“หือนี่นายจะไปทำงานที่โรงเรียนฉันเหรอสตีฟ !!!” ซาร่าอุทานด้วยน้ำเสียงตกใจหลังจากได้ยินสิ่งที่สตีฟพูด
“ใช่พอดีตอนไปซุปเปอร์เจออาจารย์เอียนเข้าเห็นว่ามีปัญหาเรื่องพ่อครัวข้อมือหักอาจารย์เอียนเลยลองถามผมดูว่าสนใจจะไปเป็นพ่อครัวชั่วคราวให้หรือเปล่า” สตีฟพยักหน้า
“แต่งานพ่อครัวมันหนักนะสตีฟ ถึงนายจะทำอาหารอร่อยแค่ไหนแต่การทำให้นักเรียนนับพันกินมันไม่ง่ายเลยนะ แถมตอนนี้เราเปลี่ยนมาเป็นระบบหอพักแล้วด้วยนายจะต้องทำสามมื้อเลยนะ” ซาร่าพูดอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรหรอกน่าผมจะได้ช่วยเอาเงินเดือนมาจ่ายค่ากระเป๋าให้เธอด้วยไง” สตีฟพูด
“หือเงินเดือนนายมันจะเท่าไหร่กัน” ซาร่าสงสัย
“ก็เดือนละแสนห้าน่ะ” สตีฟแอบบวกเพิ่มเงินเดือนไปถึงสามเท่า
“แสนห้าเลยงั้นเหรอ !!! นั่นมันมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนฉันอีกนะ” ซาร่าอุทานออกมาเงินเดือนของเธอนั้นอยู่ที่สองแสนต่อเดือน
“เห็นอาจารย์เอียนบอกว่าเงินเดือนมันสูงเพราะต้องทำงานหนักต่างจากเดิมน่ะ” สตีฟพูด
“แบบนั้นเองเหรอ !!” ซาร่าพยักหน้าเข้าใจเธอนั้นไม่รู้หรอกว่าพ่อครัวได้เงินเดือนเท่าไหร่ต่างจากอาจารย์เอียน
“อีกทั้งถ้าผมไปทำงานที่โรงเรียนจะได้อยู่ใกล้ๆคุณด้วยไงล่ะ ผมเองก็อยากจะเห็นคุณตอนสอนนักเรียนเหมือนกันนะ” สตีฟพูด
“จะมาอยากเห็นทำไมเล่าไม่มีอะไรน่าดูสักหน่อย” ซาร่าพูดก่อนจะถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ ถ้าอยากทำก็เอาเถอะแต่อย่ามาร้องโอดโอยว่างานหนักทีหลังไม่ได้นะ” ซาร่าพูด
“ครับผมอาจารย์ซาร่า !!!” สตีฟแกล้งล้อเลียนเธอ
เช้าวันจันทร์
“ไม่ไปด้วยกันเหรอสตีฟเดี๋ยวฉันอุ้มไปเอง” ซาร่าถาม
“ไม่เป็นไรผมขับเวสป้าของผมไปดีกว่า” สตีฟพูด
“ตามใจนายแล้วกันอย่าไปสายล่ะ” ซาร่าพูดก่อนจะกระโดดจากระเบียงและเหาะไปทำงานทันที
“เอาล่ะเราเองก็ไปทำงานบ้างดีกว่าเมื่อวานอาจารย์เอียนบอกว่าให้ขนเสื้อผ้าไปด้วยมีห้องพักให้จะได้ไม่เสียเวลาไปกลับ ก็นะมื้อเช้าทำจำนวนมากขนาดนั้นคงต้องตื่นแต่เช้ามืด” สตีฟพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าใส่กระเป๋ามิติไป
“เอามีดไปด้วยดีกว่าเดี๋ยวจะไม่ถนัด” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปที่ครัวหยิบมีดครัวส่วนตัวของเขามาด้วยและเดินออกจากห้องไปลงไปที่ลานจอดรถเพื่อใช้เวสป้าคันเก่งของเขาเดินทางไปที่โรงเรียนฮีโร่
“พึ่งจะตีห้าเอง กว่าจะไปถึงคงเกือบๆหกโมงสินะอาหารเช้าเห็นอาจารย์เอียนบอกจะเริ่มตอนแปดโมงไปถึงที่นั่นน่าจะไม่เกินหกโมงมีเวลาทำสองชั่วโมงทันมั้ยล่ะเนี่ย” สตีฟเริ่มกังวลก่อนจะสตาร์ทรถ
บรืน !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! เสียงสตาร์ทรถดังขึ้นก่อนสตีฟจะขับมันออกไป
หน้าโรงเรียนฮีโร่
เอี๊ยด !! เสียงเบรคดังขึ้นก่อนสตีฟจะรีบหยิบกระเป๋าของเขาออกมาและเริ่มขับเข้าไปที่ประตูโรงเรียน
“หือคุณสตีฟนี่เองเอาของมาส่งให้ภรรยาเหรอครับ” ยามเฝ้าประตูเมื่อเห็นสตีฟก็จำได้ทันทีเพราะเมื่อก่อนสตีฟเอาของมาส่งให้ซาร่าบ่อยๆ
“เปล่าหรอกครับ” สตีฟส่ายหน้า
“อ๋อเหรอครับว่าแต่มาทำอะไรล่ะครับแล้วนั่นรถใหม่เหรอครับเท่ดีนี่นา” ยามถาม
“พอดีผมมาเป็นพ่อครัวชั่วคราวคนใหม่น่ะครับ” สตีฟพูด
“อ๊ะคุณเองงั้นเหรอครับเนี่ยคนที่อาจารย์เอียนบอก !!!” ยามตกใจเล็กน้อยเพราะนึกไม่ถึงว่าพ่อครัวคนใหม่จะเป็นสตีฟ
“ว่าแต่จะให้ผมเอารถจอดไหนครับ” สตีฟถามจริงๆเขาจะเอารถเก็บใส่กระเป๋ามิติก็ได้แต่เขากลัวจะไม่เนียนนั่นเอง
“จอดทางด้านนี้เลยครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปลงทะเบียนก่อน” ยามพูดก่อนจะชี้ไปที่หลังป้อมยามที่มีที่จอดรถไว้อยู่เมื่อสตีฟนำรถไปจอดเรียบร้อยยามก็พาสตีฟไปลงทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนโดยผ่านระบบให้เรียบร้อย
“ขอบคุณมากครับ” สตีฟขอบคุณยามที่ช่วยเป็นธุระให้
“แผนที่คุณสตีฟสามารถเปิดระบบขึ้นมาดูได้เลยนะครับ” ยามพูด
“ครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเปิดระบบขึ้นมาดูว่าเขาต้องไปที่ไหนตอนนั้นเองมือถือของสตีฟจู่ๆก็มีสายเข้าเขาหยิบขึ้นมาก่อนจะเห็นว่าเป็นอาจารย์เอียนนั่นเอง
“ครับอาจารย์เอียน” สตีฟรับสายก่อนจะพูดกับอาจารย์เอียนที่โทรมา
“เมื่อครู่ยามโทรมาแจ้งผมว่าคุณสตีฟมาแล้วถ้าอย่างนั้นมาที่ครัวตึก ….. เลยครับผมจะได้แนะนำคุณมีเวลาเหลืออีกไม่สองชั่วโมงในการเตรียมอาหารมื้อแรกวันนี้” อาจารย์เอียนพูดก่อนจะตัดสายไป
สตีฟไม่รอช้ารีบเดินไปตามทางที่แผนที่บอกทันทีไม่นานสตีฟก็มาถึงตึกโรงอาหารและเจออาจารย์เอียนอยู่หน้าตึกพอดี
“อาจารย์เอียนสวัสดีครับนี่มารอผมเลยเหรอครับเนี่ย” สตีฟทักอาจารย์แก
“ใช่ครับผมมารอไปกันเถอะครับส่วนกระเป๋านั่นคุณก็เอาไปไว้ที่ครัวก่อนได้เลยเพราะคุณคงไม่ได้ไปที่ห้องพักเร็วๆนี้แน่” อาจารย์เอียนพูดก่อนจะเดินพาสตีฟไปที่ห้องครัวทั้งยังแนะนำพื้นที่ต่างๆของโรงอาหารให้สตีฟได้รู้จัก
“ทางนี้จะเป็นห้องเย็นสำหรับเก็บวัตถุดิบ ส่วนทางนั้นเป็นห้องแช่แข็ง และนั่นจะเป็นห้องครัวครับ” อาจารย์เอียนพูดพลางพาสตีฟเข้าไปดูห้องต่างๆ
“นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นโรงเรียนผมนึกว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตเลยนะครับเนี่ย” สตีฟพูดเพราะห้องวัตถุดิบนั้นแทบจะมีเครื่องปรุงและวัตถุดิบทุกอย่างอยู่ในนั้นแถมห้องแช่แข็งก็มีเนื้อสัตว์หลายชนิดมากๆแถมยังมีเจ้าหนวดคราเค่นที่อาจารย์เอียนซื้อมาเมื่อวานอีกด้วย
“โหเครื่องครัวพวกนั้นของระดับสูงทั้งนั้นเลยนี่ครับ” สตีฟร้องโอ้โหออกมาหลังจากเห็นเครื่องครัวที่เขาจะได้ใช้
“ครับผมเป็นคนเลือกเองกับมือทุกชิ้นกว่าจะเบิกงบได้ก็เหนื่อยเอาเรื่อง” อาจารย์เอียนพูดอย่างภูมิใจ
“เอาล่ะครับคุณสตีฟคุณพร้อมมั้ย” อาจารย์เอียนถาม
“พร้อมครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะวางกระเป๋าเอาไว้ที่มุมห้องครัว
“โปรตีนของเราวันนี้จะเป็นไก่ดำจากฟาร์มในบอสตัน” อาจารย์เอียนพูดก่อนจะชี้ให้ดูวัตถุดิบที่ถูกเตรียมเอาไว้
“โหมาไกลเลยนะครับนั่น !!” สตีฟพูดก่อนจะตรวจสอบ
หน้าต่างศพของไก่ดำ Level : 15ว่ากันว่าเป็นไก่ที่กำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน ลักษณะเด่นคือ ทั้งตัวเป็นสีดำไม่ว่าจะขน เลือด หนัง หรือกระทั่งเครื่องใน
“เกิดมาผมไม่เคยใช้เจ้าไก่ดำนี่ทำอาหารเลยนะครับเนี่ยถึงจะเคยได้ยินว่ามีก็เถอะ นี่เครื่องในกับเลือดมันก็เป็นสีดำจริงๆเหรอครับ” สตีฟหันไปถาม
“ใช่ครับเรามีเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมจนกระทั่งชั้นมัธยม ดังนั้นผมจึงอยากให้คุณทำอาหารที่มันสมดุลกันระหวางโปรดีนและวิตามินในจานๆเดียว” อาจารย์เอียนบอก (ขอเปลี่ยนการเรียกจากปกติที่อเมริกาจะเรียกเด็กนักเรียนตามเกรด เป็นแบบประถม มัธยม แบบบ้านเรานะครับจะได้เขียนง่ายๆหน่อย)
“เอาล่ะครับคุณมีเวลาทั้งหมดสองชั่วโมงก่อนเราจะเริ่มเสิร์ฟถ้าพร้อมแล้ว เริ่มได้ครับ !!!” อาจารย์เอียนดูนาฬิกาก่อนจะพูดออกมา
“เอ่อ...อาจารย์ต้องขนาดนั้นเลยเหรอครับ” สตีฟเกาหัวอย่างงงๆ
“อ๊ะขอโทษทีครับพอดียังติดมาตอนที่ทำงานเป็นเชฟสมัยก่อนอยู่พูดแล้วคิดถึงตอนนั้นเลยตอนนั้นน่ะผมเป็นกรรมการในรายการทำอาหารรายการหนึ่ง มันมีตั้งสามสิบกว่าซีซั่นแน่ะคุณรู้มั้ย” อาจารย์เอียนพูดพลางนึกถึงความหลัง
“เอ่อ...ถ้าฟังอาจารย์เล่าคงจะยาวผมไปเตรียมวัตถุดิบดีกว่าผมพอจะคิดออกแล้วว่าทำอะไรเป็นมื้อเช้าให้พวกเด็กๆดี” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปโดยไม่สนใจอาจารย์เอียนที่ยืนอ้าปากค้างอยู่
“มีเตาอบตั้งสิบเตา แป้งก็มีเยอะแยะ แถมผักก็สดมาก ทำเป็นแซนวิสไก่ กินคู่กับตับไก่บดปรุงรสแล้วกัน” สตีฟพูดก่อนจะหยิบวัตถุดิบทุกอย่างออกมาใส่ในรถเข็นที่มีในครัวและเข็นมันไปที่สเตชั่นของเขาทันที
ครืด !! ครืด !! เสียงสตีฟเข็นรถวัตถุดิบกลับมาอาจารย์เอียนที่มองเห็นว่ามีแป้ง ผัก และไข่อยู่มากมาย
“จะทำขนมปังงั้นเหรอครับ วัตถุดิบพวกนั้นแซนวิสสินะครับ” อาจารย์เอียนถาม
“โอ้สมแล้วที่มีประสบการณ์เป็นเชฟมาแทบทั้งชีวิต” สตีฟร้องออกมาอย่างแปลกใจเพราะอาจารย์เอียนแกแค่เห็นวัตถุดิบแค่นี้ก็รู้แล้วสตีฟจะทำอะไร
“คุณสตีฟครับคุณคิดว่าคุณมีความสร้างสรรค์เหมาะกับที่นี่แล้วเหรอครับ” อาจารย์เอียนเริ่มถามอีกครั้ง
“เอ่อ...นี่ผมต้องสร้างสรรค์ขนาดไหนล่ะครับ” สตีฟเริ่มงงว่าอาจารย์แกหมายถึงอะไร
“อ๊ะขอโทษทีครับพอเห็นแบบนี้ทีไรผมนึกถึงตอนนั้นตลอดเลย ผมพูดเล่นครับ” อาจารย์เอียนรู้สึกตัวอีกครั้งก่อนจะบอกกับสตีฟว่าแกพูดเล่น
“ถ้าอย่างนั้นผมเริ่มเลยแล้วกันครับ” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปหยิบแป้งออกมาเป็นอย่างแรกและเริ่มนวดแป้งเพื่ออบขนมปังทันที
“อาจารย์ไม่มาช่วยกันทำเหรอครับ” สตีฟหันไปถามอาจารย์เอียนแกโดยมือยังไม่หยุดนวดมันกับน้ำเพื่อให้แป้งขึ้นโด
“ผมเสียความสามารถในการทำอาหารที่ผมรักไปแล้วครับ” อาจารย์เอียนพูดก่อนจะเดินไปหยิบแป้งมากำมือหนึ่งก่อนจะเทน้ำใส่และเริ่มนวด
ก็ทำได้นี่นาเสียตรงไหนกัน สตีฟคิดก่อนจะต้องตกใจจนเผลอหยุดมือเพราะจู่ๆแป้งที่อาจารย์เอียนนวดก็กลายเป็นก้อนสีดำ
อาจารย์เอียนมองดูมันก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆแกหยิบมันขึ้นมาและเดินไปที่ถังขยะและหย่อนมังลงไปในนั้นทันที
ตึง !! เสียงบางอย่างแข็งๆถูกหย่อนลงไป
“ตัวผม อาจารย์ไก่ และอาจารย์ป้อม พวกเราน่ะถ้าลงมือทำอาหารเมื่อไหร่วัตถุดิบนั้นๆจะกลายเป็นสีดำและมีสภาพเป็นหินทันที นี่คือคำสาปที่พวกเราได้รับแลกกับสกิลที่ทำให้สามารถเอาตัวรอดจากยุคสัตว์กลายพันธ์” อาจารย์เอียนพูดก่อนจะมองขึ้นไปบนเพดานและถอนหายใจออกมา
“เอ่อ...ขอโทษนะครับที่ทำให้รู้สึกไม่ดีผมไม่รู้เลยว่าอาจารย์จะมีคำสาปแบบนี้ด้วย” สตีฟพูดพลางนึกสงสารอาจารย์แกเพราะตอนที่อาจารย์แกพูดถึงอาหารหรือเลือกวัตถุดิบเมื่อวันเสาร์นั้นอาจารย์แกดูมีความสุขกับมันมากๆ แต่ดันมีสกิลที่ทำให้ทำอาหารไม่ได้แบบนี้อาจารย์แกคงเสียใจมากสินะ
เอาล่ะเราเองก็ตั้งใจทำอาหารดีกว่าเพื่ออาจารย์เอียน !!! สตีฟคิดในใจก่อนจะเร่งสปีดในการนวดแป้งทันที
ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! มือของสตีฟเคลื่อนไหวจนกลายเป็นภาพติดตาโดยอาจารย์เอียนไม่ทันได้สังเกตเลยสักนิดเพราะแกกำลังมองเพดานอยู่นั่นเอง
สิบนาทีต่อมา
ฉับ !! เสียงสตีฟสับมีดลงบนเขียงทำให้อาจารย์เอียนแกได้สติ
“อ๊ะนั่นกำลังหั่นไก่อยู่เหรอครับนั่นแล้วแป้งขนมปังล่ะครับ” อาจารย์เอียนถาม
“ผมพักให้มันหมักตัวอยู่น่ะครับนั่นไง” สตีฟพูดก่อนจะชี้ไปแป้งที่ถูกนวดจนเป็นก้อนจำนวนหลายสิบก้อนซึ่งแต่ละก้อนนั่นขนาดของมันใหญ่พอๆกับตู้ไมโครเวฟ
“เสร็จแล้ว !! นี่มันพึ่งผ่านไปสิบนาทีเองนะครับ !!!” อาจารย์เอียนอุทานอย่างตกใจพลางมองนาฬิกาที่ผ่านไปแค่สิบนาที
“พอดีผมเป็นคนทำอาหารไวน่ะครับ” สตีฟพูดก่อนจะเริ่มลงมีดสับเนื้อไก่ให้ละเอียดเขานั้นคิดจะนำเนื้อไก่ดำทั้งหมดมาสับและนำไปอบเพราะเขาคิดว่ามีเด็กเล็กๆอย่างเด็กประถมอยู่ด้วยให้กินไก่เป็นชิ้นๆน่าจะลำบาก
“แล้วนั่นกำลังต้มอะไรอยู่ครับ !!!” อาจารย์เอียนพูดหลังเห็นหม้อใบใหญ่กำลังตั้งอยู่บนเตา
“ผมเลาะกระดูกไก่ดำพวกนี้ไปต้มเป็นสต็อกเพื่อเอาไว้ใช้ในมื้อกลางวันน่ะครับ” สตีฟพูด
“นี่คุณเลาะไก่เสร็จแล้ว !!!!” อาจารย์เอียนตกใจเข้าไปใหญ่หลังจากเห็นกระดูกไก่มากมายในหม้อ
“ใช่ครับ” สตีฟพยักหน้าเขานั้นใช้จังหวะที่อาจารย์เอียนแกเผลอจัดการวัตถุดิบทั้งหมดในสองนาที เขานั้นใช้เวลานวดแป้งทั้งหมดห้านาที และจัดการกับไก่อีกห้านาทีเท่านั้นด้วยค่าสถานะความเร็วของเขาตอนนี้มันมากมายมหาศาลดังนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะทำได้แบบนี้
หน้าต่างชื่อ : สตีฟ แมคดูวัลล์ Level : 1 (214)อาชีพ : สุดยอดพ่อบ้าน (ฮีโร่)อายุ : 29สถานะความแข็งแกร่ง 375ความเร็ว 355พลังกาย 340ความฉลาด 55โชค 18
สตีฟตรวจดูสถานะของตัวเองก่อนจะยิ้มออกมา
“ว่าแต่อาจารย์เอียนไม่ไปเตรียมการสอนเหรอครับในครัวผมจะจัดการเอง” สตีฟพูด
“อ๊ะจะหกโมงครึ่งแล้วงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นผมฝากเรื่องในครัวด้วยนะครับ” อาจารย์เอียนที่เห็นว่าสตีฟน่าจะเอาอยู่จึงพูดออกมาถึงเขาจะสงสัยว่าสตีฟทำได้ยังไงที่สามารถนัดแป้งด้วยมือได้ในห้านาทีก็เถอะที่เขามั่นใจว่าสตีฟนวดด้วยมือนั้นก็เพราะสตีฟไม่ได้หยิบเครื่องนวดแป้งออกมาใช้นั่นเองแต่เขาคิดว่าสตีฟคงมีสกิลอะไรสักอย่างที่สามารถทำให้ทำอาหารได้ไวขนาดนี้ โดยไม่รู้เลยว่าสตีฟทำทั้งหมดนี่ด้วยค่าสถานะตัวเองล้วนๆไม่เกี่ยวกับสกิลเลย (สกิลทำอาหารช่วยให้ทำอาหารอร่อย)
หลังจากอาจารเอียนแกออกไปแล้วสตีฟก็ยิ้มออกมา
“เอาล่ะในเมื่อในครัวเหลือเราอยู่คนเดียวก็เร่งเต็มที่เลยแล้วกัน !!!” สตีฟยิ้มออกมาก่อนจะเร่งความเร็วในการทำอาหารเต็มที่
ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ร่างของสตีฟปรากฎไปทั่วห้องครัวจนกลายเป็นภาพเหมือนมีสตีฟหลายสิบคนกำลังทำงานอยู่ในห้องครัวแห่งนี้
จบ...
แซนวิสไก่ที่สตีฟกำลังทำ
เขียนฉากที่สตีฟทำอาหารคนเดียวในครัวจนแยกร่างได้แล้วนึกถึงฉากนี้ในเรื่องเจปังที่เคยดูเฉยเลย !!!