ณ ห้องเรียนที่หนึ่ง เซร่ากำลังหลับตาทำสมาธิเรียกความมั่นใจ ก่อนที่วงเวทสีฟ้าทั้งเจ็ดของเธอจะถูกเรียกออกมาในสภาพสมบูรณ์ เธอลองสั่งการขยายวงเวท และลองเคลื่อนที่ขณะร่างวงเวทเอาไว้ เธอทำเช่นนี้เพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองจะมีสมาธิในการต่อสู้จริง
ยามปกติเวลาอยู่กับเรนเดล เซร่าจะร่ายเวทได้โดยไม่ติดขัดอะไร แต่เมื่อต้องออกไปสู่จริง เธอนั้นแตกต่างออกไป ทั้งตื่นเต้นและตื่นกลัว เปรียบเหมือนกับนักกีฬามืออาชีพ ที่เวลาอยู่ในสนามซ้อม กับสนามจริง แรงกดดันและความคาดหวังย่อมต่างกันเป็นธรรมดา การประลองเวทมนตร์เพื่อชิงตำแหน่งสภานักเรียนในครั้งนี้ก็เช่นกัน
“เซร่า...หายตื่นเต้นหรือยัง” โจแอนนาเดินมา พลางเอามือทั้งสองของเธอกุมมือเซร่าเอาไว้ ในยามที่เรนเดลไม่อยู่เพราะเขาติดพันสงครามปราบกบฏ ก็มีโจแอนนาและลูเธอร์ ที่คอยช่วยเหลือเธอ และฝึกซ้อมการต่อสู้ให้ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา
“เวลาบ่ายสาม ที่สนามประลองของโรงเรียน เธอต้องเจอกับแม็กซิมัส อดอล์ฟ นักเรียนชายห้องเก้า” โจแอนนาอ่านรายชื่อคู่ต่อสู้ให้เซร่าฟัง “เขาเป็นผู้ใช้พลังมืด รู้สึกว่าวิชาประจำตัวคือเวทดาบมหากาฬ”
“ธาตุมืด...เหมือนเรนเดลเลยสินะคะ” เซร่ากล่าว “ฟังจากชื่อวิชา น่าจะเป็นนักรบเวทสายประชิด”
“จะกลัวอะไรล่ะ” ลูเธอร์กล่าวให้กำลังใจเสริม “เธอน่ะถูกฝึกสอนโดยเรนเดลเลยนะ”
เซร่าสูดลมหายใจลึกๆ และพ่นออกอย่างแรง ก่อนที่เธอจะพยักหน้า
“ฉันจะสู้ค่ะ...จะไม่กลัว”
ทันทีที่เซร่าพูดจบ ก็มีเสียงกริ่งของโรงเรียนดังลั่น ก่อนที่จะมีเสียงของอาจารย์ประกาศออกมา ว่าอีกสิบห้านาที นักเรียนตัวแทนห้องหนึ่งและห้องเก้า ต้องประลองกัน
“ต้องชนะนะ” โจแอนนากล่าวก่อนจะตบหลังเซร่าเบาๆ เธออยากจะสวมกอดน้องสาวให้กำลังใจ แต่นั่นไม่ช่วยให้เซร่าหายตื่นเต้นแน่ๆ
ที่ลานประลองซึ่งเป็นสเตเดี้ยมที่นักเรียนปีหนึ่งทั้งหลาย เคยใช้ประลองทดสอบคัดเลือกห้องมาแล้ว เมื่อตอนเข้ามาเรียนครั้งแรก บัดนี้ถูกนำมาใช้อีกครั้ง ในฐานะลานประลองเพื่อคัดเลือกสภานักเรียนสี่คน จากตัวแทนนักเรียนทั้งสิบห้อง
เซร่าเดินตามหลังโจแอนนาและลูเธอร์มาสู่ห้องพักนักกีฬา ซึ่งอยู่ในตัวอัฒจันทร์ เธอได้ยินเสียงเชียร์จากทุกคนที่รออยู่ตรงอัฒจันทร์ และนั่นยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นและหัวใจเต้นรัวมากกว่าเดิม
“ฉัน...ตื่นเต้นมากๆเลยล่ะ” เซร่ากล่าวเสียงสั่น “แรงกดดันนี้ฉันควบคุมมันไม่ได้”
“ไม่เป็นไครับ เซร่า” ลูเธอร์กล่าว “ใส่ก่อนได้เปรียบ ร่ายเวทอัดอีกฝ่ายก่อน เท่านี้เราก็ได้เปรียบครับ”
“อีกฝ่ายเป็นนักเรียนห้องสิบ” โจแอนนากล่าวเสริม “นั่นหมายความว่าพื้นฐานพลังเวทของเขา ด้อยกว่าเธอแน่ๆ อย่ากลัวไปเลยนะ”
“สวัสดีเพื่อนๆทุกคน!! ขอต้อนรับเข้าสู่งานประลองคัดเลือกตัวแทนสภานักเรียน!!”
