ทุ่งหญ้าหญ้าเขียวเขียว
ทุ่งโล่งโล่งบนพื้นข้างบนเป็ท้องฟ้าสีฟ้าฟ้า
ยามนี้ไร้ซึ่งเมฆเมฆา
ฟ้าที่โปร่งโปร่งโล่งสีฟ้าๆ
ไร้ซึ่งเมฆใดๆแต่กลับร่มร่มเงา
ดวงอาทิตย์ตกดินแสงส้มสีส้ม
หนึ่งในภาพสวยสุดอันน่าเศร้าสุด
แล้วฟ้าก็เปลี่ยนสีเป็ตอนกลางคืนนี่คือตอนกลางคืน
ฟ้าจากฟ้ากลายเป็ดำ
พอฟ้าจากฟ้ากลายเป็ดำ
ก็เห็นดาวส่องแสงขาวเต็มผืนฟ้า
ไร้แสงรบกวนไร้ซึ่งฝุ่นควันไร้ซึ่งเมฆ
ดาวก็ชัดเจน
เมื่อฟ้าจากฟ้ากลายเป็ดำ
จุดขาวขาวบนฟ้าสีดำที่เรียกว่าดาวก็เต็มฟ้า
ดาวก็เต็มฟ้า
ดาวก็เต็มฟ้าบนฟ้าสีดำ
บนสีดำดำที่เรียกว่าฟ้า
ก็มีจุดสีขาวขาวที่เรียกว่าดาวเกลื่อนแผ่กระจายกระจัดเรียงติดกันแน่นบนฟ้าสีดำดำบนฟ้าในยามค่ำคืนนั้น
แล้วดาวพุ่งมันก็พุ่งลงมา
เป็จุดแสงเล็กๆบนฟ้าดำ
โผล่มาเป็เส้นพุ่งลงไปแล้วก็หายไป
หรือดาวตกที่เป็จุดแสงกลมกลม
พุ่งลงไปอย่างช้าช้าแล้วก็หายไป
ตอนนั้นฉันอยู่กับทุกคน
ตอนนั้นฉันสนุกกับทุกคน
ตอนนี้ฉันไม่มีใครอีก
ทุกคนยังคงอยู่
แต่ไร้ซึ่งฉันท่ามกลางทุกคน
แต่ตอนนี้ฉันเห็นเพียงภาพซ้อนทับระหว่างทุกคนที่ไร้ฉันในตอนนี้กับฉันกับทุกคนในอดีตเท่านั้น
ถ้าเป็ไปได้ฉันก็อยากให้เวลาหยุดอยู่แค่อดีต
ถ้าเป็ไปได้ฉันก็อยากให้เวลาหยุดเดิน
ถ้าเป็ไปได้ฉันก็อยากให้ทุกวันเป็วันเดียวกันเมื่อฉันหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามันก็ยังเป็วันเดียวกันกับวันนั้น
ถ้าเป็ไปได้ฉันก็อยากย้อนเวลากลับไป
สิ่งศักดิสิทธิ์ทั้งหลายท่านช่วยมีอยู่จริงได้ไหม
ถ้าหากกุมมือที่อกหลับตาขอพรจากดาวตกแล้วมันเป็จริง
ก็ให้เป็จริงได้เถิด
เวทมนตร์
เวทมนตร์ช่วยมีอยู่จริงได้ไหม
เมื่อฮิริวเห็นดาวตก ก็กุมมือกลางอกแล้วหลับตา พูดออกมาอย่างดังว่า"ขอให้ได้ย้อนเวลากลับไปในตอนที่ทุกอย่างเหมือนเดิม" แล้วฮิริวก็ลืมตาขึ้นน้ำตาก็ไหลออกมา ท่ามกลางเนินโล่ง หญ้าเตี้ย มีต้นไม้เพียงต้นเดียวเท่านั้นในที่แห่งนั้น ฮิริวยืนหลังพิงต้นไม้นั้นไว้ เงยหน้ามองฟ้าดำที่เต็มไปด้วยดาวทั่วทั้งท้องฟ้า แล้วฮิริวก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นแล้วหลับไป
มีอุกกาบาตลูกนึงตกลงมาในหุบเขาแห่งหนึ่ง พอถึงตอนเช้า ก็มีคนขับรถทรงเรียวลู่ลมสีแดงมาถึงในหุบเขานั้นแล้วพบอุกกาบาตลูกนั้น ชายคนหนึ่งลงมาจากรถ เอามือแตะอุกกาบาตลูกนั้น ก็มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นมาล้อมชายนั้นไว้ ครั้นชายนั้นเอามือออกจากอุกกาบาต กลุ่มผู้หญิงนั้นก็หายไป พอชายนั้นเอามือแตะอุกกาบาตอีก ผู้หญิงกลุ่มนั้นก็ปรากฏมาอีก พอเอามือออกก็หายไป เมื่อชายนั้นพูดว่า"ผู้หญิงโผล่ออกมา" กลุ่มผู้หญิงนั้นก็โผล่ออกมาและครั้งนี้ก็ไม่หายไป ชายนั้นก็พากลุ่มผู้หญิงนั้นขึ้นรถแล้วก็ขับรถกลับ แล้วชายนั้นก็ขับรถกลับมาที่หุบเขาที่มีอุกกาบาตนั้นอีก แล้วทั้งชายนั้นกับญาติกับเพื่อนก็ลงมาจากรถ เมื่อชายนั้นพูดว่า"เงินห้าล้าน" ธนบัตรหนึ่งพันบาทรวมกันได้ห้าล้านก็ปรากฏขึ้น บรรดาญาติกับเพื่อนของชายนั้นก็พูดสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ครั้นได้แล้วทุกคนก็ขึ้นรถแล้วขับรถกลับไป
ฮิริวนั่งมองดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบฟ้า แสงแรกของวันใหม่กระจายไปทั่วทุ่งหญ้า แม้ว่าดวงตาจะเต็มไปด้วยน้ำตา แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความหวังเล็กๆ หลังจากนั้นฮิริวก็ลุกขึ้นยืน เดินไปตามทางเนินเขาเพื่อหาที่ที่จะได้พักพิงในยามกลางวัน
ที่อีกฟากหนึ่งของหุบเขา ชายนั้นที่ได้พาผู้หญิงกลุ่มนั้นกลับมา ได้เริ่มสังเกตเห็นว่าแต่ละคนมีความสามารถพิเศษต่างกันไป บางคนสามารถสร้างสิ่งของจากอากาศ บางคนสามารถควบคุมธรรมชาติได้ ชายนั้นเริ่มคิดหาทางที่จะใช้พลังเหล่านี้ในการทำประโยชน์ให้กับตนเอง
วันหนึ่งเมื่อชายนั้นขับรถกลับไปที่หุบเขาเดิม ก็พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เขาตัดสินใจที่จะสำรวจอุกกาบาตอีกครั้ง คราวนี้เมื่อเขาเอามือแตะอุกกาบาต มันไม่ได้เพียงแค่ทำให้ผู้หญิงกลุ่มนั้นปรากฏขึ้นมา แต่ยังเปิดเผยช่องทางสู่โลกอีกใบหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็โลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และสิ่งมีชีวิตประหลาด
ในขณะเดียวกัน ฮิริวก็ได้พบกับชายชราในป่า ชายชราเล่าถึงตำนานของอุกกาบาตและความสามารถในการสร้างสิ่งที่้า "แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า" ชายชรากล่าว "คือการใช้พลังเ่าั้เพื่อความดี ไม่ใช่เพื่อตัวเอง"
ฮิริวตัดสินใจเดินทางกลับไปที่หุบเขาอีกครั้ง และเมื่อมาถึง เขาก็พบว่าชายนั้นกำลังจะใช้พลังเวทมนตร์เพื่อทำลายสิ่งกีดขวางในโลกของเขา ฮิริวใช้ความรู้จากชายชราและพลังความหวังในใจ พยายามหยุดยั้งชายนั้น
"อย่าใช้พลังเพื่อทำลาย!" ฮิริวะโ "จงใช้มันเพื่อสร้างสรรค์และทำความดี"
ชายนั้นหยุดและมองฮิริวอย่างสงสัย ในขณะที่ผู้หญิงกลุ่มนั้นก็มองเห็นความตั้งใจที่ดีของฮิริว พวกเธอจึงใช้พลังของตนเองในการช่วยฮิริวป้องกันโลกจากการทำลาย
สุดท้ายแล้ว ชายนั้นก็เรียนรู้ที่จะใช้พลังเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และฮิริวก็ได้พบความสงบสุขในใจ แม้ว่าจะไม่ได้ย้อนเวลากลับไปยังอดีต แต่ฮิริวก็ได้พบว่าการใช้ชีวิตในปัจจุบันและทำความดีนั้นเป็สิ่งที่สำคัญกว่า