ไม่นานโจก็กลับมาถึงโพรงเล็กๆ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจากหน้าโพรงร่างอันบอบบางก็ออกมาจากโพรง
“พี่โจกลับมาแล้ว” รูวยิ้มอย่างสดใส
โจยิ้มเล็กน้อย “พี่จัดการพวกแอนตินอสเรียบร้อยแล้ว”
“รูวรู้อยู่แล้วว่าพี่โจเก่ง” เด็กสาวกระดิกหูแมวน้อยๆและพูดอย่างเชื่อมั่น
โจลูบหัวเธอและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หิวหรือยัง?”
รูวพยักหน้า “หิวแล้วค่ะ”
จากนั้นโจกับรูวก็ออกไปล่าสัตว์มาทำอาหารและกินอย่างเอร็ดอร่อย ในระหว่างนั้นโจก็เล่าถึงสถานที่ในช่องเขา
เมื่อเล่าจนจบโจก็กล่าวถามรูวว่า “เธอรู้ไหมว่าใครเป็นคนสร้างขึ้นมา?”
“ไม่เลยค่ะ” รูวส่ายหัวและพูดด้วยความผิดหวังเพราะเธอไม่สามารถช่วยอะไรโจได้
“นอกจากแอนตินอสและเผ่าพันธุ์ของเธอยังมีเผ่าพันธุ์อื่นๆอีกมะ?" โจถามด้วยความอยากรู้
รูวครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวอีกครั้ง “ไม่เลยค่ะ รูวไม่เคยได้ยินเลยว่านอกจากพวกเราและแอนตินอสแล้วยังมีเผ่าพันธุ์อื่นอีกด้วย”
โจพยักหน้าและลูบหัวปลอบเธอเพื่อไม่ให้เธอคิดมากที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้ หลังจากกินเสร็จโจก็มาครุ่นคิดว่าจะทำยังไงกับช่องเขานั้นดี
หลังจากลังเลอยู่นานสองนานสุดท้ายเขาก็หันมาถามรูวที่นั่งข้างๆเขาว่า “เธออยากไปอยู่ในช่องเขานั้นไหม?”
ที่โจตัดสินใจถามเช่นนี้เป็นเพราะที่แห่งนั้นมันดูปลอดภัยและสามารถหลบลมหนาวได้ แม้ว่าพวกแอนตินอสจะรู้ว่าที่ช่องเขานั้นมีอะไรอยู่ทว่าช่องเขามันก็เล็กเกินไปที่พวกมันจะสามารถแห่เข้ามาพร้อมกันได้ มันกว้างแค่พอให้สองสามคนเดินเข้ามาเท่านั้น ในจุดนี้เขาสามารถป้องกันพวกมันและค่อยๆทำลายพวกมันได้ไม่ยาก
ในช่องเขามันเปรียบเสมือนป้อมปราการดีๆนี่เอง หากต้านทานพวกมันไม่ไหวจริงๆอย่างน้อยเขาก็สามารถพารูวเข้าวาร์ปไปพร้อมกับเขาได้
ได้ยินคำถามของโจรูวก็ตอบรับแทบจะทันที “พี่โจอยู่ที่ไหนรูวก็จะอยู่ด้วยค่ะ”
“แม้ว่าจะต้องเสี่ยงอันตรายที่อาจตายได้น่ะเหรอ?” โจถาม
“แน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหนให้รูวได้อยู่ข้างๆพี่โจรูวก็พอใจแล้ว” รูวพูดอย่างอ่อนโยน
โจรู้สึกเจ็บปวดในใจที่ทำให้เด็กสาวตัวเล็กๆต้องมาเผชิญกับอันตราย เด็กสาวที่อ่อนโยนเช่นนี้ต่อให้เป็นคนที่ดุร้ายแค่ไหนแต่หากในใจยังมีความเป็นคนอยู่ก็ไม่อาจทำใจทำร้ายเธอได้ลงคอ
สุดท้ายเมื่อคิดไปคิดมาโจก็ส่ายหัว “ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในช่องเขาดีกว่า พวกเราออกตามหาคนอื่นๆกันต่อเถอะ”
โจไม่อยากพาเธอไปเสี่ยงอันตราย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะทำตามแผนเดิมนั่นก็คือออกตามหาชาวบ้านและคอยกำจัดพวกแอนตินอส
“ยังไงก็ได้ค่ะ” รูวยิ้ม
หลังจากนั้นโจก็จดจำสถานที่นี้ไว้ ในวันหน้าหากเรื่องต่างๆเสร็จเรียบร้อยเขาจะกลับมาดูสิ่งก่อสร้างใต้ดินในช่องเขาอีกครั้ง
โจแบกเด็กสาววิ่งสุ่มไปในทิศทางหนึ่ง สามวันผ่านไปโจได้พบกับหมู่บ้านอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้ไม่ใช่หมู่บ้านร้างและมีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย
แต่สิ่งที่ทำให้โจกับรูวดีใจคือพวกเขาส่วนใหญ่เป็นคนจากหมู่บ้านที่อพยพหนีมาในตอนนั้น
“รูว!!” หญิงวัยกลางคนจำรูวได้ก็ตะโกนด้วยความดีใจ
“ป้ามู!!” รูวลงจากหลังโจและรีบวิ่งมาหาหญิงสาววัยกลางคนที่มีหูเป็นสุนัข
“เด็กดี ป้าคิดไว้แล้วว่าหนูจะต้องปลอดภัย” ป้ามูลูบหัวรูวอย่างเอ็นดู
ในยินเสียงดีใจคนในหมู่บ้านก็พากันมาดูและพวกเขาก็จำรูวกับโจได้ ทุกคนจึงรู้สึกโล่งอกที่เห็นรูวปลอดภัย เพราะเมื่อตอนนั้นขณะที่กำลังหนีรูวได้แยกออกจากพวกเขาและไม่รู้ว่าเธอเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่พอเห็นเธอในตอนนี้พวกเขาก็ดีใจที่เธอปลอดภัย
หลังจากที่ถามไถ่สุขภาพอย่างยาวนานเสร็จโจกับรูวก็หาพื้นที่ของตนและสร้างบ้านขึ้นมา โจสร้างบ้านคล้ายกับบ้านที่รูวกับเขาเคยอยู่
บ้านหลังนี้มีสองห้องนอนและหนึ่งห้องน้ำ โจใช้พลังของตนในการระเบิดรูบนพื้นเพื่อสร้างท่อใต้ดิน
ใช้เวลาประมาณเกือบวันบ้านหลังใหม่ของพวกเขาก็เสร็จสิ้น โจพึงพอใจกับบ้านที่ตนเป็นคนสร้าง
“ฝีมือของเราก็ใช่ย่อยนะเนี่ย” โจพยักหน้าและยิ้ม
“รูวเองก็ช่วยด้วยนะคะ” รูวทำแก้มป่องและส่งเสียงคัดค้าน
“ใช่แล้วรูวเองก็ช่วยด้วยเหมือนกัน” โจรีบตอบ
เป็นเวลามืดค่ำแล้ว โชคดีที่ป้ามูเอาอาหารมาให้ไม่งั้นทั้งคู่คงต้องอดในคืนนี้ โจไม่เป็นไรเพราะเขาสามารถอดอาหารได้หลายวันแต่โจกังวลหากรูวไม่อิ่ม
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขารู้สึกเป็นห่วงรูวมากขนาดนี้แม้กระทั่งเรื่องปากท้องเขายังกังวลแทนเธอ
ในห้องของโจ โจนอนครุ่นคิดไปถึงเรื่องต่างๆ ในขณะนั้นประตูห้องก็เปิดออกและเป็นรูวในชุดนอนที่เดินเข้ามา
“มีอะไรหรือเปล่า?” โจถามด้วยความสงสัย
“คืนนี้รูวขอนอนด้วยนะคะ” รูวพูดจบก็กระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงของโจ
โจยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลูบหัวเธออย่างเอ็นดู เป็นเวลาหลายเดือนที่พวกเขาทั้งสองนอนด้วยกันจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่อะไร
ไม่นานลมหายใจของรูวก็มั่นคงเธอได้หลับไปอย่างรวดเร็ว โจไม่แปลกใจเพราะเธอเพิ่งใช้พลังชีวิตส่วนหนึ่งในการดูอนาคตของเขา แม้ว่ามันจะไม่ทำให้เธอถึงขนาดเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เธอเหนื่อย และยิ่งช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งเขาและเธอก็คอยตระเวนไปรอบๆป่าเขาเพื่อตามหาชาวบ้าน
ในวันนี้พวกเขาได้มาพบกับชาวบ้านอีกครั้ง โจคาดหวังว่ารูวจะอยู่อย่างสุขสบายที่หมู่บ้านใหม่แห่งนี้
……
……
ณ ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งแถวชายแดนเขตหนึ่ง สเปคระดับองครักษ์ขั้นสาม 1 ตน และขั้นสอง 2 ตน กำลังยืนล้อมหญิงสาวคนหนึ่ง
ในมือเธอปรากฏธนูน้ำแข็งที่ควบแน่นขึ้นมาจากพลังงาน
“เวรเอ้ย เธอเป็นนายพัน” สเปคขั้นสองตนหนึ่งพูดอย่างเคร่งเครียด สำหรับสเปคระดับองครักษ์นั้นจะมีความสามารถพอๆกับนายร้อยเมื่อเจอกับนายพันเป็นธรรมดาที่มันไม่สามารถต่อกรด้วยได้
“อย่ากังวล ข้าไม่เคยเห็นนางมาก่อนนางน่าจะเพิ่งขึ้นเป็นนายพันด้วยพลังของเราสามตนจะเอาชนะนางไม่ได้เชียวหรือ?” สเปคขั้นสามหรี่ตาและประเมินหญิงสาวตรงหน้า
หญิงสาวคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เธอคือมายด์ผู้มีพลังธาตุน้ำแข็ง ด้วยความแข็งแกร่งของเธอในระดับนายพันเธอสามารถควบแน่นพลังงานให้เป็นอาวุธได้
มายด์ยิ้มอย่างเย็นชาและเล็งธนูไปบนฟ้าจากนั้นก็ควบแน่นพลังงานเป็นลูกศรน้ำแข็งและยิงมันขึ้นไปบนฟ้า
สเปคทั้งสามตนประหลาดใจกับการกระทำของเธอจึงไม่ได้คิดหนี อย่างไรก็ตามทั้งสามตนก็ระมัดระวังเช่นกัน
เมื่อลูกสรน้ำแข็งพุ่งขึ้นไปจนถึงจุดหนึ่งมันก็แตกกระจายออกมาเป็นลูกศรน้ำแข็งนับร้อยดอกและกระจายตกลงมากินพื้นที่กว้าง
“ป้องกันเร็ว!!”
สเปคทั้งสามตนพยายามใช้พลังงานทมิฬสร้างเป็นม่านพลังงานป้องกันลูกศรน้ำแข็งที่ตกลงมา
ฉั่ว ฉั่ว ฉึก!!
ทว่าช่างน่าเสียดายลูกศรน้ำแข็งเจาะทะลุม่านทมิฬอย่างง่ายดายและพรากชีวิตทั้งสามของพวกมัน
มายด์สลายธนูน้ำแข็งแล้วเหม่อมองไปบนฟ้า “เขาไปอยู่ไหนกันนะ”