หนิงเฟยหลงคล้ายกับฝันไปเขารู้สึกว่าตนเห็นดาวล้านดวงอยู่ตรงหน้าทว่า...“ทำไมข้าถึงเจ็บได้ ?”
“ยังมีหน้ามาถามอีกเจ้าจะทำอะไร !” หลี่ฮุ่ยหลันตวาดใส่หนิงเฟยหลงด้วยความโกรธ
หนิงเฟยหลงสะดุ้งเฮือก พลางมองหน้าศิษย์พี่หญิงที่โกรธจัดทำทีเป็นเฉยเมยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ข้าเพียงจะมาปลุกท่านเท่านั้น ข้าไปดูคนอื่นก่อน”
เมื่อครู่เขานึกสนุก แต่คิดไม่ถึงว่าการนึกสนุกของเขาจะทำให้เจ็บตัวได้ยังดีที่ว่าร่างกายเขาแข็งแกร่งแม้สะเทือนอยู่บ้างคันเล็กน้อยแต่ก็ยังต้องตกใจเมื่อฝ่ามือนั้นเป็นเพียงของสตรีที่พลังยุทธ์ต่ำกว่าเขาเสียอีกราวกับว่านางทุ่มกำลังทั้งหมดมาที่ฝ่ามือนั้นก่อนตบหากเป็นร่างกายธรรมดาเขาคงได้นอนหยอดข้าวต้มไปแล้ว
หนิงเฟยหลงคิดแล้วก็ขนลุกสะบัดหน้าไปมาคราหนึ่งแล้วนำโอสถไปรักษาหน่วยเฟิงที่เหลือใช้เวลาหนึ่งเค่อ (15 นาที) หน่วยเฟิงก็ฟื้นตื่นหมดแต่คนที่ไปต่อได้มีไม่ถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำนี่เพียงด่านแรกยังสูญเสียมากถึงเพียงนี้นี่ทำให้เขาต้องคาดเดาสติปัญญาของจักรพรรดิเยว่ใหม่อีกครั้งข้อที่สงสัยอยู่คือทหารเยว่พวกนั้นเป็นใคร เห็นชัดว่าไม่ใช่ทหารชั้นเลว
ในบรรดากองทัพหลักเยว่ทั้งหมดหนิงเฟยหลงไม่เคยเจออยู่สองทัพนั่นคือทัพตะวันตกและราชองครักษ์ แม้จะมีเข้าออกวังอยู่บ้าง แต่ก็เจอเพียงกองราชองครักษ์ที่มีฝีมือเทียบเท่ากองทัพรักษาพระนครเท่านั้นแต่สำหรับกองทัพตะวันตกนั้นเขาไม่เคยเจอเลย
“ไม่รู้ว่ากองทหารนี้เป็นของใคร ?เราต้องรีบแจ้งกลับไปยังนครเหอผิงโดยเร็วที่สุด พวกเจ้าสิบสามคนเดินทางกลับไปส่วนสิบเจ็ดคนที่เหลือตามข้าทำภารกิจต่อ”
“รับคำสั่ง !” หน่วยเฟิงแยกกันทำตามคำสั่ง
จากนั้นเขาก็พุ่งพรวดไปยังตำแหน่งของเหรินหานหลิ่งเพื่อดูว่าสิ่งใดกันที่ช่วยปกป้องพวกเขาค้นทั้งตัวแล้วพบเจอเพียงสิ่งเดียวที่พิเศษมันคือแผ่นผลึกใสไม่รู้ว่าเป็นสิ่งใดกันแน่ เขาเก็บมันไว้ในแหวนมิติแล้วเดินหน้าข้ามแม่น้ำป๋อมุ่งสู่เมืองหลวง
ระหว่างทางผ่านกองลาดตระเวนมากกว่ายี่สิบครั้งทั้งเจอผู้ฝึกยุทธ์ระดับยอดฝีมืออีกสามครั้ง ไม่รู้ว่าเยว่ไปขนคนพวกนี้มาจากที่ใด?
หน่วยเฟิงใช้เวลาถึงสิบวันจึงสามารถข้ามแม่น้ำป๋อได้แต่สิ่งที่เขาต้องเผชิญต่อไปคือ กองลาดตระเวนขนาดใหญ่ ทหารเยว่ราวหนึ่งกองพันและจากที่สืบมาผู้บัญชาการที่นี่ก็คือเหรินจูหง !
“ไม่รู้ว่าเหรินจูหงจะทำการต้อนรับข้าอย่างไร ?แต่การที่เหรินหานหลิ่งไปอยู่ที่ชายแดนคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญในอาณาจักรคงมีคนเป็นหนอนบ่อนไส้แน่”หนิงเฟยหลงมั่นใจกับเรื่องนี้มากไม่เช่นนั้นการเคลื่อนไหวของหนิง เยว่จะรู้ได้อย่างไร? ไม่เช่นนั้นหนิงคงไม่เปิดโอกาสให้เยว่ยึดครองซ่งได้โดยง่าย
“ศิษย์น้องเฟยหลงครั้งนี้ท่านต้องระวัง เราไม่อาจให้หน่วยเฟิงสูญเสียไปมากกว่านี้ก่อนที่ทางอาณาจักรจะได้รับข่าวข้าเห็นควรให้พวกเราทั้งสี่ออกไปสอดแนมดูก่อนป้องกันความผิดพลาด”
จิ๋นหลี่ขันอาสาสามคนที่เหลือก็คล้ายเห็นด้วยเพียงรอคำตอบจากชายหนุ่มเท่านั้น
“ได้ แต่ห้ามเข้าปะทะเด็ดขาด หากเกิดข้อผิดพลาดถอยหนีทันทีหากหนีไม่ได้ให้ใช้พลุสัญญาณ ข้าจะนำหน่วยเฟิงไปช่วย”หนิงเฟยหลงยื่นพลุให้คนทั้งสี่ ทั้งสี่คนรับแล้วก็เริ่มการสอดแนม
รออยู่จนมืดพลุสัญญาณหนึ่งพลันดังขึ้น หนิงเฟยหลงรีบพาหน่ยเฟิงไปช่วยทันที
“ข้าคิดอยู่แล้วว่าเจ้าต้องมาช่วย อันที่จริงข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดในเมื่อรอดมาได้ ข้าก็ฆ่าเจ้าใหม่ได้ !” ชายชราแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ใช่แล้วผู้ที่มารอหนิงเฟยหลงอยู่ก็คือเหรินจูหง !
ไม่ทันที่จะเกิดการต่อสู้ขึ้นทหารในหน่วยผู้หนึ่งก็ล้มตัวลงทุกคนในหน่วยพากันมองไปยังจุดเดียว ไส้ศึกตัวเป็น ๆ อยู่ในหน่วยของพวกเขา !
มันคือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าเพียงหนึ่งเดียว !
อีกสิบห้าคนที่เหลือถอยมารวมล้อมหนิงเฟยหลงไว้พวกเขาไม่กล้ามือบุ่มบ่ามขั้นเก้าแข็งแกร่งเกินไป ทั้งยังมีกองทหารเยว่อีกหนึ่งพันนายล้อมรอบพวกเขาอยู่นี่ไม่ใช่อะไรที่จะผ่านไปได้ง่าย ๆ เลย
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะวางแผนนี้ไว้นานแล้ว”
“แน่นอนก็ตั้งแต่ที่หนิงเฉิงส่งหน่วยเฟิงมาครั้งก่อนข้าก็ได้ส่งสายลับของเราแทรกซึมเข้าไปแล้วด้วยวิชาแปลงโฉมเป็นอย่างไรมันเหมือนมากใช่ไหม ?” สิ้นเสียงชายผู้นั้นก็ถอดหน้ากากหนังออกเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมา
“เหรินจวงคารวะท่านพ่อ”
“!!!!!!” หนิงเฟยหลงตะลึงเล็กน้อยเหรินจูหงถึงกับส่งบุตรชายตนเองมาทำภารกิจเสี่ยงตายนี่เป็นบิดาเช่นใดกัน
ทว่าที่น่าสนใจกว่าคือทักษะแปลงโฉมที่สามารถหลอกยอดฝีมือหลายคนได้เป็นเวลานานทั้งยังมีวิชาเดียวกันกับขั้นเก้าคนนั้นที่คาดว่าคงตายไปแล้ว หน่วยเฟิงคงไม่ได้มีแค่ขั้นเก้าผู้นี้ที่เป็นสายลับแต่คงมีผู้อื่นอยู่ก่อนหน้านี้ จึงสามารถบอกเคล็ดวิชาลับให้เหรินจวงฝึกฝนก่อนการปลอมตัวได้
“เหรินจูหงสติปัญญาท่านไม่ธรรมดาจริง ๆเพียงแต่การล่อลวงของท่านคราวนี้คงไม่ง่ายดายเช่นนั้นแล้ว !”หนิงเฟยหลงเรียกศาสตราวุธของตนพลางเปล่งเสียงสัญญาณ “ลงมือ !”
ตูม ตูม ตูม !
เสียงระเบิดดังขึ้นด้านหลังกองทหารพันนายจากนั้นก็มีคนสวมชุดดำไล่สังหารทหารทางตะวันตกเข้ามา
“ใครกัน ? เป็นไปไม่ได้”เหรินจูหงมองเซ่อไปครู่หนึ่งนัยน์ตาสาดไอสังหารพุ่งไปยังชายหนุ่ม “ต่อให้มีคนมาช่วยเจ้าแต่วันนี้ไม่มีชนชั้นแดนพิภพใดจะช่วยเจ้าได้ เจ้าสังหารบุตรชายข้า เจ้าต้องชดใช้ !”
ปัง !
หนิงเฟยหลงสะบัดกระบี่ต้านรับการโจมตีถอยร่นออกมาหลายสิบก้าว “ไร้สาระจะสู้ก็สู้ไยต้องกล่าวมากความ เข้ามา !”
เหรินจูหงมือสองข้างโบกพัดเหล็กปราณวายุก่อตัวขึ้นอย่างน่าสะพรึงเข้าจู่โจมหนิงเฟยหลงหนิงเฟยหลงฟาดฝ่ามือเข้าใส่พายุหมุนเงาฝ่ามือขนาดใหญ่กระทบปราณวายุเสียงสนั่นเหรินจูหงไม่หยุดเพียงนั้นเขาใช้ก้าวพิสดารมาอยู่ด้านหลังแล้วซัดฝ่ามือไร้ลักษณ์
“ลูกเล่นเดิม ๆ คิดว่าข้ากลัวหรือไง ?”หนิงเฟยหลงเปลี่ยนกระบวนท่าใช้กระบี่เร็วตอบสนอง ร่างลมหวนถูกใช้งานก้าวชมจันทร์ถลาจู่โจมเงาร่างหายในพริบตา
เหรินจูหงขมวดคิ้วจากนั้นก็ใช้ก้าวพิสดารถอยหนีไป กระบี่ของหนิงเฟยหลงยิ่งมายิ่งรวดเร็วเหรินจูหงแม้เป็นยอดฝีมือแดนพิภพก็ไม่อาจตามความเร็วนี้ได้อยากจะสลัดให้หลุด แต่ก็ต้องจนใจด้วยวิชาตัวเบาของหนิงเฟยหลงล้ำเลิศเกินไปวิชาเท้าพิสดารของเขาสู้ไม่ได้
พัดเหล็กหยุดหมุนกลางอากาศเรียกกลับคืนพัดทั้งสองรวมเป็นหนึ่งต่อกันเป็นดาบสั้นปัดป้องกระบี่
เหรินจูหงมีสีหน้ามืดมนเขาประเมินชายหนุ่มต่ำเกินไปไม่คิดว่าชายหนุ่มจะพัฒนาฝีมือจากคราวก่อนมากหากเป็นคราวที่แล้วหนิงเฟยหลงคงตายไปแล้ว แต่ไหนเลยที่คนอย่างเขาจะมีฝีมือเพียงแค่นี้
“คิดว่าข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้ ? น่าขัน !” เหรินจูหงยกมือซ้ายชี้ขึ้นฟ้าปากท่องคาถา
หนิงเฟยหลงพลันรู้สึกเย็นขึ้นร่างกายเชื่องช้าลงในบัดดล หิมะโปรยปรายการเคลื่อนที่จึงเชื่องช้าสีหน้าของเขาเปลี่ยนสี ทว่าแววตากลับเด็ดเดี่ยว เขาจะไม่ถอย !
“จงลุกโชนให้ข้า !”
ซู่ !เปลวเพลิงสีชาดลุกไหม้ห้วงอากาศ หนิงเฟยหลงดวงตาแข็งกร้าวกระบวนท่าที่ฟาดฟันเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง!
เหรินจูหงตกใจไม่เก็บซ่อนพลัง ระเบิดลมปราณผลักดันชายหนุ่มออกไป
หนิงเฟยหลงปลดปล่อยกระบี่
“เขตแดนร่วงโรย”
พลังปราณของเหรินจูหงถูกกัดกร่อนพละกำลังโรยรา เขาตกใจมากรีบถอยร่นหนีไปทหารเยว่หลายร้อยสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ ทว่าหน่วยเฟิงทั้งสามสิบกับมารวมกันอีกครั้งแล้วไม่สิยี่สิบแปดถึงจะถูก ตายหนึ่ง ตัวปลอมหนึ่ง
อันที่จริงหลังจากหนิงเฟยหลงออกคำสั่งส่งสิบสามคนกลับไปก็ได้ส่งกระแสเสียงข้อความบางอย่างไว้โชคดีที่ทั้งสิบสามคนมาทันจังหวะทั้งยังได้กองหนุนมาช่วยอีกด้วยกองหนุนที่ว่านี้ย่อมไม่ธรรมดา เพราะพวกเขาเป็นถึงยอดฝีมือแดนพิภพ
พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคู่ปรับเก่าทั้งห้าของเหรินจูหงยอดฝีมือชาวจิ่น ที่นำโดยจิ่นอ๋อง !
เมื่อการช่วยเหลือมาถึงหน่วยเฟิงจึงรอดพ้นจากอันตราย ประจวบกับซ่งจิ่นติ้งและพรรคพวกอีกสามคนกลับมารวมตัวช่วยตีนอกประสานใน กองพันนี้จึงเข้าสู่ภาวะสับสนเปิดช่องทางให้หนีได้สะดวกมากขึ้น ทำลายค่ายกลใหญ่
เหรินจูหงใบหน้าอัปลักษณ์ดวงตาแดงก่ำทว่าเวลานี้ไม่สมควรเข้าร่วมการต่อสู้เขาจำเป็นต้องมีชีวิตรอดก่อนเหรินจูหงกำลังจะหนี !
หนิงเฟยหลงไหนเลยจะยอมปล่อยไป เขาเคลื่อนพลังจิตจู่โจมเหรินจูหงอย่างไม่ทันตั้งตัวหัวสมองเหรินจูหงคล้ายจะระเบิดออกแผดร้องโหยหวนอย่างเวทนาเหรินจวงตกใจสุดขีดพุ่งพรวดเข้าโจมตีหนิงเฟยหลงอย่างไม่คิดชีวิต พลังจิตที่โจมตีอยู่หยุดลงกระบี่ในมือเสือกแทงออก
เหรินจวงตาย !
เมื่อไม่มีการโจมตีทางจิตเหรินจูหงจึงสลัดหลุด ดวงตาของมันเบิกกว้างจ้องชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัว“เป็นไปไม่ได้ เจ้ามีพลังจิต !!” มันรีบหนีอย่างไม่คิดชีวิต
เรื่องนี้สำคัญมากผู้มีพลังสองประเภทไม่ควรมีอยู่ !
เหรินจูหงทั้งตื่นตระหนกทั้งหวาดกลัวหนีไปด้วยความเร็วสูงสุดแต่เขาดูถูกชายหนุ่มเกินไป
“ร่างกายดุจสายลม รวดเร็วประหนึ่งวายุ ข้าลู่ตามลม ไป !”
เจตจำนงแห่งลมเกื้อหนุนให้หนิงเฟยหลงตามมาทัน เหรินจูหงแทบจะบ้าเขาไม่กล้าจะหันหลังกลับมามองเร่งความเร็วไม่ลดละ แต่นั่นก็ยังช้าเกินไปเมื่อเทียบกับเจตจำนงแห่งสายลมนี้
หนิงเฟยหลงต้องการจะปลิดชีพเหรินจูหงภายในกระบี่เดียว
“คมวายุผสานจิต สะบั้น !”
“หากเจ้าฆ่าข้าตระกูลเจ้าจะต้องตายกันหมด !” เหรินจูหงแผดเสียงด้วยความหวาดกลัว คาดไม่ถึงๆเขาต้องมาจบชีวิตที่นี่ “พวกเจ้าต้องชดใช้ ตาย ตายตามข้ามาให้...”เหรินจูหงกลายเป็นคนเสียสติแล้ว
เสียงกรีดแรงลมยาวเป็นทางกระบี่นี้คมกล้า รุนแรง และรวดเร็วจนมองไม่ทัน เหรินจูหงผู้เหินหาวบัดนี้กลายเป็นเหรินจูหงผู้หัวหายกายไปก่อนเสียแล้ว
“เจ้าเป็นใครกันแน่ ?”
..........