เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 62 การแก้แค้น

    ห้องประชุมใหญ่ตึกสกุลมู่ ,เมืองเซียงซี


        “พวกมันอยู่แต่ในบ้านที่มีอาเรย์ป้องกันแน่นหนามากการจะฆ่าจางเฉินไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”


         “เราต้องล่อให้พวกมันออกมาพวกเจ้าสืบประวัติทั้ง 6 คน จางเฉิน จางต้าไห่ ถังฟู่เฉิง ต้วนเฉิน หนิงชิงเอ๋อหนิงชิวเอ๋อ เราโจมตีพวกมันไม่ได้เราต้องมองดูครอบครัวพวกมันเพื่อให้จางเฉินออกมา”


        “การฆ่าในมหาลัยหรือในเมืองเป็นเรื่องผิดร้ายแรงมากเราต้องวางแผนมากกว่านั้น”


        “ดูธุรกิจครอบครัวของคนพวกนี้ เราจะเล่นพวกมันให้ล่มจมก่อนยังไงความแค้นครั้งนี้ต้องถูกชำระ”


        ผู้อาวุโสสกุลมู่และกลุ่มอัจฉริยะรุ่นเยาว์ต่างเข้าประชุมครอบครัวเพราะจางเฉินเป็นเหมือนหนามยอกอกหากปล่อยให้เติบโตต่อไปจะสร้างปัญหาให้กับสกุลมู่เป็นอย่างมาก


        จางเฉินและต้วนเฉินต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนานด้วยเรื่องราวต่างๆจนถึงบ้านก็แนะนำต้วนเฉินให้กับทั้ง 4 คน ฟูเฉิงนั้นรับอาสาให้ต้วนเฉินอยู่ด้วยเพราะฟู่เฉิงนั้นก็เป็นคนง่ายๆ ไม่เหมือนจางไห่ที่ห้องรกมากเต็มไปด้วยของกินมีแต่ความสกปรก เอกสาร ตำราต่างๆ กองเต็มห้องดูวุ่นวาย


        “ตระกูลมู่ไม่น่าจะรามือง่ายๆ เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร”


         “พวกเจ้าต้องแข็งแกร่งขึ้นก่อนตอนนี้พวกเราควรพากันฝึกยุทธและอยู่กันเงียบๆ ไปก่อน”


         “ตระกูลเจียงก็เงียบนะตอนไปสระวิญญาณเจียงจูนันแทบไม่พูดและหลบๆ ทำเหมือนไร้ตัวตนไปเลย”


         “ปัญหาค่อนข้างเยอะในสระวิญญาณข้าก็มีปัญหาของตัวเอง” พอพูดถึงจางเฉินก็จินตนาการภาพติดตาขึ้นมาทันใด


        ตั้งแต่พรุ่งนี้จางเฉินวางแผนที่จะช่วยเพื่อนๆของเขาฝึกฝนเพื่อให้สามารถดูแลตัวเองได้มากขึ้นตัวเขาเองนั้นจะต้องเดินทางต่อเพื่อหาทางแก้พิษเพราะตำราที่หาอ่านในวิทยาลัยเกี่ยวกับการแพทย์และการปรุงยานั้นยังอยู่เพียงระดับกลางเท่านั้น


         จางเฉินเข้าสู่มิติเพื่อหาสมุนไพรสำหรับปรุงยารวบรวมลมปราณให้กับทั้ง5 คน


         “เจ้าแข็งแกร่งขึ้นนะหลังจากเข้าดินแดนลับแล้ว เราควรเดินทางต่อเพื่อหาทรัพยากรจากนี้ไปการฝึกจะไม่ใช่เรื่องของเวลาอย่างเดียวถ้าเจ้าฝึกไปตามเวลาอาจจะเป็นร้อยปี พันปี นั่นช้าไป”


         “ข้าก็คิดเช่นนั้นแต่อย่างน้อยข้าก็ต้องดูแลเพื่อนข้าด้วย อุส่าเป็นเพื่อนกันแล้วจะทิ้งกันง่ายๆถึงตายข้าก็ยอม”


         “กรีน”จางเฉินเดินไปที่กรีนซึ่งฝั่งรากนอนอยู่หน้าบ้านเขามองจนทั่วพบว่าหยกทั้งหมดถูกกรีนกินไปแล้ว กรีนเปิดตาขึ้นมามองจางเฉินห้าวปากกว้างจนแทบจะดูดจางเฉินเข้าไปทั้งตัว


        “ความรู้ทั้งหมดมีอะไรเกี่ยวกับแก้พิษข้าไหม”


        “พิษนั้นไม่มีโดยตรงแต่อาจมีวิธี พลังวิญญาณท่านสูงขึ้นน่าจะสามารถรวบรวมความทรงจำนี้ได้”กรีนปล่อยแสงสีเขียวขนาดใหญ่พุ่งเข้าที่หว่างคิ้วของจางเฉิน


        จางเฉินรู้สึกเจ็บปวดในหัวมากรีบนั่งสมาธิเพื่อย่อยความรู้ที่ได้รับทันที นี่คือตำราเป็นหมื่นๆ เล่ม จากยุอดีตกว่าหมื่นปี


        “นิกายเก้าสุริยัน” “วิหารแห่งดวงอาทิตย์”“อีกาไฟทองคำ” “การตื่นสายเลือด” “การปลุกวิญญาณต่อสู้” “ยานพเก้า” “อาเรย์สวรรค์”“พันหลอมสร้างโลก” “เวทย์เบจธาตุ” ฯลฯ


       ความรู้มากมายนับไม่ถ้วนไหลซืบซับเข้าสู่ความทรงจำของจางเฉินเป็นความเจ็บปวดไปพร้อมกับความปิติยินดีของจางเฉินเองข้อมูลเหล้านี้ไม่ได้เป็นประโยชน์กับโสมแดงมากนัก ยกเว้น เวทมนตร์และอาเรย์การหลอมสร้าง การปรุงยา และศิลปะการต่อสู้มากมาย เมื่อหลอมรวมความทรงจำทั้งหมดก็นับได้ว่าจางเฉินเป็นปีศาจตัวเก่าที่อยู่มานานหลายพันปี


      “นิสัยเจ้าอาจจะเปลี่ยนไปด้วยความรู้ แต่ห้ามเด็ดขาดอย่าหยิ่งต่อหน้าพวกข้าไม่งั้นตาย” โสมแดงบ่นอยู่ไม่ไกล


       แต่ก่อนจางเฉินคิดว่ากลุ่มของโสมแดงจะไร้ประโยชน์คงได้แต่ช่วยทำไร่ ทำนาในมิติ แต่การเก็บเกี่ยวในครั้งนี้นับว่าได้เปิดประสบการณ์ใหม่ของมันเป็นอย่างมากทุกคนมีความสามารถเพียงแต่เรายังไม่ค้นพบเท่านั้น


       เมื่อหลอมรวมความทรงจำทั้งหมดแล้วจางเฉินจึงเข้าบ้านนอนพักผ่อนเพื่อคลายความตึงเคลียดของจิตวิญญาณ หลังจากพักฟื้นแล้วจางเฉินจึงตัดต้นไม้มาต้นหนึ่งเพื่อทำอาวุธสำหรับเพื่อนๆของเขาไว้ฝึกฝน


       ดาบไม้ กระบี่ไม้ ทวน มีดขวาน อย่างละ 10 ทำจากไม้เนื้อหนามีน้ำหนักสูงมากถึง 200 จินซึ่งจะทำให้ยากที่จะร่ายรำและฝึกฝน จางเฉินหยิบอาวุธที่ทำออกมาทีละชิ้นแล้วลองกวัดแกว่งดู


       “อย่างที่คิดข้ามีความเข้ากันได้กับดาบ ไม่ใช่กระบี่ โสมแดงต้องการให้ข้าฝึกกระบี่เพื่อเรียนรู้เจตนารมณ์กระบี่และเข้าถึงหัวใจกระบี่ แต่ข้าเป็นดาบ ดาบนั้นเน้นการโจมตีที่หนักแน่นส่วนกระบี่เน้นที่ความคล่องแคล้วว่องไว”


        จางเฉินกวัดแกว่งดาบอย่างต่อเนื่อง ปรากฏเป็นปราณดาบสี่สายกระแทกลงไปที่พืนดิน


        ตูมมมม


        ฝุ่นดินฟุ้งกระจายไปทั่ว  


        “ข้าผิดไปสินะ ข้าขอโทษจากนี้เจ้าฝึกศิลปะการต่อสู้ได้แล้ว นับได้ว่าพื้นฐานของเจ้าได้เติมเต็มแล้ว”


        “ไม่เป็นไรหรอกพี่โสมดาบและกระบี่ก็เกื้อหนุนกัน หากก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้ฝึกกระบี่ความสำเร็จของดาบก็ไม่ได้ง่ายดายแบบนี้ ชีวิตข้าส่วนหนึ่งท่านเป็นเหมือนอาจารย์แต่ท่านเป็นอาจารย์ไม่ได้หรอก เป็นเพื่อนมากกว่าเพราะท่านปากจัดมาก ด่าข้าตลอดๆ”


           จากเฉินออกจากมิติก็เช้าวันใหม่แล้วจึงลงไปทำอาหารกับชิวเอ๋อ และชิงเอ๋อ


          “แย่แล้ว” จางต้าไห่ทำหน้าตาตื่นวิ่งมาหาจางเฉิน


          “อ้วนต้าไห่เจ้าออกนอกบ้านไปหาเรื่องมาเหรอ”


          “ไม่ ไม่ ไม่ คนสกุลจางมาหาข้าที่หน้าบ้านพ่อข้าให้มาตามกลับบ้านแล้วก็เชิญเจ้าด้วย ตอนนี้เรามีปัญหาใหญ่มาก”

          

          "ปัญหาอะไรเจ้ารู้ไหม"

          

          "ไม่ คนที่มาตามข้าไม่ได้บอก"


          “ใจเย็นๆ ทานข้าวกันก่อน”


           ทั้ง 6คนต่างทานเข้ากันไปคุยกันไปเกี่ยวกับการฝึกฝนจางเฉินยังต้องการอุปกรณ์หลายอย่างเพื่อปลุกสายเลือด และปลุกวิญญาณต่อสู้ ปลุกทะเลวิญญาณ  เขาไม่ได้คิดเพื่อตัวเองอย่างเดียวแต่เพื่อคนรอบข้าง ยิ่งถ้าเป็นพลังวิญญาณถ้ามีความแข็งแกร่งก็จะเริ่มการรับรู้ การตอบสนองของระบบประสาท และในขั่นสูงสามารถโจมตีผู้อื่นได้ การต่อสู้ก็จะเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น


          สิ่งเหล่านี้มันไม่สามารถทำคนเดียวได้เขาต้องการทรัพยากรจำนวนมาก และช่างฝีมือคุณภาพสูงแต่เดิมเขาตั้งใจที่จะออกไปสมาคมกลั่นหลอม และสมาคมเภสักรอยู่แล้ว แต่ต้องเปลี่ยนเป้าหมายเป็นไปที่สกุลจางของเมืองเซียงซีก่อน

           

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน