"6000 เหรียญทอง"
"10000 เหรียญทอง"
"20000 เหรียญทอง"
"21000 เหรียญทอง"
มีการแข่งขันประมูลกันอย่างดุเดือดเืพล่าน เพราะแก่งแห่งเปลวไฟนั้นหายากมาก มันเป็สิ่งที่แม้แต่เ้ายุทธจักรก็ยัง้า
"ไม่น่าเชื่อว่าเมืองเล็กๆอย่างเมืองธารามณีจะมีของที่สำคัญเช่นนี้ออกมาประมูลได้"
ปิงหยางกล่าวออกมา
หลังจากนั้นก็มีเสียงะโขึ้นจากห้องพิเศษห้องหนึ่ง
"50000 เหรียญทอง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย เพราะคนที่จะใช้เงิน50000เหรียญทองได้ต้องมีตำแหน่งใหญ่โตเป็แน่แท้
"60000 เหรียญทอง เหอะ ท่านคิดจะแข่งกับข้าอย่างนั้นหรือ หัวหน้าตระกูลหลิน หลินิเค่อ"
"65000 เหรียญทอง เ้าเฒ่าน่าตาย ทำไมเ้าไม่รีบตายๆไปซะล่ะ หัวหน้าตระกูลเย่ เย่จง"
"70000 เหรียญทอง รีบๆยอมแพ้ซะสิ ถ้าข้าขึ้นไปถึงระดับเจ้สยุทธจักรแล้ว ข้าจะ'ดูแล'ตระกูลหลินของเ้าอย่างดีทีเดียวล่ะ"
"หน็อย" หน็อย"
หัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้ง2 ต่างก็เข้าโจมตีอีกฝ่ายด้วยวาจาไม่หยุดยั้ง ครั้งนี้พวกเขาต้องได้แก้แท้แห่งเปลวเพลิง แม้ว่าจะต้องส่วนเสียสิ่งนี้แต่ก็อย่าให้อีกฝ่ายได้ไปเพราะทั้งสองฝ่ายมีกำลังพลพอๆกันถ้ามีใ่ายใดมีเ้ายุทธจักรกำเนิดขึ้นมาคงจะแย่เป็แน่แท้
"100000 เหรียญทอง"
อยู่ๆก็ชายวัยกลางคนหนึ่งะโขึ้น
"ท่านพ่อ......"
"นั่นมันท่านเ้าเมืองนี่นา"
"ท่านเ้าเมืองจริงๆด้วย"
จากนั้นสักพักสองผู้เฒ่าก็เลิกทะเลาะกัน
"ขอคารวะท่านเ้าเมือง"
"ขอคารวะท่านเ้าเมือง"
เ้าเสืองปิงพยักหน้ารับ
"เอาล่ะ พวกเ้ามีใครจะประมูลต่อจากข้าอีกไหม"
เงียบสนิท...
ไม่มีผู้ใดกล้าประมูลต่อเพราะเ้าเมืองเป็ถึงเ้ายุทธจักรเชียวนะ หรือต่อให้กล้าก็ไม่ได้ความจะมีเงินมากพอที่จะนำมาประมูลได้ เงินจำนวน100000เหรียญทองต่อให้เป็ตระกูลใหญ่ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ถึงจะนำออกมาใช้ได้
ปัง! เสียงเคาะของค้อนดังขึ้นมา
"ขอแสดงความยินดีกับท่านเ้าเมืองด้วย แก่นแท้แห่งไฟนี้เป็ของท่านแล้ว"
เ้าเมืองปิงพยักหน้าอย่างเรียบเฉย
ผ่านไปสักพักปิงหยางก็เดินไปจ่ายเงินแล้วนำไม้ประหลาด กับบันทึกของบรรพจารย์มา
"ไว้ข้ากลับบ้านค่อยตรวจสอบดูดีกว่า"
จากนั้นปิงหยางก็เร่งเดินกลับจวนเ้าเมืองไป
แต่ก่อนจะถึงจวนเ้าเมืองเด็กหนุ่มก็พบเห็นบางสิ่ง
"สวัสดี พี่หยาง"
"อ้าว สวัสดี น้องเย่"
ปิงหยางได้พบกับเย่เทียน นายน้อยสองแห่งตระกูลเย่ ถึงจะมีวรยุทธต่ำ แต่ก็ฉลาดเป็อย่างมาก เพราะฉะนั้นเขามีฝันว่าอยากสอบเป็จอหงวน
"แล้วน้องเย่มาทำอะไรที่นี่ล่ะ"
"อ๋อ ข้าแค่มาหาหนังสือบางอย่างน่ะ"
เย่เทียนตอบ
"ท่านเคยได้ยินเื่'เวทย์มนต์'หรือไม่"
ปิงหยางคิดแล้วก็เข้าใจในทันที
"เวทมนตร์นั้นแทนที่จะฝึกร่างกาย และฝึกจิตใจ แต่จะเป็การฝึกการควบคุมพลังที่อยู่โดยรอบสินะ ข้าเข้าใจถูกใช่มั้ย"
"ใช่แล้วล่ะ พี่หยาง ท่านเนี่ยมีความรู้เยอะจังเลย ข้ากำลังตามหาหนังสือฝึกเวทมนตร์ ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีพร์ในการฝึกวรยุทธน่ะ" (วรยุทธนี่คือพูดถึงทั้ง ร่างกาย พลังิญญา และพลังงานเลยนะครับ)
"ข้าขอให้เ้าโชคดีแล้วกัน"
กล่าวจบปิงหยางก็ขอตัวกลับมาที่จวนเ้าเมือง
"มาดูกันสิว่าสิ่งที่ข้าประมูลไปนั้นมันมีอะไรบ้าง"
"ถ้าข้าจำไม่ผิด ขั้นที่2ของเนตรเทวะคือเนตรส่องสัจธรรมสินะ ไม่รู้ว่ามีความสามารถทำอะไรได้บ้าง แล้วการที่จะพัฒนาดวงตาได้ต้องใช้สิ่งที่มีพลังิญญาเป็ตัวกระตุ้ม ข้าหวังว่าเ้าไม้นี่จะมีมันมากนะ"
"เนตรเทวะ!"
ปิงหยางได้นำพลังิญญาจากไม้ออกมาก่อนจะผสานมันเขเากับดวงตาของเด็กหนุ่ม
"ปัง!"
เด็กหนุ่มยิ้มออกมาเล็กน้อย
"ดูเหมือนว่าจะสำเร็จดีสินะ"
"ต้องลองดูหน่อยว่ามีความสามารถอะไรเพิ่มมารึไม่"
เนตรเทวะ!
หลังจากลองใช้ดูปิงหยางก็ได้ััความสามารถถึง2อย่าง
อย่างแรกมันช่วยเพิ่มความในการฝึกฝนธาตุ
อย่างที่สองมันสามารถอ่านเจตจำนงค์ได้ เช่น ผู้ที่เขียนหนังสือวรยุทธด้วยเจตจำนงค์ที่แรงกล้าปิงหยางไม่จำต้องอ่านมันเลย แค่ปรายตามองก็สามารถเรียนรู้ใันได้เลย
นอกจากนี้ปิงหยางยังรู้ว่าพลังิญญาของเด็กหนุ่มพัฒนาขึ้นเป็ระดับหลอมรวมิญญาขั้น 7 แล้ว
ช่างเป็การพัฒนาที่น่าใมาก
"เห้อ~ ปิดการใช้งานเนตรเทวะก่อนละกัน"
"ต่อไป บันทึกของบรรพจารย์งั้นหรอ"
จากนั้นปิงหยางก็เริ่มอ่านหนังสือไปเป็เวลา1เค่อก็ๆได้พบเื่ราวที่ใเป็อย่างมากเื่หนึ่ง
บรรพจารย์ผู้นี้เป็ผู้กลับชาติมาเกิดใหม่