ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 39 ศาสตร์เทพบงการอสูร

            เวลาผ่านไปตอนนี้ทั้งสามคนกำลังยืนอยู่ต่อหน้ากรงขังที่อยู่อีกด้านนึงของตำหนักเจ้าเมือง


            ภายในนั่นมีแร้งมัจจุราชที่มีลำตัวใหญกว่าห้าเมตรกำลังดิ้นไปมาอยู่ภายในกรงขั่งนั่น แต่ถึงจะเป็นแบบนั่นต่อให้มันจะดิ้นยังไงก็ไม่มีทางที่จะหลุดออกมาได้อย่างแน่นอน กรงขังสัตวอสูรส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นด้วยโลหะล้ำค่าเพื่อให้มันทนทานต่อการขัดขืนตามแต่ระดับขั้นพลังของมัน จะให้ใช้พลังกำลังที่มากมายเพียงใดมันก็ไม่สามารถพังทลายออกมาได้อย่างแน่นอน


            "ฮ่าฮ่าฮ่า หวูหนาน ไอ้เจ้านี้มันก็ยังเป็นเช่นเดิม ตั้งแต่ที่เจ้าได้มันมาก็คราก่อนหลายปีโน่นเลยเนอะ ว่าแต่ทำไมเจ้าไม่ว่าจ้างสำนักหมื่นอสูรมาละ..?"


            หลินหยวนเมื่อเห็นถึงความดุร้ายของพญาแร้งเบื้องหน้าก็หัวเราะออกมาคึกคัก ต้องบอกเลยว่าไอ้เจ้านี้นั่นพยศมากยิ่งกว่าเสี่ยวหลินของเขาซะอีก ก็ดูมันสิเพียงแค่พวกเขามายืนหน้ากรงขังมันก็พยายามจะเอาหัวของมันพังกรงขังออกมาและขย้ำพวกเขาแล้ว


            ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่เคียงข้างก็ชำเลืองมองอยู่นิดๆพลางถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางที่ไม่สู้ดี


            "เรียกมาแล้วแต่พวกเขาขอค่าจ้างที่สูงเกินไป หนึ่งหมื่นหินลมปราณยุทธระดับต่ำ ในตอนนั่นข้าถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยต้องปฏิเสธไป"


            "เมื่อเห็นว่าข้าไม่ว่าจ้าง พวกมันก็ทำท่าทางไม่พอใจและมันบอกกับข้าอีกว่าในเมื่อไม่สามารถฝึกฝนสัตว์อสูรแร้งตัวนี้ได้ก็ขายมันให้กับพวกข้าเถอะ ไม่มีใครสามารถฝึกฝนสัตว์ตัวนี้ให้เชื่องได้ยกเว้นแต่พวกมัน มันบอกมาเช่นนี้แต่ข้าก็ค้านหัวชนฝาจนพวกมันยอมถอยกลับไป สถานการณ์ในเวลานั่นบอกได้เลยว่าจะต่อสู้กันอยู่แล้ว..!!"


            เมื่อทั้งสองคนได้ยินถึงประโยคเล่าก็ถึงกับตกตะลึง พวกเขาฟังไม่ผิดใช่ไหม ต้องบอกก่อนว่าเรทราคาในการฝึกฝนสัตว์อสูรระดับสี่นั่นเต็มที่ก็ไม่เกินหนึ่งร้อยหินลมปราณเท่านั้น โดยปกติแล้วด้วยราคาระดับนั่นพวกเขาสามารถจ้างให้ฝึกฝนสัตว์อสูรระดับห้าหรือระดับหกได้เลยด้วยซ้ำและยังท่าทางการกระทำของพวกมันอีก


            "ข้าคิดถูกแล้วสิน่ะที่ไม่เรียกพวกมันมา ไอ้พวกสำนักวางท่า..!!"


            หลินหยวนเมื่อนึกไปถึงตอนเขียนสารก็กัดฟันแน่น อารมณ์ในตอนนั่นของเขาบอกได้เพียงว่าอยากจะให้เสี่ยวหลินนั่นเชื่อฟังในตัวของเขาจึงรีบที่จะหาผู้ทรงพลังมาฝึกมันแต่ก็ไม่คิดว่าท่าทีของสำนักนั่นจะเป็นเช่นนี้ คิดถูกแล้วจริงๆที่เจอกับท่านปรมาจารย์ก่อน ถ้ามิเช่นนั้นเขาคงจะได้พบเจอเรื่องราวเดียวกันกับหวูหนานแน่ๆ


            ส่วนชายหนุ่มก็ส่งเสียงหึออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจเช่นเดียวกัน เจ้าพวกนั่นทำให้ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรเสื่อมเสียชื่อเสียงยิ่งนัก ไม่ต้องบอกเขาก็รู้ดีว่าสำนักนี้มันเป็นยังไง เขาเคยอ่านบันทึกทั้งหมดที่ท่านอาจารย์เก็บรวบรวมเอาไว้แล้ว


            ทำไมเขาจะไม่รู้ถึงกิตติศักดิ์และวีรกรรมของสำนักนั้น ต่อให้จะเป็นหนึ่งในสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปชิงหลงแห่งนี้แต่พวกมันก็คอยรีดผลประโยชน์จากคนที่อ่อนแอกว่าอย่างถือดี พวกมันแต่ละคนเย่อหยิ่งจองหองเพราะคิดว่าเป็นผู้ฝึึกฝนสัตว์อสูรและมันก็มีหลายคนที่ต้องโดนกดขี่เช่นนี้เพียงเพราะว่าพวกเขานั่นไม่สามารถหาผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรที่ทรงพลังมาได้ จึงทำให้สำนักหมื่นอสูรโด่งดังในการฝึกฝนสัตว์อสูรนั่นเอง


            "ไม่ต้องกังวลท่านหวูหนาน ไอ้เจ้าพวกนั่นคิดว่าตนเองเป็นเทพเจ้าละมั้งจึงทำให้พวกมันคิดว่าสามารถฝึกฝนสัตว์ระดับนี้ได้เพียงกลุ่มเดียว สักวันนึงข้าจะทำให้พวกมันรู้ว่าโลกใบนี้มันกว้างใหญ่เพียงใด..!!"


            หลินตงก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าพลางดันร่างของทั้งสองให้ถอยห่าง ทั้งสองคนเมื่อได้้ฟังที่เขาพูดออกมาก็ถึงกับหวาดสะพรึงในตัวของเขา ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ดูเล่นและดูจากท่าทางของเขาดูท่าจะเริ่มลงมือแล้ว


            และมันก็เป็นอย่างที่พวกเขาคิดไว้จริงๆ หลินตงตอนนี้ยืนอยู่ห่างจากกรงขังไม่ถึงหนึ่งเมตรเลยด้วยซ้ำ แร้งมัจจุราชตอนนี้ส่งเสียงกรีดร้องด้วยน้ำเสียงที่แหลมเฟี้ยว คลื่นพลังยุทธของสัตว์อสูรระดับสี่พุ่งปะทุออกมาอย่างรุนแรงจนทำให้รอบบริเวณต้องสั่นไหว ดูจากท่าทางของมันจะพยายามทำให้ชายหนุ่มนั้นหวาดกลัว ความคิดของมันถึงกับบอกมาว่าเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธระดับจิตวิญญาณแต่จะมาทำให้ข้าสยบหรอ ฝันไปก่อนเถอะ


            "เงียบ..!!"


            ชายหนุ่มชำเลืองมองมันด้วยนัยน์ตาสีแดงเพลิงพร้อมกับพูดออกมาอย่างเยียบเย็น กลิ่นอายของมังกรโบราณแพร่กระจายออกมาอย่างช้าๆจากส่วนลึกจนทำให้แร้งมัจจุราชต้องสะดุ้ง มันตอนนี้เบิกตากว้างและมองไปยังผู้ฝึกยุทธตรงหน้า ที่ด้านหลังของเขากลับปรากฏภาพของมังกรโบราณสีแดงเพลิงกำลังที่กำลังกู่ร้องคำรามจนทำให้ร่างกายที่ใหญ่โตของมันต้องสั่นสะท้าน


            สัตว์อสูรมังกรโบราณ ทำไมถึงมาอยู่ภายในร่างของผู้ฝึกยุทธ มันตอนนี้คิดอะไรไม่ออกและทำได้เพียงหมอบลงอย่างสั่นกลัวเพียงเท่านั้น


            ภาพที่เห็นตรงหน้ากับทำให้ทั้งสองคนต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ คลื่นพลังยุทธที่รุนแรงจากตัวของมันถึงกับสลายหายไปเพียงแค่คำพูดเดียว ปรมาจารย์สัตว์อสูรหลินตง ไม่ธรรมดาจริงๆ


            หลินตงสังเกตท่าทีของมันอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนว่าเพียงแค่คำพูดหรือประโยคจะไม่สามารถทำให้มันเชื่อฟังได้อย่างแน่นอน มันตอนนี้เพียงแค่กลัวในกลิ่นอายของสายเลือดมังกรอมตะเพียงเท่านั้น ส่วนหลังจากนี้คงจะไม่ต้องพูดถึง ถ้าเขาไม่ได้เป็นควบคุมมันละก็หวูหนานคนนั้นคงจะได้ถูกมันเล่นงานแน่ ชายหนุ่มเมื่อคิดเช่นนั่นก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว


            เขายกแขนของตนขึ้นพร้อมกับใช้นิ้วชี้ไปบนความว่างเปล่า ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพที่อยู่ภายในร่างก็เริ่มโคจรขึ้นและวินาทีนั้นที่ปลายนิ้วของเขาก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงที่ตระการตา


            หลินตงค่อยๆลากนิ้วมือของตนไปมายังเบื้องหน้าอย่างช้าๆจนก่อเกิดเป็นสัญลักษณ์โบราณขนาดเท่าฝ่ามือขึ้น มันล่องลอยอยู่เบื้องหน้าของชายหนุ่มพร้อมกับเปล่งแสงประกายสีแดงออกมาอย่างเจิดจ้า


            "ฟู่ว กินแรงน่าดูเลยแฮะ..!!"


            หลินตงถอนหายใจอยู่นิดๆเมื่อเห็นว่าเขาสามารถวาดมันได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันเขาก็ค่อยๆผลักดันวงแหวนสัญลักษณ์นี้เข้าไปยังตัวของแร้งมัจจุราชที่อยู่ภายในกรงขังนั้นอย่างไม่รีบร้อน ด้วยอาณาเขตของกรงขังที่เล็กจิ๋วนี่ทำให้มันไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้และต้องมองสัญลักษณ์โบราณนั้นประทับเข้ามาด้วยท่าทางที่หวาดกลัว หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นตัวของมันก็ไม่สามาถรับรู้ได้แล้ว


            นี้คือศาสตร์เทพบงการอสูร วิชาแยกย่อยของศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพ ในครั้งนึงเขาเคยใช้มันไปกับเจ้าหมายเลขหนึ่ง มันจะทำให้นิสัยของสัตว์อสูรแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงและจะเชื่อฟังอย่างถึงที่สุด โดยปกติแล้ววิชานี้จะต้องสัมผัสเข้ากับสัตว์อสูรเท่านั้นแต่ตอนนี้เขาเลื่อนระดับมาอีกขั้นนึงแล้ว เขาจึงลองวาดสัญลักษณ์โดยที่ไม่สัมผัสตัวอสูรดูและมันก็เป็นอย่างที่คาดการไว้จริงๆ มันสามารถใช้ระยะไกลได้


            "เรียบร้อยแล้ว..!!"


            ชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าวงแหวนสัญลักษณ์ของตนเข้าไปยังร่างแล้วก็พยักหน้ารับอย่างพอใจ เจ้านี่ถือว่าเป็นตัวลองวิชาของเขาเลยก็ว่าได้ ฮ่าฮ่า


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน