ย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ

    ตอนที่ 50 ท่าที่ถูกต้องก่อนเริ่มเจรจา

    ตอนที่ 50 ท่าที่ถูกต้องก่อนเริ่มเจรจา

    เมื่อหลินฟานขึ้นรถมาจนถึงประตูทางเข้ามหาลัย เขาก็พบกับกลุ่มคนกำลังยืนอยู่ด้านนอก เขาได้รู้มาระหว่างทางว่า พวกนี้มันมารอเขาตั้งแต่ตี 3 แล้ว

    สิ่งนี้ทำให้เขาสะใจมากจริงๆ หากไม่ใช่เพราะต้องไปจัดการกับพวกซอมบี้ในโดม หลินฟานก็คงจะปล่อยให้พวกมันรอต่อไปอีกหลายชั่วโมง แล้วค่อยมาพบกับพวกมัน แบบนั้นคงทำให้พวกมันรู้สึกอัปยศเป็นอย่างมาก

    ตอนนี้หลินฟานเหนือกว่าทุกด้าน ไม่มีความจำเป็นต้องเจรจาอะไรด้วยเลย

    ส่วนเหตุผลที่หลินฟานมาที่นี่ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเรื่องของจางหลี่ เขาไม่อยากให้ผู้นำตระกูลจางหนักใจในระหว่างกวาดล้างพวกซอมบี้ ส่วนอีกเหตุผลที่เขามาที่นี่ ก็เพราะอยากรู้ว่าผู้นำตระกูลเว่ยจะมาไม้ไหน

    หลินฟานเดินลงจากรถตรงไปทางจางต๋าหมิงที่ยืนอยู่ จากนั้นเขาก็หันไปทางพวกตระกูลข้ารับใช้ทรยศ แล้วเริ่มคิดในใจว่า

    ‘ ปืนพกที่พวกทหารเอามาด้วยคงเป็นปืนพกทั้งหมดของพวกมันแล้วแน่ๆ พวกมันคงเอามาเพื่อทำให้การเจรจาครั้งนี้ง่ายขึ้น คงอยากแสดงให้เห็นว่าตัวเองยังมีเขี้ยวเล็บเหลืออยู่ คงเอามาเพื่อทำให้เราคิดว่า พวกมันยังพอมีกำลังรบอยู่ …แต่เสียใจด้วย ฉันรู้แผนของพวกแกหมดแล้ว ‘

    หลินฟานไม่ได้สนใจผู้นำตระกูลเว่ย หรือตัวแทนจากตระกูลทั้ง 5

    เมื่อมาถึงประตูมหาลัย หลินฟานก็มองไปที่อาวุธของพวกทหารด้านหลังของกลุ่มคนไร้ประโยชน์ด้านหน้า พวกทหารทุกคนต่างมองหลินฟานกลับเช่นกัน แต่ก็ไม่มีทหารคนไหนที่กล้าพูดอะไรออกมาเลยสักคน

    “ คุณหลิน คุณยังจำข้ารับใช้คนนี้ได้ไหม? “

    ผู้นำตระกูลเว่ยทำลายความเงียบ เขาพูดพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม

    หลินฟานเบนสายตาไปทางต้นเสียง หลินฟานมองผู้นำตระกูลเว่ยด้วยสายตาเย็นชา หากไม่ต้องการให้มันทรมานมากกว่านี้ หากไม่ต้องการให้มันรู้สึกกดดันจากพวกซอมบี้มากกว่านี้ หากไม่ต้องการให้มันเห็นคนในตระกูลตัวเองทรมาน หลินฟานไม่มีทางปล่อยไปแน่

    หลินฟานยังคงมองแล้วไม่ตอบอะไร

    ผู้นำตระกูลเว่ยเริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมา หลินฟานในตอนนี้ต่างออกไปจริงๆ เขารู้สึกว่า การเจรจาครั้งนี้คงไม่ง่ายแบบที่คิดซะแล้ว ถึงตอนนี้จะมีจางหลี่กดดันตระกูลจาง แต่หากใช้เธอกดดันมากเกินไป ตระกูลจางก็คงเลิกสนใจแล้วเลือกปล่อยเธอไป จากนั้นพวกตระกูลจางก็จะมุ่งแก้แค้นแทน

    หากตระกูลจางเลือกทิ้งจางหลี่ ตระกูลเว่ยไม่ใช่แค่ต้องรับมือกับความโกรธของตระกูลจาง แต่ตระกูลเว่ยก็จะหมดไพ่ในมือเอาไว้ต่อรองทันทีอีกด้วย ผู้นำตระกูลเว่ยจะยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาด เขาจะเอาแต่ใช้จางหลี่มาข่มขู่ไม่ได้

    อีกอย่าง จางหลี่ก็เอามาขู่ได้แค่คนตระกูลจางเท่านั้น หลินฟานคงไม่เห็นจางหลี่อยู่ในสายตาแน่ๆ เอาเรื่องของจางหลี่มาพูดกับหลินฟาน มันก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร

    ‘ ต้องทำให้การเจรจาสำเร็จให้ได้!

    ‘ หากเจรจาครั้งนี้ไม่สำเร็จ ตระกูลเว่ยคงได้ล่มสลายแน่! ‘

    ผู้นำตระกูลเว่ยคิดด้วยความคิดตั้งมั่น เหตุผลที่เขาบอกว่าตระกูลเว่ยจะล่มสลายก็เป็นเพราะว่า ตอนนี้พวกตระกูลทรยศอีก 5 ตระกูล พวกนั้นต่างก็กำลังเรียกร้องให้ตระกูลเว่ยรับผิดชอบ

    ตระกูลเว่ยเป็นตระกูลที่นำพาตระกูลอื่นๆ เข้าหารัฐบาลกลาง เพราะงั้น เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พวกตระกูลทรยศที่เหลือจึงมองว่าเป็นความผิดของตระกูลเว่ย

    “ คุณหลินพ- “

    “ ท่าแบบนั้นเหรอ? “

    หลินฟานขัดก่อนที่ผู้นำตระกูลเว่ยจะพูดจบ

    หลินฟานพูดต่ออีกว่า

    “ เว่ยฉางอาน …ตอนนี้แกลืมสถานะของตัวเองกับเรื่องที่ทำเอาไว้ไปแล้วหรือไง แกทรยศฉันไปหาเจ้านายคนใหม่ แต่พ่อมีปัญหาเกิดขึ้น เจ้านายใหม่ของพวกแกกลับไม่ยอมช่วยเหลือพวกแก พวกแกก็เลยต้องการกลับมาขอร้องให้ฉันช่วย แต่ช่างเรื่องทรยศพวกนั้นไปก่อน

    “ ตอนนี้พวกเรามาพูดเรื่องท่าขอร้องที่ถูกต้องก่อนดีกว่า

    “ เวลาที่แกขอร้องคนอื่น เวลาที่แกต้องการให้คนอื่นช่วยเหลือ ท่าขอร้องคือการยืนมองหน้าเสมอของคนที่จะขอให้ช่วยงั้นเหรอ “

    หลินฟานมองผู้นำตระกูลเว่ยอย่างเย็นชา

    หลินฟานไม่มีความคิดเจรจาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขามาที่นี่ก็เพื่อซ้ำเติมพวกตระกูลข้ารับใช้ทรยศเท่านั้น เพราะมีเป้าหมายแบบนั้น เขาจะยอมคุยกับพวกมันดีๆ ได้ยังไง ไม่มีทางซะหรอก! ต้องเล่นพวกมันหนักๆ!

    เว่ยฉางอานกัดฟัน เขาไม่ใช่คนโง่ที่ไม่เข้าใจสิ่งที่หลินฟานต้องการ เขาเข้าใจดีว่าหลินฟานต้องการให้ตัวเองคุกเข่าก่อนเริ่มพูดคุย

    อีกด้าน พวกตัวแทนจากตระกูลทรยศทั้ง 5 พวกนั้นต่างก็พากันตะโกนขึ้น

    “ มันจะมากเกินไปแล้ว!!! “

    “ นายไม่ให้เกียรติคนอื่นเลยหรือไง!!! พวกเราอยู่ยุคสมัยไหนกันแล้ว!!! “

    “ อย่ามาทำตัวได้ใจมากนักหลินฟาน!!! หากพวกเราสามารถติดต่อรัฐบาลกลางได้!!! แกไม่รอดแน่!!! “

    “ ใช่!!! แกทรยศต่อประเทศแกไม่รอดแน่!!! “

    “ ถูกต้อง!!! รัฐบาลกลางไม่มีทางปล่อยแกไว้แน่!!! “

    เสียงไม่พอใจ เสียงดูถูก ทั้งสองเสียงต่างก็ออกมาจากปากของคนทั้ง 5 ที่อยู่ด้านหลังของผู้นำตระกูลเว่ย

    หลินฟานยิ้มมุมปากและหันไปมองคนเหล่านั้น จากนั้นก็เริ่มสวนกลับว่า

    “ มันจะมากเกินไปแล้วงั้นเหรอ?

    “ มันมากเกินไปตรงไหน ตอนนี้พวกแกมีอะไรกันบ้าง หากไม่ใช่เพราะฉันไว้หน้าพวกแกฉันก็คงไม่ออกมาเจอแบบนี้ แค่นี้มันก็มากเกินไปสำหรับพวกแกที่ทรยศฉันแล้ว ถ้าไม่พอใจก็เชิญกลับไป พวกเราไม่มีอะไรต้องคุย

    “ ส่วนเรื่องรัฐบาลกลาง… พวกแกก็น่าจะพอเดาได้กันแล้วไม่ใช่หรือไงว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลายชั่วโมงที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดวันโลกาวินาศ พวกนั้นยอมตอบอะไรไหม

    “ พวกแกตระกูลข้ารับใช้ทรยศทั้งหมด พวกแกทุกคนต่างก็โดนตัดห่างปล่อยวัดกันแล้ว และในเมื่อไม่มีเจ้านายส่งอาวุธมาให้ หมาแบบพวกแกก็คงจะค่อยๆ ตายเพราะโดนซอมบี้จัดการ ใช้สมองอันน้อยนิดของพวกแกคิดก่อนจะพูดอะไรออกมา ไอ้พวกทรยศ!! “

    หลินฟานเค้นเสียงใส่อารมณ์มากในช่วงท้าย

    พวกหนุ่มสาวจากตระกูลทั้ง 5  พวกเขาต่างก็แสดงใบหน้าไม่พอใจ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก เรื่องที่หลินฟานพูดออกมาทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ถึงจะใจร้อนเพราะความโกรธเรื่องให้คุกเข่า แต่พวกนี้ก็เป็นคนระดับสูง คนพวกนี้ยังพอมีสติคิดถึงผลได้ผลเสียอยู่บ้าง

    ฟุ๊บ!

    เข่าทั้งสองข้างของผู้นำตระกูลเว่ยสัมผัสลงกับพื้น

    ผู้นำตระกูลเว่ยไม่ต้องการให้เรื่องเลวร้ายไปมากกว่านี้ ถึงเรื่องนี้จะเสียศักดิ์สิทธิ์ แต่หากมันสามารถทำให้ตัวเขารอดได้ สามารถทำให้ตระกูลเว่ยรอดได้ ผู้นำตระกูลเว่ยก็จะยอมทำตามสิ่งที่หลินฟานต้องการ

    หลินฟานพยักหน้าให้กับสิ่งที่เห็น

    แต่! เพียงเท่านี้มันยังไม่พอ แค่นี้พวกมันยังอับอายและอัปยศไม่พอ หลินฟานเก็บพวกมันเอาไว้ก็เพื่อทรมานพวกมัน แค่นี้มันจะพอใจของเขาได้ยังไง

    หลินฟานพูดขึ้นว่า

    “ ผู้นำตระกูลเว่ยเป็นคนฉลาดจริงๆ รู้อ่อน รู้แข็ง รู้หัก รู้งอ

    “ แต่มันยังไม่พอ!! ตอนนี้พวกเรายังไม่สามารถเริ่มคุยหรือเจรจากันได้ ที่ต้องคุกเข่าไม่ใช่คนที่จะคุย แต่เป็นทุกๆ คนที่เดินทางมาด้วย ทำเดี๋ยวนี้!! พวกแกมีเวลาไม่มาก!! “

    หลินฟานหันหน้าไปทางพวกคนหนุ่มสาวทั้ง 5 ในระหว่างพูดช่วงท้าย

    สิ่งนี้ทำให้พวกหนุ่มสาวทั้ง 5 แสดงใบหน้าไม่พอใจอีกครั้ง พวกเขาเป็นใคร พวกเขาเป็นคนชนชั้นปกครองที่เกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวย ให้พวกเขามาคุกเขาแบบนี้งั้นเหรอ? เหอะ! ไม่มีทาง!! ใครมันจะไปยอมทำ!!

    กลับกัน พวกทหารด้านหลังต่างก็ยอมคุกเข่าทั้ง 2 ลงอย่างรวดเร็ว

    ทหารพวกนี้ไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว พวกเขาเป็นคนธรรมดา แถมพวกเขายังเข้าใจสถานการณ์ว่าตอนนี้โลกเป็นยังไง แถมยังเข้าใจอีกด้วยว่า หลินฟานสามารถสั่งฆ่าทุกคนที่นี่ทั้งหมดได้หากเขาต้องการ คุกเข่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยกับพวกทหาร คุกเข่าแล้วทำให้รอดชีวิตได้ รู้แบบนี้พวกทหารจะรออะไรกันดี

    พวกหนุ่มสาวจาก 5 ตระกูลข้ารับใช้ทรยศเริ่มรู้สึกกดดัน

    ตอนนี้พวกเข้ากำลังเป็นแกะดำ ผู้นำตระกูลเว่ยก็ยอมไปแล้ว พวกทหารก็ยอมไปแล้ว พวกเขาที่กำลังยืนอยู่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นพวกแปลกแยก

    ไม่นาน ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มทั้งห้าคนก็พูดขึ้นว่า

    “ Genufiection ฉันทำได้มากสุดแค่นั้น “

    “ ฉันเป็นคนจีน ฉันเป็นคนตะวันออกไม่ใช่คนตะวันตก “

    หลินฟานตอบแบบไร้เยื่อใย

    ท่าที่ผู้หญิงคนนั้นต้องการจะทำก็คือ ท่าคุกเข่าแบบอัศวินของทางตะวันตกช่วงยุคกลาง ถึงจะดูเหมือนการคุกเข่า แต่นั่นก็ไม่ใช่การคุกเข่าอยู่ดี หลินฟานต้องการให้พวกนี้รู้สึกอับอายและอัปยศ เขาจะยอมให้ทำท่านั้นได้ยังไง

    ผู้หญิงที่พูดขึ้นมาดูสีหน้าไม่พอใจ เธอต้องการจะพูดอะไรต่ออีกครั้ง ทว่า ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร ผู้นำตระกูลเว่ยที่นั่งคุกเข่าอยู่ก็ตะโกนขึ้นก่อนว่า

    “ ตัวแทนตระกูลหนิง! ตัวแทนตระกูลหวัง! ตัวแทนตระกูลหยาง! ตัวแทนตระกูลโจ! ตัวแทนตระกูลซิน! ในฐานะที่เป็นผู้นำในการเจรจาครั้งนี้ ฉันขอสั่งให้พวกแกทุกคนรีบคุกเข่าลงให้หมด!!! ทำตามที่คุณหลินต้องการ!!! “

    พวกตัวแทนจากตระกูลทรยศทั้ง 5 เริ่มหน้าเสีย

    พวกเขามองหน้ากันไปมา พวกเขารู้ดีว่าหากไม่ยอมทำตามคำสั่งที่ผู้นำตระกูลเว่ยสั่งออกมา เรื่องคงจบไม่สวยแน่ๆ อีกอย่าง ผู้นำตระกูลของพวกเขาก็เน้นย้ำมาหลายครั้งว่า ให้ทำตามคำสั่งของผู้นำตระกูลเว่ย

    ชิ!!!

    ชายคนหนึ่งในตัวแทนตระกูลทรยศสบถออกมา จากนั้นเขาก็ยอมคุกเข่าทั้งสองข้างลงตามคำสั่ง เมื่อมีคนที่หนึ่ง คนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ และคนที่ห้าก็เริ่มทำตาม

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน