ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนทที่ 172 ล้างอาย

            หนิงเฟยหลงคล้ายกับฝันไปเขารู้สึกว่าตนเห็นดาวล้านดวงอยู่ตรงหน้าทว่า...“ทำไมข้าถึงเจ็บได้ ?”

             

            “ยังมีหน้ามาถามอีกเจ้าจะทำอะไร !” หลี่ฮุ่ยหลันตวาดใส่หนิงเฟยหลงด้วยความโกรธ

             

            หนิงเฟยหลงสะดุ้งเฮือก พลางมองหน้าศิษย์พี่หญิงที่โกรธจัดทำทีเป็นเฉยเมยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ข้าเพียงจะมาปลุกท่านเท่านั้น ข้าไปดูคนอื่นก่อน”

             

            เมื่อครู่เขานึกสนุก แต่คิดไม่ถึงว่าการนึกสนุกของเขาจะทำให้เจ็บตัวได้ยังดีที่ว่าร่างกายเขาแข็งแกร่งแม้สะเทือนอยู่บ้างคันเล็กน้อยแต่ก็ยังต้องตกใจเมื่อฝ่ามือนั้นเป็นเพียงของสตรีที่พลังยุทธ์ต่ำกว่าเขาเสียอีกราวกับว่านางทุ่มกำลังทั้งหมดมาที่ฝ่ามือนั้นก่อนตบหากเป็นร่างกายธรรมดาเขาคงได้นอนหยอดข้าวต้มไปแล้ว

             

            หนิงเฟยหลงคิดแล้วก็ขนลุกสะบัดหน้าไปมาคราหนึ่งแล้วนำโอสถไปรักษาหน่วยเฟิงที่เหลือใช้เวลาหนึ่งเค่อ (15 นาที) หน่วยเฟิงก็ฟื้นตื่นหมดแต่คนที่ไปต่อได้มีไม่ถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำนี่เพียงด่านแรกยังสูญเสียมากถึงเพียงนี้นี่ทำให้เขาต้องคาดเดาสติปัญญาของจักรพรรดิเยว่ใหม่อีกครั้งข้อที่สงสัยอยู่คือทหารเยว่พวกนั้นเป็นใคร เห็นชัดว่าไม่ใช่ทหารชั้นเลว

             

            ในบรรดากองทัพหลักเยว่ทั้งหมดหนิงเฟยหลงไม่เคยเจออยู่สองทัพนั่นคือทัพตะวันตกและราชองครักษ์ แม้จะมีเข้าออกวังอยู่บ้าง แต่ก็เจอเพียงกองราชองครักษ์ที่มีฝีมือเทียบเท่ากองทัพรักษาพระนครเท่านั้นแต่สำหรับกองทัพตะวันตกนั้นเขาไม่เคยเจอเลย

             

            “ไม่รู้ว่ากองทหารนี้เป็นของใคร ?เราต้องรีบแจ้งกลับไปยังนครเหอผิงโดยเร็วที่สุด พวกเจ้าสิบสามคนเดินทางกลับไปส่วนสิบเจ็ดคนที่เหลือตามข้าทำภารกิจต่อ”

             

            “รับคำสั่ง !” หน่วยเฟิงแยกกันทำตามคำสั่ง

             

            จากนั้นเขาก็พุ่งพรวดไปยังตำแหน่งของเหรินหานหลิ่งเพื่อดูว่าสิ่งใดกันที่ช่วยปกป้องพวกเขาค้นทั้งตัวแล้วพบเจอเพียงสิ่งเดียวที่พิเศษมันคือแผ่นผลึกใสไม่รู้ว่าเป็นสิ่งใดกันแน่ เขาเก็บมันไว้ในแหวนมิติแล้วเดินหน้าข้ามแม่น้ำป๋อมุ่งสู่เมืองหลวง

             

            ระหว่างทางผ่านกองลาดตระเวนมากกว่ายี่สิบครั้งทั้งเจอผู้ฝึกยุทธ์ระดับยอดฝีมืออีกสามครั้ง ไม่รู้ว่าเยว่ไปขนคนพวกนี้มาจากที่ใด?

             

            หน่วยเฟิงใช้เวลาถึงสิบวันจึงสามารถข้ามแม่น้ำป๋อได้แต่สิ่งที่เขาต้องเผชิญต่อไปคือ กองลาดตระเวนขนาดใหญ่ ทหารเยว่ราวหนึ่งกองพันและจากที่สืบมาผู้บัญชาการที่นี่ก็คือเหรินจูหง !

             

            “ไม่รู้ว่าเหรินจูหงจะทำการต้อนรับข้าอย่างไร ?แต่การที่เหรินหานหลิ่งไปอยู่ที่ชายแดนคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญในอาณาจักรคงมีคนเป็นหนอนบ่อนไส้แน่”หนิงเฟยหลงมั่นใจกับเรื่องนี้มากไม่เช่นนั้นการเคลื่อนไหวของหนิง เยว่จะรู้ได้อย่างไร? ไม่เช่นนั้นหนิงคงไม่เปิดโอกาสให้เยว่ยึดครองซ่งได้โดยง่าย

             

            “ศิษย์น้องเฟยหลงครั้งนี้ท่านต้องระวัง เราไม่อาจให้หน่วยเฟิงสูญเสียไปมากกว่านี้ก่อนที่ทางอาณาจักรจะได้รับข่าวข้าเห็นควรให้พวกเราทั้งสี่ออกไปสอดแนมดูก่อนป้องกันความผิดพลาด”

             

            จิ๋นหลี่ขันอาสาสามคนที่เหลือก็คล้ายเห็นด้วยเพียงรอคำตอบจากชายหนุ่มเท่านั้น

             

            “ได้ แต่ห้ามเข้าปะทะเด็ดขาด หากเกิดข้อผิดพลาดถอยหนีทันทีหากหนีไม่ได้ให้ใช้พลุสัญญาณ ข้าจะนำหน่วยเฟิงไปช่วย”หนิงเฟยหลงยื่นพลุให้คนทั้งสี่ ทั้งสี่คนรับแล้วก็เริ่มการสอดแนม

             

            รออยู่จนมืดพลุสัญญาณหนึ่งพลันดังขึ้น หนิงเฟยหลงรีบพาหน่ยเฟิงไปช่วยทันที

             

            “ข้าคิดอยู่แล้วว่าเจ้าต้องมาช่วย อันที่จริงข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดในเมื่อรอดมาได้ ข้าก็ฆ่าเจ้าใหม่ได้ !” ชายชราแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ใช่แล้วผู้ที่มารอหนิงเฟยหลงอยู่ก็คือเหรินจูหง !

             

            ไม่ทันที่จะเกิดการต่อสู้ขึ้นทหารในหน่วยผู้หนึ่งก็ล้มตัวลงทุกคนในหน่วยพากันมองไปยังจุดเดียว ไส้ศึกตัวเป็น ๆ อยู่ในหน่วยของพวกเขา !

             

            มันคือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าเพียงหนึ่งเดียว !

             

            อีกสิบห้าคนที่เหลือถอยมารวมล้อมหนิงเฟยหลงไว้พวกเขาไม่กล้ามือบุ่มบ่ามขั้นเก้าแข็งแกร่งเกินไป ทั้งยังมีกองทหารเยว่อีกหนึ่งพันนายล้อมรอบพวกเขาอยู่นี่ไม่ใช่อะไรที่จะผ่านไปได้ง่าย ๆ เลย

             

            “ดูเหมือนว่าเจ้าจะวางแผนนี้ไว้นานแล้ว”

             

            “แน่นอนก็ตั้งแต่ที่หนิงเฉิงส่งหน่วยเฟิงมาครั้งก่อนข้าก็ได้ส่งสายลับของเราแทรกซึมเข้าไปแล้วด้วยวิชาแปลงโฉมเป็นอย่างไรมันเหมือนมากใช่ไหม ?” สิ้นเสียงชายผู้นั้นก็ถอดหน้ากากหนังออกเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมา

             

            “เหรินจวงคารวะท่านพ่อ”

             

            “!!!!!!” หนิงเฟยหลงตะลึงเล็กน้อยเหรินจูหงถึงกับส่งบุตรชายตนเองมาทำภารกิจเสี่ยงตายนี่เป็นบิดาเช่นใดกัน

             

            ทว่าที่น่าสนใจกว่าคือทักษะแปลงโฉมที่สามารถหลอกยอดฝีมือหลายคนได้เป็นเวลานานทั้งยังมีวิชาเดียวกันกับขั้นเก้าคนนั้นที่คาดว่าคงตายไปแล้ว หน่วยเฟิงคงไม่ได้มีแค่ขั้นเก้าผู้นี้ที่เป็นสายลับแต่คงมีผู้อื่นอยู่ก่อนหน้านี้ จึงสามารถบอกเคล็ดวิชาลับให้เหรินจวงฝึกฝนก่อนการปลอมตัวได้

             

            “เหรินจูหงสติปัญญาท่านไม่ธรรมดาจริง ๆเพียงแต่การล่อลวงของท่านคราวนี้คงไม่ง่ายดายเช่นนั้นแล้ว !”หนิงเฟยหลงเรียกศาสตราวุธของตนพลางเปล่งเสียงสัญญาณ “ลงมือ !”

             

            ตูม ตูม ตูม !

             

            เสียงระเบิดดังขึ้นด้านหลังกองทหารพันนายจากนั้นก็มีคนสวมชุดดำไล่สังหารทหารทางตะวันตกเข้ามา

             

            “ใครกัน ? เป็นไปไม่ได้”เหรินจูหงมองเซ่อไปครู่หนึ่งนัยน์ตาสาดไอสังหารพุ่งไปยังชายหนุ่ม “ต่อให้มีคนมาช่วยเจ้าแต่วันนี้ไม่มีชนชั้นแดนพิภพใดจะช่วยเจ้าได้ เจ้าสังหารบุตรชายข้า เจ้าต้องชดใช้ !”

             

            ปัง !

             

            หนิงเฟยหลงสะบัดกระบี่ต้านรับการโจมตีถอยร่นออกมาหลายสิบก้าว “ไร้สาระจะสู้ก็สู้ไยต้องกล่าวมากความ เข้ามา !”

             

            เหรินจูหงมือสองข้างโบกพัดเหล็กปราณวายุก่อตัวขึ้นอย่างน่าสะพรึงเข้าจู่โจมหนิงเฟยหลงหนิงเฟยหลงฟาดฝ่ามือเข้าใส่พายุหมุนเงาฝ่ามือขนาดใหญ่กระทบปราณวายุเสียงสนั่นเหรินจูหงไม่หยุดเพียงนั้นเขาใช้ก้าวพิสดารมาอยู่ด้านหลังแล้วซัดฝ่ามือไร้ลักษณ์

             

            “ลูกเล่นเดิม ๆ คิดว่าข้ากลัวหรือไง ?”หนิงเฟยหลงเปลี่ยนกระบวนท่าใช้กระบี่เร็วตอบสนอง ร่างลมหวนถูกใช้งานก้าวชมจันทร์ถลาจู่โจมเงาร่างหายในพริบตา

             

            เหรินจูหงขมวดคิ้วจากนั้นก็ใช้ก้าวพิสดารถอยหนีไป กระบี่ของหนิงเฟยหลงยิ่งมายิ่งรวดเร็วเหรินจูหงแม้เป็นยอดฝีมือแดนพิภพก็ไม่อาจตามความเร็วนี้ได้อยากจะสลัดให้หลุด แต่ก็ต้องจนใจด้วยวิชาตัวเบาของหนิงเฟยหลงล้ำเลิศเกินไปวิชาเท้าพิสดารของเขาสู้ไม่ได้

             

            พัดเหล็กหยุดหมุนกลางอากาศเรียกกลับคืนพัดทั้งสองรวมเป็นหนึ่งต่อกันเป็นดาบสั้นปัดป้องกระบี่

             

            เหรินจูหงมีสีหน้ามืดมนเขาประเมินชายหนุ่มต่ำเกินไปไม่คิดว่าชายหนุ่มจะพัฒนาฝีมือจากคราวก่อนมากหากเป็นคราวที่แล้วหนิงเฟยหลงคงตายไปแล้ว แต่ไหนเลยที่คนอย่างเขาจะมีฝีมือเพียงแค่นี้

             

            “คิดว่าข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้ ? น่าขัน !” เหรินจูหงยกมือซ้ายชี้ขึ้นฟ้าปากท่องคาถา

             

            หนิงเฟยหลงพลันรู้สึกเย็นขึ้นร่างกายเชื่องช้าลงในบัดดล หิมะโปรยปรายการเคลื่อนที่จึงเชื่องช้าสีหน้าของเขาเปลี่ยนสี ทว่าแววตากลับเด็ดเดี่ยว เขาจะไม่ถอย !

             

            “จงลุกโชนให้ข้า !”

             

            ซู่ !เปลวเพลิงสีชาดลุกไหม้ห้วงอากาศ หนิงเฟยหลงดวงตาแข็งกร้าวกระบวนท่าที่ฟาดฟันเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง!

             

            เหรินจูหงตกใจไม่เก็บซ่อนพลัง ระเบิดลมปราณผลักดันชายหนุ่มออกไป

             

            หนิงเฟยหลงปลดปล่อยกระบี่

             

            “เขตแดนร่วงโรย”

             

            พลังปราณของเหรินจูหงถูกกัดกร่อนพละกำลังโรยรา เขาตกใจมากรีบถอยร่นหนีไปทหารเยว่หลายร้อยสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ ทว่าหน่วยเฟิงทั้งสามสิบกับมารวมกันอีกครั้งแล้วไม่สิยี่สิบแปดถึงจะถูก ตายหนึ่ง ตัวปลอมหนึ่ง

             

            อันที่จริงหลังจากหนิงเฟยหลงออกคำสั่งส่งสิบสามคนกลับไปก็ได้ส่งกระแสเสียงข้อความบางอย่างไว้โชคดีที่ทั้งสิบสามคนมาทันจังหวะทั้งยังได้กองหนุนมาช่วยอีกด้วยกองหนุนที่ว่านี้ย่อมไม่ธรรมดา เพราะพวกเขาเป็นถึงยอดฝีมือแดนพิภพ

             

            พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคู่ปรับเก่าทั้งห้าของเหรินจูหงยอดฝีมือชาวจิ่น ที่นำโดยจิ่นอ๋อง !

             

            เมื่อการช่วยเหลือมาถึงหน่วยเฟิงจึงรอดพ้นจากอันตราย ประจวบกับซ่งจิ่นติ้งและพรรคพวกอีกสามคนกลับมารวมตัวช่วยตีนอกประสานใน กองพันนี้จึงเข้าสู่ภาวะสับสนเปิดช่องทางให้หนีได้สะดวกมากขึ้น ทำลายค่ายกลใหญ่

             

            เหรินจูหงใบหน้าอัปลักษณ์ดวงตาแดงก่ำทว่าเวลานี้ไม่สมควรเข้าร่วมการต่อสู้เขาจำเป็นต้องมีชีวิตรอดก่อนเหรินจูหงกำลังจะหนี !

             

            หนิงเฟยหลงไหนเลยจะยอมปล่อยไป เขาเคลื่อนพลังจิตจู่โจมเหรินจูหงอย่างไม่ทันตั้งตัวหัวสมองเหรินจูหงคล้ายจะระเบิดออกแผดร้องโหยหวนอย่างเวทนาเหรินจวงตกใจสุดขีดพุ่งพรวดเข้าโจมตีหนิงเฟยหลงอย่างไม่คิดชีวิต พลังจิตที่โจมตีอยู่หยุดลงกระบี่ในมือเสือกแทงออก

             

            เหรินจวงตาย !

             

            เมื่อไม่มีการโจมตีทางจิตเหรินจูหงจึงสลัดหลุด ดวงตาของมันเบิกกว้างจ้องชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัว“เป็นไปไม่ได้ เจ้ามีพลังจิต !!” มันรีบหนีอย่างไม่คิดชีวิต

             

            เรื่องนี้สำคัญมากผู้มีพลังสองประเภทไม่ควรมีอยู่ !

             

            เหรินจูหงทั้งตื่นตระหนกทั้งหวาดกลัวหนีไปด้วยความเร็วสูงสุดแต่เขาดูถูกชายหนุ่มเกินไป

             

            “ร่างกายดุจสายลม รวดเร็วประหนึ่งวายุ ข้าลู่ตามลม ไป !”

     

            เจตจำนงแห่งลมเกื้อหนุนให้หนิงเฟยหลงตามมาทัน เหรินจูหงแทบจะบ้าเขาไม่กล้าจะหันหลังกลับมามองเร่งความเร็วไม่ลดละ แต่นั่นก็ยังช้าเกินไปเมื่อเทียบกับเจตจำนงแห่งสายลมนี้

             

            หนิงเฟยหลงต้องการจะปลิดชีพเหรินจูหงภายในกระบี่เดียว

             

            “คมวายุผสานจิต สะบั้น !”

             

            “หากเจ้าฆ่าข้าตระกูลเจ้าจะต้องตายกันหมด !” เหรินจูหงแผดเสียงด้วยความหวาดกลัว คาดไม่ถึงๆเขาต้องมาจบชีวิตที่นี่ “พวกเจ้าต้องชดใช้ ตาย ตายตามข้ามาให้...”เหรินจูหงกลายเป็นคนเสียสติแล้ว

             

            เสียงกรีดแรงลมยาวเป็นทางกระบี่นี้คมกล้า รุนแรง และรวดเร็วจนมองไม่ทัน เหรินจูหงผู้เหินหาวบัดนี้กลายเป็นเหรินจูหงผู้หัวหายกายไปก่อนเสียแล้ว

             

            “เจ้าเป็นใครกันแน่ ?”

             

            ..........

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน