ข้าว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นี่ มันต้องไม่ธรรมดาแน่!
หมิงอวี่ไม่ได้สังเกตเลยว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นมีขนาดต่างจากของคนอื่นมากมันเป็นสภาพที่ดูไม่ค่อยดีเลย
ระหว่างที่หมิงอวี่กำลังครุ่นคิด ความทรงจำบางอย่างก็พุ่งเข้าสู่หัวสมองของเขา
“กระบวนท่าที่หกของเคล็ดวิชาหยินหยางขั้นสูง สัมผัสแห่งวิญญาณ! ใช้น้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ฝึกฝนจิตควบคุมมันให้เข้าไปในจุดเซินถิง เพื่อไปถึงจุดสูงสุดของดวงตาหยั่งรู้!”
หมิงอวี่คิดไม่ถึงเลยว่า กระบวนท่าที่หกของเคล็ดวิชาหยินหยางขั้นสูงคือการใช้น้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังจิตวิญญาณที่รุนแรงควบคุมมันให้เข้าไปในจุดเซินถิง นั่นคือสถานะ “สัมผัสแห่งวิญญาณ”
จากรูปแบบการใช้งานกระบวนท่าที่หกของเคล็ดวิชาหยินหยางขั้นสูงหมิงอวี่ต้องค่อยๆ นำน้ำสีดำบริสุทธิ์จากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปที่จุดเซินถิงซึ่งอยู่บริเวณหน้าผากของเขา
ตอนที่น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์สัมผัสไปที่จุดเซินถิง ทันใดนั้นเองความเยือกเย็นก็แผ่ซ่านออกมาจากหัวของเขา
หมิงอวี่รู้สึกว่าหัวและร่างกายของเขานั้นเบาหวิวตัวของเขาล่องลอยมาก ความรู้สึกสดชื่นเต็มไปทั่วหัวของเขาเลย
จากนั้น เมื่อหมิงอวี่ลืมตาขึ้นมา จากความมืดตรงหน้าก็กลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง
รอบตัวของเขายังมีหมอกสีน้ำเงินก่อตัวขึ้นอีกมากมาย แต่หมิงอวี่ก็ต้องตกตะลึง
หลังจากที่เปิดสัมผัสแห่งวิญญาณ ดวงตาทั้งสองของเขาก็มองเห็นเม็ดน้ำค้างสีน้ำเงินได้อย่างทะลุปรุโปร่งเกล็ดหิมะบางรูปแบบต้องมองใกล้ๆ ถึงจะมองเห็น แต่ว่าตอนนี้แม้เกล็ดหิมะที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตรหมิงอวี่ก็กลับมองเห็นลักษณะรูปร่างของมันได้อย่างชัดเจน!
ส่วนหูยังคงมีเสียงลมพัดแรง แต่เขากลับสามารถแยกทิศทางของลมที่พัดมาได้อย่างชัดเจน!
จมูกที่สูดอากาศที่หนาวเย็นเข้าไป ยังสามารถได้กลิ่นความเค็มอ่อนๆที่ออกมาจากน้ำค้างได้ด้วย
สัมผัสแห่งวิญญาณมันทำให้ประสาทสัมผัสของหมิงอวี่นั้นไปอยู่ในจุดที่เรียกว่าน่ากลัวอย่างมากเขาสัมผัสได้ว่าเลือดลมในร่างกายของเขากำลังไหลเวียนอยู่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเคลื่อนไหวของเลือดลมในร่างกายตัวเองได้อย่างชัดเจน!
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ หมิงอวี่รู้สึกว่าหมอกหิมะรอบๆ บริเวณนั้นเคลื่อนไหวช้าลงโลกทั้งใบตรงหน้าเหมือนหมุนช้าลงเขารู้สึกว่าลมหายใจของเฮยจีที่อยู่เคียงข้างเขาตลอดก็ช้าลงไปด้วย จังหวะการกะพริบตาของเขานั้นเด่นชัดมาก!
แล้วเขายังสามารถมองทะลุร่างกายของเฮยจี มองไปเห็นอวัยวะที่อยู่ภายในของนางแต่ว่าของพวกนั้นเหมือนเป็นภาพลวงตา เพราะมันเป็นสีดำๆ
ไม่เพียงแค่ประสาทสัมผัสเท่านั้นที่แข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ แต่ยังมีการมองเห็นที่ทุกอย่างถูกปรับให้ช้าลงด้วย!
ต่อให้เป็นผู้กล้าคนอื่นที่มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้ เมื่อนำน้ำในบ่อถ่ายเข้าสู่จุดเซินถิงแล้วใช้ดวงตาหยั่งรู้ก็ไม่ได้ความสามารถในแบบนี้
“ตกลงแล้ว ข้ามีกำลังเท่าไรกันแน่เนี่ย?”
หลังจากกระชากวิญญาณสำเร็จไปแล้ววิญญาณก็สามารถควบคุมร่างกายได้ดีมากขึ้นสามารถปรับใช้พลังงานแฝงที่อยู่ในร่างกายได้ทั้งหมดในเวลานี้หมิงอวี่รู้สึกว่าร่างกายของเขานั้นระเบิดพลังออกมาหมดแล้วแต่ไม่สามารถระบายออกมาได้
“เจ้าทำสำเร็จแล้ว”
เฮยจีเดินมาตรงหน้าของหมิงอวี่ แล้วพูดว่า “ข้ารอจนร้อนใจไปหมดแล้ว เวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาข้ากลัวเจ้าจะธาตุไฟเข้าแทรกมากเลยนะ”
หมิงอวี่กลับส่ายหน้าแล้วหัวเราะ จากนั้นก็พูดว่า “ไม่หรอกทะลวงได้เร็วมิสู้ทะลวงได้จังหวะเวลา อีกหนึ่งก้านธูปคิดว่าแขกคนสำคัญของเราก็คงมาถึงแล้วล่ะ”
“หือ?” เฮยจีรู้สึกสงสัย แต่ไม่นานนางก็สัมผัสได้ว่ามีคนกำลังใกล้เข้ามา
หมิงอวี่ก็ไม่ได้คิดจะหลบ แต่เขารออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งในระยะสายตาของเขา ท่ามกลางหมอกหนาวที่อยู่ห่างไกลออกไปก็มีภาพของคนสองคนปรากฏขึ้น
สองคนนั้นก็คือหานเฟิงกับหลัวชี!
เพราะเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เขาดูดซับพลังงานดอกบัวหิมะน้ำแข็งไปหนึ่งดอก ทำให้หมอกเย็นบนยอดเขาเซิงหานนั้นลดลงไปมากอุณหภูมิที่น่ากลัวเหล่านั้นจึงเพิ่มสูงขึ้นมา
อีกทั้งหานเฟิงเองก็ไปหาหัวหยวนจือมาสิบเม็ดอย่างยากลำบากเขากับหลัวชีแบ่งกันกินคนละห้าเม็ดจึงสามารถขึ้นมาถึงตรงนี้ได้
“หมิงอวี่ เจ้ายังไม่ตายหรือ!”
ตอนที่หานเฟิงเห็นหมิงอวี่ เขาตะลึงก่อนเป็นอย่างแรกจากนั้นก็ดีใจอย่างมาก
เดิมหานเฟิงคิดว่า หมิงอวี่กับเฮยจีน่าจะหนาวตายไปแล้ว จากเมื่อหนึ่งเดือนก่อนที่เขาได้รับความอัปยศจากทั้งสองคนอย่างมากมันเป็นความทุกข์ที่หนักอกของเขามากที่สุด ต่อให้คิดว่าหมิงอวี่กับเฮยจีจะตายไปแล้วแต่เขาก็ยังอยากจะที่เห็นศพของสองคนนั้นถึงจะสบายใจ
จากนั้น หานเฟิงก็จะทำการฉีกศพของพวกเขาออกเป็นชิ้นๆ
แต่ว่า พอเห็นหมิงอวี่ยังมีชีวิตอยู่ หานเฟิงจึงตื่นเต้นมากเพราะแบบนี้เขาก็สามารถลงมือแก้แค้นด้วยมือของเขาเองได้!
“เจ้าอย่าเพิ่งตื่นเต้นไป” หมิงอวี่ทำปากบุ้ยใบ้ไปด้านหลังจากนั้นก็พูดว่า “เจ้าดูนี่ ไม่ใช่แค่ข้าคนเดียวนะที่ยังมีชีวิตอยู่ตรงนี้ยังมีบัวหิมะน้ำแข็งอยู่อีกสองต้นด้วยนะ ดีใจไหม?”
พอได้ยินหมิงอวี่พูดแบบนี้ หานเฟิงก็หันไปมองทันที แล้วก็พบว่าตรงนั้นมีบัวหิมะน้ำแข็งอยู่อีกสองดอกจริงๆ!
หากสามารถดูดซับบัวหิมะทั้งสองดอกนั้นได้ หานเฟิงก็จะสามารถทะลุจากขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่เจ็ดไปยังขั้นแปด“ระดับประสานเป็นหนึ่ง” ในทันที!
“ฮ่าฮ่า!”
ความรู้สึกดีใจจนอยากร้องไห้มันพลุ่งพล่านไปทั่วหัวของหานเฟิง
หนึ่งเดือน หนึ่งเดือนเต็ม! เขานอนไม่เคยหลับเลยในใจมีแต่ภาพของหมิงอวี่กับเฮยจี เขาอดทนมาจนถึงวันนี้ในที่สุดก็ได้รับสิ่งตอบแทนแล้ว!
สวรรค์มีเมตตากับข้าหานเฟิงจริงๆ !
ตอนนี้ดูไปแล้วหมิงอวี่จะต้องมีวิธีการต้านทานความหนาวนั้นแน่ถึงได้ขึ้นมาถึงยอดเขาเซิงหานได้เพียงแต่ว่าไม่กล้าลงจากเขาไปเลยตลอดหนึ่งเดือน รอจนตอนนี้เขามาถึงแล้วประจบมอบบัวหิมะน้ำแข็งให้กับเขา
หานเฟิงปล่อยวางแล้วพูดว่า “หมิงอวี่เจ้าคิดว่าข้าต้องการทานบริจาคจากเจ้าหรือ ถึงได้บัวหิมะน้ำแข็งสองดอกนี้มาน่ะ?เจ้าคิดว่า ทำแบบนี้แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไปหรือ?”
วินาทีที่มองเห็นหมิงอวี่กับเฮยจี หานเฟิงก็มีแผนการขึ้นมา
เขาต้องจัดการหมิงอวี่ก่อนจากนั้นก็ขืนใจเฮยจีต่อหน้าเขาทำให้เขาได้รับความสะเทือนจิตใจอย่างสูงที่สุด! มีแค่วิธีนี้เท่านั้นถึงจะชดเชยความเจ็บปวดในตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาของเขาได้
“เจ้าอย่าปล่อยข้าไปเชียวนะ ที่จริงมันต้องกลับกันแบบนี้เลยข้าต่างหากที่รอเจ้าอยู่”
หมิงอวี่ลุกขึ้นมา ยิ้มแล้วเดินมาหาหานเฟิง
“พูดจาอวดดี โอหังนัก!”หลัวชีทนท่าทางแบบนี้ของหมิงอวี่ไม่ได้เขาพุ่งมีดสั้นในมือออกไปที่ใบหน้าของหมิงอวี่ทันที
แต่ว่าหมิงอวี่แทบไม่หลบเลย เขาพลิกเอากระบี่เฟิงโหวออกมาแล้วระเบิดพลังออกไปแทงกระบี่ทะลุหน้าอกของหลัวชีไปทีเดียว
“เอ่อ ... ”
หลัวชีจ้องไปที่หมิงอวี่ด้วยความตะลึงปลายมีดของเขาหยุดอยู่ที่หน้าดวงตาข้างซ้ายของหมิงอวี่ ขอแค่เขาขยับแทงเข้าไปได้อีกแค่นิดเดียวเขาก็แทงตาของหมิงอวี่ได้แล้ว แต่ว่าระยะแค่นิดเดียวนี้เขากลับทำไม่ได้
คนทั่วไปที่เห็นมีดกำลังจะแทงมาที่ดวงตาของตัวเองก็มักจะต้องถอยหลังไปแต่หมิงอวี่กลับไม่ขยับตัวเลยแม้แต่นิดเดียว หลัวชีแทงไม่ถึง ทำอย่างไรก็คือแทงไม่ถึง!
“เจ้า ... ”
หลัวชีไม่อยากจะเชื่อเลยการคำนวณและการตัดสินใจของหมิงอวี่นั้นมันไปถึงระดับดีเยี่ยมมากๆเขาเองก็คิดไม่ถึงเลยว่าหมิงอวี่จะตัดสินใจและลงมืออย่างเด็ดขาดแบบนี้ ทำให้เขาถูกแทงทีเดียวจนตาย!
หลังจากไปถึงขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่หกระดับกระชากวิญญาณ ได้เปิดสัมผัสแห่งวิญญาณประสาทสัมผัสของหมิงอวี่ก็แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าตัว การกระทำของหลัวชีที่อยู่ตรงหน้าจึงดูช้าเหมือนกับเต่าคลาน
“หมิงอวี่ เจ้าทำอะไร!”
หานเฟิงที่อยู่ด้านหลังมองอย่างอึ้งไปหลัวชีเป็นผู้กล้าขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่เจ็ด เขาผ่านการต่อสู้มามากมายถือเป็นคนที่ถือดาบและกระหายเลือดมากแต่หมิงอวี่กลับแทงกระบี่ทีเดียวก็ฆ่าเขาได้แล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
หมิงอวี่ถีบหลัวชีจนล้มลง จากนั้นก็ชักกระบี่เฟิงโหวออกมาจากหน้าอกมองไปที่หานเฟิงแล้วพูดว่า “คนต่อไป ก็คือเจ้า”
“อะไรนะ?”
หานเฟิงจ้องไปที่ดวงตาสีดำของหมิงอวี่ แล้วเปิดสะเทือนสยบขึ้นมา แต่ถึงแม้จะเป็นสะเทือนสยบของขั้นที่เจ็ดระดับหลอมความเป็นเทพก็ไม่ส่งผลต่อหมิงอวี่เลยแม้แต่น้อย
เมื่อผ่านการฝึกตนด้วยจิตวิญญาณแห่งความหนาวเย็นที่บ้าคลั่งมาแล้วกำลังจิตของหมิงอวี่ก็แข็งแกร่งมาก แค่สะเทือนสยบของหานเฟิงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไรได้เลย
“ตายซะเถอะ!”
เมื่อเห็นหมิงอวี่เดินกดดันเข้ามา หานเฟิงกลับรู้สึกสั่นไปทั้งตัวเขาคือผู้กล้าขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่เจ็ดมีพลังเทียบเท่าราชสีห์หนึ่งพันสองร้อยตัวง้าวศึกสีทองหนักกว่าพันกรัมปรากฏขึ้นในมือ จากนั้นก็ไม่รอช้า ฟันเข้าใส่หมิงอวี่ในทันที
“เลือดนองใต้หล้า!”
แต่มันก็สายเกินที่จะเอ่ยแล้วแสงสีทองที่ปลายง้าวฟันลงจ่อไปที่คอของหมิงอวี่ด้วยความเกรี้ยวกราด
กระบวนท่านี้เต็มไปด้วยพลังมหาศาลของหานเฟิงมันเป็นการโจมตีที่แม้แต่ผู้กล้าขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่แปดยังไม่อาจละเลยได้เลย
ท่าทางของหมิงอวี่นิ่งมาก แต่ว่าสีหน้าของเขาจริงจังเขาถือกระบี่เฟิงโหวเอาไว้ แล้วรวบรวมพลังสังหารเก้าเท่าเอาไว้ในกระบี่เฟิงโหวแล้วฟันลงไป
การโจมตีนี้ มันระเบิดพลังราชสีห์สองพันตัวออกมา!
ง้าวศึกในมือของหานเฟิงหลุดออกจากมือ เขาถอยหลังไปห้าก้าวจากนั้นก็มองไปที่หมิงอวี่ด้วยความตกใจกลัว
หานเฟิงกระโดดลอยตัวขึ้นมา เพื่อหลบกระบี่ที่หมิงอวี่โจมตีเข้าใส่หมิงอวี่ตวัดกระบี่ขวางเข้าใส่หานเฟิง
“น่าขำ”
หานเฟิงดีดตัวขึ้นกลางอากาศ มันคือเท้าแตะเมฆาจากนั้นก็พลิกตัวหนึ่งครั้งไปอยู่ด้านหลังของหมิงอวี่ คิดจะใช้ง้าวศึกเด็ดหัวของเขาออกมา
แต่ว่า หมิงอวี่เหมือนรู้อยู่แล้วว่าหานเฟิงจะไปลงอยู่ที่ไหน เขาจึงตวัดกระบี่แทงไปที่ง้าวศึกสีทองอย่างไม่ลังเลเพราะว่าเขาคาดเอาไว้แล้ว ตอนที่หานเฟิงลงมากระบี่จึงแทงไปที่มือขวาของหานเฟิงแล้ว
“หมิงอวี่ กระบี่ในวันนี้ ข้าจะจำเอาไว้! วันหน้า ข้าจะให้เจ้าตายอย่างไร้ที่ฝัง!”
ระหว่างที่พูด หานเฟิงก็ใช้เท้าแตะเมฆาแล้วก็หันหลังหนีทันที แต่ว่าวินาทีต่อมาเขาก็กระโดดดีดเท้าหันทิศทางมาที่บัวหิมะน้ำแข็งอีกสองดอกแทน