Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 66 ทดสอบพลังเวท

    ตอนที่ 66 ทดสอบพลังเวท

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     


    หัวหน้าธีออนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าประหลาดใจ เขาไม่ได้ประหลาดใจที่เด็กน้อยคนนี้มาทดสอบพลังเวท เพราะอัจฉริยะนักเวทอายุน้อยไม่ใช่เรื่องแปลกตา แม้คนเหล่านี้จะหาได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี อย่างเด็กน้อยชิม่อนผู้เป็นหลานชายนายกเทศมนตรีนายาฟเองก็เป็นเด็กน้อยอายุสิบสองปีคนหนึ่ง แต่กลับบ่มเพาะพลังเวทสองวงเวทได้แล้ว


    เรื่องที่ทำให้หัวหน้าธีออนประหลาดใจจึงเป็นอีกเรื่องมากกว่า 


    นั่นก็คือ …


    ตาเฒ่าออสตินมีลูกชายได้อย่างไร


    ตลอดเวลาที่ผ่านมานักวิชาการเวทเช่นตาเฒ่าออสตินล้วนจมจ่อมอยู่กับเรื่องทางด้านวิชาการ


    แต่ใครจะคิดเล่าว่าผ่านไปแค่ร้อยกว่าปี กลับมาอีกทีเขาก็พาลูกชายมาทดสอบพลังเวท 


    เรื่องนี้จึงสร้างความประหลาดใจให้กับธีออนเป็นอย่างมาก


    “ทำไมคุณถึงคิดมีลูกชายในตอนนี้ ฉันก็คิดว่าสายเลือดพริสตันทางฝั่งคุณจะไร้ผู้สืบทอดแล้วซะอีก อีกอย่างจอมเวทอย่างคุณถึงกับสร้างเลือดเนื้อเชื้อไขได้ ความเป็นไปได้ที่น้อยขนาดนี้คุณยังทำมันได้สำเร็จ” หัวหน้าธีออนหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “ว่าแต่แม่ของเด็กคนนี้เป็นใคร ทำไมเธอไม่มากับคุณด้วย”


    ออสตินรู้ว่าเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นเขาจึงเตรียมคำตอบมาไว้แล้ว เมื่ออีกฝ่ายถามคำถามนี้มา เขาก็แสร้งแสดงละครที่เตรียมไว้ออกมา


    สีหน้าของชายชราที่เปียผมสีขาวพลันสลดลง แววตาฉายแววแห่งความเศร้า เขาส่ายศีรษะไปมาและเอ่ย “เธอตายไปแล้ว อย่างที่คุณรู้คนอย่างฉันกว่าจะมีผู้สืบทอดสายเลือดได้นับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก เธอจึงจากฉันไปตั้งแต่ที่คลอดเด็กคนนี้ออกมา”


    “โถ่ … ออสติน ฉันเสียใจด้วย” หัวหน้าธีออนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด


    “ไม่เป็นไร เรื่องก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว ฉันทำใจได้” ศาสตราจารย์ออสตินฝืนยิ้มออกมา


    การแสดงของเขานับว่าสมจริงเป็นอย่างมาก แม้แต่มหาจอมเวทอย่างธีออนก็ยังเชื่อเขาสนิทใจ


    อย่างไรที่นี่ก็ไม่ได้มีอะไรเหมือนพลังสายเลือดอยู่แล้ว เมื่อคนอย่างออสตินยืนยัน ใครจะกล้าว่าเขาโกหก ต่อให้คนของตระกูลพริสตันมาด้วยตัวเอง พวกเขาก็ไม่มีทางพิสูจน์สายเลือดได้ อีกทั้งพวกเขาคงไม่ทำเรื่องไร้สาระเช่นนี้ เพราะยังออสตินก็ไม่ค่อยติดต่อตระกูลหลักมานานแล้ว 


    ธีออนหันมาทางเด็กน้อยผมสีเงิน


    “ไง เธอคือเมอร์ลินใช่ไหม?” เขากล่าวด้วยท่าทางที่ใจดี


    ต้องรู้ไว้ว่าต่อให้เป็นเด็กอัจฉริยะคนอื่น พวกเขาก็ไม่ได้รับการต้อนรับจากธีออนเช่นนี้


    “ยินดีที่ได้พบครับ คุณธีออน” เมอร์ลินกล่าวอย่างมีมารยาท


    “ไหนๆ พวกคุณก็มาทั้งที ครั้งนี้ผมจะบริการพวกคุณด้วยตัวเอง” ธีออนกล่าว


    “หัวหน้าสมาคมเวทมนตร์ว่างขนาดนี้เชียว” ออสตินเอ่ยหยอกล้อ


    “จะเป็นไปได้ยังไง ถ้าคุณไม่มา ไม่มีทางที่ผมจะออกมาต้อนรับแบบนี้แน่นอน” 


    ที่ธีออนพูดนั้นคือเรื่องจริง ด้วยตัวตนระดับเขาคนทั่วไปมีหรือจะสามารถพบได้ง่ายๆ แต่เมื่อคนคนนั้นคือออสติน พริสตัน ผู้เป็นสหายเก่า เขาจึงใช้คาถาเวทเทเลพอร์ตย้ายตัวเองมาที่นี่ในทันที


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนคุณแล้ว” ออสตินหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี


    การสนทนาของพวกเขาล้วนตกอยู่ในสายตาของผู้คน หลายคนไม่เคยเห็นหัวหน้าสมาคมเวทมนตร์เมืองวินเซนและมหาปราชญ์เฒ่าออสตินก็ยังอดที่จะมองเข้ามาไม่ได้ เพราะรัศมีของคนทั้งสองไม่ว่าดูยังไงก็ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เมื่อเห็นเข็มกลัดของคนทั้งสองแล้ว พวกเขาก็ได้รู้ว่าสองคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ ด้วย


    บรรดานักเวทที่ทำงานอยู่ที่นี่ต่างจ้องมองเข้ามาอย่างเกร็งๆ พวกเขาไม่ค่อยเห็นธีออนจะมีท่าทางแบบนี้มาก่อน 


    ธีออนได้พาสองพ่อลูกเดินทัวร์อาคารสมาคมเวทมนตร์ แม้ว่าออสตินจะคุ้นเคยกับที่นี่ แต่สำหรับเมอร์ลินแล้วมันช่างเป็นสถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก


    ธีออนปฏิบัติกับเมอร์ลินอย่างใจดี เขาพาเด็กน้อยมาถึงห้องที่มีแท่นผลึกที่สูงสองเมตร เรียงรายหลายชิ้น


    “การทดสอบพลังเวทนั้นง่ายมาก ขั้นตอนแรกเพียงแค่ทดสอบขุมพลังเวทในร่างกายโดยการทาบมือลงไปยังแท่นผลึกเท่านั้น หลังจากนั้นก็ทดสอบการใช้งานคาถาเวทก็เป็นอันเรียบร้อย” ธีออนกล่าวอธิบาย


    ด้านหลังของพวกเขามีคนกลุ่มหนึ่งที่คาดว่าเป็นพนักงานระดับสูงของที่นี่เดินตามเป็นขบวน


    มันทำให้เมอร์ลินรู้สึกทำตัวไม่ถูกบ้างเล็กน้อย แต่เมื่อตั้งสมาธิความตื่นเต้นนั้นก็สงบลง


    “ถ้าเกิดว่าทดสอบพลังเวทในร่างกายผ่าน แต่ใช้คาถาเวทไม่ได้ล่ะครับ?” เมอร์ลินเอ่ยถาม


    “นั่นก็หมายความว่าต้องไปฝึกใช้คาถาเวทแล้วมาสอบใหม่ยังไงล่ะ เธอต้องรู้ไว้ว่าผู้ที่ได้รับเข็มกลัดนักเวทคือผู้ที่เข้าร่วมกับสมาคมเวทมนตร์อย่างเป็นทางการ พวกเขาสามารถรับภารกิจของสมาคมได้ หากไม่มีความสามารถมากพอพวกเขาก็ไม่สามารถทำภารกิจได้ ดังนั้นจึงไม่คู่ควรที่จะได้รับเข็มกลัด” หญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวด้านหลังกล่าวอธิบาย


    “นี่คือคุณทีโมธี เธอเป็นหัวหน้าฝ่ายทดสอบพลังเวท” ธีออนกล่าวแนะนำ


    ออสตินยิ้มและพยักหน้าให้กับเธอโดยไม่พูดอะไร


    เมอร์ลินสังเกตเห็นว่าบนอกของเธอติดเข็มกลัดนักเวทห้าวงเวทเอาไว้ นั่นหมายความว่าเธอคือ “จอมเวท” นั่นเอง


    “เอาล่ะ มาถึงที่นี่แล้วลูกก็เข้าไปทดสอบเถอะ” ออสตินดันหลังเมอร์ลินออกไปเบาๆ


    “ครับ”


    เด็กน้อยผมสีเงินรับคำ ก่อนจะก้าวไปที่แท่นผลึกสีดำที่สูงกว่าเขาตรงหน้า


    เขาสูดลมหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่งก่อนจะวางมือทาบลงไปบนแท่นผลึก


    ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกับแท่นผลึกสีดำ พลังเวทภายในร่างของเขาก็เกิดการตื่นตัว ค่ายกลภายในแท่นผลึกสีดำทำงานโดยไม่จำเป็นต้องถ่ายทอดพลังเวทเข้าไปกระตุ้น


    บริเวณที่ฝ่ามือของเมอร์ลินทาบลงไป พลันปรากฏเป็นละอองสีขาวเคลื่อนไหวราวกับฟองอากาศที่อยู่ใต้น้ำ


    ละอองสีขาวเหล่านั้นคือภาพสะท้อนพลังเวทของเมอร์ลิน พวกมันพุ่งไปยังจุดหนึ่งแล้วก่อตัวคล้ายวังน้ำวน ก่อนจะปรากฏเป็นรูปร่างของวงเวทขึ้นมา


    นั่นหมายความว่าภายในร่างของเมอร์ลินได้สร้างวงเวทได้สำเร็จแล้ว


    ไม่เท่านั้นวงเวทนั้นยังมีประกายแสงที่เรืองรองออกมาสองจุด ซึ่งน่าเสียดายที่อีกตำแหน่งหนึ่งยังไม่ปรากฏจุดขุมพลังเวท แต่กลับมีแสงที่ส่องออกมาอย่างเลือนลาง ซึ่งหมายความว่าเมอร์ลินในตอนนี้บ่มเพาะพลังเวทได้สองจุดและเกือบจะสร้างจุดที่สามได้แล้ว


    “ดีใจด้วยออสติน นี่คุณฝึกฝนเขามากี่ปีกัน พรสวรรค์ในการฝึกฝนพลังเวทของเขาไม่ธรรมดาเลย คาดว่าอีกสองสามปีคงจะมีคุณสมบัติท้าทายวงเวทที่สองได้แล้ว” ธีออนอดที่จะเอ่ยชมออกมาไม่ได้


    แม้คุณสมบัตินี้จะด้อยกว่าหลานชายของนายกเทศมนตรีนายาฟอยู่บ้าง แต่ก็ยังถือว่าเป็นอัจฉริยะด้านการบ่มเพาะพลังเวทอยู่ดี


    ทว่า ...


    “เขาพึ่งจะเริ่มฝึกฝนเมื่อปีที่แล้วเท่านั้น ฉันไม่คาดหวังให้เขารีบยกระดับพลังเวทเร็วขนาดนั้นหรอก” 


    คำพูดนี้ทำให้ผู้คนที่อยู่ที่นี่ต้องอึ้งไป


    ว่ายังไงนะ! แค่หนึ่งปี!


    เด็กคนนี้ฝึกฝนแค่หนึ่งปีอย่างนั้นหรอ?

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน