ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่411 สูญเสีย กระดูกศักดิ์สิทธิ์

         ฮูหยิน เจีย ครั้นเห็น ยี่ผิง ถูกผนึกหลับใหล นางบอกกล่าวสามีของนางในทันที "ท่านพี่ โปรดทำตามความตั้งใจของนางเถิด อย่าทำอะไรที่ต้องผิดต่อนางเลย นางเพียงอยากช่วย คนที่ช่วยเหลือนางเท่านั้น หากท่านทำอะไรที่ดื้อดึง ท่านอาจจะผูกชะตาแค้นกับเด็กหนุ่ม ยี่ผิง นางเองก็คงไม่อยากเห็นเช่นนั้น"


"ท่านพ่อข้าเอง ก็คิดเช่นนั้น อย่าได้ผูกชะตาแค้นกับเด็กหนุ่มนั้นเลย ข้ามีความรู้สึกว่า หลายๆ อย่างเริ่มจะเลวร้ายลงไปทุกที"
 


         ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย เขาในยามนี้หน้ามืดทะมึนเป็นอย่างมาก แววตาแฝงด้วย อายเย็นเยียบในสายตา ก่อนบอกกล่าว ฮูหยิน เจีย ที่นั่งเฝ้า ยี่ผิงอยู่ไม่ห่างกาย พร้อมกับเจียหลิน "พวกเจ้าไม่ต้องพูดอีกต่อไป มันจะไม่ได้มีโอกาส กลับมายืน ยังจุดสูงสุดได้อีกต่อไป ข้าจะดึงกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ของมันออกมา รักษาปราณพลังที่หลับใหล ของยี่ผิง ชะตาแค้นจะถูกกลบฝัง ไม่ให้มีหลงเหลือ" ก่อน ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย จะเดินสืบเท้าออกไปจาก อารามหลวง ไปยังคุกใต้ดิน คิดจะกลบฝังความแค้น ด้วยตนเอง

 


        ฮูหยิน เจีย ครั้นได้ยินเขาได้แต่สงสารชายหนุ่ม "การมาเยือนยังเผ่าสงครามของเจ้า ครานี้ช่างหนักหนายิ่งนัก หนุ่มน้อย เกรงว่าการดึงกระดูกศักดิ์สิทธิ์ มันจะทำให้เจ้าไม่ใช่ผู้สูงส่งอีกต่อไป เผลอๆ เจ้าอาจจะตาย เสียด้วยซ้ำ" ครั้นนางนึกถึงศักยภาพของเด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเสียดาย

 


        เจียหลิน นางเองก็ได้แต่ทอดถอนใจ หากท่านพ่อของนางได้ตัดสินใจอะไรแล้ว ยากที่จะแก้ไข ไม่ช้าเผ่าสงครามคงต้องรับแรงกระแทก หนักหน่วงจากเรื่องราวเหล่านี้เป็นแน่



        ภายในคุกใต้ดิน ยามนี้อี้เฉินถูกทรมานอย่างหนัก จากเหล่าเทพสวรรค์ สวมชุดคลุมดำ หมายมั่นจะเปิดปากชายหนุ่ม สืบค้นดวงวิญญาณ ค้นหาวิชาจักรพรรดิ ชั้นฟ้า ทว่าพวกเขาก็ต้องเดือดดาล บ้าคลั่ง เมื่อพบว่าทะเลความรู้ของชายหนุ่มถูกปิดกั้นไว้อย่างสมบูรณ์ หากฝืนสืบค้นดวงวิญญาณ ปราณจิตของชายหนุ่มจะเสียหายตายตกได้ จึงทำให้พวกเขาต้อง ทรมานชายหนุ่มให้เปิดปากออกมาเท่านั้น ไม่กล้าทำอะไรที่บุ่มบ่าม แม้แต่แหวนมิติ ที่เต็มไปด้วยสมุนไพร กับอาวุธล้ำค่าที่อี้เฉินช่วงชิงมา จากการต่อสู้ยังถูกพวกเขา ช่วงชิงไปจนหมดสิ้น

 


"เจ้า ส่งเคล็ดวิชาจักรพรรดิ ชั้นฟ้าออกมาเสีย แล้วพวกเราจะไม่ทรมานตัวเจ้า"

 


        อี้เฉินพ้นเลือดจากริมฝีปาก ออกไปใส่เหล่าเทพสวรรค์ในทันที ยามนี้ ร่างของเขาถูกตรึงไว้อย่างสมบูรณ์ กายาเต็มไปด้วยคราบเลือด รอยแตกร้าวเริ่มลุกลามไปทั่วกายา ยากที่จะรอดพ้น ฝูงแร้งรุมจิกซาก หาของล้ำค่าพวกนี้ อีกต่อไป "พวกเจ้า กล้าปลิดชีพข้าอย่างนั้นหรือ อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย ส่วนวิชาจักรพรรดิ ชั้นฟ้า ใช่ว่าไก่กาอย่างพวกเจ้า จะมีมันไว้ในครอบครองได้ ไม่อย่างนั้นมันจะเรียกว่า วิชาจักรพรรดิ ชั้นฟ้าหรือ"

 


        เหล่าเทพสวรรค์ครั้นพวกเขาได้ยิน พวกเขาต่างเดือดดาลบ้าคลั่ง ก็จริงอยู่ว่าวิชาจักรพรรดิ ชั้นฟ้า ใช่ว่าจะมี วาสนาพบเจอได้ง่ายๆ แต่อย่างไรพวกเขาก็เป็นถึงเทพสวรรค์ อายุแทบจะสองรอบเด็กหนุ่มได้แล้ว ไม่คิดจะมาถูกเด็กรุ่นหลัง พูดจาถอนหงอกเฉกเช่นนี้ "ก็จริงอยู่ที่พวกเราไม่กล้าสังหารเจ้า แต่เจ้าก็อย่างโอหังมากเกินไป จะตายอยู่แล้ว ยังไม่รู้จัก สำเหนียกตนเอง"
ก่อนชายสวมชุดคลุมดำจะชักมีดออกมา แทงไปที่หัวไหล่อี้เฉิน ทว่ามีดเล่มนั้นแฝงไว้ด้วย ปราณอัคคี แผดเผาบริเวณนั้นของอี้เฉินจนเป็นบาดแผลไฟไหม้ใหญ่ ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด



"อ๊ากๆๆ เจ้า!! เจ้า!! ไอ้เทพสวรรค์เฮงซวย!! หากเจ้าอยากได้ก็ตามข้าไปเอาที่ขุมนรกอเวจีเถอะ"

 


        เหล่าเทพสวรรค์พวกเขาต่างเดือดดาลบ้าคลั่ง ไม่คิดอี้เฉินจะไม่ปริปากพูดมันออกมาแม้แต่น้อย แม้ความตายจะย่างกรายเข้ามาใกล้เขาเข้าไปทุกที ทว่าเมื่อพวกเขาเหล่าเทพสวรรค์ได้ยินน้ำเสียง ของอี้เฉิน กล่าวคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง พร้อมกับริมฝีปากที่กระอักเลือดออกมา มันก็นำพาให้หัวใจของพวกเขาตกวูบในฉับพลัน

 


"ยี่หาญเจีย ท่านออกมาเสียเถอะ จะมัวมายืนดูเรื่องสนุกอยู่ทำไมเล่า"

 


       ครั้นคำพูดของอี้เฉินดังออกมา ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย เขายกยิ้มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง สืบเท้าเดินออกมาจากมุมมืด อดไม่ได้ที่จะปรบมือ "เจ้านี่จิตสัมผัสเฉียบคมจริงๆ ..คนอื่นๆ ออกไปก่อน ข้าจัดการเขาเอง"

 


       "ขอรับ ท่านผู้นำ ยี่หาญเจีย" เหล่าเทพสวรรค์พวกเขามีท่าทีหวาดกลัว ตัวเย็นเยือก ไม่คิดว่า ผู้นำเผ่าสงคราม จะอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ แถมยังไม่ถือโทษเรื่องที่พวกเขา ทรมานเชลยศึก ครั้นได้ยินน้ำเสียงเอ่ยสั่งการ พวกเขาต่างรีบสืบเท้า ออกไปจากคุกใต้ดินด้วยความรีบร้อน กลัวท่านผู้นำเผ่าสงคราม จะเปลี่ยนใจ

 


       อี้เฉินกล่าวคำพูดด้วย ริมฝีปากกระอักเลือด เสียงโซ่ที่ผูกแขนทั้งสองข้างกระทบกันดัง "กรุ๊งกริ๊ง" "ข้าไม่คิดเลยว่าเผ่าสงครามจะตอบแทน คนที่ช่วยชีวิตคุณหนูของพวกเขา ด้วยการทรมานเฉกเช่นนี้ สิ่งที่ข้าทำ ล้วนไม่มีความหมาย ในสายตาของท่านเลยงั้นหรือ? ยี่หาญเจีย"

 


       ยี่หาญเจีย กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีแม้ระลอกคลื่นปะปน "ข้าพร้อมจะต้อนรับเจ้า แต่ไม่ใช่สถานะที่เจ้าเป็นอยู่เฉกเช่นนี้ เจ้าหนุ่มน้อย ..เจ้าจะถือโทษโกรธข้าก็ตาม แต่ยามนี้ ข้าต้องการ กระดูกศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไปต่อลมหายใจให้กับยี่ผิง เพื่อให้เผ่าสงครามของข้า มีที่ยืนในภายภาคหน้าต่อไป เจ้าต้องการจะสั่งเสียอะไรหรือไม่?"

