เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 38: อดีตของนักรบมิโกะแห่งขมังเวทย์ 5 (Past of the Magic Warrior of Maiden Part 5)

    ทานุกิได้แปลงกายเป็นแหวนข้ามมิติเวลาและสวมไว้กับนิ้วนางของสึรุฮิเมะ เธอได้ทำการร่ายเวทย์เปิดช่องว่างแห่งกาลเวลาด้วยมือข้างที่สวมแหวนนั่นไว้ ดวงตาของรูปปั้นโทกิอาโซบิโดงูที่อยู่ภายในศาลเจ้านั้นได้เรือนแสงสีฟ้าออกมา“เปรี้ยง!!” สักพักก็ได้เกิดฟ้าผ่าขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ จนเกิดเป็นช่องว่างแห่งกาลเวลาขึ้นที่หน้าศาลเจ้าสึรุฮิเมะรีบเดินเข้าไปในช่องว่างแห่งกาลเวลาจนทำให้เกิดเรือนแสงสีฟ้าออกมาเป็นวงกว้าง ร่างงามของเธอถูกพามาที่หน้าศาลเจ้าโอยามะซุมิในยุคปัจจุบัน ซึ่งได้รับการบูรณะซ่อมแซมกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นของยุคสมัยเอโดะและได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในยุคสมัยนี้สึรุฮิเมะรู้สึกไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมโดยรอบที่หน้าศาลเจ้าในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก สักพัก เธอก็ทรุดล้มลงกับพื้นและก็สลบลงที่หน้าศาลเจ้า หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีหนุ่มผู้ดูแลศาลเจ้าได้ขี่มอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าเข้ามาและพบมิโกะสาวนอนสลบที่หน้าศาลเจ้า จึงรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลทันที“ดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพมีพลังอำนาจที่มากมายมหาศาลเกินกว่าที่ผู้คนทั่วไปจะคาดเดาได้ ผู้ครอบครองจะสามารถหยั่งรู้กาลเวลาได้ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ทั้งยังสามารถควบคุมกาลเวลาและก็หยุดเวลาได้ด้วย...”“แต่ถ้าหากถูกนำไปใช้ไปในทางผิดอย่างเช่นการทำพิธีกรรมสาปแช่ง มันจะส่งผลทำให้ช่องว่างแห่งมิติปรโลกถูกเปิดออก เหล่าโยไคทั้งหมดก็จะออกอาละวาดไปทั่วโลกจนไปสู่ศึกสงครามระหว่างเทพเจ้ากับเหล่าโยไคที่จะทำลายล้างโลกใบนี้ และเหล่ามวลมนุษยชาติก็จะล้มตายเป็นจำนวนมหาศาล...”“เพราะงั้น พวกข้าจึงคอยตามหาเบาะแสเพื่อไล่ล่านางเทวีอสูรฯ ในยุคสมัยนี้ เพื่อที่จะชิงดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพกลับคืนมา จนมาถึงตอนนี้แล้ว...ข้าก็ยังไม่รู้เลยว่าดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้นมันอยู่ที่ใครกันแน่”ตัดภาพมายังปัจจุบัน ในระหว่างที่กำลังมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าโอยามะซุมิอยู่นั้น สึรุฮิเมะก็พลางเล่าถึงสาเหตุของการที่เธอได้มาปรากฏตัวขึ้นในยุคสมัยปัจจุบันพลางขมวดคิ้วบนใบหน้างามเพียงเล็กน้อย มีการกล่าวอธิบายเกี่ยวกับดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพให้ฟังในระหว่างทางด้วย จากนั้นก็ตัดภาพกลับมายังอดีตของเธอ1 เดือนต่อมาหลังจากที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล สึรุฮิเมะก็รู้สึกตัวขึ้นที่ห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาลในชุดผู้ป่วยที่เข้ารูปนิดๆ แม้จะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินกับบรรยากาศโดยรอบและชุดเสื้อผ้าที่กำลังสวมใส่สักเท่าไหร่ แต่ที่รู้ๆ เตียงในโรงพยาบาลนั้นช่างรู้สึกฟูนุ่มซะเหลือเกิน มันนอนสบายมากจนแทบอยากจะนอนตายอยู่บนนี้ซะให้รู้รอด“รู้สึกตัวแล้วเหรอ ค่อยยังชั่วหน่อย” หนุ่มผู้ดูแลศาลเจ้าคนเดียวกันได้เข้ามาเยี่ยมถึงในห้อง เขาคือเด็กในศาลเจ้าที่มีนามว่า มินามิ จุนอิจิ เขาได้รับอุปการะเลี้ยงดูจากหัวหน้าศาลเจ้าโอยามะซุมิมาตั้งแต่เด็กๆ หลังจากที่พ่อแม่ของเขาได้เสียไป สึรุฮิเมะรู้สึกว่าหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านั้นช่างมีใบหน้าที่เหมือนกับโอจิราวกับว่าเป็นคนๆ เดียวกัน อยู่ๆ เธอก็มีน้ำตาไหลออกมา เมื่อจุนอิจิเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เธอก็รีบสวมกอดร่างของเขาพลางร้องไห้สะอื้นออกมาจุนอิจิแม้จะยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงปลอบประโลมด้วยความอ่อนโยนและความนุ่มนวล “ว่าแต่ เธอชื่ออะไรเหรอ”“โอริ สึรุ...อิมิ”“งั้นฉันเรียกเธอว่าสึรุจังละกันนะ ว่าแต่เธออาศัยอยู่ที่ไหนเหรอ เดี๋ยวฉันพาไปส่ง”เมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้น สึรุฮิเมะก็พลางนึกถึงภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ศาลเจ้าในช่วงก่อนที่เธอจะข้ามเวลามายังยุคสมัยปัจจุบันนี้ทันที “ไม่มีบ้าน...”“แสดงว่าเธอคือโฮมเลสอย่างงั้นและสินะ จริงสิ คือที่บ้านเรายังพอมีห้องนอนเหลืออยู่อีกห้องนึงหน่ะ และก็ไม่ค่อยได้ใช้แล้วด้วย งั้นถ้าไม่รังเกียจ เธอจะมาอาศัยอยู่กับเราไหม”สึรุฮิเมะพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการรับคำ หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล จุนอิจิก็พาสึรุฮิเมะกลับไปที่ศาลเจ้าโอยามะซุมิและได้ทำความรู้จักกับหัวหน้าศาลเจ้า จากนั้นเธอก็ได้เข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านพัก 3 ชั้นแบบสไตล์ญี่ปุ่นภายในศาลเจ้าแห่งนี้และทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลศาลเจ้าโอยามะซุมิเช่นเดียวกับจุนอิจิในเวลาต่อมา โดยมีภูติพิทักษ์ทานุกิคอยดูแลเธออยู่เคียงข้าง สึรุฮิเมะกับทานุกิค่อยๆ ปรับตัว และเรียนรู้วิถีชีวิตในโลกยุคปัจจุบันจนสามารถอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคมยุคปัจจุบันได้ตัดภาพเหตุการณ์มายังเหตุการณ์ในยุคปัจจุบัน สึบากิกับเพื่อนทั้งสามที่ประกอบไปด้วยริโกะ ซานาเอะ และอาซึสะได้พากันเข้ามาในร้านกาแฟหรูเพื่อขอเช่าห้องใต้ดินกับคานาเมะ ผู้เป็นเจ้าของร้านกาแฟพร้อมกับโอนเงินมัดจำค่าเช่าห้องให้กับเธอ คานาเมะจึงพาพวกเธอลงมายังห้องนอนชั้นใต้ดินทันทีภายในห้องนอนใต้ดินขนาดกว้างที่มีแสงสีเหลืองอ่อนจากโคมไฟชนิดกลมที่ติดอยู่กลางเพดานนั้น มีห้องอาบน้ำอยู่ทางด้านขวามือ ใกล้ๆ กับประตูเลื่อนทางเข้าออกของห้องที่อยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งได้รวมทั้งห้องน้ำ อ่างล้างหน้า และเครื่องซักผ้าเอาไว้ในห้องอาบน้ำหมดแล้วมีเตียงนอนหรูขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ซึ่งหัวเตียงนั้นจะอยู่ชิดติดกับกำแพงทางด้านขวามือ มีตู้เก็บของ 6 ประตูอยู่ที่ใต้เตียงทั้งด้านซ้าย - ขวา และหลัง ด้านละ 2 ประตู มีหน้าจอ LED Smart TV วางอยู่บนชั้นวางทีวีที่ตั้งอยู่ชิดติดกับกำแพงทางด้านซ้ายมือ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับท้ายเตียงที่อยู่ทางด้านขวา มีห้องครัวอยู่ทางด้านขวามือที่หลังห้องชั้นใต้ดินใกล้ๆ กับชั้นวางทีวีที่อยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งได้รวมห้องกินข้าวไว้ในนั้นแล้วแม้จะเป็นแค่ห้องชั้นใต้ดิน แต่บรรยากาศภายในห้องนั้นมันก็ช่างดูสวยงามหรูหราสมกับค่าเช่ารายเดือน 1.5 ล้านเยนที่ได้เสียไปยิ่งนัก“ห้องของพวกเธออยู่นี่นะ ถ้ามีอะไรก็มาบอกพี่ได้นะ เดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะ”หลังจากที่คานาเมะได้เดินกลับขึ้นไปที่ชั้นแรก สึบากิกับเพื่อนทั้งสามก็พากันนำกระเป๋าสัมภาระเข้าไปวางไว้ในห้องและนำสิ่งของต่างๆ ออกมาจากกระเป๋าเดินทางก่อนที่พวกเธอจะนำมาจัดเก็บไว้ตามที่ต่างๆ ภายในห้องชั้นใต้ดินโดยหยิบกระเป๋านักเรียนแบบสะพายข้างออกมาแขวนไว้ที่ตะขอตรงกำแพงข้างๆ เตียงนอนทางด้านซ้ายมือ นำชุดเครื่องแบบออกมาแขวนไว้ที่ตะขอตรงกำแพงข้างๆ เตียงนอนทางด้านขวามือ นำชุดอุปกรณ์อาบน้ำไปเก็บไว้ที่อ่างล้างหน้า และนำผ้าเช็ดตัวมาแขวนไว้ที่ราวตากในห้องอาบน้ำ จากนั้นก็นำชุดเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ มาเก็บไว้ที่ตู้เสื้อผ้าที่อยู่ใต้เตียงหลังจากที่สึบากิและเพื่อนทั้งสามจัดเก็บของทุกอย่างและทำความสะอาดห้องพักใต้ดินเสร็จสิ้น พวกเธอทั้งหมดก็พากันเดินออกจากห้องพักเดินทางไปซื้อของที่ซุปเปอร์เพื่อนำมาทำอาหารมื้อเย็นกินกันที่ห้องพักทันที และในวันต่อๆ มาพวกเธอทั้งหมดก็มักจะเข้ามาช่วยงานในร้านกาแฟทุกๆ วันในเวลาหลังเลิกเรียนและวันหยุด จนทำให้คานาเมะกับพวกสึบากิมีความสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้นราวกับว่าเป็นญาติกันทางด้านนักพรตโซเคนก็ได้เดินทางมาถึงโยโมทสึฮิราซากะในเมืองฮิงาชิอิซุโมะและได้เดินผ่านที่หน้าซุ้มที่ทำขึ้นจากเสาหินทั้งสองข้างที่มีขนาดความยาวเท่าๆ กัน มีสายเชือกชิเมนาว่าผูกไว้กับปลายเสาทั้งสองข้างจนมาถึงที่หน้าก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งที่ถูกมองว่าน่าจะเป็นก้อนหินที่ได้ปิดทับทางเข้าออกของแดนปรโลกไว้นักพรตโซเคนไม่ได้มาแค่คนเดียวเท่านั้น แต่เขามาพร้อมกับเหล่าผู้คนกลุ่มเดียวกันกับที่เคยบุกเข้ามาวุ่นวายที่บ้านพักคฤหาสน์ตระกูลมัทสึไดระจนถูกตำรวจในท้องถิ่นเทศน์จนหูชากันไปข้าง หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งมาจากความเมตตาที่นายพลเซ็นเคียวกับนายหญิงนิชิโกะเลือกที่จะไม่เอาความ พวกเขาทั้งหมดต่างก็พากันติดตามนักพรตโซเคนเดินทางมายังโยโมทสึฮิราซากะพร้อมกับอาวุธครบมือ โฮมเลส(Homeless) หมายถึงกลุ่มประชากรที่ไร้บ้าน

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน