ภาพกลุ่มควันดำทะมึนที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าจากหมู่บ้านเบื้องหน้าทำให้ไลราใจเต้นไม่เป็ส่ำ
มันเป็ภาพที่ชวนให้นึกถึงความรุนแรงและาที่เธอพยายามจะหลีกเลี่ยง
เธอรีบเร่งฝีเท้าลงจากเนินเขา มุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นด้วยความกังวล
เมื่อเข้าใกล้หมู่บ้านมากขึ้นเธอก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากระยะไกล
เสียงร้องะโ และเสียงอาวุธกระทบกันแว่วมาตามลม เธอหลบซ่อนตัวอยู่หลังแนวพุ่มไม้ริมทาง
มองไปยังถนนที่มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ราวห้าหกคนกำลังวิ่งไล่ตามชายหนุ่มคนหนึ่งท่าทางของพวกเขาดูดุดัน และหนึ่งในนั้นก็ถือดาบอยู่ในมือ
ไลราตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เธอไม่อาจเพิกเฉยต่อสิ่งที่เห็นได้เธออาศัยความคล่องแคล่ว
วิ่งอ้อมไปด้านข้าง แล้วโผล่เข้าไปขวางทางกลุ่มชายฉกรรจ์เ่าั้
พร้อมกับส่งเสียงร้องะโเป็ภาษาที่เธอไม่แน่ใจนักว่าคนในยุคนี้จะเข้าใจหรือไม่
แต่ด้วยท่าทางที่แข็งกร้าวและตะกร้าสานขนาดใหญ่ในมือ เธอก็พอจะสร้างความใให้คนเ่าั้ได้บ้าง
เหตุการณ์หลังจากนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกลุ่มชายฉกรรจ์ชะงักไปชั่วครู่
ไลราใช้จังหวะนั้น ผลักชายที่ถือดาบจนเสียหลักแล้วรีบคว้ามือชายหนุ่มที่ถูกไล่ตามอยู่
ให้วิ่งตามเธอเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง
ทั้งสองวิ่งหนีเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิตจนกระทั่งแน่ใจว่ากลุ่มชายฉกรรจ์เ่าั้ตามไม่ทันแล้ว
พวกเขาก็หยุดพักหอบหายใจอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ไลราตบกระเป๋าเสื้อตัวเองเบาๆ
นึกตำหนิตัวเองที่ลืมตรวจสอบพลังงานของเครื่องมือสื่อสารก่อนเดินทางข้ามเวลา
ชายหนุ่มมองไลราด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างท่วมท้นแต่ก็มีแววสงสัยในดวงตา
เขาสังเกตเสื้อผ้าเนื้อแปลกตาที่เธอสวมใส่มันดูบางเบาและมีสีสันสดใสกว่าเสื้อผ้าที่เขาคุ้นเคย
นอกจากนี้ เขายังเห็นอุปกรณ์คล้ายกำไลข้อมือขนาดใหญ่ที่ข้อมือของเธอ
ซึ่งมีแสงสีฟ้าเรืองรองออกมา เขาพยายามเอ่ยถามเป็ภาษาของเขา พลางชี้ไปยังเสื้อผ้าและอุปกรณ์นั้น
ไลราจึงหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อพยายามเปิดใช้งาน
แต่หน้าจอกลับแสดงสัญลักษณ์แบตเตอรี่เหลือน้อย เธอถอนหายใจ
แต่ก็พยายามกดปุ่มเพื่อหาคำแปลพื้นฐาน อุปกรณ์ส่งเสียงอิ๊ดๆ ออดๆ
แล้วแสดงคำว่า "ขอบคุณ" เป็ภาษาที่ดูโบราณ ชายหนุ่มพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
จากนั้นก็เริ่มพูดอะไรบางอย่างออกมาอีกครั้ง ไลราจึงเปิดโหมดเรียนรู้ภาษาในอุปกรณ์
พยายามจดจำคำศัพท์ที่ชายหนุ่มพูด พลางชี้ไปยังตัวเองและเขาเพื่อให้เขาเข้าใจว่าเธอกำลังพยายามเรียนรู้
หลังจากนั้น ชายหนุ่ม (ซึ่งต่อมาไลราเรียนรู้ว่าชื่อ "หลง") ได้พาไลราไปยังบ้านของเขาในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อเป็การตอบแทนที่เธอช่วยเหลือเขา ที่นั่นเอง
ไลราก็ได้พบกับวัฒนธรรมและอาหารของยุคนี้เป็ครั้งแรก
ชาวบ้านให้การต้อนรับเธอด้วยความสงสัยใคร่รู้มองเสื้อผ้าและอุปกรณ์ของเธออย่างเปิดเผย
แต่ก็มีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่หลงพยายามอธิบายให้ชาวบ้านฟังถึงการช่วยเหลือของไลรา
โดยใช้ท่าทางและคำพูดเท่าที่พวกเขาพอจะเข้าใจกันได้
มื้อแรกที่ไลราได้กินในยุคสามก๊กนั้นเป็ข้าวสวยร้อนๆเสิร์ฟพร้อมซุปผักรสกลมกล่อม
และปลาแม่น้ำย่างเกลือ เนื้อปลามีรสหวานฉ่ำจนเธอแทบไม่เชื่อ
เธอไม่เคยลิ้มรสอาหารที่เรียบง่ายแต่กลับอร่อยล้ำเช่นนี้มาก่อน
มันแตกต่างจากอาหารสังเคราะห์ในโลกอนาคตอย่างสิ้นเชิง
ในขณะที่เธอกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย เธอก็พยายามชี้ไปยังอาหารต่างๆ
และให้หลงออกเสียงคำศัพท์ให้ฟัง พลางจดจำคำเ่าั้ไว้ในหัว
ขณะที่เธอกำลังกินอาหารอย่างตั้งใจ ไลราก็เงยหน้าขึ้นและสังเกตเห็นสัญลักษณ์บางอย่าง
ที่หลงสวมใส่อยู่ที่คอ มันทำจากหยกสีขาวแกะสลักเป็รูปวงกลมซ้อนกันหลายชั้น
มีเส้นสายที่บิดเบี้ยวอยู่ภายใน...เป็สัญลักษณ์
เดียวกับที่เธอเคยเห็นสลักอยู่บนเสาไม้ในวัดร้างไม่มีผิด