แสงจันทร์สาดส่องลงบนผืนป่าอันเงียบสงัด เสียงใบไม้ไหวเบาๆ จากสายลมยามค่ำคืนทำให้บรรยากาศดูเย็นเยียบและวังเวง หลินอวี้เดินฝ่าความมืดไปตามเส้นทางที่เสี่ยวไป๋เคยชี้ไว้ก่อนถูกจับตัวไป เธอไม่รู้ว่าปลายทางคือที่ใด แต่หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ข้าจะไม่ยอมให้เ้าหายไปจากข้า” เธอพึมพำ
ในมือของหลินอวี้มีแผ่นยันต์โบราณที่เธอพบในตำราลับ มันเป็ยันต์ที่มีอักษรลึกลับคล้ายกับที่เธอเห็นในสุสานก่อนทะลุมิติมา เธอเชื่อว่ายันต์นี้อาจมีพลังบางอย่างที่สามารถปกป้องเธอจากอันตราย
…
หลังจากเดินทางผ่านป่าลึกหลายชั่วยาม หลินอวี้พบถ้ำแห่งหนึ่งที่มีแสงไฟสลัวๆ ลอดออกมาจากภายใน เธอซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้และสังเกตเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่แต่งกายคล้ายโจรยืนเฝ้าทางเข้า
“พวกมันอยู่ที่นี่จริงๆ…” เธอคิด
เธอใช้ท่าร่างจากตำราลับในการลอบเข้าไปด้านในอย่างเงียบเชียบ ภายในถ้ำมีห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาวุธและเสบียง และที่มุมหนึ่งของห้อง เธอเห็นเสี่ยวไป๋ถูกมัดไว้กับเสาไม้ ใบหน้าของเขาซีดเซียว แต่ดวงตายังคงเปล่งประกาย
“เสี่ยวไป๋!” หลินอวี้กระซิบ
เด็กชายเงยหน้าขึ้นทันที “คุณหนูหลิน…ข้ารู้ว่าท่านต้องมา”
หลินอวี้รีบเข้าไปแก้มัดให้เขา แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง
“เ้าคิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ งั้นหรือ?” ชายผู้สวมหน้ากากดำปรากฏตัวอีกครั้ง
หลินอวี้ยืนขวางหน้าเสี่ยวไป๋ “ข้าจะไม่ยอมให้เ้าพาเขาไปอีก!”
ชายหน้ากากหัวเราะ “เด็กคนนี้ไม่ใช่แค่เด็กธรรมดา เขาคือ ‘ผู้ถือพลังหยินหยาง’ ที่สามารถเปิดประตูมิติได้!”
คำพูดนั้นทำให้หลินอวี้ใ “เ้ารู้เื่สุสานลับ?”
“แน่นอน…ข้าคือผู้สืบทอดจากราชวงศ์ต้าเหยียนที่ถูกลืม และข้าจะใช้พลังของเด็กคนนี้เพื่อเปิดประตูสู่โลกใหม่!”
…
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด หลินอวี้ใช้ท่าร่างจากตำราลับผสานกับยันต์โบราณที่เธอถืออยู่ แสงสีทองสว่างวาบออกมาจากยันต์และปะทะกับพลังมืดของชายหน้ากาก
เสี่ยวไป๋เริ่มปลดปล่อยพลังในตัวเอง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็สีเงิน และลมรอบตัวเริ่มหมุนวนอย่างรุนแรง
“ข้าจำได้แล้ว…ข้าเคยอยู่ในสุสานนั้น ข้าเคยเป็ผู้เฝ้าประตูมิติ!” เขาร้อง
พลังของเขาทำให้ถ้ำเริ่มสั่นะเื หินจากเพดานเริ่มร่วงลงมา และชายหน้ากากถูกพลังหยินหยางผลักกระเด็นออกไป
“เราต้องออกไปจากที่นี่!” หลินอวี้ะโ
เธออุ้มเสี่ยวไป๋และวิ่งออกจากถ้ำก่อนที่มันจะถล่มลงมา
…
เมื่อกลับถึงค่ายชายแดน หลินอวี้รีบพาเสี่ยวไป๋ไปยังเรือนพักและดูแลเขาอย่างใกล้ชิด เด็กชายหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ใบหน้าของเขาดูสงบกว่าที่เคย
แม่ทัพหลี่มาหาเธอในเช้าวันต่อมา “ข้าได้ยินเื่ทั้งหมดแล้ว…เด็กคนนั้นคือผู้เฝ้าประตูมิติจริงหรือ?”
หลินอวี้พยักหน้า “ใช่…และข้าก็เชื่อว่าเขาคือกุญแจที่จะพาข้ากลับไปยังโลกเดิม”
แม่ทัพหลี่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “แต่ท่านเปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปมากแล้ว…บางทีโลกนี้อาจ้าท่านมากกว่าที่ท่าน้ากลับไป”
คำพูดนั้นทำให้หลินอวี้นิ่งไป เธอเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วโชคชะตาของเธอคือการอยู่ที่นี่ เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกที่ถูกลืมแห่งนี้
…
ในคืนนั้น เสี่ยวไป๋ตื่นขึ้นและกล่าวกับหลินอวี้ว่า “ข้าจำทุกอย่างได้แล้ว…ข้ารู้วิธีเปิดประตูมิติ และข้ารู้ว่าท่านมาจากที่ใด”
หลินอวี้มองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน “เ้าจะพาข้ากลับไปหรือ?”
เสี่ยวไป๋ยิ้ม “ข้าจะพาท่านไปยังสุสานลับอีกแห่ง…ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง”
หลินอวี้รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตราย แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญกับมัน
“ไปกันเถอะ…เราจะไขปริศนานี้ไปด้วยกัน”