“และพี่ต้องขอกลับไปร่วมวันเกิดกับข้าทุกปี” ซึ่งอีกเพียงสองวันจะถึงวันเกิดครบสิบสี่หนาวของพวกเขาทั้งคู่แล้ว ใบหน้าของผู้ที่แบกน้องสาวมืดครึ้ม “ได้หรือไม่”
“_”
“โอยย..ปวดท้อง โอยย” คนบนหลังแกร่งดิ้นขยุกขยิกไปมา
“ได้สิ พี่จะกลับไปร่วมฉลองกับเ้า”
รอยยิ้มเล็กๆเกิดขึ้นบนใบหน้ากระจ่างใสของเฟิ่งเอ๋อร์ ฝีเท้าของหยางหลงช่างแ่เบาดียิ่งแม้อาการปวดยังคงมีแต่ก็ทุเลาลงมากแล้ว เ้าเฟิ่งเซียนเริ่มตาปรอยก่อนจะผล็อยหลับไป
เ้าหยางหลงเหลือบมองน้องสาวฝาแฝดอย่างสุดรักยังดีที่เวลานางเ็ปหรือาเ็นางจะไม่งอแง เหมือนตอนปกติคล้ายๆกับว่าเป็คนที่ยอมรับกับสภาพร่างของตัวเองดีไม่ดันทุรัง ฝีเท้าหยางหลงเร่งขึ้นไปอีกจนผ่านไปแล้วครึ่งทางพลันนึกถึงรัชทายาทที่วันนี้กลุ่มของเ้าอี้หลิงเดินทางลงเขาไปกับท่านอาจารย์ฉงชิ่ง อาจารย์ผู้ฝึกสอนเื่การทำสมุนไพรทำยาไว้สมานแผลอย่างง่ายสำหรับรักษาอาการาเ็ภายนอก เ้าหยางหลงคิดว่าหากโชคไม่ดีก็คงจะเจอพวกศิษย์พี่นับสิบระหว่างทางเพราะตัวเขานั้นไม่อยากตอบคำถามมากนัก แต่ถ้าหากโชคดีก็คงไม่ต้องเจอ
แต่แล้ว…ฟุ่บ!! พึ่บ!! ฟุ่บ!! เสียงฝีเท้ามากมายจากเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ทำให้เ้าหยางหลงต้องชะลอฝีเท้าะโขึ้นไปบนยอดไม้ เขามองดูศิษย์พี่สายคาดเอวสีเทา(สิบห้าปี) ทะยานตามท่านอาจารย์ฉงชิ่งขึ้นมาเป็แถวยาวด้านหลังของพวกเขามีห่อยากันคนละห่อ สองตาคมของคนบนต้นไม้มองเห็นญาติผู้พี่เ้าอี้หลิงกับสหายอีกสองคนข้างกาย แม้จะรู้ว่าพวกศิษย์พี่จะไม่ได้หันมาแต่ก็อดนิ่งเงียบไว้ไม่ได้ ความซวยยังมิหมดเพียงแค่นั้นเมื่อเ้าเฟิ่งเซียนร้องครางขึ้น
“อือ…หยางหลงข้าปวด โอยยย” เสียงเคลื่อนไหวจากกลุ่มศิษย์พี่ผู้รั้งท้ายประมาณห้าคนหันมองมายังต้นตอของเสียงหากจะให้โทษใครก็ไม่อาจโทษได้แม้เพิ่งเอ๋อร์จะครางออกมาเพียงแ่เบาแต่พวกเขาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ ‘ย่อมได้ยิน’
ดวงตามากกว่าห้าคู่หันมองหยางหลงบนต้นไม้สูงใหญ่เขา ‘จิ๊’ ปากแต่ก็จำเป็ต้องะโลงมาก่อนจะเดินเข้าไปหาอี้หลิงพร้อมกับซุบซิบเสียงเบาถึงคนชุดดำด้านหลัง
ลู่ชิงเทียนและตั้งมู่เกอพยายามเพ่งมองคนบนหลังสหายรุ่นน้องว่าเป็ผู้ใด และเหตุใดทั้งคู่ต้องมาอยู่ที่นี่แล้วคำถามมากมายจากทุกคนที่ยืนรายล้อมกลับถูกตอบด้วยเ้าอี้หลิง
“ศิษย์น้องอาเฟิ่งติดโรคตุ่มพองที่เป็โรคระบาดหากพวกเ้าไม่อยากติดไปด้วยให้ถอยห่างจากพวกเขา” หลายคนต่างพากันทำท่าขยะแขยง
“แล้วหยางหลงจะมิเป็ไรรึ” ลู่ชิงเทียนขมวดคิ้วมองแต่ก็ได้รับสายตาไม่พอใจส่งมาจากหยางหลง
“ไม่เป็ไรเพราะข้ากินยากันไว้แล้ว หากพวกศิษย์พี่ยังมิวางใจข้าจะอยู่ในเมืองหลวงสักสามวันเพื่อดูอาการ ฝากบอกท่านอาจารย์ด้วยเล่าพี่อี้หลิง” สองหนุ่มน้อยรู้กันอยู่แล้วว่าคนด้านหลังนั้นไม่สบาย
“ย่อมได้เ้าไปเถิดหากถึงเมืองหลวงช้าจะรักษามิทันการ”
“อืม” เ้าหยางหลงหันหลังกลับไปและทะยานตัวลงเขาทันที ลู่ชิงเทียนยังคงมีความห่วงเ้าเด็กหน้าบากอยู่บ้างจึงทะยานตัวออกตามไป
เ้าอี้หลิงได้แต่ส่ายหัวหันหลังกลับติดตามอาจารย์ขึ้นเขาไม่สนใจสหายจอมจุ้นจ้าน ปากหนาบ่นกับตั้งมู่เกอ “ชิงเทียนคิดอย่างไรกับเ้าเด็กหน้าบากรึเปล่า?”
“ไม่รู้สิ” ตั้งมู่เกอผู้มิชอบสนใจเื่คนอื่นตอบแบบไม่คิด
--++++-----------+
“หยางหลง!!!” ลู่ชิงเทียนตีฝีเท้าเคียงคู่ไปกับเหจ้าหยางหลง “ลงเขาคราวนี้อาเฟิ่งจะกลับขึ้นมาหรือไม่?”
“_” แค่แลสายตามอง
“ข้าถามจริงๆนะ เขามิไปแล้วไปลับใช่หรือไม่”
“ไม่ขึ้นมาอีก” กล่าวแค่นั้น
“แล้ว..การฝึก.”
“อืออ..เจ็บจังหยางหลง” เสียงเล็กน่ารักดังขึ้นใต้ผ้าคลุมศรีษะ
ลู่ชิงเทียนประหลาดใจเพราะมันไม่ใช่เสียงทุ้มน้อยๆของอาเฟิ่ง ความสงสัยมีมากมายเต็มอก มือแกร่งเอื้อมจับไปยังผ้าคลุม ยังไม่ทันได้เปิดเ้าหยางหลงยกขาขึ้นถีบไปด้านข้าง ผัวะ!! แม้จะหลบทันแต่ชั่วจังหวะนั้นลู่ชิงเทียนมองเห็นใบหน้าขาวกระจ่างใสหวานละมุน ริมฝีปากบางสีส้มจางหลับตาพริ้มพร่ำพูด
“พี่หยางเร็ว ข้าเจ็บบบ” เ้าหยางหลงเร่งฝีเท้าห่างออกไปจากบุรุษพูดมากผู้นั้น
คนถูกถีบยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ไหวติง ใบหน้าคมคายแดงก่ำราวกับผลเชอรี่สุกจัด ‘สตรี?’ เขามองตามหลังเ้าหยางหลงและคนชุดดำที่ถูกกล่าวอ้างว่าคืออาเฟิ่งะโลงเขาไปร่วมหนึ่งเค่อจึงจะนึกขึ้นได้ว่าตนเองมาทำสิ่งใด เขาหันกายะโขึ้นยอดไม้กลับเข้าสำนักศึกษา..ครุ่นคิด ‘อี้หลิงจะต้องรู้’
--++++----+++++-----
กระท่อมไม้ไผ่
เ้าอี้หลิงนั่งจิบชามองหน้าลู่ชิงเทียนเขม็ง ตั้งมู่เกอหัวเราะอยู่ด้านหลังให้กับบรรยากาศเคร่งเครียดนี้
“อย่างที่ข้าถาม” ลู่ชิงเทียนยกมือลูบหน้าอายๆ “คนชุดดำบนหลังหยางหลงคืออาเฟิ่งจริงๆรึ?” เมื่อครู่ตอนที่ตัวเขานั้นมาถึงยังกระท่อมที่คุ้นเคย เขาเดินหาทั้งอาหว่างและอาเฟิ่งจนทั่วก็พบว่าทั้งคู่หายไปจากที่นี่แล้ว เมื่อรวมกับข่าวลือเื่ที่อาเฟิ่งเป็โรคระบาดหากจับต้องผู้ใดผู้นั้นจะกลายเป็แผลพุพองและปวดท้องจึงลงจากเขาไปคงจะเป็จริง
“ใช่” เ้าอี้หลิงตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“แต่ข้าเห็นว่าคนผู้นั้นเป็สตรี!”
“_”
“นางมีผิวขาวใบหน้าจิ้มลิ้ม” ใบหน้าเริ่มแดงก่ำอีกครั้ง “ไม่ๆๆ นางงดงาม..โอย พวกเ้าต้องหลอกลวงข้าแน่ๆ บนสำนักไท่ซานหาได้มีสตรีใดนอกจากท่านป้าแม่ครัว”
“อาจจะดูผิด” ยังตอบได้เฉยชา
“ดูผิดอย่างไรกัน ดวงตาข้าหาได้มืดบอด” ลู่ชิงเทียนจอมจุ้นลุกขึ้นเดินไปเดินมา “คนผู้นั้นหาใช่เ้าหน้าบากแต่ว่านางมาอยู่บนนี้ได้อย่างไรพวกเ้าซุกซ่อนเอาไว้เพื่อคลายกำหนัดงั้นรึ!!!” ผู้คิดไปเองทำหน้าใจนตาเหลือก “แต่หากใช่ แล้วอาเฟิ่งกับอาหว่างเล่าอยู่ที่ใด ข้างงไปหมดแล้ว”
ตั้งมู่เกอนิ่งฟังเื่วนไปวนมาของลู่ชิงเทียนแล้วคิดตามเหตุการณ์ ในความเป็จริงแล้วทั้งเขาและชิงเทียนรู้จักกลุ่มศิษย์น้องแต่เพียงว่าเขาคือ อี้หลิง หยางหลง อาเฟิ่งและอาหว่าง ส่วนรายละเอียดนอกจากนี้มิได้รู้เลยเพราะพวกเขาคบคนที่จิตใจหาใช่ชื่อแซ่ที่โด่งดัง คนพูดน้อยและถนัดหัวเราะซึ่งมีนิสัยคล้ายลึงกับอี้หลิงเปิดปากขึ้นมาราวกับว่าพวกเขามีสิ่งใดปิดบังและเหตุใดถึงมาเข้าเรียนกลางคันเช่นนี้ได้ ยิ่งหยางหลงแบกคนชุดดำลึกลับผู้นั้นลงเขาไปยิ่งดูน่่าสงสัย
“พวกเ้าแซ่ใด”
“หึ” เ้าอี้หลิงหัวเราะในลำคอแต่ก็มิได้ใ “จะมิถามช้าไปหรอกรึสหาย ทำไมไม่ถามตอนข้าสำเร็จวิทยายุทธ์ถึงขั้นห้าก่อนล่ะ” นี่คือสหายที่ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทนจริงๆ ถ้าคนทั้งคู่อยากจะติดตามรัชทายาทเช่นเขาไปในภายภาคหน้าเขาย่อมยินดี
“นั่นสิ!! ข้าก็ลืมไป” ลู่ชิงเทียนหยุดเดินแล้วหันมาถามซ้ำ
“5555” เป็ครั้งแรกที่เขาหัวเราะได้กว้างเช่นนี้ “เ้าอี้หลิง” เ้าของนามกล่าวออกมา
“_” ตั้งมู่เกอ ????
“_” ลู่ชิงเทียน ????
แซ่เ้ามีเพียงหนึ่งไม่มีสองในแคว้นเ้านั่นก็คือ ‘แซ่ของเ้าครองแคว้น’ สองสหายนิ่งเงียบไปอึดใจราวกับตามหาเสียงของตนเองไม่เจอ ทั้งคู่รู้สึกเหมือนกับได้เอาคอไปวางพาดไว้บนลานปะาเมื่อคิดได้ว่าคงมิมีใครกล้านำแซ่อันสูงส่งเช่นนี้มาล้อเล่นเป็แน่
เ้าอี้หลิงยังคงคิดที่จะไขทุกคำถามเพราะรู้ว่าพวกเขาไม่มีทางบอกใครแน่ๆ “หยางหลงก็คือเ้าหยางหลงญาติผู้น้องของข้าบุตรของชินอ๋องและจวิ้นอ๋องพระอนุชาทั้งสองของฮ่องเต้เ้าหย่งอี้” เขามองลู่ชิงเทียนเขม็ง “และอาเฟิ่ง” เสียงสูดลมหายใจของสหายที่เคยเตะอาเฟิ่งดังจนผู้พูดได้ยินชัด “อาเฟิ่งคือ..เ้าเฟิ่งเซียนแฝดน้องของเ้าหยางหลง”
ตุ่บ!!! เข่าลู่ชิงเทียนทรุดลงกับพื้น ‘เขาเตะเชื้อพระวงค์’ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ… ความจริงที่เขามิอยากจะรู้อีกหนึ่งข้อ
“ฝาแฝดแห่งราชวงค์เ้า..หนึ่งคนเป็บุรุษอีกหนึ่งคนเป็..สตรี” ตั้งมู่เกอกล่าวออกมาทำเอาลู่ชิงเทียนแทบจะร้องไห้ “เช่นนั้น?”
“อืม..สตรีฝาแฝดผู้นั้นคืออาเฟิ่งหน้าบาก หาใช่คู่ต้วนซิ่ว” เ้าอี้หลิงยังคงสงบนิ่ง
“เช่นนั้น..เ้า..เ้าคือ..” ลำคอตั้งมู่เกอแห้งผาก
“อ่อ..ข้าก็รัชทายาทอย่างไรเล่า” หน้าตาเฉย
ตุ่บ!! ลู่ชิงเทียนเป็ลมล้มพับอยู่ตรงนั้นในขณะที่ตั้งมู่เกออ้าปากค้าง ‘ก่อนหน้านี้ข้าทำไมไม่ถามพวกเขาให้ดีๆกันเล่า’