ตอนที่ 3 เก็บเด็กทารก (2)
โจวมู่ถือเงินไว้และเดินไปเรื่อยๆ ตามท้องถนนอย่างไร้จุดหมาย
เทียบกับตำบลลิ่วเฟิงที่มีถนนเพียงเส้นเดียวแล้ว อำเภอจงซานนั้นนับได้ว่าเป็อำเภอที่เจริญเป็อย่างยิ่ง แม้แต่ถนนกู่หวันก็มีถนนแยกออกไปอีก คนสัญจรไปมาช่างคึกคักวุ่นวายเหลือเกิน
ร้านค้าที่เดินผ่านกลายเป็ร้านที่หน้าต่างเป็กระจกไปแล้ว ต่างจากสิบเอ็ดปีก่อนที่ยังเป็ไม้ โจวมู่เห็นชายวัยกลางคนในสภาพหนวดเคราและผมเผ้ารกรุงรัง ใส่เสื้อเชิ้ตเก่าๆ สวมกางเกงสีกากีผ่านกระจก
สภาพแบบนี้ของเขาเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนนับเป็การแต่งกายที่นิยมที่สุด เอาเสื้อเชิ้ตสอดเข้าในกางเกง แล้วคาดเข็มขัดสีน้ำตาล หากเสียบปากกาไว้อีกด้ามบนเสื้อก็ช่างดูดีเหลือร้ายเลยทีเดียว สาวๆ ที่เดินผ่านไปต่างอยากมองมาที่คุณให้นานขึ้นสักหน่อย
ปีนั้น เขาเป็คนหนุ่มที่หล่อเหลาที่สุด มีอนาคตที่สุด ขับรถขนส่งสีฟ้า เดินไปที่ไหนใบหน้าก็ต้องมีรอยยิ้มอยู่เสมอ เวลาเดินก็ดูดี เวลาพูดก็มีเสน่ห์
ทว่าในตอนนี้ บนท้องถนนน้อยคนนักที่จะใส่เสื้อผ้าแขนยาวขายาว ไม่มีใครเอาเสื้อใส่ในกางเกงเลย
โจวมู่ราวกับผีสางแปลกประหลาด ไม่ได้เข้ากันกับคนรอบข้างเลยสักนิดเดียว
อีกทั้งในตัวอำเภอก็เสียงดังเหลือเกิน เสียงทุกอย่างทะลุทะลวงเข้ามาในหูของเขา ทำให้เขาปวดหัวจนแทบอยากจะตายเสียให้ได้
โจวมู่กุมหัวเอาไว้ ไม่กล้ามองหน้าต่างอีก เขาวิ่งสะเปะสะปะจนเข้าไปในซอยเล็กๆ แห่งหนึ่ง พิงกำแพงและทรุดตัวนั่งลงกับพื้น
เขามองไปตามซอยลึกนี่ด้วยสมองที่มึนงง มองดูกำแพงสีดำๆ ด้านหน้า เขาไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงถูกปล่อยออกมา ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ แล้วจะทำได้อย่างไร
เขาแค่อยากเจอพ่อแม่สักครั้ง แต่ที่ได้เจอก็มีแค่สุสานว่างเปล่าเท่านั้น
ภรรยาของเขาก็หายไปแล้ว ทั้งยังไม่มีลูก ตอนนั้นเขาเพิ่งจะคุยกับภรรยาว่าอยากได้ลูกสักคน จากนั้นก็ถูกจับเข้าคุก
ตอนหนุ่มๆ เขาไม่รู้ประสานัก เขาหดหู่ เขาถูกตี เขาต่อต้าน เขาตีคนอื่น...มาตอนนี้ จู่ๆ เขาก็ไม่รู้แล้วว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร
“อุแว้ๆๆ”
เสียงร้องไห้ของเด็กเล็กดังมาจากในซอยลึก เสียงอ่อนแรงลงเรื่อยๆ แต่กลับบีบหัวใจขึ้นทุกที
โจวมู่ไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็น และไม่ใช่คนจิตใจดีอีกต่อไป ไม่มีใครบอกว่าคนที่ออกมาจากคุกซีไห่จะเป็คนจิตใจดี
เขาลุกขึ้นเตรียมจากไป ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง
ในซอย ที่ข้างถังขยะสีดำสองใบมีกระเป๋าผ้าขาดๆ ใบหนึ่งวางอยู่ เสียงร้องไห้นั่นดังมาจากด้านในกระเป๋าผ้านี่ ทั้งยังมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย
โจวมู่ก้มตัวลงเปิดห่อผ้าออก ปรากฏให้เห็นใบหน้าของเด็กทารก ดวงตากลมโตสีดำ บริสุทธิ์ไร้พิษภัยจ้องมาที่เขา
“แอ้ๆ”
เด็กน้อยพยายามยื่นมือออกมา คว้าหนวดของโจวมู่ไว้แน่น จากนั้นใบหน้าเปื้อนน้ำตาจึงเผยรอยยิ้ม น่ารักน่าชังเป็อย่างยิ่ง
โจวมู่นิ่งงัน พริบตานั้นรู้สึกเพียงแค่หัวใจช่างอบอุ่นเหลือเกิน
เขาอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา
มือของเด็กน้อยจับเขาไว้แน่น บนแขนนุ่มนิ่มมีรอยแผลเป็น่าเกลียดอยู่รอยหนึ่ง
โจวมู่ออกไปขายสัตว์ที่ล่ามาได้ ตอนขากลับก็พาทารกกลับมาด้วยอีกคน
หมู่บ้านผิงโข่วยากจน พื้นที่ใดยิ่งยากจน ก็จะยิ่งอยากได้ลูกชายไว้ ทารกเพศหญิงจึงถูกทอดทิ้งเป็จำนวนมาก
แต่เด็กที่โจวมู่ซึ่งเคยอยู่ในคุกเก็บกลับมานั้นเป็เด็กทารกเพศหญิง ถึงกับทำให้หมู่บ้านผิงโข่วคึกคักขึ้นมาอีกอยู่พักหนึ่งทีเดียว
หลิวชุ่ยซานที่เปิดร้านค้าเล็กๆ พูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ “โจวมู่ถูกคนทำให้พิการไปแล้ว มีลูกไม่ได้หรอก”
คนส่วนมากล้วนเชื่อคำพูดนี้ เพราะโจวมู่ถึงกับเลี้ยงเด็กทารกหญิงคนนั้นไว้เป็ลูกจริงๆ ทั้งยังไปดำเนินเื่เป็พิเศษด้วย
โจวมู่มีทะเบียนบ้านเล่มใหม่แล้ว
ในหน้าแรกเป็เ้าบ้าน คือโจวมู่
ในหน้าที่สองเป็ลูกสาว คือโจวจือจือ
่กลางวันโจวมู่ต้องขึ้นไปทำงานบนูเา เสี่ยวจือจือก็นอนสงบเสงี่ยมอยู่บนเก้าอี้โยกเยก ตาคอยมองหมาป่าดำที่ทั้งหยาบทั้งแข็ง ถูกอบจนดำ ห้อยเป็แถวบนชายคา ดูคล้ายกระดิ่งลมกวัดแกว่งไปมา
เสี่ยวจือจือแย้มยิ้มกว้างจนน้ำลายไหล