ตอนที่ 9 รอดแล้ว
ราดิชย่อมจำสกิลและสเตตัสของตัวเองตอนงานพิธีได้แม้การใช้สกิลประเมินใส่ตัวเองก็ไม่เห็นผลทั้งหมดอยู่ดีที่สามารถเรียนสกิลได้เพราะประเมินใส่สกิลพ๊อยท์โดยตรงคงมีแต่เพิ่มเลเวลสกิลประเมินโดยเร็วที่สุด
เผ่า มนุษย์ LV 2 ชื่อ ราดิช เวน เคเดม
ค่าสเตตัส
HP 545/556 (สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 235/346 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 235/246 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 235/246 (สีแดง) (รายละเอียด)
“มีมานาเยอะขึ้นมาหนึ่งร้อยที่เป็ผลจากอหังการส่วนค่าอื่นก็พอไหวเพราะมีผลของสกิลผู้กล้าและจอมมารที่บวกอย่างละร้อยต่อเลเวลทั้งสองสกิลเลย”
ราดิชส่ายหน้าเล็กน้อยขณะเคลื่อนตัวไปอย่างเงียบเชียบตอนที่เขาฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกได้ว่ามีพลังเต็มเปี่ยมเขาอาจจะโชคดีก็ได้ที่เกิดใหม่แล้วไม่เหลือพลังชีวิตแค่หนึ่งไม่อย่างนั้นคงได้ทดลองผลของสกิลขันติเป็แน่
เขาไม่ได้เดินเป็เส้นตรงไปแต่กลับเคลื่อนไหวแอบไปตามก้อนหินและเหลี่ยมมุมที่ยื่นออกมาเขามองเห็นได้ไม่ชัดนัก ตอนนี้ประสาทััทุกส่วนถูกใช้งานอย่างเต็มที่ ท่ามกลางความมืดมิดเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างและประเมินมันทันที
เผ่า ไดดาลอสบาซิลิกซ์ LV 4 ชื่อ ไม่มี
ค่าสเตตัส
HP 312/350 (สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 105/105 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 150/150 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 156/217 (สีแดง) (รายละเอียด)
รูปร่างของมันเป็กิ้งก่าตัวหนึ่งตัวยาวประมาณสองเมตร สีผิวของมันมีสีเหลืองซีดและมีจุดดำกระจายเต็มไปหมดดวงตาสีส้มแวววาวของมันกำลังมองหาเหยื่อ
“แม่มเอ้ย!! ไม่คิดว่าจะเป็ที่นี่”
ราดิชอดสบถออกมาไม่ได้เมื่อได้เห็นชื่อของเ้ากิ้งก่าเพราะมันได้บ่งบอกว่าที่นี่คือที่ไหน แต่เขาก็ไม่มีเวลาให้คิดมากเพราะเหมือนเ้ากิ้งก่าจะเห็นเขาแล้ว มันวิ่งตรงมาหาเขาทันที
สกิลเสริมพลังทุกอย่างถูกเปิดใช้งานราดิชก็พุ่งเข้าใส่มันเหมือนกัน ดวงตาของมันจ้องมาที่ราดิชแต่เขาก็ฉากหลบสายตาของมัน ขณะเดียวกันก็ร่ายเวทและยิงหอกน้ำออกไป
หอกน้ำพุ่งเข้าปะทะร่างกิ้งก่าอย่างจังจนมันผงะแต่ดูท่ามันจะมีความทนทานเวทไม่น้อย เพราะพลังชีวิตของมันลดลงไปไม่ถึงครึ่งทั้งที่เขาเองก็มีพลังเวทมนตร์สูง ถ้าเป็คนทั่วไปคงถูกเ้านี่จัดการไปแล้ว
ราดิชเข้าถึงตัวมันและฟันใส่ลำคอหมายตัดหัวมันในครั้งเดียวแต่เ้ากิ้งก่าก็หลบได้ ดวงตาของมันจ้องมาที่เขาและคราวนี้เขาหลบไม่ทันทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าร่างกายเริ่มหนัก ส่วนขาเริ่มกลายเป็หินขึ้นมาทีละน้อย
“บ้าชิบ!!”
เขาไม่รอช้าด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้เขาพลิกตัวตามแรงเหวี่ยงของร่างกาย เขายกขาซ้ายเหวี่ยงฟาดกลับหลังใส่เ้ากิ้งก่าที่หยุดอยู่กับที่เพราะการใช้สกิลของมันส้นเท้าซ้ายเขาฟาดลงปะทะตัวมันเต็มแรง
อ๊อก!!
มันร้องเสียงหลงเมื่อโดนโจมตีอย่างไม่คาดคิดการใช้สกิลของมันถูกยกเลิกทันที ราดิชใช้จังหวะนี้พลิกตัวกลับอีกครั้งดาบในมือฟาดลงโดยอาศัยแรงเหวี่ยงและคราวนี้ก็โจมตีไม่พลาดมันสามารถผ่าร่างเ้ากิ้งก่าเคราะห์ร้ายตัวนี้ได้ทันที
ราดิชไม่ได้ดีใจที่จัดการมันได้เขารีบใช้เวทรักษากับขาที่เริ่มกลายเป็หินทันที และต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะทำให้ผลจากสกิลของมันหายไปได้แค่ศัตรูตัวแรกก็ทำให้เขาหืดจับได้แล้ว
จากความทรงจำของเขาเ้ากิ้งก่าตัวแบบนี้เป็พวกที่แทบจะกระจอกสุดในสถานที่แห่งนี้เลยก็ว่าได้ตอนนี้เขารู้แล้ว่าตัวเองถูกส่งมาที่ไหน มันคือมหาวงกตไดดาลอสเป็เขาวงกตที่ใหญ่ที่สุดและอันตรายที่สุดในโลก
มันเป็เขาวงตใต้ทะเลที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปเอติออสและทวีปอาเซียสโดยเขาวงกตนี้สามารถเข้าได้จากทั้งสองทวีป ที่นี่มีทั้งหมดสามชั้นด้วยกันปกติคนทั่วไปจะอยู่แค่ชั้นแรกเท่านั้น เพราะชั้นที่ลึกลงไปมันอันตรายมาก
และตอนนี้ถ้าเขาเดาไม่ผิดเขาอาจจะอยู่ที่ชั้นหนึ่งเพราะไดดาลอสบาซิลิกซ์ที่เลเวลไม่เกินสิบสามารถพบได้จากชั้นหนึ่ง เพราะถ้าเป็ชั้นสามน่าจะเจอร่างพัฒนาของมันมากกว่าตัวกระจอกแบบนี้
เ้ากิ้งก่าพวกนี้จากความทรงจำนั้นพวกมันมีสกิลโจมตีกลายเป็หิน ที่ใช้ดวงตาจ้องมองสิ่งอื่นและทำให้กลายเป็หินได้แต่ขณะใช้สกิลมันจะหยุดนิ่งเคลื่อนไหวไม่ได้ปกติการโจมตีนี้ทำอะไรตัวแข็งแกร่งไม่ได้แต่ถ้าเป็ตัวที่อยู่ระดับเดียวกับมันสามารถจัดการได้สบาย ถ้าจะสู้กับมันด้วยคนที่เลเวลยี่สิบต้องใช้ถึงสามคนเป็อย่างน้อยถึงจะจัดการมันได้
ตัวเขาเคยลงมาที่นี่เมื่อชาติก่อนอยู่บ้างแต่ก็มาแค่ชั้นแรกเท่านั้น และก็มีคนนำทางพาเข้ามา ดังนั้นเขาจึงไม่อาจรู้ได้เลยว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของเขาวงกตคงมีแต่ต้องหานักผจญภัยคนอื่นให้เจอและไปกับพวกเขาเท่านั้น
ราดิชเก็บซากของมันไปและออกเดินต่อในที่ที่มืดมิดแบบนี้ทำให้ััรับรู้เื่เวลาผิดเพี้ยนได้ง่ายมาก เดินไปได้สักพักสกิลก็เริ่มเพิ่มระดับขึ้นมาทำให้มองเห็นได้ชัดและไกลขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิลมองเห็นในที่มืด LV 3เพิ่มเป็ LV 4
แต่เมื่อเดินต่อไปอีกหน่อยเขาก็หยุดพักและเริ่มกินอาหาร แม้ค่า SP สีแดงจะลดลงไปไม่มากก็ตามเนื้องูถูกนำออกมาตัดแบ่งเป็ชิ้น เขาจ้องมองพลางกลืนน้ำลายแม้ไม่ยากกินดิบแต่คงต้องฝืนแล้ว เพราะถ้าจุดไฟในที่มืดมิดแบบนี้จะเป็การเรียกฝูงสัตว์อสูรออกมาแน่นอน
“เอาวะ!!”
ราดิชฝืนกัดเนื้องูดิบเต็มคำกลิ่นคาวของมันทำเอาเขาแทบอ้วก ส่วนรสชาติของมันแม้จะไม่อร่อยแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายที่สุดแม้จะขมไปหน่อย แถมกินเข้าไปแล้วยังรู้สึกได้ว่ามันมีพิษด้วยเขาทำใจฝืนกินงูตัวนี้จนหมด แม้จะต้องใช้เวลาพักหนึ่งก็ตาม
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล กินจุ LV 2 เพิ่มเป็ LV 3
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านสถานะผิดปกติ LV 5 เพิ่มเป็ LV 6
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลมองเห็นในที่มืด LV 4 เพิ่มเป็ LV 5
“ดูเหมือนการกินเนื้อสัตว์อสูรก็ไม่ได้แย่เท่าไร”
ราดิชเอาเนื้องูที่เก็บไว้ออกมากินต่อแม้ตอนนี้พลังกายจะเต็มแล้ว แต่มันก็สามารถสะสมพลังงานส่วนเกินไว้ได้จากผลของสกิลกินจุ แต่หลังจากฝืนกินเนื้องูเข้าไปจนหมด แต่ก็ไม่มีสกิลไหนเพิ่มขึ้นอีก
“คงต้องกินเนื้อตัวอื่นต่ออืม..เ้ากิ้งก่านี่เก็บไว้ก่อนแล้วกัน”
เขาไม่คิดจะกินเ้ากิ้งก่าในตอนนี้และเมื่อสกิลมองเห็นในที่มืดเพิ่มขึ้น ก็ทำให้เขามองเห็นได้ดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยราดิชนั่งพักอีกเล็กน้อยและเริ่มออกสำรวจต่ออย่างระมัดระวังประสาทััของเขาถูกใช้งานอย่างเต็มที่
เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ก็ไม่วายเจอเข้ากับสัตว์อสูรตัวหนึ่งอย่างกะทันหัน รูปร่างของมันคือกบตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อยแต่ต่างตรงที่ิัของมันกลับมีสีเขียวเหลื่อมดวงตากลมโตสีเหลืองของมันมีแววใ
เผ่า ไดดาลอสฟร๊อกซ์ LV 3 ชื่อ ไม่มี
ค่าสเตตัส
HP 88/90 (สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 45/45 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 70/70 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 55/70 (สีแดง) (รายละเอียด)
สกิลประเมินแสดงค่าสเตตัสของมันให้เห็นและเ้ากบก็เป็ฝ่ายโจมตีก่อน มันพ่นของเหลวสีเหลืองใส่ราดิชทันทีแม้เขาจะมีค่าความเร็วที่สูงแต่ด้วยระยะกระชั้นชิดทำให้หลบไม่พ้นของเหลวสีเหลืองพุ่งเข้าปะทะร่างเขาพร้อมเสียงชี่ที่ดังขึ้นความปวดแสบปวดร้อนที่ได้รับทำให้ราดิชตอบโต้ทันที
ดาบในมือฟันลงผ่าแยกร่างเ้ากบนั้นตายทันทีมันไม่มีโอกาสได้หลบหรือร้องแม้แต่น้อย ราดิชลงมือด้วยความอำมหิตไม่ยั้งแรงเลยทำให้นอกจากร่างของกบผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกผ่าจนแทบจะแหลกพื้นตรงนั้นก็พลอยมีรอยดาบปรากฏขึ้นมาด้วย
“สงสัยเ้านี่จะอ่อนแอเกินไปเลยััไม่ได้ถึงอันตรายจากมัน”
ราดิชนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อมองเห็นท่อนแขนของเขาที่เกิดรอยไหม้ขึ้นแน่นอนว่าเสื้อส่วนนั้นก็ขาดเป็รูโหว่ไปด้วยพลังป้องกันของเกราะไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะเ้ากบมันพ่นของเหลวมาโดนส่วนที่ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันเขาใช้เวทรักษาเพื่อจัดการาแนี้
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านกรด LV 1 เพิ่มเป็ LV 2
“ได้ค่าต้านทานกรดมาก็ดีอยู่หรอกแต่แสบชะมัดเลย”
ราดิชบ่นอุบขณะรักษาแผลนี้แม้พลังชีวิตของเขาจะลดลงไม่มาก แต่มันเทียบไม่ได้กับความแสบที่ได้รับเลยเ้ากบพวกนี้นับเป็สัตว์อสูรสุดกระจอกของเขาวงกตไดดาลอสนี้ แต่มันก็เป็สัตว์อสูรที่มีการโจมตีด้วยกรดและพิษที่รุนแรงพอสมควรดังนั้นตัวที่กินมันได้ก็มักจะมีสกิลต้านพิษและกรดระดับสูงอยู่
ด้วยความโมโหราดิชเขมือบเ้ากบตัวนี้ััแรกคือความนุ่มของเนื้อกบที่คล้ายเนื้อไก่ััต่อมาคือความแสบร้อนไปทั้งปาก ราวกับปากจะไหม้เสียงอย่างนั้นราดิชฝืนกินมันเข้าไปจนหมด พลังชีวิตของเขาลดลงไปเล็กน้อยด้วย
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านกรด LV 2 เพิ่มเป็ LV 3
ถึงจะแสบปากแต่สกิลก็เพิ่มขึ้นมาเสียอย่างนั้นอย่างน้อยความเ็ปนี้ก็ไม่สูญเปล่า ราดิชออกสำรวจต่อด้วยความระมัดระวังที่มากขึ้นตอนนี้ทางเดินมันโค้งไปทางซ้ายและมีทางแยกออกสองทาง เขาตัดสินใจเข้าไปยังช่องทางขวาที่มีขนาดใหญ่โดยไม่ต้องคิดมากเพราะการมีพื้นที่ให้ขยับตัวนั้นย่อมดีกว่าที่แคบอยู่แล้ว
ราดิชเคลื่อนไหวโดยอาศัยผนังข้างหนึ่งของถ้ำเป็หลักขณะที่เขาเดินหน้าไปได้สักพัก ก็พลันได้ยินเสียงบางอย่างใกล้เข้าเขาััได้ถึงบางอย่างที่มีจำนวนมากกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่สูงมากทีเดียว
งี๊ด!!!!
เสียงที่ได้ยินทำเอาราดิชอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อทางที่เขากำลังจะไปมีฝูงหนูจำนวนมากกำลังวิ่งมาและผลจากสกิลประเมินก็ปรากฏขึ้น หลังประเมินไปยังหนูตัวหนึ่ง
เผ่า ไดดาลอสเกรม LV 3 ชื่อ ไม่มี
ค่าสเตตัส
HP 42/45(สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 35/35 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 1/50 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 5/50 (สีแดง) (รายละเอียด)
พวกมันมีลักษณะเหมือนหนูบ้านทั่วไปต่างกันตรงที่ขนาดตัวของมันใหญ่เกือบเท่าแมวบ้านเสียอย่างนั้นพวกมันมีขนสีเทาเกือบดำ ดวงตาสีดำของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่เมื่อมันมองเห็นราดิช แววตาของมันพลันเปลี่ยนเป็หิวกระหายทันที
“เวรละ!!!”
‘เ้าพวกนี้กำลังหนีอะไรบางอย่างมาและก็หิวมากซะด้วย’
เร็วเท่าความคิดนั้น ราดิชก็ร่ายเวทแสงขึ้นมาวงเวทนับสิบปรากฏขึ้น นี่คือความชำนาญในการใช้เวทแสงของเขาขณะเดียวกันเ้าหนูพวกนั้นก็เปลี่ยนเป้าและตรงมาหาราดิชเช่นกัน
เขาไม่ได้เลือกเรียนเวทมนตร์หลายบทแต่เลือกเรียนเฉพาะที่มันต้องใช้งานจริง และต้องเป็เวทที่เข้ากันได้กับตัวเขานั่นคือ เวทแสงและเวทน้ำ กับเวทไฟที่มีประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะเวทแสงนั้นเป็เงื่อนไขจำเป็ของฉายาผู้กล้าส่วนเวทอันธการนั้นได้มาจากฉายาจอมมาร
เพราะการเรียนเวทมนตร์หลายสายพร้อมกันนั้นทำให้เชี่ยวชาญได้ยากเกินไปจึงเน้นฝึกฝนไปที่เวทแสงและเวทน้ำที่เข้ากันได้ดีกับตัวเขามากกว่าเพราะการฝึกฝนเวทมนตร์ก็เป็หนึ่งในเงื่อนไขเพื่อให้ได้สกิลสุดแข็งแกร่งที่ว่ากันว่ามีเพียงผู้กล้ารุ่นที่เก้าเท่านั้นที่มันได้
เลเวลของสกิลเวทถ้าสูงขึ้นก็จะทำให้เราสามารถควบคุมและเพิ่มพลังเวทใส่เวทที่ร่ายได้รวมถึงบังคับหรือพลิกแพลงได้ง่ายขึ้น และยังยิงออกไปได้ปริมาณมากและต่อเนื่องขึ้นด้วยอย่างเช่นเวทน้ำเลเวลห้าสามารถยิงบอลน้ำออกไปห้าลูกซ้อนในคราวเดียวได้
หนูกลุ่มแรกกว่าสิบตัวพุ่งเข้าใส่เขาขณะที่ะุแสงนับสิบถูกยิงสวนออกไปถี่ยิบ ราดิชเคลื่อนที่ไปขณะยิงะุแสงอย่างต่อเนื่องเขาจำเป็ต้องชะลอความเร็วของพวกมันเสียก่อน แต่ดูเหมือนพลังเวทของเขาจะมากพอที่จะสังหารพวกหนูเหล่านี้ได้
ฝูงหนูที่กรูกันเข้ามาโดนะุแสงทะลวงร่างจนไหม้ร่างของมันร่วงหล่นเกลื่อนพื้น แม้จะมีบางตัวที่โดนแค่เฉียดก็าเ็สาหัสบางตัวที่หลบได้ก็ไม่ได้เกรงกลัวและเข้าหาราดิชต่อด้วยแววตากระหายเืกว่าเดิม
“เ้าพวกนี้!!”
ดาบในมือฟันผ่าร่างหนูตัวหนึ่งที่เล็ดลอดมาได้ตอนนี้วงเวทที่เขาร่ายไว้กำลังยิงะุแสงอย่างต่อเนื่อง แม้จะความรุนแรงไม่มากแต่มีข้อดีคือร่ายไวและใช้มานาน้อยมากเมื่อเทียบกับเวทระดับอื่น และมันยังมีความเร็วสูงยากแก่การหลบด้วย
ราดิชะโเคลื่อนที่หลบการโจมตีของหนูพวกนี้ที่เล็ดลอดมาได้อย่างว่องไวทุกครั้งที่ฟาดฟันดาบจะมีหนูเคราะห์ร้ายถูกฟันตัวขาดเสมอเขาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจนค่า SP สีเหลืองลดลงอย่างรวดเร็วรวมถึง MP ที่ลดลงสม่ำเสมอจากการยิงะุแสง
ทว่าจำนวนของพวกหนูที่บุกเข้ามานั้นกลับไม่น้อยลงเลยดูเหมือนพวกมันจะมีจำนวนมากกว่าร้อยตัวหรืออาจมากกว่านั้นด้วยแม้พลังโจมตีของเขาจะสามารถสังหารพวกมันได้ในการโจมตีเดียวแต่ก็มีหนูหลายตัวที่พุ่งเข้ามากัดเขาได้
ถึงมันจะสร้างดาเมจได้แค่หนึ่งเพราะเขามีพลังป้องสูงกว่าพลังโจมตีของเ้าหนู ทำให้ตอนแรกพลังชีวิตแทบไม่ลดลงเลยแต่เมื่อมีหนูเพิ่มเข้ามามากขึ้น พลังชีวิตของเขาก็เริ่มลดลงแม้เขาจะมีพร์ในการควบคุมเวทมนตร์แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นใช้เวทมนตร์บทอื่นพร้อมกันได้เขาไม่สามารถใช้เวทรักษาไปพร้อมกับโจมตีได้
“อย่าบอกนะว่าจะโดนหนูรุมกัดตายแม่มเอ้ย!!!”
ราดิชสบถอย่างหัวเสียดาบในมือขยับฟาดฟัน ร่างกายขยับหลบการโจมตีพร้อมกับควบคุมการร่ายเวทไปด้วยอย่างไม่ยอมแพ้ถ้าเป็คนทั่วไปเจอเหตุการณ์แบบนี้คงจะเผ่นหนีแล้ว แต่สำหรับเขาผู้หยิ่งทะนงแล้ว ย่อมจะไม่หนีจากการต่อสู้อย่างแน่นอนเพราะเขาคือเ้าผู้ครองอหังการ ผู้ใช้ชีวิตอย่างหยิ่งทะนงไม่กลัวต่อสิ่งใด
ร่ายกายเคลื่อนไหวต่อสู้อย่างต่อเนื่องใน่ขณะหนึ่งเขาได้ลืมเลือนทุกเื่และจดจ่อเพียงการต่อสู้ตรงหน้าเท่านั้นเขาลืมเลือนแม้กระทั่งเวลาแม้จะเปิดประสาทััทั้งหมดก็รับรู้แต่การต่อสู้ตรงหน้าเท่านั้น
เขารู้สึกว่าเวลามันช่างเชื่องช้าเหลือเกินแม้ความจริงสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็เวลาไม่กี่นาทีก็ตาม กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้งรอบตัวเขาก็เต็มไปด้วยซากศพหนูเกลื่อนกลาด ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยาแชุ่มเืเขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนจะหงายหลังล้มลงไปทั้งอย่างนั้น
“รอดแล้ว.....”