 


       อี้เฉิน ครั้นได้ยินเขาเอ่ยพูดพึมพำ อยู่เล็กน้อย ก่อนบอกกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ท่านลงมือเถอะ หากท่านต้องการให้ฝ่ามือแปดเปื้อน ข้าเองก็หวังว่า ยี่ผิงนางจะไม่รู้สึกผิดต่อข้า ยามนี้ข้ารู้ดี ข้าไม่อาจต่อต้านท่านได้ แต่หากข้าไม่ตายตก สักวันข้าจะกลับมาแก้แค้นท่านอย่างแน่นอน"

 


       ยี่หาญเจีย ยกยิ้มชมชอบความซื่อตรงของชายหนุ่มไม่น้อย "หากเจ้าไม่ตายตก เจ้าก็จะเป็นแค่จอมยุทธ์ที่มีอยู่ด้วยกันดาษดื่น บนพื้นทวีปหากไร้ซึ่ง กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่สมบูรณ์ เจ้าก็ไม่ใช่จอมยุทธ์ผู้สูงส่งอีกต่อไป"

 


"แล้วท่านเชื่อเรื่องของโชคชะตาหรือไม่ล่ะ มันนั้นไม่อาจคาดเดาได้ ตัวข้าเองก็เป็นเช่นนั้น"

 


      ยี่หาญเจีย ครั้นได้ยินเขาเพียงส่ายหัว สืบเท้าเดินเข้าไปด้านหลังชายหนุ่ม ที่แขนทั้งสองข้างถูกตรึงโซ่ไว้อย่างแน่นหนา กริชในฝ่ามือแทงลงไปบนแผ่นหลังชายหนุ่มช้าๆ กรีดบริเวณกระดูกสันหลัง ออกเป็นทางยาว จนเลือดหลั่งไหลออกมาเป็นสาย เสียงอี้เฉินร้องคำราม "อ๊ากๆๆๆ" ออกมาไม่หยุด จนดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำ ครั้นรับรู้ถึงความตายที่กำลังย่างกรายมาเยือนเขาอีกครา

 


      เมื่อผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย ล้วงมือเข้าไป ดึงกระดูกศักดิ์สิทธิ์ สีใสราวกับกระดูกหยกออกมา เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดสุดแสน ของอี้เฉินก็ดังออกมาก้อง ประหนึ่งว่า วิญญาณในร่างของเขาถูกฉีกกระชาก ก็มิปาน ก่อนที่อี้เฉินจะหมดสติลมหายใจค่อยๆ อ่อนลงไปทุกวินาที

 


     ยี่หาญเจีย ที่มอง กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ในมือเขากลับรู้สึกปวดหัวใจเล็กน้อย ครั้นที่ดึงกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ออกมาอยู่ในมือของเขาได้ ก่อนจะสืบเท้ากลับไปที่อารามหลวง หมายมั่นใช้มันเติมเต็มปราณพลัง ที่หลับใหลของยี่ผิง ให้พื้นตื่น



      ด้านอี้เฉิน ยามนี้เขาไม่ต่างอะไรไปจากคนที่ตายไปแล้ว ไร้ผู้ใดสนใจเหลียวแลอีกต่อไป ลมหายใจค่อยๆ อ่อนลงไปช้าๆ ร่างกายที่อ่อนล้า ไร้ซึ่งการตอบสนอง

 


      ทว่าซากแขนเทวะมันไม่ยอม ให้เป็นเช่นนั้น หากอี้เฉิน ตายตก มันที่ผสานรวมก็จะตายตกไปด้วย มันที่ไร้ทางเลือก ได้แต่ถอนหายใจออกมายาว กล่าวคำพูด ด้วยความเหนื่อยใจ ราวกับมันอยู่มายืนยาว มากพอแล้ว หลงเหลือเพียงสิ่งเดียวที่ยังติดค้างในหัวใจ ก่อนสลักลงไปภายในหัวใจอี้เฉิน ถึงสิ่งที่มันต้องการ "สงสัยเกรงว่า ข้าคงต้องจากโลกใบนี้ ไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่ข้ายังไม่ได้แก้แค้นไอ้พวกจักรพรรดิ ดินแดนเบื้องบน อย่างดินแดนจักรพรรดิ ผู้สูงส่งเสียด้วยซ้ำ ...ข้าฝากเจ้าสานต่อเจตจำนง ของข้าด้วย หนุ่มน้อย ข้าจะถือว่าโชคชะตานำพาให้เราได้พานพบกัน ที่เหลือก็ต้องหวังพึ่งโชควาสนาของเจ้า ว่าจะอยู่หรือตาย" ครั้นคำพูดนั้นเอ่ยเสร็จสิ้น ปราณจิตของชายแก่น้ำเสียงแหบพร่าก็จางหายไป

 


       อายความชั่วร้าย จากแขนขวา สีดำ จู่ๆ ก็ค่อยๆ กระจายเข้าหาร่างอี้เฉิน ราวกับเป็นเส้นเลือดฝอยสีดำน่าหวาดกลัว แตกแขนงออกไปหา กระดูกสันหลัง ก่อนมันจะค่อยๆ ก่อรูปผสานรวม เป็นกระดูกเสริมส่วนที่ขาดหายของอี้เฉิน หัวใจเองก็ค่อยๆ กลับมาฟื้นตัว เต้นเป็นจังหวะได้อีกครา กายาฟื้นฟูบาดแผลช้าๆ

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน