทที่วางปะปนอยู่กับกองเศษเหล็ก
"เถ้าแก่..." อาเจียเอ่ยเสียงอ่อย แสร้งทำหน้าเศร้าสร้อย "ข้าอุตส่าห์ขายหนังเสือให้ท่านตั้งถูก... แถมยังต้องเอาเงินไปซ่อมอาวุธที่พังอีก ท่านจะไม่แถมอะไรให้ลูกค้าประจำหน่อยหรือ?"
"ลูกค้าประจำบ้านบิดาเจ้าสิ! เพิ่งเคยเห็นหน้ากันวันนี้!" เถ้าแก่ร้านสบถอย่างหัวเสีย "เอ้าๆ จะเอาอะไรก็รีบหยิบไปอย่างนึง แล้วรีบไปให้พ้นหน้าข้า!"
อาเจียแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ มือขวาแกล้งทำเป็นหยิบมีดสั้นสนิมเขรอะขึ้นมาดู แล้ววางลง ก่อนจะเอื้อมไปคว้า ก้อนโลหะสีดำ ก้อนนั้นขึ้นมา
"งั้นข้าเอาก้อนหินนี่ละกัน... มันหนักดี เอาไว้ทับผักดองในไหที่บ้านน่าจะเหมาะ"
"เชิญ! เอาไปเลย!" เถ้าแก่โบกมือไล่เหมือนไล่แมลงวัน "นั่นมันแค่เศษ 'เหล็กดำ' ที่ขุดได้จากเหมืองร้าง ไม่มีใครเอาไปทำอาวุธหรอก เพราะมันหลอมยากแถมเปราะ"
อาเจียรีบยัดก้อนโลหะลงถุงสมบัติ แล้วประสานมือคารวะอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบใช้วิชาตัวเบาเผ่นแน่บออกจากตลาดมืดราวกับกลัวเถ้าแก่เปลี่ยนใจ
...
เมื่อกลับมาถึงกระท่อมไม้ไผ่ชายป่าที่พักของตน อาเจียลงกลอนประตูหน้าต่างอย่างแน่นหนา แล้วรีบเทของในถุงสมบัติออกมา
[เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์...] มู่เฉินลอยออกมาจากพู่กัน ส่ายหน้าด้วยความระอาปนขบขัน [เถ้าแก่ร้านนั้นคงกระอักเลือดตายแน่ถ้ารู้ว่า 'ที่ทับผักดอง' นั่นคือ 'แร่ทมิฬดารา' ที่มีค่าพอกับโอสถสร้างรากฐาน!]
"ฮ่าๆๆ! นี่แหละวิถีพ่อค้า!" อาเจียหัวเราะร่า พลางลูบก้อนแร่สีดำอย่างหลงใหล "แล้วเจ้าก้อนนี่มันทำอะไรได้บ้าง?"
[มันคือแร่ที่มีคุณสมบัติ 'ดูดซับแสงและเสียง'] มู่เฉินอธิบาย [หากนำมาสร้างเป็นเกราะ มันจะทำให้ผู้สวมใส่กลมกลืนไปกับความมืด และที่สำคัญ... มันแข็งแกร่งกว่าเหล็กไหลทั่วไปถึงสิบเท่า]
"เยี่ยม! งั้นมาเริ่มการผ่าตัดศัลยกรรมให้เจ้าถุงเงินกันเถอะ!"
อาเจียหยิบซาก 'เจ้าถุงเงิน' (หุ่นเชิดแมงมุม) ออกมาวางบนโต๊ะ สภาพของมันดูน่าเวทนา ขาหัก ตัวถังยุบ ระบบกลไกภายในเสียหายหนัก
"แต่เดี๋ยวนะ..." อาเจียชะงัก "แร่นี้แข็งมากไม่ใช่หรือ? แล้วข้าจะเอามันมาซ่อมเจ้าถุงเงินได้ยังไง? ข้าไม่มีเตาหลอมอัคคีนะ"
[เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าถืออะไรอยู่?] มู่เฉินชี้ไปที่พู่กันนิรันดร์ [รูปแบบที่ 1 'กายาเหล็กไหล' ไม่ได้มีไว้แค่ทำอาวุธสังหาร... แต่มันคือสุดยอดเครื่องมือช่าง!]
อาเจียตาโต "จริงด้วย!"
เขาถ่ายเทลมปราณลงไปในพู่กัน จินตนาการถึงเครื่องมือช่างที่เขาคุ้นเคย
วูบ!
ขนพู่กันสีเงินบิดเกลียวและเปลี่ยนรูปทรง กลายเป็น "สว่านหัวเพชร" ขนาดจิ๋วที่หมุนติ้วด้วยความเร็วสูง อาเจียทดลองจ่อไปที่ก้อนแร่ทมิฬดารา
ครื๊ดดดด!
เสียงกัดเนื้อโลหะดังแสบแก้วหู แร่ที่ว่าแข็งแกร่งถูกเจาะเป็นรูอย่างง่ายดาย!
"สุดยอด..." อาเจียเลียริมฝีปาก "ถ้าอย่างนั้นก็... ลุย!"
ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของค่ำคืนนั้น แสงไฟในกระท่อมของอาเจียไม่เคยดับลง เสียงเคาะ ตอก และเจาะดังลอดออกมาเป็นระยะ
อาเจียเปลี่ยนพู่กันเป็น ค้อน, สิ่ว, คีม และตะไบ อย่างคล่องแคล่ว เขาเลาะเอาชิ้นส่วนที่เสียหายของเจ้าถุงเงินออก แล้วบรรจงแกะสลักแร่ทมิฬดาราให้กลายเป็นเกราะชิ้นใหม่
เขาไม่ได้แค่ซ่อม... แต่เขา "สร้างใหม่"
ด้วยคำแนะนำของมู่เฉิน อาเจียได้ปรับปรุงโครงสร้างภายใน ลดจำนวนเฟืองที่ซับซ้อนลงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการส่งถ่ายพลังงาน และที่สำคัญที่สุด... เขาฝังแก่นอสูรของพยัคฆ์ทมิฬ (ที่เหลือจากตอนดูดซับ) ลงไปเป็นแหล่งพลังงานสำรองให้มันด้วย
...
ยามรุ่งสาง แสงตะวันแรกเริ่มสาดส่องลอดช่องหน้าต่างเข้ามา อาเจียปาดเหงื่อที่หน้าผาก มองดูผลงานชิ้นเอกตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ
เบื้องหน้าของเขา คือแมงมุมกลไกตัวใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
มันไม่ได้ทำจากไม้สีน้ำตาลอีกต่อไป แต่ทั้งตัวทำจาก โลหะสีดำสนิท ที่ดูดกลืนแสงจนดูเหมือนเงา ขาทั้งแปดเรียวยาวและแหลมคมดุจใบมีด ดวงตาที่เคยเป็นหินสีแดง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยผลึกสีดำวาววับ
"เจ้าถุงเงิน..." อาเจียยิ้มกริ่ม "ไม่สิ... จากนี้ไป เจ้าชื่อ 'แมงมุมทมิฬ'"
อาเจียลองส่งกระแสจิตสั่งการ
กริ๊ก...
แมงมุมทมิฬขยับตัวอย่างรวดเร็วและ "เงียบเชียบ" ไร้เสียงเฟืองขบกันเหมือนแต่ก่อน มันกระโดดไต่ขึ้นไปบนเพดานและเกาะนิ่งสนิท หากไม่สังเกตดีๆ จะมองไม่เห็นตัวมันเลยเพราะสีที่กลมกลืนไปกับเงามืด
[ใช้ได้...] มู่เฉินชมเชย [ด้วยร่างใหม่นี้ มันสามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับรวบรวมลมปราณขั้น 8 ได้สบายๆ และหากเจ้าควบคุมดีๆ แม้แต่ขั้น 9 ก็อาจเจ็บหนัก]
"ฮ่าๆๆ! คุ้มค่าเหนื่อย!" อาเจียหัวเราะร่า เตรียมจะล้มตัวลงนอนพักเอาแรง
ทว่า...
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นราวกับจะพังเข้ามา อาเจียสะดุ้งเฮือก รีบสั่งให้แมงมุมทมิฬซ่อนตัว แล้วเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทางงัวเงีย
"ใครวะ... คนจะหลับจะนอน!"
เมื่อบานประตูเปิดออก อาเจียก็ต้องหุบปากฉับ
เบื้องหน้าของเขาคือศิษย์พี่ร่างใหญ่ในชุดเครื่องแบบ "หอคุมกฎ" ใบหน้าถมึงทึง ข้างเอวเหน็บกระบี่เล่มโต
"เจ้าคือศิษย์สายนอก อาเจีย ใช่หรือไม่?"
"ข... ขอรับ" อาเจียปรับสีหน้าเป็นเด็กซื่อบื้อทันที "ศิษย์พี่มีธุระอันใดกับข้าน้อยหรือ?"
ศิษย์พี่หอคุมกฎโยน "ป้ายคำสั่งสีทอง" ให้กับอาเจีย
"ท่านผู้อาวุโสเทียนหยวน มีคำสั่งด่วน! ให้เจ้าไปพบที่ ยอดเขาพู่กันหยก ภายในหนึ่งก้านธูป... หากช้า โทษคือโบย 50 ไม้!"
อาเจียรับป้ายมาถือไว้ มือสั่นเล็กน้อย... ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นของ "เงินก้อนโต" ที่กำลังลอยมาแตะจมูก!
"ยอดเขาพู่กันหยก..." อาเจียพึมพำในใจ "งานใหญ่มาแล้วสินะ!"