'' การโจมตีเพียงครั้งเดียวเ้าหนุ่มนั่นถึงกับกระดูแตกหักได้ยินเสียงชัดเจนแถมยังาเ็สาหัสอีกช่างน่าหวาดเสียวนัก''
"พลังโจมตีช่างรุนแรงยิ่ง..!!..นับเป็โชคร้ายของเ้าหนุ่มนั่นโดยแท้.."
"โอ๊ะ..อะไรกัน.?"
เนื่องจากเมื่อทุกคนมองเห็นชัดเจนว่าร่างที่ทรุดคุดคู้อยู่ตรงหน้ากลับเป็ผู้ที่พุ่งเ้าโจมตีเด็กหนุ่มที่มากับสตรีเยาว์วัยแสนสวยผู้นั้นแทน "มันเกิดอะไรขึ้น?" คำถามนี้ล้วนเกิดขึ้นในหัวของหลายคนที่กำลังตะลึงกับภาพที่เห็น.!!
"อึก ..อึก .."
"พรวด..!!"
"ตืง.."
"โอ๊ะ..เยี่ยนซื่อเหตุใดถึงเป็เช่นนี้."
หลังจากหายตกตะลึงเมื่อได้ยินเสียงโลหิตที่พุ่งกระทบพื้นจนแดงฉานร่างที่ล้มลงกลับเป็เยี่ยนซื่อแทนที่จะเป็กังหลง เยี่ยนซานก็อุทานออกมาแล้วรีบพุ่งกายไปหาพี่น้องของตัวเองที่ขณะนี้ได้หมดสติไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"ยังไม่รีบมาพานายน้อยของเ้าไปดูอาการอีก อาเฉิงเ้ามัวตะลึงอะไรอยู่"
เยี่ยนซานหันไปตวาดเรียกผู้ติดตามสองพี่น้องของตนที่บิดาของทั้งสองให้คอยติดตามรับใช้และปกป้องคุ้มครองพวกเขา อาเฉิงมีระดับปราณที่ปราณขุนพลระดับห้าขั้นสาม่ชั้นต้น อาเฉินรีบเข้ามารับตัวเยี่ยนซื่อออกไปตรวจดูอาการชั่วครู่ก็หน้าถอดสีแล้วอุทานออกมา
"นายน้อยเยี่ยนซื่อ กระดูกซี่โครงหักละเอียดไปสี่ซี่ ชีพจรบริเวณชายโครงฉีกขาดเกือบทั้งหมด ยังดีที่ตันเถียนมิถูกทำลาย ถ้าไม่เช่นนั้นนับแต่นี้คงต้องเป็แค่คนพิการเท่านั้น..!!"
"อะไรนะ..!! เป็ไปได้อย่างไร..เ้าขยะตระกูลกังมันมีระดับปราณแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นปลายที่ไม่อาจเลื่อนไปสู่ปราณขุนพลระดับสองขั้นหนึ่งได้แม้แต่น้อย จะสามารถทำร้ายเยี่ยนซื่อจนสาหัสปานนั้นได้อย่างไรกัน ข้าไม่เชื่อ.!!"
"ต้องเป็เ้าขยะตระกูลกังแอบเล่นสกปรกหรือใช้เล่ห์ร้ายอันใดออกมาเป็แน่ เดี๋ยวข้าจะจัดการมันให้อาการสาหัสกว่าเยี่ยนซื่อเป็สองเท่า ให้มันได้รับทราบและจดจำไปจนวันตายว่าการที่บังอาจทำร้ายพี่น้องของข้านายน้อยเยี่ยนซานแล้วที่ได้รับจะเป็เช่นไร"
เยี่ยนซานนั้นมิมีทางคิดไปได้เลยว่าเ้าขยะตระกูลกัง กังหลงผู้ที่เคยถูกพวกตนข่มเหงมาตลอด และมิหนำซ้ำเมื่อวานวันที่ผ่านมานี้พวกตนก็ยังเคยได้ลงมือทุบตีทำร้ายเ้าขยะนี่จนมิกล้าตอบโต้แม้แต่น้อยขณะที่พวกเขาพบเจอก่อนที่จะขึ้นไปท่องเที่ยวในเทือกเขาเนตรอสูรชั้นที่สอง และก่อนไปยังได้แย่งชิงผลึกอสูรสีแดงมาได้อีกชิ้นหนึ่งด้วยซ้ำ นี่เพิ่งผ่านมาแค่วันเดียวทั้งที่ระดับพลังฝีมือก็ยังอยู่ที่ระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้า่ชั้นสูงสุดเท่าเดิม การที่เ้าขยะผู้นี้สามารถทำร้ายเยื่ยนซื่อที่มีพลังฝีมืออยู่ที่ปราณขุนพลระดับสองขั้นสอง่ชั้นต้นมันไม่มีทางเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด ที่ผลออกมาเช่นนี้มีทางเป็ไปได้เพียงประการเดียวคือเ้าขยะผู้นี้ต้องใช้กลโกงยามที่เยี่ยนซื่อประมาทก็เท่านั้น
ส่วนกังหลงนั้นก็ตะลึงงันไปเช่นกันเมื่อได้ยินผู้ดูแลของเยื่ยนซื่อและเยี่ยนซานบ่งบอกถึงอาการของเยี่ยนซื่อ ไม่คิดว่าการโจมตีอย่างสุดกำลังอย่างกระทันหันของตนเพียงครั้งเดียวจะรุนแรงถึงเพียงนี้ ถึงกับสามารถทำให้เยี่ยนซื่อกระดูกซี่โครงแตกหักและเส้นชีพจรฉีกขาดจนเกือบจะพิการไป เนื่องจากจังหวะนั้นตนเห็นเยี่ยนซื่อพุ่งเข้ามาอย่างกระทันกันและปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่คิดหวังจะทำร้ายตน ตนในยามนั้นหากะโหลบออกไปคนที่จะโดนพลังจู่โจมเข้าอย่างเต็มที่ก็กลับเป็น้องสาวของเขาเอง ดั้งนั้นกังหลงพลันเกรงพลังขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม พลังปราณในร่างก่อเกิดขึ้นอย่างกระทันหันและโจมตีสวนกลับไปอย่างสุดกำลัง
กังหลงกำลังจมอยู่กับความคิดขณะก่อนจะโจมตีออกไป ขณะนั้นเหมือนว่ากังหลงมองเห็นกระบวนท่า การเคลื่อนไหวของเยี่ยนซื่อได้อย่าชัดเจน การเคลื่อนไหวขอเยี่ยนซื่อนั้นเหมือนภาพสโลโมชั่น จนทำให้กังหลงสามารถหลบการโจมตีและตอบโต้กลับไปอย่างรวดเร็วจนหมัดทะลวงเข้าไปยังชายโครงของเยี่ยนซื่อก่อน คือโจมตีทีหลังแต่กลับถึงก่อนเสียอีก ขณะนั้นกังหลงเองก็ยังแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน
กังหลงไม่ทราบหรอกว่าหลังจากที่ตนเองไปผ่านการผลัดเปลี่ยนชีพจรขึ้นมาใหม่ ทั้งจุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดก็ได้รับการเปิดออกจนโล่งโปร่งไปทั้งหมดแล้วอีกทั้งตันเถียนที่ได้เพิ่มขนาดขึ้นใหญ่โตกว่าของคนปกติถึงหลายเท่าและที่สำคัญจักระทั้งเจ็ดตำแหน่งได้ถูกเปิดออกทั้งหมดอย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้เฉกเช่นนี้มาก่อนในรอบล้านปีที่ผ่านมานี้ ทั้งที่ขณะนี้กังหลงยังไม่ได้ร่ำเรียนกระบวนท่าวิชายุทธที่เลิศล้ำใด ๆ เลย เพียงใช้พลังปราณอย่างเดียวโจมตีออกไปเท่านั้น
ที่เป็เช่นนี้เพราะจุดทุกอย่างในร่างกายของกังหลงได้ถูกกรุยผ่านไม่มีอะไรติดขัดเมื่อใช้พลังปราณออกมา พลังปราณจึงไม่ได้ถูกปิดกั้นหรือสูญเสียไประหว่างทางเลยแม้แต่น้อย เมื่อผ่านชีพจรจำนวนมากเท่าใดการหมุนกลั่นเสริมส่งให้พลังปราณยิ่งรุนแรงขึ้นตามลำดับ ดังนั้นจะเห็นว่า จุดตันเถียนมีขนาดเท่ากันสามารถกักเก็บพลังปราณไว้ได้เท่ากันแต่หากใครสามารถกรุยจุดชีพจรเปิดออกจำนวนมากกว่า พร์ของผู้นั้นจะมีมากกว่าผู้ที่กรุยจุดชีพจรเปิดออกจำนวนน้อยกว่า หากกรุยเปิดจุดชีพจรได้เท่ากันแต่ใครที่สามารถสร้างตันเถียนได้มีขนาดใหญ่กว่าและหนากว่า ผู้นั้นก็ย่อมมีความแข็งแกร่งกว่าเป็ธรรมดา
กังหลงนั้นสามารถเปิดจุดชีพจรได้หมดแล้วทั้งห้าสิบสี่จุด อีกทั้งยังสามารถเปิดจุดจักระได้เพิ่มอีกทั้งหมดเจ็ดจุด แถมตันเถียนก็สามารถสร้างขึ้นได้ใหญ่กว่าผู้อื่นอีกหลายเท่า แม้ขณะนี้จะยังไม่ได้เรียนรู้เคล็ดวิชาคือความพลิกแพลงใด ๆ แต่พลังหรือความรุนแรงย่อมต้องมีมากกว่าผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันถึงหลายเท่านัก ซึ่งปัจจุบันนี้เพียงพลังปราณกังหลงก็มีความหนาแน่นมากกว่าผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันไม่น่อยกว่าแปดขั้นย่อยเลยทีเดียว หากต่อสู้กันขณะนี้ผู้ที่มีระดับปราณห่างไม่เกินแปดขั้นย่อยไม่มีทางชนะกังหลงได้เลย
และขณะนี้กังหลงยังเพิ่งยกระดับพลังปราณไปอยู่ที่ปราณขุนพลระดับสองขั้นเจ็ด่ชั้นต้นเป็ที่เรียบร้อยแล้วเพียงแต่ถูกสร้อยปิดลมปราณซ่อนชีพจรปิดบังไว้เปิดเผยให้ผู้อื่นเห็นเพียงระดับปราณแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้า่ชั้นสูงสุดเท่านั้น
เยี่ยนฟางก็ตื่นตระหนกไปกับผลที่ออกมาเช่นกัน ก่อนหน้านี้นางเตรียมตัวที่จะพุ่งกายออกไปรับการโจมตีของเยี่ยนซื่อแทนพี่ชายของนางซะอีก แต่ติดที่กังหลงได้เอามือยึดจับตัวนางไว้ด้านหลังมิให้เคลื่อนไหวได้ นางจึงทำได้เพียงกระวนกระวายใจและหลับตาลงมิอยากเห็นภาพที่เกิดขึ้นเท่านั้น ตอนที่ได้ยินเสียงโจมตี เสียงกระดูกแตกหักที่ดังชัดเจนเสียจนหัวใจของนางแทบจะหยุดเต้น คิดว่าพี่ชายของนางคงาเ็สาหัสจนยากจะกล่าวแล้ว เพียงแต่เมื่อเสียงสิ้นสุดเงียบหายลง นางก็รีบลืมตาชึ้นเมื่อสายตาพบกับสิ่งที่เกิดขึ้นผลที่ออกมาไม่ตรงกับที่นางคาดคิดไว้ เยี่ยนฟางถึงกับยืนตัวแข็งไปชั่วขณะ นี่มันเป็ไปได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้น ใครได้เข้ามาช่วยพี่ชายของนางไว้ ใครกันที่ทำร้ายเ้าคนเลวที่ชื่อเยี่ยนซื่อคนนั้นาเ็จนปางตายตามที่ได้ยินผู้ดูและของพวกเขาบอกมา
"ออกมาเ้าขยะ เ้าใช้เล่ห์ร้ายอันใดถึงได้ทำร้ายผู้พี่ของข้า แต่กลโกงเช่นนั้นคงมิอาจใช้กับข้าได้อีก ข้าขอท้าให้เ้าออกมาประลองกับข้าอย่างเปิดเผยต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ ให้ผลแพ้ชนะที่ออกมาผู้ที่เฝ้าชมดูจะได้เป็พยานในการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย"
เยี่ยนซานนั้นถึงแม่จะเป็น้องของเยี่ยนซื่อมีระดับพลังปราณสูงกว่าเยี่ยนซื่อหนึ่งขั้นย่อยและมากกว่ากังหลงที่แสดงให้เห็นถึงสามขั้นย่อย จึงมีความคิดในใจที่จะท้าประลองกับกังหลงผู้ที่มันเคยรังแกทุบตีทำร้ายมาเมื่อวาน โดนหวังให้การประลองนี้เกิดขึ้นระหว่างทั้งสอง เพื่อไม่ให้น้องสาวของกลังหลงซึ่งมีระดับพลังอยู่ที่ปราณขุนพลระดับสี่ขั้นเก้า่ชั้นต้นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งหากเข้ามายุ่งเกี่ยวตัวเขาเองจะกลายเป็ผู้โชคร้ายเสียมากว่า เยี่ยนซานจึงหวังจะใข้คำท้าประลองนี้ผูกมัดไว้แค่กังหลงกับตัวมันเองเท่านั้น หวังจะใช้โอกาสในการประลองนี้แก้แค้นให้กับพี่ชายของตัวเอง จะใช้โอกาสนี้จัดการทุบตีทำร้ายให้กังหลงาเ็จนปางตายยิ่งกว่าพี่ชายของมันเสียอีก
หากเป็ดังเช่นที่เยี่ยนซานคาดคิดไว้แม้ตัวมันจะทุบตีจัดการจนกังหลงาเ็จนพิการหรือตายไปก็มิอาจมีใครมาตำหนิหรือกล่าวโทษตนภายหลังได้ เพราะการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเป็เพราะต่างฝ่ายสมัครใจและเป็การต่อสู้ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายเช่นนี้ คิดเช่นนั้นเยี่ยนซานก็ได้แต่หัวเราอยู่ในใจถึงแผนการร้ายอันประเสริฐที่คิดออกมานี้..!!