ตอน 20 นางอันเป็ที่รัก
อู่หยวนทนเห็นนางผู้เป็ที่รัก เ็ปต่อไปอีกไม่ได้จึงโผเข้าโอบร่างของนางเพื่อหวังเอาร่างของตนกำบังแส้สายฟ้าอสุนีบาตนั้นไว้
อู่หยวนใช้พลังเวทย์ส่วนใหญ่หมดไปกับการซ่อมแซมแท่นศิลาเทพจึงทำให้เขาไม่สามารถทนแรงกระแทกของแส้สายฟ้าอัสนีบาตได้อู่หยวนโดนแส้สายฟ้าอัสนีบาตไปเพียงแค่ 10 ครั้ง เขาก็กระอักเืออกมา
เหล่าบริวาร ที่ติดตามองค์เง็กเซียนมา
ก็ได้กล่าวกับเง็กเซียนว่า
"เห็นทีท่าน มหาเทพอู่หยวนจะสูญเสียพลังเทพไปมากกับการซ่อมแซมแท่นศิลาเทพร่างกายของเขาจึงมิอาจรับแรงกระแทกของแส้สายฟ้าอัสนีบาตของท่านได้ขืนท่านยังลงโทษพวกเขาต่อไป ร่างเทพของมหาเทพอู่หยวนอาจจะได้รับาเ็จนกระทั่งดวงจิตแตกสลายได้"
"หากเป็เช่นนั้นนับว่าเป็การสูญเสียของแดนเทพอันยิ่งใหญ่"
องค์เง็กเซียนมีท่าทีมิพอใจ ทรงกริ้วเมื่อเหล่าเทพเซียนน้อยใหญ่เห็นความลำบากใจขององค์เง็กเซียนและเห็นความเสียสละของมหาเทพอู่หยวนจึงพากันก้าวเท้าออกมาร่วมใจ
กล่าวพร้อมกันว่า
แส้สายฟ้าอสุนีบาตที่เหลืออีก 20 ครั้ง องค์เง็กเซียนโปรดลงทัณฑ์ที่พวกข้าคนละ 1 แส้เถิด
เหล่าเทพเซียนทั้ง 20 องค์รับแส้อัสนีบาตไปคนละครั้ง จึงทำให้โทษทัณฑ์ในครั้งนี้สิ้นสุดลง
อู่หยวนโค้งคำนับคารวะเง็กเซียนก่อนที่ จะจากไปได้กล่าวบางคำต่อหน้าเหล่าเทพเซียนทั้งหลาย ต่อหน้าเง็กเซียน "ข้าอู่หยวนขอประกาศให้ทุกท่านทราบ ณ ตรงนี้โดยทั่วกันว่าต่อไปนี้ตำหนักเซียงหวังของข้าจะมิได้มีเพียงข้าแต่เพียงผู้เดียว แต่จะมีนางอวิ๋นดงฟางเป็สัตว์เทพประจำกายของข้า พวกท่านโปรดยอมรับนาง และรับรู้การมาของนางสิ่งใดที่นางได้กระทำผิดและล่วงเกินต่อพวกท่านอู่หยวนขอออกหน้ารับแทนและรับโทษทั้งหมดแทนนางแต่เพียงผู้เดียว"
"นางเป็สัตว์เทพที่ยังมิได้ขัดเกลาจึงได้ดื้อรั้นสร้างความวุ่นวายไปบ้าง ต่อไปข้าจะสั่งสอนนางให้ดีมิปล่อยให้นางมาสร้างเื่เดือดร้อนให้แดน์อีก"
เมื่อทวยเทพทั้งหลายได้ยินคำอ้อนวอนของอู่หยวน ก็รู้สึกซาบซึ้งเห็นอกเห็นใจ
"น้อมส่งท่านมหาเทพอู่หยวน"
เง็กเซียนเห็นเช่นนั้นก็ครุ่นคิดขึ้นมาในใจ
"มองออกปราดเดียวก็รู้แล้วว่านางเป็ผู้ที่อยู่ในใจของอู่หยวนต่อไปแม่นางผู้นี้ยากยิ่งที่ข้าจะแตะต้อง"
"ช่างเถอะข้าได้แต่เพียงหวังว่านางจะไม่สร้างเื่เดือดร้อนใดๆ ให้ข้าจะต้องลงมืออีกเพราะข้าเองก็ลำบากใจไม่น้อยที่จะต้องลงโทษคนของตำหนักเซียงหวัง"
"ข้าเป็เง็กเซียนรุ่นหลังแม้กระทั่งเง็กเซียนรุ่นปู่ของข้ายังต้องคารวะมหาเทพอู่หยวนครานี้ข้าลงโทษพวกเขาด้วยแส้อสุนีบาตนับว่าข้าทำเกินไปเสียหน่อย"
อู่หยวนโอบอุ้มร่างที่อ่อนแอาเ็ของนางขึ้นในอ้อมกอด ทั้งที่ตนก็แทบที่จะยืนไม่ไหว
พานางพุ่งตัวขึ้นสู่์วิมานขั้นเก้า
ณ ตำหนักเซียงหวังของตน
ตงฟางรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนักวินาทีที่อู่หยวนเอาร่างตัวเองเข้ามากำบังนางโอบกอดนางให้ปลอดภัยจากแส้สายฟ้าอสุนีบาต วินาทีนั้นในใจของนางที่ถูกปิดกั้นก็ค่อยๆ เบ่งบานออกราวกับว่าเริ่มมีใจให้กับมหาเทพอู่หยวน
นางรู้สึกดีได้ไม่นาน ความรู้สึกลึกๆในก้นบึ้งของหัวใจก็ผุดขึ้นมาถกเถียงกับนางว่า
"ไม่ได้นะ เ้าจะมีใจให้มหาเทพอู่หยวนไม่ได้เ้าลืมไปแล้วหรือ...ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเ้าคืออะไร"
" สามีของเ้าชิงอี้เทียนกำลังรอการชุบชีวิตของเ้าอยู่นะ"
เมื่อจิตใต้สำนึกส่วนลึกตักเตือนนางมาอย่างนั้นนางก็พยายามหักห้ามใจตนเองมิให้รู้สึกดีกับมหาเทพอู่หยวนมากเกินไปกว่า สถานะนายกับบ่าว....
อู่หยวนค่อยๆ วางร่างของนางไว้บนเตียง ณ ห้องบรรทม ยังไม่ทันได้ลุกจากเตียงอู่หยวนก็อ่อนแรงมิอาจควบคุมพลังของตน อู่หยวนล้มลงที่พื้น
ตงฟางใมากนางเริ่มรู้สึกผิดว่าทุกอย่างต้นเหตุเกิดจากนางเป็ตนคนก่อ....อีกทั้งอู่หยวนต้องสูญเสียพลังไปมากเพื่อซ่อมแซมแท่นศิลาเทพนั่นก็เป็เื่วุ่นวายที่นางก่อขึ้นอีกทั้งยังมาปกป้องนางในครั้งนี้ สาเหตุก็ย่อมเกิดมาจากนางเดิมทีนางก็ร่างกายอ่อนแอาเ็สาหัสอยู่แล้ว
แต่ก็มิอาจนิ่งนอนใจ ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออู่หยวนที่อยู่ตรงหน้า
** ทั้งสองต่างเสียสละเพื่อกันและกัน
ตงฟางค่อยๆ คลานจากบนเตียง ประคองร่างอู่หยวนเอาไว้ให้เขานอนหนุนตัก เพื่อรักษาอู่หยวน ตงฟางตัดสินใจคายลูกแก้วงู ออกมาจากปากนางใช้ปากของตนประกบริมฝีปากของอู่หยวน ค่อยๆป้อนลูกแก้วงูให้อู่หยวนกลืนลงไป
**ลูกแก้วงูเป็สิ่งที่สำคัญมากของงูเป็ตัวคอยดูดซับพลังิญญางูและเป็ตัวกำหนดพลังชีวิต
นางยอมเสียสละสิ่งนี้เพื่อรักษาอู่หยวนนางคิดว่านี่เป็วิธีการตอบแทนบุญคุณของอู่หยวนที่ดีที่สุดแต่นางไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่นางกำลังกระทำลงไปนั่นมันคือความรักทันทีที่นางได้สูญเสียลูกแก้วงูไป ร่างกายของนางก็อ่อนแรงลงพลังเวทย์ของนางแม้จะถูกปลดผนึกแล้ว ก็ยังลดลงไปมาก
ทันทีที่อู่หยวนรับลูกแก้วงูเข้าไปในร่างกายสีหน้าท่าทางของอู่หยวนก็เริ่มดีขึ้น ตงฟางใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่ตนเหลืออยู่ประคองร่างของอู่หยวนขึ้นไปประทับอยู่บนแท่นบรรทม
นางพึมพำว่า
"ข้าสูญเสียลูกแก้วงูไปแล้ว พลังลดถอยลงมากครั้งนี้ข้าต้องไม่รอดแน่ "
นางรู้ดีว่านางคงมิอาจมีชีวิตรอดได้แล้ว
"หากข้าจะตาย ข้าก็ขอตายในที่ที่ข้าสามารถสงบจิตสงบใจได้มากที่สุดเถอะ"
นางตั้งใจที่จะไปละจิตสังขารของตนอยู่ที่ศาลาริมน้ำชวงเหอซึ่งเป็สถานที่ ที่ไม่มีผู้ใดเข้าออกอีกทั้งยังเป็พื้นที่เดียวบนแดน์ที่เป็ของนาง
นางพยายามเดินโซซัดโซเซออกมาจากตำหนักเซียงหวัง...ด้วยท่าทีที่อ่อนแรงอ่อนล้า
แต่ทว่าโชคชะตาก็ยังเข้าข้างนางในระหว่างที่นางกำลังจะหมดเรี่ยวแรงลงไปนั้น
เซียนจี๋เทพพยากรณ์ก็เข้ามายังเขตตำหนักเซียนหวังพอดี
"นี่เ้า...เหตุใดสภาพร่างกายของเ้าจึงหนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้"
ร่างกายของนางอิฐโรยเต็มที แต่นางก็ยังฝืนพูดประโยคหนึ่งว่า
"ท่านเทพท่านรีบเข้าไปช่วยเหลืออู่หยวนในตำหนักเถิด"
"ใช่"
"ที่ข้าเดินทางมายังตำหนักเซียงหวังก็เพื่อจะมาดูเ้าอู่หยวนนั่นแหละข้าได้ยินข่าวลือว่าอู่หยวนโดนแส้สายฟ้าอัสนีบาตอาการสาหัสข้าเป็สหายของเขามาเนิ่นนาน ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้อู่หยวนจะทำเื่ โง่เง่ายอมสละตนเองเพื่อปกป้องเ้า"
"เอาเถอะ ข้าไม่ขอพูดอะไรให้มากความข้าจะต้องรีบช่วยเ้าเสียก่อน มิเช่นนั้นเป็เ้านั่นแหละที่จะต้องร่างกายสลายเป็ฝุ่นผง"
เซียจี๋เทพพยากรณ์เร่งพาร่างของนางกลับเข้าสู่ตำหนักเซียงหวังใช้พลังเวทย์ตรวจสอบดูร่างกายของนาง
ถึงต้องผงะเมื่อพบว่าในร่างของนางเป็เพียงร่างว่างเปล่าที่มีดวงจิตริบหรี่กับพลังเวทย์อันน้อยนิด
"นางเป็ถึงนางพญางูอีกทั้งยังเป็สัตว์เทพของอู่หยวน เหตุใดร่างของนางจึงเป็เช่นนี้ล่ะ"
"ต้องมีอะไรผิดปกติที่ข้าไม่รู้แน่"
"เหตุใดร่างของนางจึงไม่มีลูกแก้วงูว่ากันว่าลูกแก้วงูเป็สิ่งวิเศษล้ำค่า"
เซียนจี๋เกิดความสงสัย
"หรือว่า"
" เพื่อช่วยเหลืออู่หยวนนางจะมอบลูกแก้วงูที่ล้ำค่าของตนให้อู่หยวน"
เพื่อไขข้อสงสัยให้กระจ่างเซียนจี๋ มิรอช้าใช้พลังเวทย์ร่ายตรวจสอบร่างกายของอู่หยวน
"ช่างน่าอัศจรรย์เสียจริงบัดนี้ลูกแก้วงูอันล้ำค่ากลับมาอยู่ในร่างของอู่หยวนเสียได้"
" ช่างเป็รักที่ลึกซึ้งเสียจริงทั้งสองต่างรักใคร่มีใจให้กันแต่เหตุใดจึงเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้มิเปิดเผยต่อกัน"
"ข้าช่างสับสนเสียจริง เห็นทีจะต้องนำเื่นี้ไปปรึกษากับท่านเทพโอสถเสียแล้ว"
"เอาล่ะ สิ่งเดียวที่ข้าจะช่วยทั้งสองคนนี้ได้มีเพียงรักษายื้อมิให้ดวงจิตของนางแตกสลายเสียก่อน"
"แล้วจึงค่อยดึงลูกแก้วงูกลับคืนสู่ร่างของนาง"
ทั้งนี้ต้องลำบากเทพพยากรณ์แล้ว เซียนจี๋ร่ายพลังเวทย์ของตนเพื่อรักษาตงฟางจนกระทั่งพลังของนางฟื้นคืนสู่สภาพปกติเซียนจี๋ไม่รอช้า...รีบดึงลูกแก้วงูออกจากร่างอู่หยวนผลักลูกแก้วงูกลับคืนสู่ร่างของตงฟาง
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้นเมื่อลูกแก้วงูไม่สามารถนำกลับคืนสู่ร่างของตงฟางได้
"ไม่สิ!!! ทำไมเป็อย่างนั้น ทำไมข้าไม่สามารถนำลูกแก้วงูกลับคืนสู่ร่างของนางได้"
เซียนจี๋รู้สึกคับข้องใจมาก จึงได้หายตัวไปที่ตำหนักของเทพโอสถเพื่อกล่าวสอบถามสิ่งนี้ ให้คลายข้อข้องใจ
เทพโอสถกล่าวไขข้อข้องใจว่า
"ลูกแก้วงูเป็ของวิเศษล้ำค่ามันจะเชื่อฟังเพียงแค่เ้าของของมันเท่านั้น หากเ้าของของมันไม่ยินยอมรับคืน...ต่อให้เง็กเซียน...ก็ไม่สามารถนำมันกลับคืนสู่ร่างของนางได้ "
*ขอบคุณที่อ่านจนจบ อย่าลืมติดตามเล่ม 2 น้าหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัย จะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นในครั้งต่อไปค่ะ