ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    บทที่ 25-1 (เล่ม 2): เก็บแต้ม

            อิสรานำผมกับสหายฝ่าความร้อนระอุของแดดยามเที่ยงมาจนถึงเวทีหมายเลข23 เธอตั้งใจจะมาฟังนักพูดสตรีชื่อ‘กรรณิกา’ ซึ่งผมเองก็ไม่คุ้นชื่อ จึงได้แต่เดินตามไปเงียบ ๆอันที่จริงผมรู้กำหนดการเฉพาะช่วงเช้าเพราะเมื่อวานรีบออกมาก่อนที่ไมตรีจะบรีฟงานให้เธอหลังเลิกประชุมรู้เพียงว่าเวทีแห่งนี้คือเป้าหมายหลักของการมาพื้นที่เอฟอีเอในครั้งนี้

            “ถึงแล้วเวทีของกลุ่มความหวังใหม่”อิสราเปรยให้ผู้ติดตามทั้งสองฟัง ผมรู้ว่าคนกลุ่มนี้แสดงตัวอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนพรรคตามระเบียบซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาที่ส่งเสริมการมีระเบียบวินัย การทำตามกฎอย่างเคร่งครัดวันนี้ดวงชะตาผมผูกโยงอยู่กับกลุ่มฝ่ายขวาจริงได้ฟังตั้งแต่เช้าจรดเย็นให้เบื่อกันไปข้างหนึ่งเลย

            ชายหนุ่มผิวสีเข้มบนเวทีสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยคู่กับกางเกงสแลคสีเข้มร่างกายที่สูงถึง 180 ซม.นั้นดูบึกบึนแข็งแรงสมกับเป็นผู้นำ

            “คำถามคือทำไมต้องมีรัฐในเมื่อเอกชนเป็นชนชั้นที่มีผลิตภาพ[1]สามารถสร้างบางสิ่งบางอย่างให้กับโลกได้ในขณะที่รัฐเป็นผู้เอาเงินไปใช้โดยไม่ได้สร้างบางสิ่งบางอย่างให้กับโลก ทุกอย่างสามารถให้เอกชนทำได้แม้แต่ระบบรักษาความปลอดภัยเพียงแต่การแข่งขันนั้นต้องไม่ผูกขาด แต่ว่าสมมุติมีบริษัทเอกชนสิบบริษัทให้เลือกบ้านหลังหนึ่งก็เลือกบริษัทรักษาความปลอดภัยแบบหนึ่งมาก็แค่นั้นประเทศนี้ที่ย้ำนักย้ำหนาว่าพวกเราทุกคนต้องมีเสรีภาพ แต่ผมถามเลยว่าทำไมเราถึงมีสิทธิที่จะเลือกได้ว่าภาษีนั้นเราจะไปทำอะไรเลือกว่าจะให้รัฐคุ้มครองหรือไม่ให้รัฐคุ้มครอง...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นออกมือประกอบเป็นระยะ เขาเป็นหนึ่งในคนส่วนน้อยที่เลือกใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าผม

            ผมรู้สึกเอะใจตั้งแต่เดินเข้ามาที่นี่ไม่มีรูปภาพล้อเลียนอุดมการณ์ฝ่ายซ้าย แบบที่เห็นจากเวทีหมายเลข 13 ของกลุ่มอิสระเสรีนิยมเมื่อเช้านี้ แต่กลับมีป้ายสัญลักษณ์รูปตัวอักษรA เขียนอยู่ในวงกลมสีขาวที่มีขีดฆ่าในแนวขวางมองผาดเดียวก็รู้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มอนาธิปไตย อีกทั้งตามกำหนดการหัวข้อเรื่องที่พูดในตอนนี้ควรจะเป็น ‘ทำไมประเทศนี้ไม่ควรมีรัฐสวัสดิการ’จมูกผมไวพอที่จะรับรู้กลิ่นความผิดแผกนี้ได้

            “เราว่าไม่น่าใช่เวทีนี้นะ” ผมทักท้วง

            “ไม่หรอกมั้งในตารางก็เขียนอยู่ว่ากลุ่มความหวังใหม่จะพูดเวทีเลขที่ 23”สหายแย้งทันควัน ชี้ไปที่ป้ายอันเบ้อเร่อตรงทางเข้าด้วยท่าทางมั่นใจแสดงว่าเขาไม่ได้ฟังเนื้อหาบนเวทีเลยแม้แต่น้อย บางทีอาจจะมัวแต่เหม่อลอยสนใจอิสราหรือไม่ก็ท่องโลกเสมือนส่วนตัว

            “ไม่ใช่แน่คนที่พูดบนเวทีก็ไม่ใช่คุณนครา เขาพูดเรื่องสังคมไร้รัฐไม่มีทางเป็นพรรคตามระเบียบที่ส่งเสริมให้ทำตามกฎของรัฐแน่” ผมชี้แจงตามตารางกลุ่มความหวังใหม่จับจองพื้นที่เวที 23 ทั้งวันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะย้ายไปอีกเวทีในช่วงพักผมเคยเห็นหน้าคนชื่อนคราในข่าวหนึ่งที่ผมเคยสรุป เขาเป็นชายวัย 50 ที่ไว้หนวดเคราซึ่งแตกต่างจากชายหนุ่มผิวคล้ำอายุราว30 ปีมาดนักธุรกิจที่ยืนบนเวทีในขณะนี้ อย่างชัดเจน

            “เราก็ว่ามันแปลก ๆ” อิสรามองรอบ ๆ“น่าจะมาผิดเวทีอย่างที่ประชาว่า”

            “แต่ในตารางมันเขียนไว้เลขนี้...หรือว่าตารางมันจะเปลี่ยน”สหายชะงักเหมือนเอะใจบางอย่าง แล้วจึงรีบกดปุ่มเอวีเอสอีของตัวเองเพื่อหาข้อมูลแต่ช้าไปแล้ว ผมเริ่มกระบวนการนี้ไปตั้งแต่สามนาทีก่อนผมโชว์หน้าจอบนมือถือผมให้อิสราดู ดวงตาเธอเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ

            “ตารางที่ท่านดูเมื่อกี้เป็นกำหนดการเดิมที่ไม่อัปเดตกลุ่มความหวังใหม่ย้ายเป็นเวที 16สลับกับ กลุ่มเดอะซีนอนมาพูดที่เวทีนี้แทนพวกเขาคงสลับกันเมื่อเช้านี้“

            “เออ จริงด้วย เราเพิ่งนึกออกชายหนุ่มผมดำที่พูดบนเวทีคนนั้นชื่อ ‘คูล’ เป็นหัวหน้าของกลุ่ม” อิสราพยักหน้าเออออกับผมผมเคยทำบทความเรื่องนี้ ลัทธิเดอะซีนอนคือกลุ่มคนที่ต้องการโลกแห่งอิสระเสรีไปอีกขั้นที่ยิ่งกว่ากลุ่มความหวังใหม่หรือกลุ่มอิสระเสรีนิยมนั่นคือการผลักดันอุดมการณ์อนาธิปไตยทุนนิยมนอกจากนี้พวกเขาเชื่อว่าคนไม่เท่าเทียมกันตามธรรมชาติพระเจ้าเลือกคนที่มียีนด้อยในสังคมอย่างผู้พิการแต่เกิด ให้มาเป็นผู้นำที่ต้องถูกยกย่องสรรเสริญพูดง่าย ๆ คือความคิดแบบเดียวกับพรรคนาซีแต่เปลี่ยนเป็นเรื่องยีนด้อยแทนเชื้อชาติชนอารยันผมมองเข้าไปในนัยน์ตาสีดำที่ดูมุ่งมั่นของคูล มันทำให้ผมนึกถึงเพื่อนสนิทสมัยมัธยมทั้งคู่มีแววตาที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์คล้าย ๆ กัน

            “ก็กมลาไม่บอกมานี่นา” สหายบ่นพึมพำเขาหมายถึงเลขาของไมตรีที่เป็นผู้ประสานงาน ผมเพิ่งรู้หลังจากเหตุการณ์รอบก่อนหน้าที่หล่อนคือช่วยอำนวยความสะดวกให้ทำข่าวราบรื่นอาจจบอกพิกัดของเป้าหมายที่จะไปเค้นมาได้เลยตอนที่อิสรารู้ว่าผมไปดักทางพชรผิดคนก็รู้จากกมลานี่แหละ

            “วันนี้เป็นวันเสาร์ไงงานไม่ซับซ้อนไมตรีเลยไม่จ้างผู้ประสานงานคนอื่นมาทำโอที” อิสราเตือนความจำทำให้เขาอึ้งไป ไม่พูดจาอะไรต่อ คงกลัวเสียหน้า กล่าวโทษใครไม่ได้อีกอิสราหมุนตัวกลับทางเดิมอย่างเร่งรีบ

            “ขอบคุณนะถ้าไม่ได้ท่านเราคงไม่ได้ฟังแล้ว” อิสราบอกผมพลางเดินไปด้วยผมหันไปมองสหายด้วยหางตาแวบหนึ่ง ชายคู่แข่งเร่งฝีเท้าตามมาเงียบ ๆสีหน้าเขาผู้นั้นดูไม่สบอารมณ์ ผมก้มหน้ายิ้มกรุ้มกริ่มที่โต้กลับมาได้หลังจากที่เสียแต้มไปจากปลาแซลมอนพรีเมียมที่ซื้อมาฝากอิสรา

            --------------------

             

            พวกเรามาถึงเวทีหมายเลข 16 ช้าไปสิบนาทีระยะทางระหว่างสองเวทีไกลพอตัว แถมยังต้องวิ่งมาให้ทัน อิสราดูไม่เหนื่อยเลยสักนิดผมมีเหงื่อไหลเต็มหน้าผาก ได้ยินเสียงหายใจหอบถี่ของชายหน้าหล่อที่ยืนเบื้องหลังผมสหายหายใจหอบ

            อันที่จริงพวกเราน่าจะมาทันถ้าไม่ใช่เพราะอิสราแวะสัมภาษณ์ใครบางคนก่อนที่จะเดินทางถึงเวทีนี้ระหว่างทางผมเห็นฝูงชนกำลังรุมล้อมชายคนหนึ่งอยู่ อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับผมการแต่งตัวเขาดูเหมือนเกษตรกร สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้น มีหมวกฟาง และแว่นตาดำทีแรกผมก็เดาว่าเป็นดาราที่ปลอมตัวมา แต่อิสราสะกิดสหายบอกให้แวะไปถ่ายเมื่อเข้าไปใกล้ ๆ จึงเห็นชายผู้นี้กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวจากช่องเอ็นเอพีอยู่มีบุคคลในชุดเครื่องแบบคล้ายตำรวจสี่ห้าคนยืนล้อมรอบคอยป้องกันไม่ให้ฝูงชนเข้ามาใกล้ได้มีข้อความเขียนว่า พรรคพลังกายพลังใจ สกรีนอยู่ด้านหลังเสื้อสีม่วงของพวกเขาอยู่ใต้สัญลักษณ์รูปจับมือเชกแฮนด์แต่วางซ้อนกันสามชั้นเหมือนเป็นเครื่องหมายยศสิบตำรวจเอกผมไม่คุ้นหน้าชายผู้นี้เลย

            “ท่านมีความเห็นว่าอย่างไรหลังจากที่ท่านถูกวางตัวเป็นว่าที่ รมต. มหาดไทยของพรรค” นักข่าวผู้นั้นถาม

            “ก่อนจะผ่านมาถึงตรงนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับมีสอบคัดเลือกมาหลายขั้นตอน เราก็จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดตามที่พรรคไว้ใจนะครับ”ชายผู้นั้นตอบ น้ำเสียงอ่อนนุ่มน่าฟัง ท่าทางเป็นคนสุภาพเรียบร้อย มีคำลงท้ายตลอด

            “เชิญคำถามต่อไปได้ครับ” เขาประกาศแล้วเหลียวซ้ายแลขวา จากนั้นก็หันมาทางนี้ ผมผงะเล็กน้อยเพราะไม่ได้ปริปากเลยสักคำ

            “เชิญเลยครับ” ชายผู้นั้นประกาศซ้ำหญิงสาวที่ยืนข้างผมก้าวมาข้างหน้า จึงรู้ว่านักการเมืองหนุ่มไม่ได้หมายถึงผมแต่หมายถึงอิสราเธอเบียดแทรกฝูงชนมายืนแถวหน้าสุดประจันหน้ากับการ์ดของพรรคที่คอยยืนกันพื้นที่ไว้ในขณะที่สหายก็ก้าวตามมาติด ๆ ขยับกล้องให้จับภาพได้ทั้งสองคน

            “การที่ท่าน ดร.คลอว์สอบผ่านมาถึงจุดนี้ได้ มีข้อครหามากมายว่าท่านใช้เส้นสายเป็นเรื่องจริงหรือไม่ค่ะ”

            น้ำเสียงของอิสราเรียบคมแววตาแน่วแน่ไม่ไหวหวั่น ผมอึ้งที่เธอกล้ายิงคำถามตรงไปตรงมาขนาดนั้น สมแล้วที่มาเป็นนักข่าวชื่อคลอว์ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด ชายผู้นั้นลดแว่นดำลงครึ่งหนึ่งราวกับต้องการเห็นใบหน้านักข่าวสาวให้ชัดขึ้นรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา

            “แน่นอนระบบอุปถัมภ์เป็นเรื่องธรรมชาติไม่งั้นคงไม่ฝังรากลึกอยู่ในประเทศเรามานานขนาดนี้หรอกครับ” ดร.คลอว์ตอบอย่างมั่นใจในหลักการที่ตนยึดถือ ผมรู้สึกผิดคลาดอย่างมากนักการเมืองหนุ่มล่าวต่อ

            “มันไม่ได้มีแต่ข้อเสียอย่างที่หลายคนคิดถ้าไม่ศึกษากันมานานหัวหน้าพรรคคงไม่รู้จักตัวตนของเราได้ดีพอครับระเบียบพรรคของเราสนับสนุนเรื่องนี้อยู่แล้วถ้ามันแลกมาด้วยการได้คนทำงานที่เก่งมีความสามารถจริงหรือท่านคิดว่าเราไม่เหมาะสมครับ”  

            “ไม่หรอกท่านเป็นคนที่เก่งมาแต่ไหนแต่ไร” อิสราบอก ผมไม่แน่ใจว่าทำไมเธอตอบเช่นนี้สหายเองก็ชะโงกหน้ามามองทั้งสองคนสลับกันไปมา ในที่สุดผมก็นึกออกรฐรักษ์เพิ่งบอกผมเมื่อวันก่อนว่า แฟนเก่าของอิสรา เคยเลิกกับเธอเมื่อแปดปีก่อนเพราะมัวแต่สนใจเรื่องเรียน ชายคนนั้นชื่อว่า คลอว์ เป็นคนเดียวกันไม่ผิดแน่

            “แล้วท่านมีความคิดเห็นอย่างไรที่บริษัทอาคิโตะบริจาคเงินสนับสนุนพรรคพลังกายพลังใจถึง2 ล้านบาท”อิสราเจาะประเด็นต่อ ไม่มีรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าตาที่ดูมุ่งมั่นไม่รู้ว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับชายผู้นี้แล้วจริง ๆ หรือแค่แบ่งบทบาทหน้าที่ได้ดีเสียงฝูงชนซุบซิบนินทา เมื่อได้ยินคำถามล้วงไส้ของเธอแสดงว่าข่าวนี้ยังไม่น่าจะเผยแพร่ไปสาธารณะ สีหน้าคลอว์ดูระรื่นไม่หวั่นใจ

            “ก็ไม่แปลกอะไรครับพรรคเราไม่ได้มีอำนาจไปบังคับเขา เรายังไม่ได้เป็นรัฐบาลเราคงไม่ปฏิเสธว่าหัวหน้าพรรคเราก็รู้จักกับซีอีโอของบริษัทอาคิโตะแบบเพื่อนที่เคยทำธุรกิจด้วยกันตรวจสอบได้ง่ายอยู่แล้ว แค่ใช้แอปปาปารัสซี่ (Paparazzi App) ก็รู้ครับ” ดร.คลอว์ตอบอย่างนุ่มนวล

            แอปที่เขาพูดถึงคือ เทคโนโลยีเอไอที่ใช้ตรวจสอบความเชื่อมโยงของอะไรก็ได้ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปอย่างเช่นผมอาจใส่ชื่อของคลอว์ใส่รูปภาพหรือใส่เสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวลงไปก็ได้ในคอลัมน์A แล้วใส่ชื่อบริษัทอาคิโตะไปในคอลัมน์B จากนั้นก็กดปุ่มดำเนินการระบบจะช่วยค้นหาความเกี่ยวข้องทั้งหมดของสองสิ่งนี้จากฐานข้อมูลในโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารรูปภาพหรือวิดีโอที่ถ่ายด้วยกัน หรือคอมเมนต์ที่มีการเอ่ยถึงอีกฝ่ายใด ๆผมเคยใช้งานแอปนี้สองสามครั้งเมื่อต้องสรุปข่าวที่สงสัยว่านักการเมืองมีส่วนเอี่ยวกับการรับสินบนนักธุรกิจ

            “แต่ว่ามันไม่ได้บ่งบอกอะไรในเมื่อเขาทำด้วยความสมัครใจตามกำลังทรัพย์ที่เขามีเขาแค่ฝากความหวังให้กับพรรคที่มีอุดมการณ์ตรงกับเชาช่วยผลักดันให้สังคมดีขึ้นแค่นั้นครับ”นักการเมืองหนุ่มปิดท้ายได้อย่างงดงาม ทำเอาเสียงพึมพำรอบตัวค่อย ๆ ซาลงในทันทีผมยอมรับว่าใบหน้าและบุคลิกของชายผู้นี้ช่างดึงดูดให้คนหลงใหลได้จริง ๆทั้งจังหวะจะโคน น้ำเสียงสุภาพ มีเสน่ห์ยิ่งกว่าสหายถ้าผมเป็นผู้หญิงคงชื่นชมเขายิ่งกว่านี้อีกแต่ตอนนี้ผมมีอคติไปแล้วเพราะรู้ว่าเคยคบกับอิสรา

            “ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ”อิสรายิ้มเล็กน้อย ปิดท้าย แล้วค่อยถอยหลังกลับมา ผมเห็นสายตาของดร.คลอว์ประสานกับหญิงสาวชั่วครู่หนึ่งก่อน เขาจะหันไปหานักข่าวอีกคนที่ยกมือถามผมยังไม่เชื่อว่าอิสราจะแวะมาเพียงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวถ้าเธออยากเจอหน้าแฟนเก่าจริงคงมีวิธีอื่นที่ง่ายกว่านี้อีกมากมายอันนี้คงใช้เป็นการด้นสดสัญชาตญาณนักข่าวกับสถานการณ์ตรงหน้าจริง ๆประเด็นเรื่องพรรคของคลอว์คงกำลังเป็นกระแสในสังคม แค่สหายคนเดียวผมก็เหนื่อยแล้วนี่ยังต้องมีคู่แข่งอีกคนเพิ่มขึ้นหรือนี่ผมภาวนาให้อิสราไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งกับชายผู้นี้อีก

            หลังจากนั้นอิสราก็บอกให้พวกเราสองคนรีบวิ่งมาที่เวทีนี้ เพราะกลัวจะยิ่งสายไปใหญ่จนกลายเป็นสภาพที่เห็น ผมใช้มือจับคอเสื้อขยับพับ ๆ เพื่อให้ลมเล็ดลอดเข้าไปบ้างโชคดีที่เนื้อผ้ายุคนี้ส่วนใหญ่ระบายอากาศได้ดีสหายถอดเสื้อนอกมาถือไว้แล้วพับแขนเสื้อทั้งสองข้างมาสูงกว่าศอกตอนนี้ชายที่ชื่อนคราลงเวทีหมายเลข 16 ไปสักพักแล้วชายไว้หนวดเคราคนนั้นนั่งอยู่พื้นที่หลังเวทีตอนนี้หญิงคนหนึ่งในชุดสูทกระโปรงสีฟ้าอ่อนยืนกลางเวทีกำลังโบกมือให้กับเหล่าผู้ชมใบหน้าของเธอดูเด็กยิ่งกว่าผมอีก

            “เราไปดูใกล้ ๆ กันเถอะ”อิสรานำลงไปโดยไม่รอคำตอบ สหายมีท่าทีอิดออดเล็กน้อยคงไม่ทันพักหายเหนื่อยดีก็ต้องเดินลงไปอีกแล้ว

            “ช่วยถือไหม” ผมเสนอหมายจะช่วยแบกกระเป๋ากล้องวิดีโอให้

            “ไม่ต้อง เราถือเองได้”สหายบอกปัดอย่างเย่อหยิ่ง

            เขาก้าวลงบันไดพลางล้วงกล้องออกมาอย่างทุลักทุเลผมเคารพการตัดสินใจของเขาผมได้ทำหน้าที่ตนดีที่สุดตามหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว 

     


    [1]Productivityประสิทธิภาพของการผลิตสินค้าหรือบริการ มักวัดจากอัตราส่วนของผลผลิตที่ได้ต่อทรัพยากรที่ใช้ไป

    คล้ายกับเรื่องประชา : 2090 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน