ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่35 ประลองวันที่2 ตอน3

    อนุชนดินแดนร้อยแคว้นหลายๆ คนเริ่มหวาดกลัวฤทธิรณของอี้เฉิน พวกเขาเริ่มเงียบขรึมไร้เสียงพูดคุย

    ตงหยางหน้าเขียวคล้ำคนของตระกูล ตายไป2คนแล้ว


    เขาจึงส่งปราณจิตพูดคุยกับ ตงเหย่าน้องชายของเขาขึ้นไปฆ่าอี้เฉินซะ

    ตงเหย่านั้นเป็นยอดยุทธชื่อดังของแคว้นตง เขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในขั้นพลังก่อกำเนิด


    ถือเป็นผู้ไร้เทียมทานในขั้นพลังเดียวกันเขาแทบไม่สนใจการประลองนี้จึงไม่ได้ท้าทายใคร

    ตัวเขามองฟ้าดินนี้ไม่มีค่าให้เขาลงมือ


    ตงเหย่า ดวงหน้าหล่อเหลา กายาดุดัน แววตาฉายแสง มองเย้ยทุกสรรพสิ่ง

    กายาประกายแสง รัศมีผู้ไร้เทียมทานแพร่ออกมา


    ดวงตาผู้ชมทุกคู่ที่มองมายังหวั่นเกรงในปราณพลังที่เหลือล้น

    ตงเหย่า เปรียบเหมือนสัตว์อสูรที่หลุดออกจากกรงขังปราณพลังถาโถม เข้ากดดันอี้เฉิน


    ทุก 1 การเดินของเขาทำให้หลายคนใจสั่นสะท้าน เปรียบดังยอดยุทธโบราณ หมายมั่นจะทะลวงทุกสิ่ง

    อนุชนต่าง ๆ ตัวสั่นเทิ้มด้วยฤทธิรณ


    ของตงเหย่า แม้แต่คนดินแดนเดียวกันยังหวั่นเกรง ไม่กล้าท้าทาย

    อี้เฉินยืนนิ่งสุขุมเยือกเย็น เขาไม่หวั่นเกรงกับสิ่งที่เผชิญ ถ้าเขาถอยหลังทางยังมีเหลือให้เดินแต่ทางข้างหน้าของเขาจะสิ้นสุดลง ตัวเขายึดมั่น


    อย่างแรงกล้า หมายมั่นไปดินแดน จักรพรรดิ

    ตงเหย่าคำรามลั่น "เจ้ากล้าดูถูกตระกูลตง เผ่าพันธุ์กิเลนอย่างนั้นหรือ"


    "พวกเราเป็นถึงตระกูลราชันย์ เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ยังไม่รีบคุกเข่ารับโทษอีก"

    "ข้าจะให้เจ้าได้เห็นถึง พลังสายเลือดที่แท้จริงของตระกูลตง"


    ตงเหย่าระเบิดปรานพลังขับเคลื่อนวิชาสายเลือดกายากิเลน ปราณพลังตงเหย่า

    เปรียบดั่งสัตว์อสูรบรรพกาล ร่างของเขาค่อยๆ เปลี่ยน


    ตัวของตงเหย่ามีเขากิเลนงอกออกมาบนศีรษะ ร่างกายใหญ่โตขึ้นถึง 1 เท่า

    อาภรณ์ฉีกขาดฝ่ามือเปลี่ยนเป็นกรงเล็บกิเลน ดวงตาแหลมคมดั่งอสูรร้ายมองเหยื่อ


    แม้แต่อากาศรอบๆ ตัวยังบิดเบี้ยว ค่ายกลป้องกันยังรับปราณพลังไม่ได้

    เพียงขยับเท้าพุ่งทะยานดั่งใช้วิชาเคลื่อนที่ หลายคนยังรู้สึกหวั่นเกรง


    อี้เฉินยังรู้สึกแสบผิวหนังกับปราณพลังของตงเหย่าที่แพร่กระจายออกมา

    อี้สำแดงวิชากายามังกรเข้าปะทะซึ่งหน้า


    ร่างกายของอี้เฉินมีเกล็ดสีดำทมิฬทั่วร่างกลางหน้าอกมีหัวมังกรขนาดใหญ่ทำให้คล้ายใส่ชุดเกราะสงครามที่มีลวดลาย

    ศีรษะมีเขางอกยาวขึ้นมา2ข้าง บนหน้าผากมีอักขระสีดำทมิฬ


    พร้อมกับปราณพลังเพลิงสีดำโพยพุ่งทั่วกายา

    เสียงปะทะดังออกไปไกล อากาศแตกระเบิดรอบทิศท้องฟ้ายัง


    รู้สึกกดดัน มืดครึ้มเหมือนตะวันดับแสง

    ดั่งสองอสูรคลั่งเข้าห้ำหั่น หมายมั่นจะบดขยี้ร่างทั้งร่างให้แหลกเละ


    "ตูม"


    ทั้งสองนั้นโจมตีกันรุนแรงเกินไป เลือดไหลอาบย้อมร่างทั้งสอง

    ผมเผ้าของทั้งสองกระเซอะกระเซิงย้อมไปด้วยเลือดของอีกฝ่าย

    เหมือนนั่งดูสัตว์อสูรสองตัวเข้าฆ่าฟันกัน



    อนุชนที่สำนักเพลิงผลาญ ต่างจำร่างที่แท้จริงของอสูรผมแดงได้

    หลายคนต่างส่งเสียงร้องเชียร์อสูรผมแดงถึงพวกเขาจะบาดหมางกันแต่ อี้เฉินก็ไม่ได้ฆ่าใครในสำนักเพลิงผลาญ


    คนที่รู้จักอี้เฉินไม่มีใครเคยคิดว่าอี้เฉิน จะแข็งแกร่งขนาดนี้

    ตงเหย่าระเบิดปราณพลัง สร้างอาณาเขตรอบๆ เป็นสายฟ้า


    รอบอาณามืดครึ้มฟ้าแลบแปลบปลาบดั่งสายธารน้ำไหลลงมา

    ร่างกิเลนอาบนองไปด้วยสายฟ้าเพื่อเพิ่มพลังโจมตี ลานประลองพังพินาศ สายฟ้าแปลกประหลาดปกคลุมพื้นที่รอบๆ


    อาบร่างกิเลนไว้เป็นหนึ่งเดียว ลมพัดปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง เม็ดฝนโหมกระหน่ำทั่วบริเวณ

    เหมือนขั้นพลัง นภาที่สามารถควบคุมฟ้าดินสู้กันอย่างไรอย่างนั้น


    ทุกครั้งที่ตงเหย่าวาดกรงเล็บ สายฟ้าคำรามลั่นทั่วบริเวณรวมพลังโจมตีเข้าใส่อี้เฉิน อี้เฉิน

    เกล็ดเกาะสีดำทมิฬบริเวณหน้าอกฉีกขาด เลือดไหลอาบเป็นทางยาว



    บางคนที่เห็นยังกำหมัดแน่นพลังโจมตีนั้นรุนแรงเกินไปแม้แต่กายาที่แข็งแกร่งของอี้เฉินยังต้านไม่ได้

    ถ้าเป็นพวกเขาโดนคงขาดเป็นสองท่อน


    อี้เฉินสำแดงวิชาที่มีทั้งหมด เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดสำแดงวิชาอสูรคลั่ง ผมสีแดงปลิวไสวอย่างรุนแรง

    แล้วใช้มังกรทะยานนภา หายฉับพลันไปจุดอับสายตาหมุนควงหมัดเข้าโจมตี


    ตงเหย่า เสียงกระดูกแตกหักหลายท่อนช่วงหัวไหล่ของตงเหย่า บิดเบี้ยว

    แววตาของตงเหย่ามีแต่ความแค้นเคืองปนความหวาดกลัว ต่ออี้เฉิน


    กายาอี้เฉินนั้นแข็งแกร่งเกินไป

    ตงเหย่าพยามโจมตีสวน แต่เมื่อการโจมตีมาถึง อี้เฉินก็หายฉับพลันมาโผล่ที่จุดอับสายตา

    ปล่อยหมัดเข้าใส่หน้าอกของเขายุบไปอีกครั้ง




    แต่ด้วย กายาที่แข็งแกร่งของตงเหย่าทำให้เขาแค่บาดเจ็บหนักไม่ถึงตาย

    อี้เฉินก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันปราณพลังของเขาหดหายไปเยอะมาก


    บวกกับสำแดงวิชาอสูรคลั่งนานเกินไป เขาต้องรีบจบการต่อสู้ให้ไวที่สุด

    ตงเหย่าไม่ยอมแพ้เขาเรียกสายฟ้าทั้งหมดรอบๆ บริเวณดูดซับเข้าใส่ร่างกาย


    หมายมั่นยกระดับกายาไปอีกขั้น ตงเหย่าเหมือนจักรพรรดิสายฟ้าวัยเยาว์

    ร่างทั้งร่างอาบไปด้วยสายฟ้าจนมองไม่เห็นอย่างอื่น


    ตงเหย่าบุกบั่นทะลวงร่างอี้เฉินให้ตายดิ้น แต่ทันใดก็ถูกโซ่สีทองตรึงร่างไว้แน่น

    อี้เฉินสำแดงวิชาโซ่สวรรค์พัฒนาการพร้อมกับขับเคลื่อนปราณพลังทุกๆ อย่างที่มี

    เขาสร้างโซ่สีทองตรึงร่างขนาดใหญ่ของตงเหย่าไว้


    "อ๊าก"


    พร้อมพุ่งทะยานหมุนควงหมัดนับร้อยนับพันหมัดเข้าใส่ร่างตงเหย่า

    ตงเหย่ากระดูกแตกหักทั่วร่าง พื้นรอบๆ มีแต่เลือดไหลอาบนอง ร่างแหลกเละไม่มีเขาโครงเดิม ดวงตาหม่นหมองไร้ชีวิต


    ทุกๆ คนต่างใจสั่นสะท้านถึงตงเหย่าจะตายไปแล้ว

    อี้เฉินก็ยังไม่หยุดกระหน่ำหมัด เขาเหมือนเสียสติบ้าคลั่งร่างทั้งร่างของตงเหย่า


    แทบจะเป็นก้อนเนื้อเละ ไม่นานเขาถึงหยุดยกเลิกวิชาอสูรคลั่ง

    ร่างทั้งร่างเขาสั่นเทิ้มกระอักเลือดคำใหญ่เลือดไหลนองพื้น อี้เฉินยังยืนหยัดอยู่บนลานประลอง


    "เป็นไปได้อย่างไรตงเหย่า จะแพ้ได้อย่างไร" พวกอนุชนดินแดนร้อยแคว้นต่างตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้างเป็นแถบๆ

    "ตงเหย่านับเป็นคนที่เก่งที่สุดแล้วยังแพ้พ้ายแสดงอี้เฉินต้องเป็นยอดยุทธไร้เทียมทานแน่นอน" หลาย ๆคนเริ่มหวาดหวั่น



    ดวงตาของอี้เฉิน อำมหิตเหี้ยม มองเย้ยอนุชนดินแดนร้อยแคว้น

    พวกเขาที่เห็นสายตาอี้เฉินมองมาต่างใจสั่นสะท้านแทบยืนไม่ไหว พวกเขาไม่มีใครกล้าท้าประลองแม้แต่คนเดียว


    อี้เฉินขับเคลื่อนปราณพลังสร้างหลุมดำเพื่อดูดปราณพลังรอบๆ ฟื้นฟูร่างกาย

    ไม่มีใครท้าสู้แม้แต่คนเดียว


    หลายๆ คนต่างกระซิบพูดคุย ได้กลายเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ หลังจากจบการประลอง

    พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงเชียร์มาก กลัวจะทำให้ต่างดินแดน ขุ่นเคือง


    ตงหยางที่ชมการประลอง โกรธแค้นเป็นโทสะ

    น้องชายของเขาตายไปทั้งคนกลับไปต้องโดนตระกูลลงโทษอย่างหนักแน่นอน ไม่อาจรอดพ้น


    เขาเดินออกจากที่นั่งไปยังไม่สบอารมณ์

    จะต้องหาวิธีฆ่าอี้เฉินให้ได้ ถ้าอี้เฉินไปกับเยว่ฉาน ตัวเขาคงบ้าคลั่งตาย


    ไม่นานการประลองก็ยุติไม่มีใครขึ้นมาท้าสู้

    อี้เฉินแม้แต่คนเดียว พวกเขาหวาดกลัวในภานุภาพที่อี้เฉินสำแดงช่างน่าพรั่นพรึงเหลือเกิน


    กลายเป็นอาณาจักรเพลิง ยืนหัวเต่ามังกรในวันที่2