[อดีตชาติ] ยามเว่ย ณ เรือนแกะสลักหยกของซ่งหยูเฟิง ชานเมืองกรุงปักกิ่ง ่กลางถึงปลายราชวงศ์ิ
แสงแดดยามบ่ายสาดแสงอ่อนผ่านหน้าต่างบานเล็กในเรือนแกะสลักของซ่งหยูเฟิงเงาแสงทอดยาวทั่วทั้งห้อง ราวกับเส้นด้ายบางเบาที่เย็บร้อยระหว่างอดีตกับปัจจุบันกลิ่นหอมของหยกที่เพิ่งถูกแกะสลักใหม่ลอยอบอวลในอากาศ ผสมกับกลิ่นธูปจางๆ ที่ค่อยๆปลิวไหลในสายลม
จ้าวหยูซินยืนอยู่กลางห้วงแห่งอดีตรู้สึกถึงกระแสของเวลาไหลกลับมาอีกครั้งเธอเริ่มคุ้นชินกับการเดินทางระหว่างอดีตและปัจจุบันเหมือนมันได้กลายเป็สายน้ำที่แ่ไหวอย่างต่อเนื่องในชีวิตมันเหมือนกับการเชื่อมต่อที่สลักลึกในโชคชะตาความทรงจำของเธอกับซ่งหยูเฟิงสะท้อนกลับมาเหมือนเศษแก้วที่กระจัดกระจาย มันค่อยๆเรียงตัวกันขึ้นภายในใจ
จ้าวหยูซินเห็นซ่งหยูเฟิงกำลังยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้องมือของนางแม้จะดูสงบมั่นคง แต่หัวใจกลับเต้นแรงระรัว ใน่เวลานี้นางกำลังสร้างสรรค์สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ‘หยกั’ขนาดประมาณสองฉื่อ สิ่งที่ไม่อาจเทียบกับผลงานใดๆ ที่นางเคยทำมาก่อน
เสียงแ่เบากระซิบมาในจิตใจของนาง มันเป็เสียงของ 'ิญญาผู้พิทักษ์เก่า'ที่ส่งผ่านมาจากอาณาจักริญญาขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวของมือนางอย่างแ่เบาและทรงพลัง
ซ่งหยูเฟิงเงยหน้าขึ้นจากงานแกะสลักดวงตาที่สะท้อนแสงหยกสั่นไหวไปกับความคิดที่สับสนอยู่ในใจ นางรู้ดีว่าเฉินจางเว่ยคู่หมั้นของนาง กำลังเดินทางมาเพื่อพบกันก่อนจะออกเดินทางไปยังสมรภูมิทางเหนือ ซ่งหยูเฟิงยังไม่ได้บอกเขาเกี่ยวกับหยกันางไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เพราะความลับนี้อันตรายเกินกว่าจะมองข้ามไปได้
ในใจของซ่งหยูเฟิงเธอรู้ว่าหากเฉินจางเว่ยรับรู้เื่นี้ เขาคงจะเป็กังวลอย่างมากเขาเป็คนที่ห่วงใยและปกป้องนางมาตลอดและนางรู้ว่าเขาไม่อาจทนเห็นนางต้องเผชิญหน้ากับภารกิจนี้เพียงลำพัง แต่ครั้งนี้ ซ่งหยูเฟิงรู้ว่าความลับนี้ไม่อาจเก็บไว้ได้อีกต่อไปมันเป็สิ่งที่สำคัญเกินกว่าที่จะเพิกเฉย ทั้งต่อชะตาชีวิตของพวกเขา และต่อแผ่นดินนี้
หยกัไม่ใช่เพียงหยกธรรมดา มันคือกุญแจแห่งพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงสมดุลของธรรมชาติพลังธาตุ ที่ควบคุม ดิน น้ำ ไฟ และลม นั้นลึกล้ำราวกับน้ำในมหาสมุทรที่อาจสงบเงียบหรือปั่นป่วนตามแต่ผู้ใช้จะเลือก
ซ่งหยูเฟิงยังคงมีอีกเื่ที่ทำให้นางกังวลใจอยู่ลึกๆ นั่นคือความปลอดภัยของชายคนรักของนาง ครั้งนี้เขาต้องเดินทางไปไกลถึงชายแดนเหนือเพื่อร่วมศึกความคิดถึงและความห่วงใยที่นางมีต่อเขาไม่เคยจางหาย นางเฝ้าภาวนาในใจขอให้เขาปลอดภัยจากอันตรายใด ๆ ที่อาจเข้ามา
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าที่แ่เบาและหนักแน่นดังขึ้น หัวใจของนางสั่นไหวแต่มั่นคงในความรู้สึก นางเงยหน้าขึ้น เห็นเฉินจางเว่ยย่างเท้าเข้ามาภายในเรือนแกะสลักของนาง
ชายหนุ่มวัยสิบเก้าที่เวลานี้ดำรงตำแหน่งเป็ถึงตูต่ง[1]ผู้บัญชาการรบผู้เลื่องชื่อด้วยความเฉียบแหลมในการวางแผนและความกล้าหาญไร้เทียมทานแต่วันนี้ ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกังวล
“เฟิงเอ๋อร์”เขากล่าวเบาๆ เสียงนั้นเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า
หยูเฟิงยิ้มบางๆแม้ว่าจะรู้สึกถึงแรงตึงเครียดที่สะสมในร่างกายของตน "ท่านพี่มาแล้ว"นางตอบด้วยเสียงนุ่มนวล
เฉินจางเว่ยพยักหน้าเล็กน้อยเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาจ้องมองหยกัที่ยังไม่สมบูรณ์ บนโต๊ะตรงหน้าหยูเฟิง“พี่ต้องมาพบเ้าก่อนเดินทาง” เขากล่าวด้วยเสียงแ่ดวงตาเขาฉายแววความห่วงใยที่ไม่อาจปิดบัง
ซ่งหยูเฟิงสบสายตาเฉินจางเว่ยนางรู้ว่าวันนี้เป็วันที่นางต้องเปิดเผยทุกสิ่งเกี่ยวกับหยกันางวางเครื่องมือแกะสลักลง นิ้วมือสั่นเล็กน้อยขณะหันไปสบตาเขา
“ข้ามีเื่สำคัญจะบอกท่านพี่”นางเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา “หยกที่ข้ากำลังแกะสลักนี้ หยกั มันคือหยกที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้าที่ข้าได้แกะสลัก ข้าได้รับการชี้นำจากิญญาผู้พิทักษ์เก่าในการสรรค์สร้าง เหล่าิญญาผู้พิทักษ์สื่อสารกับข้าว่ามันคือกุญแจที่จะสร้างสมดุลพลังธาตุทั้งสี่ดิน ไฟ น้ำ และอากาศ ให้กับแผ่นดินนี้ และมันยังบรรจุิญญาของัโบราญอีกด้วยท่านพี่”
เฉินจางเว่ยฟังเงียบๆแต่หยูเฟิงรู้สึกถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นทุกขณะในท่าทีของเขา ดวงตาของเขาฉายความหนักใจ
เขาถอนหายใจยาวมือของเขาลูบศีรษะอย่างครุ่นคิด ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันด้วยความกังวล“เฟิงเอ๋อร์... หยกนี้มีพลังมหาศาล หากมันตกอยู่ในมือของคนที่ไม่คู่ควร...”
“ข้ารู้ว่ามันอันตรายหยกัมีพลังสามารถควบคุมพลังธาตุได้” หยูเฟิงกล่าวด้วยเสียงแน่วแน่“แต่ข้าเป็ผู้ที่ถูกเลือกให้แกะสลักสิ่งนี้ หยกันี้มีพลังอันยิ่งใหญ่เราต้องปกป้องมันให้พ้นจากเงื้อมมือของผู้ที่ไม่คู่ควรเราต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มันถูกใช้ในทางที่ผิด และให้มันสร้างสมดุลพลังธาตุทั้งสี่ดิน ไฟ น้ำ และอากาศ ให้กับแผ่นดินนี้”
ความเงียบงันแผ่ขยายไปทั่วเรือนราวกับเวลาได้หยุดลง แต่หยูเฟิงััได้ถึงความคิดที่ต่อสู้กันในใจของเขาความคิดที่ราวกับเป็กระแสน้ำเชี่ยวกรากพลังของหยกันั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะมองข้ามได้ แม้กระทั่งฮ่องเต้หากได้รู้ถึงการมีอยู่ของมัน คงไม่อาจต้านทานความปรารถนาแห่งการได้
เฉินจางเว่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ "เราต้องมั่นใจว่ามันจะไม่มีวันตกไปอยู่ในมือผู้ใด"
"ข้ารู้" ซ่งหยูเฟิงกระซิบ เสียงของนางเบาราวกับลมที่พัดผ่าน"นั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง ไม่มีใครรู้เื่นี้แม้แต่ฮ่องเต้ ถ้าหยกัตกไปอยู่ในมือคนผิด โลกนี้อาจต้องพบจุดจบ"
เฉินจางเว่ยกำหมัดแน่นขากรรไกรของเขาเกร็งด้วยความกังวล เขาก้าวเข้าไปใกล้ซ่งหยูเฟิงมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย "เ้าควรบอกพี่เร็วกว่านี้"เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนถึงความวิตก"เป็หน้าที่ของข้าที่ต้องปกป้องเ้า เฟิงเอ๋อร์"
หัวใจของซ่งหยูเฟิงเ็ปเมื่อได้ยินความรู้สึกอันลึกซึ้งจากเสียงของเขานางเดินไปหาเขา เอื้อมมือบางๆ แตะแขนของเฉินจางเว่ยเบาๆ"ข้าไม่อยากเป็ภาระให้ท่านพี่" นางกระซิบเบา"โดยเฉพาะเมื่อท่านพี่กำลังจะออกรบ"
ดวงตาของเฉินจางเว่ยอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเขายื่นมือไปััใบหน้าของซ่งหยูเฟิงอย่างอ่อนโยนความอบอุ่นจากััของเขาทำให้นางรู้สึกถึงความคุ้นเคยที่แสนลึกซึ้ง"เ้าไม่เคยเป็ภาระสำหรับข้าเลย เฟิงเอ๋อร์ ข้าพร้อมจะรับทุกสิ่งไว้เองเพื่อเ้า"
ซ่งหยูเฟิงรู้สึกได้ถึงแรงสะท้อนของหัวใจตนเองเมื่อได้ยินถ้อยคำของเขาขณะที่นางเอนตัวเข้าหาความอบอุ่นจากััของเขา โลกภายนอกเหมือนจะเลือนหายไปหญิงสาวปิดตาลง ซึมซับทุกความรู้สึกที่แผ่ซ่านออกมาจากมือของเฉินจางเว่ยที่ลูบแก้มนางเบาๆ
"หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับหยกั เ้าต้องบอกข้าทันที แต่จงระวังห้ามให้ผู้ใดรู้เด็ดขาด"เสียงของเฉินจางเว่ยแ่เบาแต่หนักแน่นราวกับทุกคำพูดนั้นมีน้ำหนักของความลับที่ถูกฝังลึกไว้เขายื่นนกพิราบสื่อสารที่เชื่องและคุ้นเคยเข้ามาในมือของนาง"ข้าจะให้นกพิราบตัวนี้ไว้กับเ้า ใช้มันเพื่อติดต่อข้า"
สายตาของเขาจ้องมองเธอด้วยความแน่วแน่ราวกับ้าย้ำความสำคัญของคำสั่งนี้นกพิราบสีขาวในมือของเขาเหมือนเป็สิ่งเชื่อมโยงระหว่างความลับและความหวังซ่งหยูเฟิงรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่แค่การขอร้องแต่มันเป็คำสัญญาที่เธอต้องรักษาไว้ให้ดี เสียงนกพิราบแ่เบาในยามที่มันค่อยๆเข้ามาใกล้เธอ ราวกับรับรู้ภารกิจที่มันจะต้องนำพาข้ามฟากฟ้าออกไป
“ข้าสัญญาท่านพี่” นางกระซิบ เสียงสั่นเครือด้วยอารมณ์ที่เก็บกดไว้ “เมื่อข้าแกะสลักหยกัเสร็จข้าจะส่งข่าวบอกท่านพี่ และจะไม่มีผู้ใดรู้เื่นี้อีกต่อไป”
เฉินจางเว่ยพยักหน้าเล็กน้อยแม้ดวงตาของเขายังคงสะท้อนความกังวลลึกๆ “ข้าเชื่อเ้า” เขาตอบเบาๆ “แต่จงระวังตัวพลังในหยกนั้นยิ่งใหญ่เกินไป หากมีใครรู้..."
“ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น”หยูเฟิงขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าจะปกป้องมันให้ได้”
ดวงตาของเฉินจางเว่ยสะท้อนความรู้สึกที่หลบซ่อนอยู่แม้จะเต็มไปด้วยเงาแห่งความหวาดกลัว เขารู้ดีว่าพลังอันยิ่งใหญ่สามารถล่อลวงผู้คนได้แม้กระทั่งผู้ที่เป็คนดีที่สุด ความโลภและความทะเยอทะยานสามารถทำลายคุณงามความดีนั้นได้
“ข้าต้องรู้เฟิงเอ๋อร์” เสียงของเฉินจางเว่ยเบาราวกับเสียงลมพัด“ถ้าทุกสิ่งพลิกผัน เ้าต้องรอดพ้นจากมันให้ได้ เ้าต้องปลอดภัยเ้าสำคัญสำหรับข้า เข้าใจหรือไม่?”
ดวงตาของซ่งหยูเฟิงสั่นไหวด้วยความตื้นตันนางรู้สึกถึงความรักและความห่วงใยที่แผ่ซ่านจากนักรบหนุ่มราวกับว่าแม้ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ นางยังคงมีแสงสว่างในหัวใจที่นำทางจากเขา
“ข้าเข้าใจแล้วท่านพี่” นางตอบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเต็มไปด้วยความซาบซึ้งในความรักและห่วงใยที่เขามีให้แม้โลกจะเต็มไปด้วยความอันตรายและความท้าทายแต่หัวใจของนางยังคงมั่นคงเมื่อรู้ว่ามีเขาคอยปกป้อง
เฉินจางเว่ยจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางเขานิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้า นักรบหนุ่มรู้ดีว่าไม่อาจจากไปได้โดยไม่มั่นใจว่านางจะปลอดภัย
“ข้าจะปกป้องเ้าด้วยทุกอย่างที่ข้ามี”เฉินจางเว่ยกระซิบ “แต่หากวันหนึ่งถ้าทุกสิ่งพลิกผัน สิ่งนี้กลายเป็ภัยข้าขอให้เ้าทำตามคำสัญญาของเ้า เฟิงเอ๋อร์” หยูเฟิงพยักหน้า ดวงตาของนางมองลึกไปในดวงตาของเขา
"ข้าจะไปออกศึกในวันพรุ่งแล้วนะ เฟิงเอ๋อร์" เฉินจางเว่ยกล่าวในที่สุดน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเงียบสงบ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในาข้าสัญญาว่าข้าจะกลับมา กลับมาหาเ้าที่รักของข้า และเมื่อข้ากลับมา เราจะแต่งงานและจัดการเื่นี้ด้วยกัน”
หยูเฟิงยิ้มจางๆแม้ว่าหัวใจของนางจะหนักอึ้งด้วยความหวั่นเกรงเมื่อนึกถึงการจากลาของเขานางก้าวไปข้างหน้า โอบแขนรอบตัวเขา ััถึงจังหวะการหายใจที่มั่นคงของเขาหญิงสาวซบใบหน้าลงที่อกของเขาในอ้อมกอดที่แข็งแกร่งและอบอุ่น
“กลับมาหาข้าอย่างปลอดภัย”นางกระซิบเสียงเบาที่อกของเขา “นั่นคือทั้งหมดที่ข้าขอ”
เฉินจางเว่ยกอดนางแน่นขึ้นมือของเขาลูบไล้เส้นผมของนางอย่างแ่เบา ราวกับจะปลอบประโลม “ข้าจะทำ”เขาสัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าสาบาน”
สองหนุ่มสาวยืนนิ่งท่ามกลางความเงียบความรู้สึกที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยลอยวนอยู่ในอากาศ ราวกับกลิ่นธูปที่ค้างคาไม่ได้จางหาย หยกัซึ่งยังไม่สมบูรณ์วางอยู่อย่างสงบข้างๆ โต๊ะเป็สัญลักษณ์ของพลังมหาศาลที่ปกคลุมรอบตัวพวกเขาในทุกขณะ แต่วินาทีนี้สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือคำสัญญาที่พวกเขามอบให้แก่กัน
[1]ตู่ตง (都督, Dūdū) เป็ยศในระบบการทหารของจีนโบราณซึ่งมีความหมายว่า "ผู้บัญชาการ" หรือ "เ้ากรม" ที่มีหน้าที่ในการดูแลและบัญชาการทหารในเขตพื้นที่หรือเขตการปกครองหนึ่งๆยศนี้มีความสำคัญในด้านการทหาร โดยเฉพาะในยุคราชวงศ์ิตำแหน่งนี้ถือว่าเป็ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่มีอำนาจสั่งการกองทัพและควบคุมกิจการด้านการทหารในภูมิภาคต่างๆ