บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่72 คิมชิน

     


    "ครั้งแรกที่ท่านพบเจอพวกมนุษย์มันก็จะเป็นแบบนี้นั่นแหละ ไม่ต้องแปลกใจกับนิสัยพวกมันไป"

     

    "อืม อย่างนี้นี่เอง…น่าสนใจ…น่าสนใจจริงๆ"

     

    สัตว์อสูรที่แปลงกายเป็นมนุษย์ พยักหน้าคล้ายเข้าใจ กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่หน้ารังเกียจ

     

    “ว่าแต่…เอ่อ…ท่านคิมชิน…ทำไมท่านไม่ฆ่ามนุษย์ที่มันเด็กลงกว่านี้เสียหน่อยล่ะ ท่านจะได้แปลงกายเป็นมนุษย์ที่ดูเด็กลงกว่านี้…พอเห็นท่านแปลงกายเป็นชายวัยกลางคนแล้ว…ข้ารู้สึกแปลกๆ”

     

    อสูรค้างคาวปีศาจ หันหน้าไปมองคิมชินตั้งแต่หัวจรดเท้า เกิดความรู้สึกสงสัยกล่าวออกมา

     

    “เรื่องแบบนั้นสำคัญด้วยงั้นหรือ?”

     

    คิมชันหันหน้าไปมองอสูรปีศาจค้างคาวกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย

     

    "อ่อ…มันก็ไม่ค่อยสำคัญหรอกขอรับ เพียงเพราะเผ่าอสูรอย่างพวกเรา เมื่อได้แปลงกายเป็นผู้ใดแล้วก็จะต้องอยู่ในรูปลักษณ์นั้นไปตลอดชีวิต ข้าเพียงแค่คิดว่าท่านจะใฝ่หารูปลักษณ์ที่ดูหล่อเหลาหรือว่า…ดูเด็กลงกว่านี้…เหมือนกับอสูรตนอื่นๆ"

     

    อสูรค้างคาวปีศาจกล่าวอธิบายออกมา

     

    "…..ผูู้เยาว์หรือว่าคนชรา สิ่งเหล่านี้สำหรับข้าเป็นเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงเท่านั้น มิได้สำคัญกับวิถีชีวิตของข้าสักเท่าใด ข้าผู้เป็นสายเลือดแท้ของเผ่าอสูร ไยต้องไปใส่ใจกับหน้าตารูปลักษณ์ของมนุษย์เหมือนกับพวกสายเลือดผสมด้วยเล่า หรือเจ้าคิดว่าข้านั้นเหมือนกับพวกพันธ์ทางพวกนั้น…"

     

    คิมชินจ้องมองอสูรปีศาจค้างคาวกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ พร้อมระบายจิตสังหารออกมาอ่อนๆ

     

    "มิได้ มิได้ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น กลัวว่านายท่านจะเข้าใจผิดเสียแล้ว…ข้าน้อยขออภัยอย่างยิ่ง"

     

    เมื่ออสูรปีศาจค้างคาวได้ฟังเช่นนั้น อยู่ๆร่างกายก็เกิดขนลุกตั้งชันขึ้นมา รีบขยับเข้าไปใกล้ คุกเข่าอธิบายออกมา

     

    "ต่อจากนี้ไป…เจ้าก็ควรที่จะระวังคำพูดบ้าง…ข้ายังต้องการใช้งานเจ้าอยู่…."

     

    คิมชินนิ่งเฉยสักพัก ก่อนที่จะเก็บจิตสังหารกลับมา หันหน้าไปมองทะเลเลือดเบื้องหน้าอีกครั้งกล่าวออกมาอีกหน

     

    "ขออภัย ขออภัย เพื่อเป็นการไถ่โทษ ข้าน้อยจะขออาสาเป็นคนนำกองกำลังอสูรในการทำลายค่ายมนุษย์นี้ด้วยตนเอง ขอเชิญนายท่านรอข้าน้อยอยู่ที่นี่ก็เพียงพอแล้ว พวกเจ้าตามข้ามา!!!" 

     

    อสูรค้างคาวปีศาจกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง หน้าซีดเป็นไก่ต้ม รีบกล่าวประจบพร้อมกับนำอสูรปีศาจตนอื่นๆวิ่งเข้าสู่สนามรบในทันที

     

    “ท่านหัวหน้าใหญ่ แย่แล้วขอรับ!”

     

    จอมยุทธ์ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามายังที่พักหัวหน้าใหญ่ ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง

     

    "มีอะไร!! ข้าย้ำนักย้ำหนามิใช่เรอะ ว่าถ้าไม่มีเรื่องด่วน ห้ามเข้ามาหาข้ายามดึกน่ะ!!"

     

    หัวหน้าใหญ่ตะโกนสวนออกมา ก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยความเกรียจคร้าน

     

    “เกรงว่าด่วนกว่านี้จะไม่มีอีกแล้วขอรับ! ตอนนี้ที่ค่ายของเรา กำลังถูกลอบโจมตีจากพวกสัตว์อสูรขอรับ ประเมินคร่าวๆน่าจะมีจำนวนหลายพัน”

     

    จอมยุทธ์คนนั้นรีบวิ่งเข้าไปคุกเข่ารายงานออกมาอย่างเร็วจี๋

     

    "ห๊ะ!..หนอยยย ไอ้พวกอสูรโง่เง่า มีจำนวนเพียงแค่ไม่กี่พัน ริกล้าคิดที่จะมาก่อกวนงั้นหรือ สั่งการออกไป! ให้หัวหน้าหน่วยทั้งหมดพากองกำลังคนเข้าปิดล้อมพวกมันเอาไว้ จัดการรุมฆ่าสังหารมันเสีย ข้าจะยกทัพนำหน้าบุกฝ่าตรงกลางด้วยตนเอง!" 

     

    หัวหน้าใหญ่กล่าวออกมาอย่างดูถูก ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนชุดพร้อมหยิบดาบคู่ใจ วิ่งออกไปอย่างเร็วไว

     

    "รับทราบ!!!"

     

    ชายคนนั้นก้มพยักหน้ารับคำสั่งรีบวิ่งอออกไปทันที

     

    ฉั๊วๆๆๆๆ

    ฟวบๆๆๆ

     

    ฝูงสัตว์อสูรเข้าจู่โจมสังหารเหล่ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเหล่ารองหัวหน้าออกหน้า พากำลังคนบุกฆ่าสังหารอสูรด้วยตนเอง ด้วยกำลังที่มากกว่าเหล่าอสูรมากมายนัก บวกกับเมื่อมีผู้นำที่แข็งแกร่งกว่า การที่จะควบคุมสถานะการณ์เอาไว้ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร 

     

    "ล้อมพวกมันเอาไว้!!"

     

    "ฆ่ามัน!!"

     

    ฉั๊วๆๆๆ

     

    โฮ๊ก!!

     

    เหล่ามนุษย์เริ่มที่จะตั้งตัวได้ สถานการณ์เริ่มที่จะพลิกกลับ หัวหน้าหน่วยบุกฝ่าเข่นฆ่าสังหารเหล่าอสูรเหมือนกับผักปลา

     

    "เคี๊ยก! เคี๊ยก! เคี๊ยก! พวกมนุษย์ที่แสนอวดดี จงมาตายอยู่ภายใต้กงเล็บของข้าเสีย…"

     

    เสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจและคำพูดที่ชวนขนหัวลุก ลอยขึ้นมาเข้าหูของมนุษย์ทุกคน เหล่าหัวหน้าหน่วยเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เผลอเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าไม่รู้ตัว พบเห็นเข้ากับค้างคาวตัวใหญ่ลอยอยู่บนท้องฟ้า มันก้มหน้ามองดูเหล่ามนุษย์เหมือนกันเศษขยะไร้ค่าหรือว่าอาหารอะไรทำนองนั้น

     

    “แย่แล้ว! นั้นมันสัตว์อสูรค้างคาวที่เปิดภูมิปัญญาได้ ระดับมันต้องใกล้เคียงกับขอบเขตสัมผัสสวรรค์เป็นแน่ รีบเรียกท่านหัวหน้าใหญ่เร็วเข้า!!” 

     

    หัวหน้าหน่วยตะโกนออกคำสั่งกับลูกน้องของตนออกไปด้วยใบหน้าที่คร่ำเครียด เมื่อชายคนนั้นได้รับคำสั่งก็ไม่รอช้า รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปยังทิศทางที่หัวหน้าใหญ่น่าจะประจำการอยู่ทันที

     

    “ท่านหัวหน้าใหญ่ ทางทิศทางของท่านหัวหน้าหน่วยที่ห้า พบเห็นเข้ากับสัตว์อสูรที่เปิดภูมิปัญญาแล้วขอรับ ท่านหัวหน้าใหญ่โปรดช่วยเหลือด้วย!!”

     

    เพียงไม่นาน ชายคนนั้นก็วิ่งหน้าตั้งมาถึง ไม่รอช้ารีบกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่เหนื่อยหอบ

     

    "อะไรนะ! แบบนี้ไม่ดีแน่ รีบสั่งการให้หัวหน้าหน่วยทุกคนมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นเสีย รุมสังหารมันให้จงได้"  

     

    ท่านหัวหน้าใหญ่! ทางทิศทางของท่านหัวหน้าหน่วยที่หนึ่ง…..

    ท่านหัวหน้าใหญ่! ทางทิศทาง….

    ท่านหัวหน้าใหญ่! ทางทิศทาง…….

     

    ชายคนนั้นยังไม่ทันที่จะอ้าปากรับคำ ก็ปรากฎมนุษย์คนอื่นๆวิ่งหน้าตั้งเข้ามารายงานหัวหน้าใหญ่เช่นเดียวกัน 

     

    "น-นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!! ทำไมพวกมันถึงยกพวกกันมาอย่างมากมายถึงเพียงนี้…"

     

    หัวหน้าใหญ่เผลอกว่าออกมาด้วยใบหน้าที่ตกใจอย่างสุดขีด สัตว์อสูรที่มีระดับใกล้เคียงกับระดับสัมผัสสวรรค์ยกโขยงกันออกมาจากแผ่นดินเฮ่อหวอมากมายขนาดนี้ด้วยเหตุผลอะไรกันแน่ ถ้าพวกมันมาแค่หนึ่งหรือสอง…ก็อาจจะพอรับมือรุมเข่นฆ่าสังหารไหว…แต่…ถ้าพวกมันแห่กันมากมายถึงเพียงนี้….แม้ตัวชีวิตของตนเองก็ไม่รู้ว่าจะรักษาเอาไว้ได้หรือไม่

     

    "เจ้าเป็นหัวหน้าของพวกมนุษย์อย่างงั้นหรือ?…เจ้าเป็นราชา…อย่างงั้นหรือ…แต่ว่าทำไมเจ้าถึงได้ดูอ่อนแอ…ไม่สมเป็นราชาเท่าไหร่นัก?"

     

    หัวหน้าใหญ่ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังแว่วขึ้นมาจากด้านบน เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองดู ก็พบเห็นเข้ากับอสูรค้าวคาวตัวใหญ่กำลังกระพือปีกด้วยความรวดเร็วอยู่บนท้องฟ้า มองลงมาที่เบื้ยงล่างสังเกตเห็นมนุษย์หลายพันคน เพ่งมองไปที่คนตรงกลางที่พวกมนุษย์ล้อมรอบเอาไว้ หัวหน้าใหญ่พยายามรักษาอาการ คงไว้ด้วยใบหน้าที่เงียบสงบ กล่าวออกมา

     

    "….หัวหน้าของพวกมนุษย์อะไรของเจ้า ข้าไม่เข้าใจที่เจ้ากล่าวออกมาสักนิดเดียว…."   

     

    “หืม…ก็ข้าได้ยิน พวกมนุษย์คนอื่นๆเรียกเจ้าว่าหัวหน้า เจ้าไม่ใช่ราชางั้นหรือ…ถึงว่าล่ะ…เพียงแค่ความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้ จะเป็นราชาของพวกมนุษย์ไปได้อย่างไร…”

     

    อสูรปีศาจค้างคาวเสแสร้งทำท่าครุ่นคิดกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก 

     

    "เลิกพูดไร้สาระเถอะ! พวกเจ้าข้ามเขตแดนเข้ามาถึงนี่ เพื่อโจมตีค่ายกองกำลังของพวกข้า พวกเจ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่!!"

     

    หัวหน้าใหญ่พยายามควบคุมสติ กล่าวออกมาพร้อมกับเม็ดเหงือที่ปรากฎออกมาครอบคลุมอยู่ทั่วใบหน้า

     

    "พี่ใหญ่ๆ เมื่อครู่นี้ ข้าเจอคนที่พวกมนุษย์เรียกมันว่าหัวหน้าด้วยแหละ มันจะต้องเป็นราชาของพวกมนุษย์แน่ๆ ท่านดูสิข้าเอาหัวของมันมาให้ท่านชม เคี๊ยก! เคี๊ยก! เคี๊ยก!"