เซร่าหูผึ่งทันที เมื่อได้ยินเสียงของเรนเดลกล่าวประกาศออกลำโพงดังสนั่น เธอยิ้มอย่างโล่งใจ มือที่สั่นเทากลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้งหนึ่ง
“ผม เรนเดล ฟอกการ์ด สมาชิกสภานักเรียนปีหนึ่ง ขอทำหน้าที่เป็นโฆษกการประลองครั้งนี้นะครับ”
“เรนเดล...มาแล้วหรือ” เซร่ากล่าวเสียงใส พลางมองไปที่โจแอนนา “ไหนว่าเขาบาดเจ็บต้องพักฟื้นอยู่ไงคะ”
“เขามาเพื่อเธอยังไงล่ะ” โจแอนนากล่าว “ความจริงเรียวจิเป็นผู้จัดงานในครั้งนี้ เขาต้องเป็นโฆษก แต่พอเรนเดลรู้ว่าเธอลงประลองในรอบนี้ เขาก็ทิ้งอาการบาดเจ็บของตัวเอง และมาทำหน้าที่ผู้บรรยายทันที เขาทำเพื่อเธอเลยนะ เซร่า”
“ฉันจะไม่ทำให้เรนเดลผิดหวัง” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เธอสูดหายใจลึกๆก่อนจะกำหมัดแน่น “ฉันจะแสดงให้เขาดู”
ทางด้านเรนเดลที่อยู่ในห้องกระจกสำหรับนักพากษ์ เขากำลังมองสนามประลองที่กว้างใหญ่ ซึ่งบัดนี้ตัวแทนนักเรียนห้องสิบมาแล้ว ตัวแทนห้องสิบเป็นนักเรียนชายผมดำยุ่งเหยิง ดวงตาสีน้ำเงินเหมือนเรนเดล แถมยังมาจากราชรัฐจิ้งจอกแดงอีก จากข้อมูลที่เรนเดลได้มา ตัวแทนห้องสิบใช้พลังธาตุมืดเหมือนกับเขา
“เซร่า เอาชนะให้ได้นะ อย่าคิดว่าไอ้หมอนี่เป็นฉันเชียว”
เรนเดลกล่าวพร้อมกับดื่มยาสมุนไพรที่โคโตโนฮะเตรียมไว้ให้ มันคือยาฟื้นฟูร่างกาย เพราะตัวเขาในตอนนี้ยังบาดเจ็บอยู่ ไม่สามารถรวบรวมพลังเวท หรือฝึกฝนเวทได้
ไม่นานเกินรอเซร่าก็เดินออกมาจากฝั่งของตน เมื่อเธอเงยหน้ามองไปยังอัฒจรรย์ เธอพบว่านักเรียนบางคนกำลังยิงเวทเพลิงขึ้นบนท้องฟ้า เรียวจิและพรรคพวกห้องสิบของเธอทั้งหมด นั่งอยู่ชั้นบนสุดตรงฝั่งของศัตรูนั่นเอง และเรียวจิก็ทำสัญญาณให้เธอรับรู้ ว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังมีทุกคนคอยเอาใจช่วย
“ผู้หญิงหรือ...” ฝ่ายชายที่มาจากห้องสิบกล่าวขึ้นลอยๆ ก่อนจะตั้งท่าต่อสู้ เขาเรียกดาบโลหะสีดำน่ากลัวออกมาไว้ในมือขวาโดยไม่ได้กล่าวร่ายเวท “ฉันไม่สนหรอกนะ ว่าเธอจะเป็นใคร เพศไหน แต่ถ้าไม่อยากเจ็บหนัก ก็ยอมแพ้ไปซะ”
“นั่นคือคำขู่ของคุณหรือคะ” เซร่ากล่าว “ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ...เรามาสู้กันอย่างยุติธรรมเถอะ”
“เซร่า สู้เค้านะ!!”
