"เชิญท่านทั้งสองแวะพักที่นี่เถิดเ้าค่ะ ลงเขาไปตอนนี้มันอันตรายนะเ้าคะ"
หันไปมองก็เจอกันผู้หญิงคนเดิมที่พาพวกเธอเข้าไปในห้องนั้นพูดด้วยใบหน้าใจดีดูไม่มีพิษภัยอะไรพวกเธอก็เบาใจลงไปได้บ้าง
"ถูกอย่างที่เขาบอกนะลิเราพักที่นี่เถอะฉันไม่กล้าเดินลงเขาไปตอนมืดๆแน่"
จิราพูดด้วยความกลัวมะลิเองก็เห็นด้วยเธอก็กลัวยิ่งมาต่างบ้านต่างเมืองด้วยอาจเกิดอันตรายไม่คาดคิดอย่างน้อยที่นี่ก็มีแต่ผู้หญิงอยู่กันคงไม่มีอะไร
"เชิญทางนี้เ้าค่ะ"
ผู้หญิงคนนั้นเดินพาทั้งสองมาที่ห้องที่เหมือนเอาไว้รับรองแขกที่อาจมีมาบ้างนานๆ ครั้งไม่ที่นอนก็เป็แบบชาวจีนเลยไม่มีอะไรแปลกไป
"ยังดีนะที่ห้องไม่หลอนมาก วันนี้อดเลี้ยงหมอไฟเพื่อนเลย"
จิราพูดด้วยความดีใจ ในความโชคร้ายก็ยังมีเื่ดี อีกทั้งที่นี่บรรยากาศดีมากถ้าตัดเื่ผีออกที่นี่เหมาะสำหรับพักผ่อนมาััธรรมชาติมากๆ
ก๊อกๆ
"ข้านำอาหารมาให้เ้าค่ะ"
ได้ยินแบบนั้นคนที่หิวมาทั้งวันอย่างมะลิก็รีบเปิดประตูออกไปรับถาดอาหารมาทันทีด้วยความดีใจ
"ขอบคุณนะคะ"
"หากกินเสร็จแล้ววางไว้ที่หน้าห้องได้เลยนะเ้าคะ ข้าขอเตือนเวลากลางคืนหากไม่จำเป็รบกวนคุณหนูทั้งสองอย่าออกจากที่พักนะเ้าค่ะ"
"ค่ะ"
มะลิรับคำทันทีไม่บอกเธอก็คงไม่ออกไปหรอกใครมันจะกล้าออกไป บรรยากาศน่ากลัวไม่พอคนยังน่ากลัวด้วยอีกต่างหาก
"อาหารอร่อยใช้ได้เลยนะลิ ว่าแต่ฉันลองหาข้อมูลดูคำว่า ฟางเหนียง ภาษาจีนแปลว่าผู้หญิงที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้อะไรแบบนี้ มันแปลกตรงที่มีความหมายคล้องจองกับชื่อภาษาไทยของเธอเลย มะลิก็หมายถึงดอกไม้หอมเย็นคล้ายๆกันเลย "
จิราบอกข้อมูลที่เธอเพิ่งหาจากเน็ตมาให้เพื่อน แม้สัญญาณมันจะขาดๆ หายๆแต่ก็พอดูได้อยู่จากนั้นก็หายไปเลย
"ฉันว่าแม่หมอคนนั้นมั่วเธอก็คิดจริงจังไปได้"
แม้จะสนใจในสิ่งที่เพื่อนรักพูดแต่จะให้สาวสมัยใหม่อย่างเธอเชื่อเื่กลับชาติมาเกิดอะไรแบบนี้รึไง มันไม่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย
"แต่ฉันเชื่อนะจากประสบการณ์ที่ดูดวงมาหลายที่มากๆ แกไม่เห็นเหรอเรายังไม่ได้บอกวันเดือนปีเกิดของเราให้กับแม่หมอท่านดูเลยนะ พูดแล้วยังขนลุกไม่หาย" จิราทำท่าสลัดขนจนมะลิอดจะหัวเราะกับท่าทีของเธอไม่ได้
"เวอร์เกินไปแล้วรีบกินรีบนอนเถอะพรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางกันแต่เช้า"
มะลิบอกเพื่อนสาวช่างจินตนาการของเธอ ทั้งสองทำตามที่ผู้หญิงคนดูแลคนนั้นบอกเอาถาดอาหารมาวางไว้ข้างนอกจากนั้นก็พอกันเข้านอน
เพล้ง!
ไม่รู้ว่าทั้งสองหลับไปนานมากแค่ไหนรู้แต่ว่าระหว่างที่มะลิกึ่งหลับกึ่งตื่นอาจเพราะแปลกที่อยู่ๆก็ต้องผุดลุกขึ้นด้วยความใ เมื่อได้ยินเสียงของตกมะลิคิดว่ามันคงเป็ถ้วยอาหารที่พวกเธอวางเอาไว้ข้างนอก
ตึกๆๆๆ
เสียงฝีเท้าและเสียงเหมือนผู้คนมากมายกำลังจอแจทำอะไรกันข้างนอกทำให้มะลิค่อยๆ ลุกขึ้นหันไปมองเพื่อนของเธอที่หลับสนิทอยู่เหมือนไม่ได้ยินเสียงดังลั่นข้างนอกเลย
ตอนแรกเธอก็กะจะเรียกแต่คิดดูอีกทีมันอาจจะไม่มีอะไรเลยตัดสินใจไม่กวนเพื่อนแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นไปเปิดประตูออกไปข้างนอกลืมคิดถึงเื่คำเตือนของหญิงสาวคนนั้นไปเสียสนิท
มะลิเดินออกมาข้างนอกมองไปยังแสงสว่างจ้าที่ออกมาจากห้องของแม่หมอคนนั้นด้วยความอยากรู้
"ที่นี่มีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอไฟฟ้าขึ้นมาไม่ถึงแน่ขนาดเมื่อตอนหัวค่ำพวกเธอยังจุดเทียนกินข้าวกันอยู่เลย " มะลิคิดสงสัย
'เหนียงเหนียงกลับมาหาข้าเถิดนะ ข้าคิดถึงเ้า ทำไมถึงไม่เป็ข้าที่ต้องจากไปทำไมถึงต้องเป็เ้า เหนียงเหนียงกลับมาหาข้าเถิดนะ กลับมา ข้าไม่อาจมีลมหายใจอยู่ได้หากไม่มีเ้า เหนียงเหนียงกลับมา"
เสียงนี้คืออะไรมีผู้ชายอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ แถมเสียงของเขาทำไมมันคุ้นหูเธอจังเลย ทำไมเสียงของชายคนนั้นเหมือนร้องไห้อยู่เลย เกิดอะไรขึ้น? น้ำเสียงนั้นทั้งทรมาน รัก โหยหา อาทร เ็ปความรู้สึกนี้มันถูกส่งมาจนถึงมะลิจนเธอรู้สึกได้ทุกอารมณ์ที่เกิดขึ้น
ความอยากรู้ของมะลิและเสียงเรียกที่ดึงให้หญิงสาวเดินเข้าไปราวต้องมนต์สะกดมือเรียวเปิดประตูออกช้าๆ แสงที่สว่างจ้ายิ่งเข้ามาในดวงตาจนเธอต้องยกขึ้นปิดป้องมองอะไรแทบไม่เห็นเลย
'เหนียงเหนียงกลับมาหาข้า มาหาข้าเถิดนะยอดรักของข้า'
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอามะลิถึงกับใจสั่นมันเป็ภาพชายร่างใหญ่ในชุดคล้ายนักรบโบราณที่เตรียมจะออกรบ ยื่นมือมาข้างหน้าเพื่อคว้าตัวเธอเอาไว้ แม้จะเป็เงาเพียงเลือนรางแต่มันกลับชัดเจนในความรู้สึกเธอมาก
ไม่รู้เป็เพราะอะไรทำให้หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปช้าๆ มองใบหน้าหล่อเหลาคมดุดันแต่แววตากลับโศกน่าสงสาร มือเรียวเล็กค่อยๆ ยกวางบนมือใหญ่ของชายคนนั้นอย่างเหม่อลอยไม่ได้สติ
ความรู้สึกข้างในตัวเธอมันทั้งรักทั้งเ็ป และโหยหาผู้ชายคนนี้เขาเป็ใครกันทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นเคยและรักเขามากมายขนาดนี้นะ
'เ้ากลับมาหาข้าแล้ว เหนียงเหนียงของข้า'
มุมปากของผู้ชายคนนี้ยกขึ้นเล็กน้อยแววตาดุมีชีวิตชีวามากขึ้นเห็นแบบนั้นมะลิเองก็อดที่จะยิ้มตามเขาไม่ได้
'ท่านพี่ข้ากลับมาแล้ว'
เสียงที่ออกมาจากปากของมะลิขนาดตัวเธอเองก็ยังมึนงงและแปลกใจ สิ้นคำชายปริศนาคนนั้นก็ดึงเธอเข้าไปกอดเอาไว้แน่นหญิงสาวััได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัย พร้อมกับค่อยๆหลับตาลงเมื่อสติของเธอค่อยๆเลือนรางและดับวูบไป
เข้าวันต่อมา
จิราตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ปวดเมื่อยไปทั่วตัวอาจเป็เพราะที่นอนที่นอนอยู่ไม่สบายตัว หญิงสาวค่อยๆลุกขึ้นมองไปรอบๆห้องก็ต้องใร้องเสียงดัง
กรี๊ดดด...
จะไม่ให้เธอใได้ยังไงเพราะรอบตัวเธอมีผู้คนมากมายรายล้อมเธอเต็มไปหมดแถมที่ที่เธอนอนอยู่ก็เก่าทรุดโทรมลงไปมากๆ จนน่าใ
ลักพาตัว...
"พวกคุณเป็ใครจับฉันมาทำไม แล้วเพื่อนของฉันอยู่ไหน" จิราโวยวายขึ้นเสียงดัง
"เดี๋ยวคุณคะอย่าเพิ่งโวยวายค่ะ เราไม่เห็นใครที่นี่นะคะนอกจากคุณ อีกอย่างพวกเราก็เป็ทัวร์มาจากประเทศไทยเหมือนกันกับคุณนะคะใจเย็นๆ "
หญิงสาวที่คาดว่าคงจะเป็ไกด์เข้ามาจับแขนจิราเอาแน่นพร้อมกับบอกในสิ่งที่เธอเห็นั้แ่มาถึงทุกคนที่รายล้อมจิราอยู่ก็ทำหน้าแปลกใจกับหญิงสาวคนนี้ต่างซุบซิบนินทากันถึงความแปลก
"ทุกคนในที่นี้ก็เป็พยานให้ได้นะคะว่าเราเห็นคุณนอนอยู่ในพิพิธภัณฑ์นี้คนเดียวและไม่รู้คุณมานอนได้ยังไงด้วยทั้งที่พิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิดเอง"
" !! "
จิราถึงกับใหน้าซีดกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อวานเธอปีนขึ้นเขามาเป็ลูกๆ เพื่อเข้ามาในบ้านของแม่หมอดูดวง แต่ผู้หญิงคนเมื่อกี้บอกเธอนอนอยู่ในพิพิธภัณฑ์งั้นเหรอ เป็ไปไม่ได้! มันเป็เื่ที่เกินกว่าเธอจะรับได้และเชื่อ!