ไอ้เชจะเป็ลูกเขยกำนัน
ตอนที่ 2.ไอ้หล่อหน้าโหดคนนี้มันเป็ใคร
ที่ตำบลหนองป่าบง ถ้าไอ้เชคือหมาเ้าถิ่นประจำตำบลเฮียอี้ก็คือคนที่หมาไม่กล้าแม้จะเห่าใส่
ที่ท้ายหมู่บ้านไกลๆจะมีูเาอยู่สองลูกลูกแรกเป็ูเาหัวโล้น อีกลูกที่อยู่ติดกันยังเขียวชอุ่มพอมันโดดเด่นเคียงกันก็ยิ่งเห็นความต่างชัดเจนแต่มันก็ไม่ใช่เื่ที่คนละแวกนี้จะพูดอะไรได้เพราะมันเป็ส่วนหนึ่งของธุรกิจะเิหินของตระกูล ตั้งเจริญศิริผลซึ่งเป็ตระกูลที่ทรงอิทธิพล โดยมีกำนันต่วน เป็ผู้นำตระกูล แต่คนที่ดูแลธุรกิจนี้คืออี้ หรือ เหนือฟ้า ตั้งเจริญศิริผล น้องชายคนเล็กของกำนันต่วนนี่เอง
อี้หรือ เฮียอี้ เป็คนหนุ่มที่คนในท้องที่ต่างรู้จัก แต่น้อยคนที่จะได้พบเพราะเป็คนที่ค่อนข้างรักสันโดษ นอกจากบ้านกับที่ทำงานแล้วก็ไม่ค่อยไปไหนมาไหนหน้าตาของเขาในตอนนี้จึงไม่ค่อยมีใครจำได้นอกจากความทรงจำสมัยวัยรุ่นว่าอี้มีพี่ชายชื่อ เฉิน ที่หน้าตาคล้ายกันถึง 9 ส่วนทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยมักจะจำผิดแต่พอโตขึ้นก็ไม่เคยเห็นสองพี่น้องนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันอีกเพราะอี้ทำงานที่โรงงานหลังูเา ส่วนเฉินนั้นเป็ตำรวจประจำอยู่ในตัวอำเภอ
แต่ชื่อเสียงของอี้นั้นคนทั่วไปรู้จักดีกว่าหน้าตาเสียอีกเขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะการที่จะคุมธุรกิจะเิหินได้จิตใจจะต้องหนักแน่น เพราะต้องดูแลลูกน้องที่เป็ผู้ชายเกือบทั้งหมดยังต้องคอยจัดการกับเื่ที่ไม่อาจเปิดเผยอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็เื่ของข้อร้องเรียนจากกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่านักอนุรักษ์หรือการจัดการข้อขัดแย้งในแวดวงธุรกิจ หากไม่ใช่คนที่เด็ดเดี่ยวคงไม่สามารถจัดการงานหนักแบบนี้ได้
ดังนั้นชาวบ้านร้านตลาดต่างก็ร่ำลือกันว่าเฮียอี้น้องชายกำนันต่วนนั้นมีจิตใจโเี้แค่สายตาก็อาจจะฆ่าคนได้
“มึงว่าข่าวที่เขาลือๆกันมันไม่เกินจริงไปหน่อยเหรอวะไอ้อี้”ดิน หรือ บดินทร์ เลขาและเพื่อนสนิทของอี้ยืนมองนอกหน้าต่างพูดขึ้น
“เื่”หนุ่มหล่อไม่เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ เขาเป็คนขาวตี๋ดวงตาคมกริบแฝงไปด้วยความเย็นเยียบ จมูกโด่งรับกับใบหน้าเรียวยาวนั้นอย่างลงตัวถึงแม้จะต้องตรากตรำกับงานที่คลุกฝุ่นขนาดนี้แต่ผิวของเขายังขาวสว่างดูมีมาดคุณชายผู้ดีมากกว่าจะเป็คนโเี้เหมือนที่คนอื่นเขาพูดกันตอนนี้นั่งดูจอมอนิเตอร์ในห้องทำงานที่ตกแต่งเรียบง่าย
“ก็เื่ที่พูดกันว่ามึงแม่งโคตรโหด...”
“แล้ว”
“นี่มึงไม่แคร์เลยงั้นเหรอ”
“ต้องแคร์ด้วยเหรอ” เหนือฟ้า หรืออี้ ที่นั่งดูจอที่ฉายภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงงานเงยหน้าขึ้นมาเป็ครั้งแรกใบหน้าเหนื่อยหน่ายบ่งบอกว่าคำพูดของเขาเป็ความจริง
“เื่ของมึง” ดินรู้ดี ใม่ว่าจะพูดอะไรคนเ็าอย่างเพื่อนรักของเขาก็ไม่ได้นำมาใส่ใจ ไอ้นี่มันเป็พวกบ้างาน ไม่สนใจเื่หยุมหยิม“แล้วนี่มึงจะไปไหน ยังไม่เลิกงานนะเว้ย”
“กูเป็เ้าของจะเลิกงานกี่โมงก็ได้” คำพูดเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความยียวนจนบดินทร์ได้แต่กลอกตาไปมามองแผ่นหลังเพื่อนที่ก้าวขายาวๆออกไปอย่างรวดเร็ว
‘เฮียอี้ มีคนงานต่อยกันอีกแล้วครับ’ยังไม่ทันเดินไปถึงรถโฟร์แมนคุมหน้างานก็โทรเข้ามา
“จับแยก ส่งกลับบ้าน ถ้าไม่กลับ ก็ไล่ออกซะ”พูดจบก็ตัดสายแล้วก็เดินฉับๆไปที่ลานจอดรถหรูส่วนตัวของผู้บริหาร
ไอ้เชในชุดนักศึกษาเต็มยศได้แก่ เสื้อกล้ามสีขาวที่ถูกทับด้วยเสื้อช็อปโปโลสีน้ำเงินเข้ม กางเกงยีนส์สีฟ้าขุ่นขาดตรงหัวเข่าทั้งสองข้างรองเท้าคอนเวอร์สเก่าๆสีดำอมฝุ่นที่เหยียบส้นเอาไว้ผิดแผกจากเพื่อนๆที่แต่งตัวร่วมสมัยมากกว่า ทั้งกลุ่มมี 5 คนกำลังนั่งสุมกันอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆในตัวอำเภอ
“มึงนี่ก็เนาะ ปิดเทอมทั้งทีดันเรียกพวกกูออกมานั่งง่อยๆแถวนี้” คนพูดคือ ชาติ เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเชที่นั่งบนเก้าอี้กลมสไตล์มินิมอลของร้านกาแฟ ด้วยความที่เขาตัวสูงใหญ่ ถ้าเก้าอี้ตัวนี้พูดได้คงรำพึงรำพันแล้วว่า ปล่อยกูไปเถอะ ขาสั่นจะแย่
“ก็พวกมึงไม่ได้สอบตกเหมือนกูนี่หว่าแล้ววันนี้ก็ต้องส่งรายงานให้สุชัยด้วย” เชตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายสุชัยที่เขาเอ่ยถึงคือ อาจารย์สุรชัย ที่เขาไปมีเื่ต่อยปากจนถูกปรับให้ติดศูนย์ และต้องทำรายงานมาเพื่อขอคะแนน
“ใครใช้ให้มึงไปต่อยปากมันล่ะ”ไอ้ตุ่น เพื่อนอีกคนพูดโพล่งออกมา
ป้าบ! เสียงฝ่ามือของไอ้เชฟาดหัวเพื่อน ตุ่นลูบท้ายทอยตัวเองด้วยความเจ็บ
“สมน้ำหน้า” ไอ้ลอยเพื่อนอีกคนที่นั่งเปิดแท็ปเลตช่วยหาข้อมูลให้ไอ้เชปั่นรายงานส่งเสียง
“มึงเขียนดีๆหน่อยลายมือหรือลายส้นตีนวะ” เม่นเด็กที่เรียนดีที่สุดในกลุ่มเอาสมุดฟาดหัวไอ้เชหนึ่งที
“ไอ้ห่า แทนที่จะให้กำลังใจกู” เชบ่น“มึงไม่ลองมานั่งเขียนงกๆแบบกูดูบ้างล่ะ ปวดมือชิบหาย”
“ใครใช้ให้มึงไปต่อยปากเค้าล่ะดีนะที่ไม่โดนไล่ออก” ตุ่นเอ่ย ก่อนจะเอามือปิดท้ายทอยไว้ กันโดนฟาด
“ก็จริง มันด่ามึงว่าโง่มึงก็แค่ยอมรับซะดีๆ คนทั้งวิทยาลัยต่างก็รู้ว่ามึงโง่”
“หุบปากไปไอ้ชาติถ้าไม่ติดว่ามึงนั่งไกลกูนะ กูจะถีบให้แม่ง” เชเรขู่ในใจยังโกรธอาจารย์คนนี้ที่ด่าเขาแถมยังให้เขียนรายงงานทั้งๆที่คนอื่นที่สอบตกสามารถพิมพ์เอาได้
“แต่ก็ยังดีที่กำนันต่วนมาช่วยมันไว้ไม่งั้นไม่จบแค่กราบขอขมากับแค่ทำรายงานหรอก” เม่นพูด
“แถมยังได้เจอกับนางฟ้าคนสวยด้วยนะ”ทั้งสี่คนยกเว้นไอ้เชหันมาสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย แววตาล้อเลียนอย่างเห็นได้ชัด
"จริง น้องหลิน คนอะไร โคตรขาวโคตรน่ารัก” ไอ้เชเพ้อ
“น้องพ่องหลินอายุเท่ากันกับพวกเราเว้ย กูไปสืบมาแล้ว” ไอ้ลอย สายสืบประจำกลุ่มให้ข้อมูล
“แล้วมึงคิดว่าสวยๆเอ็กซ์ๆแบบนั้นจะมีแฟนรึยังวะ” ชาติถาม
“ไม่รู้ว่ะ” “ไม่มี!”ทั้งลอยและเชตอบพร้อมๆกัน
“มั่นหน้า” เม่นท้วง
“กูไม่ได้มั่นหน้าหลินคือเนื้อคู่ของกู จะไปมีแฟนก่อนกูรู้ตัวได้ไง”
“มั่นโหนก” ไอ้ตุ่นปิดท้าย
รถยนต์หรูสีดำทะเบียนประมูลจอดเอี๊ยดที่หน้าร้านกาแฟด้วยความที่ร้านนี้เป็ร้านเล็กๆ ตกแต่งโทนสีขาวเรียบง่ายมีแค่กระจกใสๆเท่านั้นที่กั้นระหว่างด้านนอกที่ร้อนระอุ กับด้านในที่แอร์เย็นฉ่ำ 5หนุ่มวัยรุ่นที่เป็ลูกค้าอยู่กลุ่มเดียวของวันต่างก็หันความสนใจมองไปทางนั้น
ขายาวๆของผู้ชายคนหนึ่งเปิดประตูออกมาก่อนเฮียอี้ในชุดสีดำดูลึกลับสวมแว่นกันแดดใบหน้าเงียบขรึมแต่กลับปิดความหล่อเอาไว้ไม่หมดกางร่มและเดินมาเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับ
“เห้ย!” ทั้งห้าหนุ่มส่งเสียงกึ่งะโออกมาพร้อมกันเพราะร่างที่ออกมาจากรถคือ หลิน สาวหมวยขวัญใจของไอ้เชนั่นเองหลินเป็ผู้หญิงที่สูงประมาณ 152 เซ็นติเมตรทั้งตัวขาวเนียนเหมือนไม่เคยโดนแดดแผดเผา ดวงตาเล็กแต่กลับลงตัวบนทรงหน้ารูปไข่ใบหน้าขาวอมชมพูชวนมอง
“นั่นแฟนมึงไม่ใช่เหรอวะ มากับใครน่ะหน้าตายังกะพระเอกซีรีส์จีน” ไอ้ชาติเสี้ยม
“จริงเก๊กขนาดนั้นยังไม่น่าหมั่นไส้เลยว่ะ คนอะไรหล่อสัดๆ” ตุ่นเห็นด้วย
“ยืนข้างกัน สมกันชิบหายไอ้เชเรเพื่อนกูจะเอาอะไรไปสู้ได้วะ” ลอยเป็อีกคนที่ส่งคำจี้ใจออกมาไอ้เชหน้าสั่นสิ เพราะมันเถียงไม่ได้ซักประโยคไอ้แก่หน้าโหดแต่หล่อเบ้าหน้าฟ้าประทานคนนั้นด้วยความสูงชนิดที่ว่าหลินต้องแหงนไปส่งยิ้มให้ ถึงเหง้าหน้าของมันจะหล่อ แค่ยิ้มมุมปากยังหล่อกว่าไอ้เชตอนแต่งเต็มซะอีก
“ตัดใจเถอะว่ะ มึงก็แค่ชักโครกโน่นมันคู่ฟ้าประทานชัดๆ”
“คนอื่นกูไม่เจ็บเท่ามึงพูดเลยว่ะไอ้เม่น”เชเรกัดฟันกรอด ความคับแค้นใจอัดสุมอก มองสองคนที่เดินคลอเคลียกันเข้ามาในร้านจังหวะที่ไอ้หล่อเปิดประตูให้ จังหวะที่หลินหัวเราะกับอากาศ ไอ้เชยิ่งหงุดหงิดใจมันตามไปจีบเขาถึงหน้าบ้าน หลินยังไม่เคยออกมาคุยด้วยแม้แค่ครึ่งพยางค์ คนอื่นๆพูดเย้ยหยันออกมาไอ้เชถึงขั้นทนฟังไม่ได้
“เงียบ ไอ้สัด” เชออกเสียงด่าในใจมันคันยิบๆ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังโดนสวมเขา
“ตัดใจ” ไอ้ชาติเหมือนจะปลอบ
“กูไม่ตัด นั่นแม่ของลูกกู”
“ถึงขั้นยกเก้าอี้ให้ยังกะพระเอกซีรีส์จริงๆ ทำขนาดนี้ไม่ใช่แฟนจะให้เรียกว่าอะไร”
“นั่นสิตอนเห็นหน้าไอ้เชเขายังทำหน้าเหมือนไม่รู้จักกันเลย”
“หรือว่าหลินชอบคนแก่วะ ดูแล้วกูว่าเหมือนพ่อลูกอยู่นา”
“ถุ๊ย! พ่อของหลินคือกำนันต่วน ไม่มีทางว่าไอ้หน้าหล่อจะเป็อย่างอื่นนอกจากผัวหลิน” ตุ่น ลอย เม่น และชาติ ต่างพากันสุมไฟในอกไอ้เชคนละประโยคความขุ่นข้องสูงปรี๊ด หน้าของเชแดงลามไปถึงใบหู
“ดันยุขึ้นอีก”สี่คนที่เหลือกระซิบและส่งสายตาให้กัน
ไอ้กลุ่ม5 กุมารนี้สนิทกัน แต่เขาก็ว่า คบคนเช่นไรก็เป็แบบนั้นนิสัยของเพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้ต่างกันมากหรอก เชคือหัวโจกของกลุ่มชาติคือคนที่ตัวโตที่สุดด้วยความที่เป็นักกีฬา ความสูงล่ำดำแดดคือคำนิยามของมันตุ่น เป็ลูกคนมีฐานะในตัวอำเภอ ภายนอกดูหงิมๆ ด้วยรูปลักษณ์อ้วน กลม ขาว ตี๋ปกติแล้วคนกลุ่มนี้จะถูกบูลลี่ แต่ไม่ใช่กับมัน เพราะตุ่นมันคนเสียงดังมั่นใจเกินรูปลักษณ์ เม่นคือคนที่หล่อที่สุดในกลุ่ม เป็คนหัวดี แต่ี้เีเลยเลือกเรียนวิทยาลัยเทคนิค มากกว่าสายสามัญ นอกจากหล่อ เรียนเก่งแล้วมันยังเก่งเื่ต่อยมวยอีกด้วย คนสุดท้ายคือ ลอย จริงๆแล้ว ชื่อของมันคือ ลอเพราะพ่อกับแม่ตั้งชื่อจริงของลูกว่า พระลอ แต่นิสัยของมันคือ คนหน้ามึน ทำตัวลอยๆเพื่อนเลยเรียกว่า ลอย แต่อย่าให้ไอ้ลอยสนใจเื่อะไรสักอย่าง เพราะมันหมกมุ่นมากอยากรู้อะไรต้องรู้ สืบเก่ง
“มึงจะไปไหน”ลอยถามและคว้าแขนไอ้เชไว้
“อย่าไป อายเค้า” เม่นถลึงตาท่าทางแบบนี้ไม่บอกก็รู้ ว่าไอ้เชกำลังจะไปหาเื่แฟนของหลิน
“อย่าห้าม”
“มึงเขียนรายงานให้เสร็จก่อน อีก 2บรรทัด ไม่งั้นมึงได้ลงเรียนซ่อมเทอมหน้านะเว้ยสุชัยเลยนะ” เชเรชั่งใจสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ และตัดสินใจตวัดลายมือเขียนจนจบ