     

    อสูรปีศาจค้างคาวยังไม่ทันจะอ้าปากตอบ ก็ได้ยินเสียงของลูกน้องที่บินเข้ามาใกล้ ร้องตะโกนพร้อมกับยืนแขนที่หิ้วหัวของมนุษย์เข้ามาให้ดู 

     

    "เป็นไปไม่ได้หรอก ราชาของพวกมนุษย์จะมาอยู่ ณ ที่ห่างไกลถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ถ้าที่เจ้าบอกมาเป็นความจริง เจ้าจะมีปัญญาเด็ดหัวของมันออกมาได้หรอ เจ้าหลงกลพวกมนุษย์เสียแล้ว ข้าเองก็เกือบไปแล้วเช่นกัน…" 

     

    อสูรปีศาจค้างคาวส่ายหน้าออกมา ก่อนที่จะกล่าวออกไปให้ลูกน้องตนเองได้ฟัง

     

    “เอ๋! พวกมนุษย์นี่ช่างน่ารังเกียจนัก พวกมันชอบแอบอ้างตนเองอย่างนี้นี่เอง พวกมันเป็นแบบนี้กันทั้งหมดเลยหรือเปล่าพี่ใหญ่”

     

    "ก็คงมีบ้างกระมัง ข้าไม่ได้ออกมาข้างนอกหลายสิบปีแล้ว อะไรๆก็คงจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลานั่นแหละ"

     

    อสูรปีศาจค้างคาวกล่าว

     

    "พวกเจ้ากล้าเมินข้างั้นหรือ!!! ข้าถามว่าพวกเจ้าทำแบบนี้ทำไม ต้องการที่จะก่อสงครามกับพวกมนุษย์ใช่หรือไม่?"

     

    หัวหน้าใหญ่ที่ฝืนทนฟังมาตั้งนาน ในที่สุดก็หมดความอดทน ตะโกนกล่าวออกมาในที่สุด

     

    "ข้าจำเป็นจะต้องตอบคำถามของคนที่กำลังจะตายด้วยงั้นหรือ?

     

    อสูรปีศาจค้างคาวกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกคล้ายว่ารำคาญอยู่

     

    "เคี๊ยก เคี๊ยก พี่ใหญ่…เจ้านี่ตลกยิ่งนัก ข้าขอเด็ดหัวของมันได้หรือไม่…"

     

    ลูกน้องปีศาจค้างคาวหัวเราะลั้น มองไปทางหัวหน้าใหญ่ผู้นั้น กล่าวออกมาพร้อมกับน้ำลายที่ค่อยๆไหล

     

    "แก!!! อย่าได้คิดว่าข้าจะเป็นขนมให้เจ้าเคี๊ยว!! ต-…"

    เฟี๊ยว!

    ฉั๊ว!

    หัวหน้าใหญ่กล่าวยังไม่ทันจะจบ ลูกน้องอสูรปีศาจค้างคาวก็พุ่งลงไปด้วยความเร็วแสง สะบัดมือเด็ดหัวของหัวหน้าใหญ่ออกมาได้ในที่สุด ลูกน้องอสูรปีศาจค้างคาวหัวเราะคิกคักด้วยความสนุกสนาน ก่อนที่จะอ้าปากกว้าง กลืนกินหัวมนุษย์เข้าไปทั้งหัวโดยที่ไม่ต้องเคี้ยวเลยแม้แต่น้อย

     

    “ท่านหัวหน้าใหญ่!!”

     

    “รีบหนีเร็ว!! ท่านหัวหน้าใหญ่ตายแล้ว!!”

     

    เหล่ามนุษย์ทั้งหลาย เมื่อเห็นว่าหัวหน้าใหญ่ของตนเองสิ้นท่า ก็รีบตะบึงหน้าหนี ละทิ้งซึ่งหน้าที่ของตนไปในทันที 

     

    “ฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือ พวกเราจะมุ่งหน้าสู่หัวเมืองเฮ่อซุนต่อในทันที!!”

     

    โฮ๊ก!!!!!

     

    ฝูงมนุษย์เริ่มที่จะกระสับกระส่ายเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หมุนตัวหันหน้าหนี วิ่งรักษาชีวิตกันเกือบทั้งหมด เหล่าสัตว์อสูรได้ได้ฟังคำสั่ง ก็ร้องตะโกนออกมาอย่าบ้าคลั่ง พุ่งเข้าสังหารเหล่ามนุษย์ที่หนีอย่างเมามัน