“กลุ่มเจ้าเด่นกันจริงๆนะแต่งกายเหมือนคุณหนูคุณชายกันทุกคน ตอนแรกได้ยินพวกข้างหลังซุบซิบเรื่องของเจ้าข้าก็นึกว่าเจ้าจะยโสกว่านี้เสียอีกแต่เจ้าพูดกับข้าสุภาพมากไม่เห็นจะเป็นอย่างที่พวกเขาพูดเลย”สตรีนางนั้นกระซิบกับนางเบาๆ
“ก็พวกนั้นจ้องแต่จะเข้ามาคุยด้วยข้าก็เลยทำเป็นไม่สนใจพวกเขาน่ะ”
“อ่อ ก็สมควรอยู่” ก็พากันเด่นเสียขนาดนี้“บอกข้ามาเถอะ เจ้าเป็นองค์หญิงจากแคว้นไหนหรือเปล่า?”
“ทำไมคิดเช่นนั้น”
“ก็ดูชุดของเจ้าสิดูเรียบง่ายก็จริงแต่ข้าดูออกนะทอจากไหมของแมงมุมตาเดียวแถมคุณภาพยังดีสุดๆเลยด้วยคงมีแต่องค์หญิงกระมังที่จะมีใส่ได้” นางมองซูเจินขึ้นลง ทุกคนใส่ชุดหรูหราก็จริงแต่มีสองคนใส่ชุดธรรมดา และนางก็ใส่ชุดที่แพงที่สุดอยู่คนเดียว
“เจ้าดูออกด้วย?ถูกแล้วมันเป็นไหมแมงมุมตาเดียวจริงๆ แต่ข้าไม่ใช่องค์หญิงที่ไหนหรอกก็แค่บุตรพ่อค้าคนหนึ่งเท่านั้น”ซูเจินแปลกใจจริงๆที่นางดูออกว่าชุดของนางทอมาจากใยของแมงมุมตาเดียว
ใยของแมงมุมตาเดียวขึ้นชื่อว่าเหนียวและมีคุณสมบัติพิเศษมันทนไฟได้ดีมากแม้โยนเข้ากองไฟก็ยังไม่ไหม้ มีน้ำหนักเบา ไม่อุ้มน้ำ กันลมได้ดีและแข็งแรงมากทนของมีคมธรรมดาได้ในระดับหนึ่งนอกจากนั้นก็ยังยืดหยุ่นและระบายอากาศเสื้อผ้าของนางทุกชุดที่เอามาด้วยล้วนตัดเย็บมาจากผ้าที่ทอจากใยแมงมุมที่เอามาจากในสุสานของนาง
ในสุสานล้วนแต่มีสมบัติล้ำค่าอยู่ในนั้นของหลายอย่างก็เป็นของดีที่หาซื้อได้ยาก ผ้าพวกนั้นก็เหมือนกันมีอยู่หลายพับหลายสีเลยทีเดียว
นางให้คนตัดชุดออกมาให้ดูเรียบง่ายที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นจุดเด่นก็จริงแต่โดยปกติแล้วใยของแมงมุมตาเดียวจะคล้ายกับเส้นใยของหนอนไหมเงิน แน่นอนว่าใยของหนอนไหมเงินก็แพงมากเช่นกันแต่คุณสมบัติด้อยกว่าของแมงมุมตาเดียวอย่างทาบไม่ติดแต่คนทั่วไปก็มักจะแยกพวกมันไม่ออก
“บุตรพ่อค้าที่ไหนจะหาพวกมันมาใช้ได้กันเจ้าอย่าโกหกข้าเสียให้ยาก” สตรีนางนั้นยังคงดึงดัน
ขนาดปักใจว่านางเป็นองค์หญิงสักแคว้นก็ยังพูดกับนางได้ปกติอีกนะ
“ข้าพูดจริงนะเจ้าเองก็ใส่ผ้าที่ทอจากใยแมงมุมตาเดียวเหมือนกันไม่ใช่หรืออย่างไร?”
“แต่ของข้ามันระดับต่ำสุด! เจ้าอย่าเฉไฉบอกข้ามาตามตรง”
ซูเจินกลอกตาขึ้นข้างบนทำเป็นไม่สนใจนางดีกว่า...ไม่สิ ดูนางจะคุ้นเคยแถวนี้ดีตีสนิทเอาไว้ก็คงไม่เสียหายกระมัง
“บอกเจ้าก็ได้...ข้าคือ”ซูเจินยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ทำทีกระซิบข้างหู “คือ...บุตรสาวของตระกูลเฉิน”
ซูเจินพูดแล้วก็หดคอกลับมาแล้วยิ้มส่งให้นางสตรีนางนั้นก็มองนางกลับ นางอุตส่าห์ตั้งใจฟังแต่นางกลับบอกว่าเป็นบุตรสาวตระกูลเฉิน แล้วอย่างไร? นางไม่เห็นรู้จักคนสกุลเฉินเสียหน่อย...
เดี๋ยวนะ!
“อย่าบอกข้านะว่าเป็นสกุลเฉินที่ครอบครองกิจการโรงเตี้ยมสิ้นหวังกับโรงเหล้าบ่มทุกข์และอื่นๆอีกเยอะแยะนั่น! ไม่จริงน่า ไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่ามีบุตรสาวด้วย”ต้องบอกว่าไม่คิดว่าจะมีทายาทรุ่นเยาว์ขนาดนี้ ไม่สิไม่เคยมีใครเห็นคนสกุลเฉินกับตามาก่อนเลย
ในวงการการค้าสกุลเฉินลึกลับมากจนเป็นที่เลื่องลือ มีแต่คนอยากเห็นคนสกุลเฉินที่ว่าเพราะไม่ว่าพวกเขาจะทำกิจการอันใดก็จะประสบผลสำเร็จเสมอแต่ก็ไม่ได้ขยายกิจการอะไรมาก เป็นที่สงสัยกันมากเลยทั้งๆที่หากเป็นคนอื่นก็คงจะทำให้มันใหญ่โตไปจนถึงที่สุดสิ
แต่สกุลเฉินกลับทำเพียงกระจายกิจการแต่ไม่ขยายมัน ราคาก็ถึงจะแพงแต่ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ขึ้นราคาฟันกำไรตอนมีโอกาสไม่ลดราคาตอนขายไม่ออก แต่สินค้าและบริการก็เป็นของดีชั้นหนึ่งเสมอ
กิจการมั่นคงและมีอิทธิพลกับการตลาดไม่น้อย
“ข้าพูดความจริงนะ ข้าชื่อเฉินซูซู เจ้าเล่า?”ซูเจินแนะนำตัว
“หะ...หา...เอ่อ ข้า ไห่จินจู”จินจูตอบออกไปอย่างงงงวย
“ไข่มุกทอง เป็นชื่อที่ดี!”ซูเจินยิ่งยิ้มกว้างขึ้น สกุลไห่เป็นสกุลที่ทำการค้าเกี่ยวกับผ้าเป็นร้านใหญ่ที่สุดในแคว้นหนานเจียง ความร่ำรวยไม่ต้องพูดถึง อิทธิพลในวงการสิ่งทอนับว่าไม่ธรรมดาสมแล้วที่เป็นบุตรสาวของกิจการผ้า ใยแมงมุมตาเดียวก็ยังดูออก
“งั้นคนพวกนี้ก็เป็นผู้ติดตามของเจ้า?”จินจูถามต่อ
ซูเจินส่ายหน้า “พวกเขาเป็นญาติของข้าเป็นบ้านสาขา”
“ญาติ? ทั้งหมดนี่เป็นคนสกุลเฉิน?!”จินจูตะลึงไปแล้ว นางเห็นคนที่ทุกคนต้องการเห็นทีเดียวมากขนาดนี้ เดี๋ยวนะ...
“พวกเขาก็ด้วย?” จินจูชี้ไปยังพี่น้องสกุลซิ่น
“เปล่า เขาเป็นสหายของข้าเจอกันตอนเดินทางมาที่นี่แหละ” จินจูพยักหน้าเข้าใจมิน่าถึงใส่ชุดแตกต่างจากผู้อื่น แต่นางดูเป็นคนไม่ถึงตัวจริงๆ
ดูเหมือนว่าไห่จินจูจะเป็นคนช่างพูดช่างเจรจานางชวนพูดคุยอย่างสนุกสนานไม่นานก็ดูจะสนิทสนมกันราวกับเป็นสหายเก่าสหายแก่ไม่ได้เจอกันนานแต่ก็ดีเวลาในการต่อแถวก็ดูจะไม่น่าเบื่อจนเกินไปไม่นานแถวก็สั้นลงไปเกินครึ่งแล้ว
“นี่จินจู เจ้ามาผู้เดียวหรือ?ทางบ้านเจ้าไม่ว่าอะไรรึ” ซูเจินถาม คุยกันอยู่นานก็ไม่เห็นว่านางจะมีใครมาด้วย
“ข้ามาคนเดียวที่บ้านข้าไม่เห็นด้วยที่ข้าจะมาสอบเข้าสำนักศึกษาพวกเขาอยากจะให้ข้าแต่งงานกับคนที่พวกเขาดูไว้ให้ เชอะขายข้าเหมือนสินค้าชิ้นหนึ่ง ต่อรองราคากันสนุกเชียวล่ะ” จินจูพูดก็เบ้ปากไป
“ฮ่าๆๆ พวกเขาอาจจะหวังดีก็ได้นะ”
“หวังดี? เจ้าอย่าพูดให้ข้าขำหน่อยเลยพวกเขาไม่สนใจข้าเพราะเห็นว่าข้าเป็นลูกคนที่สี่บุตรสาวคนรองจึงต้องการให้ข้าแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลไม่เหมือนพวกพี่สาวพี่ชายทั้งหลายของข้าที่เป็นความหวังของครอบครัว!”
พี่ชายสองคนเป็นคนสำคัญส่วนพี่สาวคนโตก็เป็นคนสวยมากความสามารถ ท่านพ่อรักใคร่มากกว่าใครในหมู่พี่น้องขนาดมีคนมาสู่ขอก็ยังไม่ยอมยกให้แต่กลับปัดมาให้นางแทนถึงแม้คนผู้นั้นจะปฏิเสธเพราะต้องการเพียงพี่สาวเท่านั้นก็เถอะแต่นี่มันไม่ลำเอียงไปหน่อยหรืออย่างไรกัน!
พี่สาวฝันสูงอยากเป็นฮูหยินขุนนางใหญ่ท่านพ่อก็สนับสนุนเต็มที่ไม่คิดเอาเสียเลยว่าพอแต่งเข้าไปแล้วจะมีชีวิตอยู่อย่างไร?ตระกูลขุนน้ำขุนนางไม่เหมือนครอบครัวพ่อค้านะ เข้าไปก็เหมือนอยู่ในกรงเสือจะหนีก็ไม่ได้มีแต่ต้องหาทางเอาตัวรอดให้ถึงที่สุด
“งั้นเจ้าก็หนีมา?”
“หนี? เปล่าเสียหน่อย ข้าก็มาอย่างโจ่งแจ้งแค่ขู่พี่สาวคนสวยให้ช่วยเกลี้ยกล่อมท่านพ่อให้ก็เท่านั้นเอง” จินจูยิ้มเหยียดในใจพี่สาวเป็นคนรักหน้าตาเสียยิ่งกว่าอะไรพอนางพูดว่าจะเอาเรื่องเสื่อมเสียของนางไปป่าวประกาศนางก็ยอมช่วยอย่างเต็มใจเลยทีเดียว
ซูเจินมองรอยยิ้มของอีกฝ่ายแล้วเลิกคิ้วขึ้นดูท่าว่าสาวน้อยจินจูจะมากเล่ห์ไม่เบา
“แล้วเจ้าเล่าที่บ้านเห็นด้วยหรือที่พากันมาสอบแบบนี้?”
“แน่นอน บ้านข้าไม่มีกฎอันใดเข้มงวดมากนักอยากจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น อีกอย่างบ้านข้าก็สนับสนุนให้ฝึกตนนะแล้วข้าก็เป็นลูกคนเล็กก็เลยไม่ต้องแบกรับอะไร”
“หืม แล้วกิจการพวกนั้นเล่า บ้านเจ้าไม่ได้เป็นพ่อค้ารึ?”จินจูถามอย่างสงสัย
“ก็มีคนอยากทำการค้าก็เลยทำโดยใช้แซ่ตระกูลแต่ข้าก็ไม่รู้เรื่องอันใดมากหรอก ว่าแต่เจ้าเก็บเรื่องของข้าเป็นความลับด้วยนะ”ซูเจินพูดทำหน้าจริงจัง
“ไว้ใจข้าได้เลยถึงข้าจะเป็นคนพูดมากแต่ก็เก็บความลับได้ดีมากนะ เรื่องของเจ้าข้าจะไม่ปริปากบอกใครแน่นอนเจ้าไม่ต้องห่วงมีหลายตระกูลที่มีแซ่เฉิน พวกเจ้าไม่เป็นที่สงสัยหรอกเจ้ากับข้านับเป็นสหายกันดีหรือไม่?”
“ได้อยู่แล้ว ข้าเองก็เพิ่งมาที่เมืองหลวงมีสหายสักคนก็ดีเหมือนกัน” ซูเจินยิ้ม แล้วล้วงหยิบเอาเครื่องประดับเล็กๆชิ้นหนึ่งออกมาส่งให้เป็นของกำนัล
“ให้ข้าหรือ? งามนัก” จินจูรับเอาเครื่องประดับมาชิ้นเล็กน่ารักแต่ก็ทำจากวัสดุชั้นดี “แต่ข้าไม่มีอะไรให้หรอกนะ”
“ไม่เป็นไรหลังจากนี้เจ้าช่วยหาที่พักให้พวกข้าหน่อยจะได้หรือไม่?พวกข้าเพิ่งจะเข้าเมืองมายังไม่มีที่พักเลย”
“ยังไม่มีที่พักหรือ? ตอนนี้คงจะหายากสักหน่อยที่พักคงจะเต็มกันแล้วกระมังคนเดินทางเข้าเมืองเยอะมากเลยด้วย” จินจูบอกนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งกวาดตามองคนอื่นๆที่มาด้วยกันกับซูซูแล้วพูดกับตัวเองในใจ
คนไม่เยอะเท่าไหร่ ไปที่จวนคงไม่เป็นไรกระมัง