เช้าวันถัดมาคิมหันต์ตื่นั้แ่เช้ามืดเพราะเวลานัดหมายถูกปรับให้เร็วขึ้นหลังให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางกับกองปราบปรามเรียบร้อยเ้าหน้าที่ให้เขากลับไปรอข่าวอยู่ที่บ้าน เดิมทีเขาต้องเข้าร่วมภารกิจครั้งนี้ด้วยแต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
ครั้งนี้เป็การขนย้ายอาวุธครั้งใหญ่มีอาวุธและคนพร้อมโดยใช้การมาของท่านรัฐมนตรีบังหน้า เพื่อความปลอดภัยของพลเรือน เ้าหน้าที่จึงไม่ให้เขาร่วมภารกิจด้วยเื่นี้ทำเขาร้อนใจอยากให้ภารกิจลุล่วงด้วยดี ร่างสูงใหญ่เดินวนไปมาอยู่หน้าบ้านั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างด้วยสีหน้าเครียดขรึมอังวรีที่ตื่นเร็วกว่าทุกวันเห็นเข้าเดินเข้าไปทักทาย
“คุณเขมจะไปไหนแต่เช้าหรือคะ”
“เปล่าครับผมแค่นอนไม่หลับเลยลงมาเดินเล่นแล้วคุณละทำไมตื่นเช้าจัง”
“ฉันฝันร้ายค่ะ เลยไม่อยากนอนต่อแล้วคุณเขมมีเื่ไม่สบายใจอะไรรึเปล่า สีหน้าดูซีเรียสจัง”
“ไม่นิครับไหน ๆก็ตื่นแล้ว ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกับผมมั้ย”หากนั่งรออยู่เฉย ๆมีหวังเขาได้เป็ประสาทตายก่อนแน่สู้หากิจกรรมทำฆ่าเวลากับเธอดีกว่า
“ไปสิคะ”
รอยยิ้มหวานหยดอย่างพอใจเธอกำลังเบื่อและหาอะไรทำอยู่พอดีส่วนชายหนุ่มลอบยิ้มพอใจที่นอกจากเธอจะไม่ปฏิเสธคำชวนเขาแล้ว ยังตอบรับแบบทันควันอีกต่างหาก
แสงอาทิตย์สีเหลืองทองกลมโตค่อยๆโผล่พ้นสันเขาที่ทอดยาวผ่านพ้นม่านหมอกเมฆสีขาวหม่น เวลาเพียงไม่นานแสงสีทองก็แปรเปลี่ยนเป็สีขาวก่อนที่ความสว่างจะปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่
“สวยจังเลยค่ะ ฉันเริ่มอิจฉาคุณแล้วที่ได้เป็เ้าของที่ดินที่สวยงามขนาดนี้”
“ชอบขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“ใช่ค่ะชอบมากถ้าเลือกได้ฉันก็อยากตื่นมาแล้วอยู่กับธรรมชาติแบบนี้ทุกวันเลย”
“ถ้าไม่รังเกียจ มาเป็เ้าของร่วมกับผมก็ได้นะครับผมจะพาคุณดูพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกแถมนอนดูดาวเป็เพื่อนด้วย”เขาชวนน้ำเสียงจริงจัง
“คุณเขม พูดอะไรคะ”
“ก็ชวนคุณมาอยู่ที่นี่ด้วยกันไงครับ”
“จะบ้าเหรอคะฉันก็มีงานที่ต้องทำ คงมาอยู่กับคุณที่นี่ไม่ได้หรอกค่ะ”
“อย่ารีบปฏิเสธผมสิครับ”
“เราพึ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันเองคุณก็ชวนฉันมาอยู่ด้วยแล้ว”
“ไม่เคยได้ยินเหรอครับคนที่ใช่จะหนียังไงก็หนีไม่พ้น”
“ไม่เคยได้ยินค่ะ”
“วันนี้ได้รู้แล้ว ถ้าคุณตกลงผมจะเป็คนหาเลี้ยงคุณไปตลอดชีวิตเอง”สุ้มเสียงของเขาจริงจัง อังวรีช้อนตาขึ้นสบกับเขา จ้องลึกผ่านดวงตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอออกมาอย่างตั้งใจ
ดวงตาโตกลมมองดวงตากรุ้มกริ่ม มันแผ่กระจายความรู้สึกมากมายที่มีต่อหญิงสาวเธอััมันได้ทั้งรับรู้ถึงทุกประโยคที่เขาเอ่ยออกมา อังวรีระบายยิ้มกว้างยอมรับว่าคำพูดของเขามีผลต่อใจเธอไม่น้อย-แต่มันก็ยังเร็วเกินไปที่จะคิดเื่พวกนี้- เธอคิด
ปากหนาเม้มเข้าหากันเมื่อรู้สึกว่ากำลังทำเธออึดอัดเขารุกเธอหนักไปต้องให้เวลาเธออีกหน่อย
“ไม่ต้องกดดันขนาดนั้นก็ได้ครับผมรอคำตอบได้”เขาบอกก่อนส่งยิ้มหวานแก้เขินส่งให้ “คุณหิวหรือยัง”
“หิวมากค่ะ”
“ดีครับผมจะพาคุณไปกินของอร่อย”
“อะไรคะ”
“ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง”
“นี่คือ”
“กวยจั๊บญวนตอกไข่ เป็อาหารพื้นเมืองลองชิมดูซิครับ”
“อืม อร่อยมากค่ะ”
“ดีใจที่คุณชอบ”
กวยจั๊บญวนตอกไข่อาหารเช้าขึ้นชื่อของที่นี่ถูกอังวรีกินจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน จากนั้นทั้งสองจึงเดินทางกลับไร่ เป็จังหวะเดียวกับที่พริมพาและอินกรณ์มาถึงพอดี
“อิน” ทันทีที่เห็นน้องชายหญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดอย่างแสนคิดถึง่หนึ่งของการหนีเอาชีวิตรอดเธอคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้กลับมาเจอครอบครัวเสียแล้ว
“อิ้งค์ไม่เป็อะไรใช่มั้ย”
“อืม ไม่เป็อะไร”
“เป็ห่วงแทบแย่รู้มั้ยว่าพวกเราตามหาไปทั่ว”
“รู้แล้ว ขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงนะ”
“ช่างเถอะแค่ปลอดภัยก็ดีแล้ว” สองพี่น้องสวมกอดกันแน่นไม่ยอมปล่อย
ด้วยความที่น้องชายของเธอเป็คนตัวสูงเวลากอดหญิงสาวใบหน้าเธอจะแนบตรงอกกว้างพอดี หากใครไม่รู้ก็คงคิดว่าทั้งสองเป็คู่รักกัน พ่อเลี้ยงคิมหันต์ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันความหงุดหงิดเข้าครอบงำเขาทันที จากที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่กายเป็บูดบึ้ง
-นี่สินะ เหตุผลที่ปฏิเสธผมปากก็บอกว่าโสดผู้หญิงก็เหมือนกันหมด-เขาบ่นพึมพำ