บทที่ 14 — การท้าทายกลางค่าย
รุ่งอรุณวันถัดมา เสียงกระซิบไหลไปทั่วค่าย “ไป๋หลงไม่พอใจช่างพเนจร” / “เมื่อคืนถึงกับชักดาบต่อหน้าอวี้หาน!”
สายตาหลายคู่หันมาทางหลิวหานเหมือนมองไฟลุกกลางฟาง เขากอดกระเป๋าเป้แน่น ถอนใจ—แค่ทำส้วมกับแปรงสีฟันยังมีคนหมั่นไส้ได้ โลกนี้ไม่ง่ายสักเื่
กลางลานฝึก ไป๋หลงก้าวออกมาพร้อมเกราะดำแวววับ ใบหน้าระคนเยาะเย้ย “หลิวหาน เ้ามาจากที่ใดไม่มีใครรู้ แต่กลับยืนในค่ายฉินราวเ้าบ้าน วันนี้—ข้าขอท้าประลอง จะได้รู้ว่า ‘ฝีมือ’ หรือ ‘ลมปาก’ กันแน่”
เสียงฮือฮากระเพื่อม “แม่ทัพไป๋หลงจะดวลกับช่างพเนจร!”
หลิวหานเหงื่อซึม—เขาถนัดจับปากกาไม่ใช่กระบี่ แต่สายตาของอวี้หานที่ยืนมองเงียบ ๆ บอกชัดว่า การหนีจะทำให้ไฟลาม
“ได้” หลิวหานตอบสั้น เขาไม่แตะกระบี่ กลับหยิบ “ไม้ไผ่ด้ามยาว” ที่เคยใช้ค้ำรางน้ำขึ้นมา “ถ้าข้าแพ้—อย่าร้องขอชีวิตข้าให้ยุ่งยาก”
เสียงหัวเราะจากแถวทหารดังพรืด “ไม้ไผ่สู้กระบี่?”
ไป๋หลงยิ้มเหยียด “เ้าช่างตลก”
“เริ่ม!” เสียงหัวหน้าพิธีขาดคำ กระบี่เงินฉูบเข้าหาอย่างแม่นและเร็ว ไม้ไผ่ของหลิวหาน “แจะ–ฉาก–—วืด” รับคมด้วยจุดลื่นที่สุดของแรง เขาไม่ปะทะกำลังตรง ๆ แต่ปัดคมกระบี่ให้ไถลออกตาม “คาน–แรงส่ง–จุดหมุน” ที่เขารู้จากการลองผิดถูกบนโต๊ะช่าง
เสียง “เพล้ง!” ดังเมื่อเหล็กเฉียนกับปมไผ่ โจมตีของไป๋หลงถูกเบี่ยงไปครึ่งฝ่ามือทุกครั้งพอให้คมสวยกลายเป็คมว่าง
ไป๋หลงขบกรามแน่น “หลบเก่งนักหรือ!” เขากดแรงเพิ่ม ย้ำฟันเป็ชุด
หลิวหานถอยทีละครึ่งก้าว ลมหายใจสั้นแต่คงจังหวะ เขาปักหันด้ามไผ่ให้เป็ “คันดีด” เล็ก ๆ งัดกับข้อมือคู่ต่อสู้ และเมื่อส้นเท้าเขา “สะกิด” ก้อนหิน—ร่างเซก็ใกล้ล้ม แต่สมองเร็วกว่าเท้า เผยคางรับจังหวะล้มพลิกเป็แรงสปริง ไม้ไผ่พุ่ง “ฉึก!” ตีข้อมือไป๋หลงเสียงแกร๊ก ดาบกระเด็นปักพื้น
ค่ายเงียบกริบหนึ่งลมหายใจ ก่อนเสียงโห่ะเิ “ช่างพเนจรชนะ!”
หลิวหานยืนนิ่ง หอบหายใจ แทนที่จะจี้ซ้ำ เขากลับค้อมตัวต่ำ “ข้าขออภัยที่ล่วงเกิน ท่านออมมือแล้ว—ข้าไม่เคยคิดเป็ศัตรูกับท่าน”
คำนี้ทำให้เสียงฮือฮาเปลี่ยนเป็เสียงครางรับ ไป๋หลงเงยหน้า ดวงตาไหม้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนฝืนเก็บดาบ
“ครั้งนี้ข้าแพ้… แต่หัวใจของนาง—เ้าจะไม่มีวันได้”
หลิวหานเกาศีรษะ “ข้าเพียงอยากให้คนในค่ายไม่ตายเพราะโรค เื่หัวใจ ใครจะให้ ข้าคงบังคับไม่ได้”
อวี้หานที่เฝ้าดูอยู่ยกคิ้วเล็กน้อย ดวงตาฉายรอยโล่งอก เธอหันไปสั่งเวรยกเลิกการซุบซิบนอกแถว “ค่ายฉินวัดด้วยระเบียบและผล ไม่ใช่ข่าวลือ”
ไป๋หลงปรายตามองนางอีกครั้ง ก่อนหันหลังกลับ เสียงรองเท้าเหล็กเคาะพื้นแข็งรัวคล้ายคำสาบานที่ไม่มีคำพูด
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม
“ข้าก็แค่คนหลงยุค ภาค 1”
หากชื่นชอบเื่ราว รอยยิ้ม และความเข้มข้นในแต่ละบท สามารถส่งกำลังใจให้ผู้เขียนได้นะครับ พลังใจจากท่านคือแรงใจที่จะทำให้เื่นี้เดินหน้าต่อไปครับ ????
บทต่อไป ภาค 1 — บทที่ 15 — หน้าไม้ห้าดอก

จบบทที่ 14