ทุกคนในสหพันธ์ที่ได้ดูเหตุการณ์ครั้งนี้พวกเขาตกตะลึงกันอยู่พักใหญ่ เนื่องจากเผ่าพันธุ์กูลิกเป็นถึงเผ่าพันธุ์นักรบ หากจะพ่ายแพ้ก็ไม่ควรแพ้ไวขนาดนี้ อย่างน้อยต้องยื้อออกไปได้สักหนึ่งวันหรือสองวันเป็นอย่างต่ำ ทว่าพวกเขากลับถูกจัดการย่อยยับโดยใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น
ทุกคนรู้ดีว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มีพรสวรรค์ในการฝึกฝนมาก แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่ามนุษย์จะพัฒนาไปได้ไกลขนาดนี้ในเวลาอันสั้น
แม้แต่ผู้นำเผ่าพันธุ์กูลิกก็ต่อสู้สุดชีวิตและยื้อชีวิตได้เพียงแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนจะถูกยิงตาย
เผ่าพันธุ์กูลิกเป็นเผ่าพันธุ์แรกที่ถูกไล่ออกจากสงครามเสมือนเป็นความน่าอับอายอย่างมากสำหรับเผ่าพันธุ์นักรบ ทุกคนหันไปมองกลุ่มเผ่าพันธุ์กูลิกที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์
ผู้อาวุโสใบหน้าซีดด้วยความโกรธ เขาเฝ้ามองการต่อสู้ตั้งแต่เริ่มจนถึงจบ อย่างไรก็ตามมันเหมือนเป็นการฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว มันทำให้เขาโกรธจนอยากจะฆ่าพวกโง่ที่ปล่อยให้ศัตรูมาถึงฐานโดยไม่รู้ตัว
หลังจากนี้ผู้นำเผ่าพันธุ์จะต้องถูกเตะออกจากตำแหน่งและคนที่เหลือที่เข้าร่วมสงครามเสมือนจะถูกลงโทษอย่างหนัก โดยเฉพาะสามคนนั่นที่ปล่อยให้มนุษย์แอบตามไปจนถึงฐาน
ผู้อาวุโสและคนอื่นๆจากไปอย่างเงียบๆ เขาไม่มีหน้าจะอยู่ที่นี่อีกต่อไปและดาวทรัพยากรทั้งหลายพวกเขาก็ไม่มีโอกาสได้มันมาแม้แต่เสี้ยวเดียว
……
โจและคนอื่นๆค้นหาในฐานของพวกกูลิก มีเพียงเสบียงไม่กี่อย่างก่อนจะนำพวกมันกลับไปด้วย เมื่อกลับมาถึงฐานโจก็ได้เรียกทุกคนมารวมตัวกันและประกาศชัยชนะครั้งแรก
อย่างไรก็ตามพวกเขาสูญเสียกำลังพลไปสามคน ทำให้เหลือเพียง 97 คนรวมถึงโจด้วย โชคดีที่มันเป็นแค่สงครามเสมือนและไม่มีการตายจริงๆ เมื่อตายในโลกเสมือนจะถูกไล่ออกจากโลกเสมือนและไม่สามารถเข้ามาได้อีกทำได้เพียงคอยให้กำลังใจอยู่ข้างนอก
หลังจากการพ่ายแพ้ของพวกกูลิกก็ผ่านไปอีก 7 วันในโลกเสมือน ทุกอย่างดูเหมือนเป็นปกติในฐานของพวกโจ ทว่าที่แห่งอื่นนั้นดูไม่ค่อยปกติเท่าไร
ไกลออกไปเล็กน้อยทางตอนเหนือ ฐานทัพแห่งหนึ่งกำลังลุกเป็นไฟ การต่อสู้ได้ดำเนินมาจนถึงช่วงสุดท้าย ภายในฐานมีชายวัยกลางคนที่มีผิวดำและดวงตาสีม่วงยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า รอบตัวเขาเต็มไปด้วยคนจำนวนหนึ่งที่มีผิวสีแดงและมีเขาคู่บนหัวพร้อมกับดวงตาสีดำ
คนที่มีผิวสีดำเป็นเผ่าพันธุ์อ๊อบไซต์และกลุ่มคนที่มีผิวสีแดงและมีเขาคู่คือเผ่าพันธุ์เรเตรด ทั้งสองเผ่าพันธุ์เป็นพวกบ้าสงครามและชอบการต่อสู้
อย่างไรก็ตามเมื่อสามวันที่แล้วพวกเรเตรดได้บุกฐานอ๊อบไซต์ พวกเขาต่อสู้กันอย่างสูสีและไม่มีใครได้เปรียบใคร พวกเรเตรดได้นำกำลังคนทั้งหมดเข้าโจมตีทำให้ไม่เสียเปรียบเรื่องจำนวน
อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของผู้นำเผ่าพันธุ์เรเตรดดูเหมือนจะเหนือกว่าขั้นหนึ่งจึงทำให้เผ่าพันธุ์อ๊อบไซต์เริ่มเสียเปรียบอย่างรวดเร็ว
คนแล้วคนเล่าค่อยๆล้มลง ถึงแม้ว่าพวกอ๊อบไซต์จะสามารถสังหารอีกฝั่งได้แต่ก็ไม่ได้รวดเร็วเท่าพวกเรเตรดจึงทำให้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในครั้งนี้
อย่างไรก็ดีพวกเรเตรดก็เสียกำลังคนไปครึ่งหนึ่งและจะทำให้พวกเขามีโอกาสชนะน้อยลงในสงครามครั้งต่อไป
ผู้นำเผ่าพันธุ์เรเตรดตวัดอาวุธที่มีด้ามยาวและปลายโค้งเหมือนกับจันทร์เสี้ยวตัดหัวผู้นำอ๊อบไซต์จนขาดกระเด็น
เสียงประกาศก็ดังขึ้น
[เผ่าพันธุ์เรเตรดเอาชนะเผ่าพันธุ์อ๊อบไซต์ เผ่าพันธุ์เรเตรดได้รับ 1 คะแนน]
โจที่กำลังเอาเนื้อย่างเข้าปากก็ชะงักเล็กน้อยหลังจากได้ยินประกาศ เขาไม่ได้สนใจที่เผ่าพันธุ์เรเตรดเอาชนะแต่อย่างใด
โจทบทวนความทรงจำเล็กน้อย เขาจำได้ว่าคะแนนที่ได้จากการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามสามารถนำไปแลกของได้ โดยจะมีให้แลกหลังผ่านไป 2 เดือนตามเวลาโลก ตอนนี้เพิ่งผ่านมาแค่ครึ่งเดือนเท่านั้นยังเหลือเวลาอีกมากที่จะเก็บสะสมคะแนน
เมื่อถึงเวลาแลกคะแนนมันจะมีช่วงระยะเวลาไม่นานที่ให้แลกก่อนจะหมดเวลาแลกของ ในร้านค้าแลกของมีทั้งยานพาหนะคล้ายรถถังหรือไม่ก็เป็นยานพาหนะที่ไว้ใช้ขนส่งคน นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินจู่โจม เนื่องจากสงครามเสมือนครั้งนี้อยู่บนดาวเคราะห์มันจึงไม่มียานอวกาศให้แลก
อย่างไรก็ดี นี่เป็นข้อได้เปรียบของผู้ที่เอาชนะอีกฝ่ายได้ คะแนนเหล่านี้จะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้น เมื่อถึงเวลาให้แลกของหากเผ่าพันธุ์ไหนยังเอาชนะใครไม่ได้ก็จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที
ดังนั้นแล้วทุกเผ่าพันธุ์จะออกไปต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่นในไม่ช้าก็เร็ว และตอนนี้มันก็เริ่มขึ้นแล้ว
“เผ่าพันธุ์เรเตรดจะเหลือคนสักเท่าไรกันนะ?” โจลูบคางขณะคิด เขาหวังว่าเผ่าพันธุ์เรเตรดจะอยู่ใกล้ๆเพราะจะได้บุกไปเอาชนะเพื่อสะสมคะแนน
เช้าวันต่อมาโจสั่งให้แบ่งกลุ่มอีกครั้งและให้ไปดูลาดเลาระยะไกลถึง 30 กิโลเมตร ทุกคนตระเตรียมเสบียงและของใช้จำเป็นก่อนจะเริ่มออกเดินทางตามคำสั่งของชายหนุ่ม
เมื่อทุกคนจากไปทั้งฐานก็เหลือเพียงโจผู้เดียว
……
ทุกคนในสหพันธ์ได้เห็นเผ่าพันธุ์มนุษย์แยกย้ายกันออกไป นอกจากนี้พวกเขายังเห็นว่าพวกมนุษย์ได้นำเสบียงไปด้วยและพวกเขาก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าพวกมนุษย์เริ่มออกไปดูลาดเลาในระยะไกล
“หมอนั่นเคยทำอะไรบ้าง?” ใครบางคนพูดขึ้นมาเมื่อเห็นโจกำลังย่างเนื้อ เขารู้สึกไม่ชอบใจที่เห็นโจทำตัวแบบนี้ ในฐานะที่เป็นผู้นำก็ควรทำอะไรที่มันสมกับเป็นผู้นำบ้าง
“เท่าที่เห็นนอกจากออกคำสั่งแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกินและนอน”
“เป็นผู้นำประสาอะไรวะให้ลูกน้องออกไปทำงานแต่ตัวเองอยู่สุขสบาย”
“ถูกต้อง ตอนที่ไปโจมตีพวกกูลิกก็ทำเพียงยืนอยู่บนเขาและเอาแต่มองไม่คิดจะไปช่วยคนของตัวเองเลยสักนิด”
“เฮ้อ น่าเห็นใจที่มีผู้นำแบบนี้”
ทุกคนพากันส่ายหัวและวิจารณ์ชายหนุ่ม การกระทำของเขาทำให้หลายคนไม่พอใจ
อย่างไรก็ตามโจไม่ได้รับรู้เรื่องพวกนี้แม้แต่น้อย ถึงเขาจะรู้เขาก็ไม่สนใจ สิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นก็เพื่อช่วยให้มนุษย์พัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว เขาในฐานะผู้นำต้องมองภาพรวมทั้งหมด ตัวเขานั้นแข็งแกร่งและมันก็แข็งแกร่งมากเกินไป หากเขาลงมือเองคนอื่นๆคงไม่ต้องทำอะไร
โจอยากให้ทุกคนได้สะสมประสบการณ์ ให้ทุกคนมีความรู้ว่าเผ่าพันธุ์แต่ละเผ่าพันธุ์มีจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างไรเมื่ออยู่ในสนามรบ
เผ่าพันธุ์มนุษย์จะไม่มีวันแพ้หากไม่ถูกกำจัดทั้งหมด และหากเหลือเพียงเขาคนเดียวเขาก็จะทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อนำเอาชัยชนะมาให้กับมนุษย์
คนอื่นไม่รู้เรื่องความแข็งแกร่งของโจดังนั้นเขาจึงไม่ใส่ใจที่ใครจะว่ากล่าวเขา