โคโตโนฮะตะโกนลั่น ก่อนที่เร็นและฮายาโตะจะชูแท่งไฟสีรุ้งโบกไปมาให้กำลังใจ ทำเอาเซร่าหลุดขำทันที
“ผมจะนับหนึ่งถึงสิบ” เรนเดลกล่าวประกาศออกลำโพง “สิ้นสัญญาณแล้วเริ่มได้ทันที”
ฝ่ายแม็กซิมัสตั้งท่าดาบในลักษณะพร้อมแทง เซร่ารับรู้ได้ว่ากระแสมานาในอากาศจำนวนมาก กำลังหลั่งใหลเข้าไปในร่างเขา เธอจึงสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะแย่งชิงกระแสมานาในอากาศมาจากแม็กซิมัส พลังเวทในร่างของเซร่าสูงกว่า อีกฝ่ายจึงแย่งชิงมานาในอากาศจากเธอไม่ได้
“แก!!” แม็กซิมัสกัดฟันแน่น เขากะว่าจะรวบรวมพลังจำนวนมหาศาล และโจมตีให้จบในทีเดียว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะประมาทนักเรียนห้องหนึ่งเกินไป
“แปด...เก้า...สิบ เริ่มได้!!” เรนเดลประกาศเสียงก้อง พลางมองสนามประลองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาตั้งใจจะมาเป็นกำลังใจให้เซร่า ให้เธอได้ยินเสียงของเขา แต่ตัวเขาในตอนนี้กลับตื่นเต้นแทนเซร่าเสียแล้ว
“ชนะให้ได้นะ” เรนเดลกล่าวพลางกัดฟันแน่น
เมื่อได้สัญญาณพร้อมประลอง เซร่าพบว่าอีกฝ่ายหายไปจากสายตาของเธอแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะเธอจับสัญญาณพลังเวทที่รุนแรงได้จากด้านหลัง เธอตบเท้าเบาๆลงบนพื้นดิน เพื่อร่ายเวทธาตุน้ำจากตรงนั้นทันที
“เวทกำแพงน้ำแข็งนิรันดร์ ระดับเจ็ด กระบวนท่าเสาปราการ”
เซร่ากล่าวร่ายเวท ก่อนที่ดาบโลหะสีดำของแม็กซิมัสจะกระแทกกับกำแพงน้ำแข็งของเซร่าจนเกิดเสียงสะท้อน จังหวะนี้เซร่ารีบหันหลังกลับไปทันที มือขวาของเธอมีวงเวทระดับเจ็ดสีฟ้าเรืองแสงสว่างจ้า ก่อนที่เธอจะปล่อยแส้น้ำอันรุนแรงออกไปจากวงเวทนั้น
แม็กซิมัสยิ้มกริ่มน้อยๆ ดาบโลหะของเขาเริ่มทำปฏิกิริยากับกำแพงน้ำแข็งของเซร่า มันกำลังสลายกำแพงนั้นอย่างรวดเร็ว
“เสร็จฉันล่ะ” แม็กซิมัสกล่าวก่อนจะสะบัดดาบต้านกับแส้น้ำของโคโตโนฮะได้อย่างหวุดหวิด
แส้น้ำของเธออถูกลบล้างทันที ก่อนที่อีกฝ่ายจะรีบเข้าประชิดเธอเมื่อสบโอกาส
“เซร่า” เรนเดลกล่าวเสียงสั่น วิชาของอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่วิชากระจอกๆ แต่มันคือวิชาดาบมหากาฬ ที่อาศัยหยิบยืมพลังจากมหาเทพแห่งการทำลายล้าง เช่นเดียวกับมหาเวทสะบั้นมิติของเขา ดังนั้นจึงประมาทไม่ได้
เซร่าหลบคมดาบได้อย่างฉิวเฉียด คลื่นพลังเวทอีกฝ่ายทำเอาแก้มของเธอมีรอยแผลยาว ก่อนที่เธอจะจับข้อมือของอีกฝ่ายที่ถือดาบไว้ และใช้เวทประชิดใส่ทันที
“เวทผนึกวารีเยือกแข็ง!!”
มีไอเย็นละเหยออกมาจากมือของแม็กซิมัส พร้อมกับวงเวทสีฟ้ารูปโซ่ บ่งบอกว่ามือขวาของเขาที่ถืออาวุธอยู่ในตอนนี้ ถูกผนึกเรียบร้อยแล้ว
“เหลือเชื่อนะครับ” เรนเดลทำหน้าที่พากษ์ต่อทันที “ทุกท่านสังเกตุมั้ยครับ ว่าตั้งแต่ประลองกันมา ยังไม่มีใครเอ่ยร่ายเวทกันเลยสักคน”
มีเสียงฮือฮาตอบรับการพากษ์ของเรนเดล ดูเหมือนหลายคนจะเห็นด้วย แต่เรนเดลพูดไปอย่างนั้น เพื่อปลุกเร้าอารมณ์การต่อสู้เฉยๆ ของจริงมันเครียดกว่านั้น
เรนเดลเห็นกระเสมานาในร่างของเซร่ากำลังไหลออกจากตัวอย่างช้าๆ ร่างของเธอตอนนี้เหมือนถังน้ำที่มีรอยรั่วเล็กๆ และน้ำในถังกำลังค่อยๆไหลออกมา...มันเกิดขึ้นเพียงเพราะการโจมตีเดียวของอีกฝ่าย”
“นี่ไม่ใช่พลังของเวทดาบมหากาฬ...แต่เป็นวิชาอื่น” เรนเดลกล่าววิเคราะห์ “วิชาอะไรกันนะ”
มีมือตบที่บ่าของเรนเดล ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด เมื่อเขาหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นเรียวจินั่นเอง
“ไงพวก...สังเกตุเห็นอะไรแปลกๆเหมือนกันสินะ” เรียวจิกล่าวพลางมองลานประลอง
“ใช่แล้ว...ดาบอันนั้นไม่ใช่ดาบของพระเวท” เรนเดลกล่าว “แต่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร”
“อย่างน้อยมันก็ไม่แกร่งจนเกินไป” เรียวจิกล่าวก่อนจะมายืนข้างๆเรนเดล “เซร่าพอจะรับมือไหวอยู่”
“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ” เรนเดลตอบรับด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“คิดว่าผนึกมือของฉันแล้วจะรอดหรือ” แม็กซิมัสกล่าวพลางยิ้มเยาะ ก่อนจะเปลี่ยนไปถือดาบที่มือซ้าย แล้วเริ่มกล่าวร่ายเวทเบาๆ มันเป็นเวทที่เซร่าไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ด้วยนามของผู้หันหลังให้พลังแห่งตรีเอกานุภาพ พลังของท่านยิ่งใหญ่ไม่ด้อยไปกว่าหมู่พี่น้องทั้งเจ็ด บาปแห่งริษยาที่ค้ำจุนข้าจงเป็นพลัง มังกรนรกผู้ไร้เทียมทาน จะทำลายอริศัตรูของข้าให้สิ้นไป!!”
วงเวทสีดำรูปดาวหกแฉก ซึ่งมีกางเขนกลับหัวภายในนั้นปรากฏบนดาบของแม็กซิมัส ดาบของแม็กซิมัสคดเคี้ยวไปมาราวกับงู ก่อนที่เขาจะหวดดาบใส่เซร่าสุดแรงเกิด เซร่ารีบใช้เวทเคลื่อนที่ความเร็วสูงของธาตุสายฟ้าออกไปให้พ้นระยะดาบ...แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่จบแค่นั้น
ดาบงูคดเคี้ยวนั้นขยายตัวเองให้ยืดยาว และเริ่มพุ่งเข้าหาเซร่า ปลายดาบสีดำนั้นกลายเป็นหัวมังกร เซร่าเรียกเวทโล่น้ำแข็งขึ้นมาเบี่ยงทิศทางของดาบให้พ้นตัวทันที เพราะเธอหลบไม่ทัน แต่ทว่าเวทของเธอกับถูกสลายอย่างง่ายดาย
หัวมังกรเฉียดเธอไปหวุดหวิด เซร่าอาศัยจังหวะนี้บินขึ้นไปบนฟ้าทันที
“นั่นมันพลังอะไรกัน” เซร่ากล่าว “มันไม่ใช่พลังของพระเวทแน่ๆ ฉันรู้สึกได้ มันชั่วร้ายกว่านั้น”
จู่ๆแขนของเซร่าที่เฉียดหัวมังกรเมื่อกี้ก็มีควันสีขาวขึ้นมา ก่อนที่เธอจะพบว่าเสื้อผ้าของเธอกำลังละลาย และแขนของเธอมีเลือดไหลซึมออกมา ราวกับว่าเธอล้มลงกลางถนน แล้วแขนของเธอครูดกับพื้นถนนเป็นทางยาวยังไงยังงั้น
“ยัยขี้ขลาด!! กลัวหัวหดเลยสิท่า” แม็กซิมัสตะโกนก้อง พลางหวดดาบไปมา แต่เซร่าบินได้สูงกว่ายี่สิบเมตร อีกฝ่ายจึงหวดดาบใส่เธอไม่ถึง
“ดูเหมือนว่าจะมีปัญหานะครับ” เรนเดลเริ่มกล่าวพากษ์ต่อ “ฝ่ายแม็กซิมัส ใช้เวทนอกตำราพระเวทอันรุนแรง แต่เขากลับใช้เวทบินไม่ได้ จึงทำให้เซร่ามีเวลาพักฟื้น”
เรนเดลยิ้มเยาะ งานนี้เซร่าชนะแน่ๆ เพราะถ้าอีกฝ่ายบินไม่ได้ นั่นหมายความว่าเธอจะบินบนฟ้า แล้วร่ายเวทใส่อีกฝ่ายได้ตามใจ
เซร่าเริ่มบินไปมาเพื่อหลอกล่อแม็กซิมัส ก่อนที่เธอจะระดมยิงกระสุนน้ำแข็งใส่อีกฝ่ายจากบนฟ้า แม็กซิมัสกัดฟันแน่น เขาใช้ดาบงูปัดพลังไปมา พลางก่นด่าเซร่าไม่หยุด เพื่อหวังว่าอีกฝ่ายจะลงมาสู้ที่พื้นดิน...
และแล้วเท้าของแม็กซิมัสก็เหยียบเข้าที่กับดักวงเวทของเซร่าที่เธอแอบร่ายเอาไว้ ระหว่างที่โจมตีหลอกล่อแม็กซิมัส ขาข้างซ้ายของแม็กซิมัสถูกดินเหนียวผนึกเอาไว้ทันที ทำให้เขาขยับไม่ได้ เขาเสียหลักล้มลงกับพื้น ดินเหนียวนั้นลุกลามมาถึงช่วงเอวต่อเนื่อง ทำเอาเขาเคลื่อนไหวได้ลำบาก
“ตัวข้าเซร่า ไพรมารี่” เซร่าเริ่มท่องเวททันที เมื่อมีโอกาส “จอมเวทผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอบัญชาเวทธาตุน้ำสายผู้พิทักษ์ นามที่ข้าบูชาคือเทพผู้รักษา ผู้ก่อกำเนิดทะเลน้ำนมบนผืนฟ้า และทะเลของพระองค์ ก็คือพลังแห่งข้า เวทโกรธาวารีกระบวนท่าที่สอง เกลียวคลื่นทะเลคลั่ง!!”
“ดีมาก เซร่า” เรนเดลกล่าวส่งเสียงเชียร์ แต่จังหวะที่เขาเชียร์ เสียงของเขาดันออกลำโพง จนเขาต้องแกล้งตบลำโพงให้ดัง แล้วบอกว่ามันขัดข้อง ก่อนจะกล่าวพากษ์การประลองต่อ
“เซร่าเหมือนจะได้เปรียบนะครับ” เรนเดลกล่าว “เอาล่ะ แม็กซิมัสจะรับมือกับพลังนี้ยังไง”
เกลียวคลื่นซึ่งมีพลังสีขาวแทรกอยู่ข้างใน พุ่งเข้าหาแม็กซิมัส และโอบล้อมเข้าทุกทิศทุกทางทันที แม็กซิมัสแสดงสีหน้าบิดเบี้ยว ก่อนจะฟาดดาบใส่พลังของเซร่า เพื่อหวังลบล้างมัน
“โฮกก!!”
เกิดเสียงคำรามลั่นที่ดาบของแม็กซิมัส ทันทีที่ดาบของเขาสัมผัสกับพลังเวทที่แฝงไปด้วยพลังอำนาจของเทพผู้รักษา เวทเกลียวคลื่นของเซร่าสลายไปทันที เช่นเดียวกับที่ดาบของแม็กซิมัสแตกสลายไปด้วย…
“เกิดเรื่องแล้วสิ” เรนเดลกล่าวออกลำโพง เพราะว่าตอนนี้มีกลุ่มก้อนพลังสีม่วงขนาดมหึมา ปรากฏออกมาจากเศษซากดาบที่แตกสลาย แม็กซิมัสหน้าซีดเผือกทันที ก่อนที่เขาจะก้มหัวลงกับพื้น
“อภัยให้ข้าด้วย ท่านเลเวียธาน...ข้าไม่รู้ว่ายัยนั่นมีพลังของเทพผู้รักษา”
กลุ่มก้อนสีม่วงกลายสภาพเป็นมังกรตัวใหญ่ มันคำรามลั่นทันที ก่อนจะอ้าปากกว้างเพื่อกัดกินแม็กซิมัสเป็นคนแรก
“เกลียวคลื่นทะเลคลั่ง!!”
เซร่าร่ายเวทโจมตีอีกครั้ง แต่คราวนี้มังกรม่วงตัวนั้นใช้หางของมันสะบัดพลังของเซร่าออกไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะบินเข้าไปหาเธอ
“...อย่าคิดว่าฉันมีพลังแค่นั้นนะคะ” เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ วงเวททั้งเจ็ดสายของเธอระดมยิงคลื่นน้ำใส่มังกรม่วงไม่ยั้ง แน่นอนว่าพลังส่วนใหญ่ของเซร่า ถูกมันสลายไปได้ แต่พลังของเธอบางส่วนที่หลุดโจมตีมันได้สำเร็จ ก็สร้างรอยแผลให้กับมันอย่างหนัก ราวกับว่ามันถูกไฟลวก
นักเรียนทุกคนในสนามมีสีหน้าตื่นเต้น เขาดูโดยไม่ส่งเสียงใดๆ เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ พึ่งเคยได้เห็นเวทที่อยู่นอกตำราพระเวทครั้งแรก
“สุดยอด!!” นักเรียนบางคนกล่าว “นั่นเวทของพวกศาสนาสายพระเจ้าองค์เดียวใช่มั้ย”
“เดาว่าเป็นเวทของศาสนจักร” นักเรียนคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาลอยๆ ก่อนที่นักเรียนคนนั้นจะถูกตบบ่าเบาๆ
“เวทของศาสนจักรไม่ชั่วร้ายอย่างนั้น” นักเรียนหญิงผมสีเงิน ดวงตาสีแดงกล่าวขึ้นเพื่อแก้ต่างให้กับเวทของศาสนจักร เธอคือลิลี่ คนที่แบ่งสนามซ้อมให้กับเรนเดล ตอนที่พวกเขาต้องใช้สนามประลองนั่นเอง
“ไม่ใช่เวทของศาสนจักร งั้นมันเป็นเวทสายไหน ของพุทธวัชรยานหรือ”
“เวทของพวกผู้ตกต่ำ” เสียงของชายคนหนึ่งกล่าวขึ้น เขาคือเบรฟ องครักษ์ของลิลี่นั่นเอง “อดีตทูตสวรรค์ที่หันหลังให้กับพระเจ้ายังไงล่ะ เป็นเวทชนิดเดียวกับพวกอันเดด หรือพวกตัวตนแห่งภัยพิบัติใช้อยู่”
มังกรสีม่วงยังคงคำรามลั่น แต่ทว่าเซร่าไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย เพราะเธอสัมผัสได้ว่ามันอ่อนแอกว่าอดีตจอมเวทเจ็ดดาราที่กลายเป็นตัวตนแห่งภัยพิบัติเสียอีก ถึงแม้ว่าเวทเกลียวคลื่นทะเลคลั่งของเธอจะกำจัดมันไม่ได้ก็ตาม
“เรนเดลคะ” เซร่ากล่างวด้วยน้ำเสียงอันมุ่งมั่น ก่อนที่วงมหาเวทสีฟ้าระดับสองจะปรากฏบนมือทั้งสองของเธอ “คอยดูพลังของฉันให้ดีนะคะ”
“ฉันดูอยู่” เรนเดลกล่าวตอบรับสั้นๆ เพราะเขารู้ว่าเซร่ากำลังพูดถึงเขา
“ข้าขอบัญชามหาเวทธารเหมันต์ ด้วยพลังอันสูงสุด...นามที่ข้าบูชาคือเทพผู้รักษา”
เซร่ากล่าวร่ายเวทโดยไม่ตัดย่อเลยสักนิด ก่อนที่วงมหาเวททั้งสอง จะแตกออก กลายเป็นกงจักรอันทรงพลัง และมันยิ่งทรงพลังและใหญ่กว่าเดิม เมื่อเซร่ากล่าวร่ายเวทจบ
“ศาสตราวุธของพระองค์ จะเป็นพลังให้กับข้า...มหาเวทธารเหมันต์ กระบวนท่าไม้ตาย พลังสุทรรศนจักร!!”
เซร่าใช้พลังของเธอ ผลักกงจักรขนาดใหญ่ออกไปด้วยความเร็วสูง มีเสียงฟ้าร้องกึกก้องเมื่อกงจักรนี้เคลื่อนที่ผ่าน พร้อมดวงอาทิตย์เบื้องบนกลางเป็นอาทิตย์ทรงกลด ราวกับว่าจะให้เกียรติท่าไม้ตายอันยิ่งใหญ่นั้น
เจ้ามังกรม่วงถึงขั้นกรีดร้องและหนีทันที ราวกับว่ามันกำลังกลัวอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่ามัน แต่ทว่ามันช้าไป กงจักรตัดกลางลำตัวของมันในชั่วอึดใจ ร่างของมันสลายหายไปทันที
...การประลองครั้งนี้มีคนนอกดูอยู่ด้วย และคนนอกคนนั้นกำลังทำสีหน้าไม่พอใจ
“...มาได้แค่นี้สินะ แม็กซิมัส วิญญาณที่แกขายให้กับฉัน”
เสียงของชายปริศนาคนนอก ในชุดคลุมดำคนหนึ่งกล่าว เขายืนดูการประลองจากฝั่งทางออกของห้องพักนักกีฬา ก่อนจะสะบัดผ้าคลุมสีดำ แล้วเดินออกไป
“ผู้ชนะการประลองคือ เซร่า ไพรมารี่ จากห้องหนึ่ง” เรนเดลกล่าวประกาศผ่านลำโพง พร้อมด้วยเสียงปรบมือของนักเรียนที่มาชมการประลอง แม็กซิมัสเดินคอตก ก่อนจะเดินกลับไปยังจุดพักของตน แต่ทว่าเขาเดินด้วยท่าทีอิดโรย ก่อนจะล้มลงกับพื้นแล้วแน่นิ่ง
“เขาเป็นอะไรน่ะ...พวกเราไปช่วยกันดูเถอะ” อัสรัน สมาชิกสภานักเรียนปีสอง ที่เรนเดลเคยช่วยชีวิตเอาไว้กล่าวขึ้น ก่อนจะกระโดดลงไปที่สนามประลองทันที
“พระเจ้าช่วย” อัสรันอุทานด้วยความตกใจ เมื่อเขาพลักหน้าของแม็กซิมัสหงายขึ้นมา ก็พบว่าหน้าของเขาขาวซีด ราวกับคนใกล้ตาย
“ช่วยเอาเปลมาหน่อย...เขาต้องไปห้องพยาบาล”
ไร้ซึ่งการเฉลิมฉลอง เมื่อมีคนเจ็บ งานประลองจึงจบลงโดยไม่ได้ประกาศผู้ชนะ แม้จะรู้ผลแล้วก็ตาม
“เรนเดล ฟอกการ์ดสินะคะ” ลิลี่เดินมาหาเรนเดลที่กำลังอยู่กับเซร่า เรนเดลจำได้ว่าเธอเป็นใคร แม้จะเคยเจอกันแค่หนึ่งครั้ง
“บุตรสาวของท่านประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเหยี่ยวดำสินะครับ”
“ใช่ค่ะ” ลิลี่กล่าว “ขอแสดงความยินดี ที่สามารถปราบพวกกบฏได้นะคะ...และก็ขอเข้าเรื่องเลยค่ะ”
“ว่ามาเถอะครับ” เรนเดลกล่าว “เพราะผมเองก็สงสัยเกี่ยวกับพลังนอกพระเวทเหมือนกัน และผมเดาได้ว่าคุณต้องรู้อะไร ถึงมาหาผม”
“เรื่องมันยาวค่ะ เราหาที่คุยกันก่อนดีไหมคะ...”
“ที่ห้องสภานักเรียนล่ะกัน” เรียวจิกล่าวแทรกขึ้นมา ก่อนจะเดินเข้ามาหาเรนเดล “นี่มันเป็นปัญหาของโรงเรียน ฉันคิดว่าสภานักเรีนควรได้ข้อมูลในครั้งนี้ด้วย”
เรนเดลพยักหน้า ก่อนที่พวกเขาทั้งสี่คน จะเดินตามกันไป