"อะไรกัน?"
มือสังหารผมขาวผู้มีพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดถึงกับตกตะลึง
เคล็ดวิชาฝ่ามือน้ำแข็งนี้คือเคล็ดวิชาหลักของเขาอาศัยวิชานี้ แม้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ของเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับแปดเขาก็ยังมีกำลังพอที่จะต่อกร
ใครเล่าจะล่วงรู้ต้วนจื่อกลับสามารถรับมือกับการโจมตีนี้ได้โดยไม่ถูกความเย็นกัดกินช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก
มีเพียงมังกรตาเดียวผู้มีสายตาแหลมคมเท่านั้นที่สังเกตเห็นว่าขณะที่ฝ่ามือน้ำแข็งของมือสังหารผมขาวโจมตีเข้าใส่ต้วนจื่อดูเหมือนจะมีพลังลึกลับไร้รูปร่างก่อตัวขึ้นตรงหน้าต้วนจื่อช่วยสลายพลังความเย็นไปมากกว่าครึ่ง
ผู้ที่สามารถปลดปล่อยพลังปราณได้ถึงเพียงนี้ย่อมเป็นยอดฝีมือที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์หรือไม่ก็มีพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าแล้วไม่ผิดแน่
"ฉัวะ!"
เมื่อโจมตีไม่สำเร็จ ต้วนจื่อก็สวนกลับทันที
เมื่อกระบี่เทียนซิ่วปรากฏตัวกระบี่ก็ส่องประกายจ้า พลิ้วไหวอย่างไร้ทิศทางโหมกระหน่ำแปรเปลี่ยนเป็นเงาคมกระบี่ แผ่ซ่านทั่วบริเวณ
ขณะที่สายลมพัดโชยร่างของมือสังหารผมขาวขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้หยุดนิ่ง
หากพิจารณาดูดีๆจะพบว่าบริเวณลำคอของเขามีรอยกระบี่ปรากฏอยู่ตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ โลหิตสดๆไหลทะลักออกมาไม่หยุด
"เจ้า..." มือสังหารผมขาวผู้มีพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดอ้าปากหมายจะกล่าวบางอย่างทว่าความมืดมิดกลับกลืนกินดวงตา จนในที่สุดเขาก็ล้มลงหมดสภาพ
หลังจากจัดการเขาได้แล้ว ต้วนจื่อก็ไม่รีรอเงื้อกระบี่เทียนซิ่วกระหน่ำแทงออกไปอย่างต่อเนื่องรังสีสังหารแผ่ซ่านไปทั่วทั้งบริเวณ
" [เคล็ดกระบี่สายลม]!"
กระแสลมโชยมาแผ่วเบาผสานเข้ากับพลังกระบี่ไร้รูปร่างดุจสายลม
ผู้คนรับรู้ได้ถึงสายลมทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความคมกริบของกระบี่ ภายนอกดูอ่อนโยนไร้พลังภายในกลับแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจ
เงากระบี่ถาโถมเข้าหามือสังหารขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดที่เหลืออีกสองคนจากทุกทิศทางหลบเลี่ยงไม่ได้ ซ่อนตัวก็ไร้ผล
ทั้งสองหลบหลีกไม่ทัน ปัดป้องไม่ไหวจึงถูกเงากระบี่กลืนกินเข้าไปโดยตรง
"ฉึกๆๆ ..."
เสียงเฉือนบาดผิวหนังดังขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านไปครู่ใหญ่บนพื้นก็ปรากฏร่างสองร่างที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากคมกระบี่โลหิตแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่หยุด
ไม่ถึงห้านาทีมือสังหารขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดทั้งสี่ก็มิอาจรอดชีวิต
เหล่าลูกสมุนของลวี่จื่อฮั่นแทบจะสิ้นชีพไปแล้วทั้งกอง
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีผู้ใช้สังหารผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดไปสี่คนสำเร็จการสังหารหมู่+เพลงกระบี่สังหาร แสดงสุดยอดวิชาต่อเนื่องสองครั้งได้รับค่าเทียนซิ่ว+2,800!]
ด้านข้างเจ้าสุนัขรับใช้ได้เห็นเรื่องราวทั้งหมดก็ถึงกับเหงื่อท่วมตัว แผ่นหลังเปียกชุ่มฟันกระทบกันจากความหวาดกลัวที่ได้ประจักษ์เบื้องหน้า
การที่สามารถจัดการมือสังหารทั้งสี่คนได้โดยไม่ติดขัดนั่นบ่งบอกว่าพลังของต้วนจื่อนั้นแข็งแกร่งเกินไปแล้วไม่ใช่หรือ?
ลวี่จื่อฮั่นเองก็ตกใจแทบสิ้นสติความหวาดหวั่นเริ่มคืบคลานเข้ากัดกินจิตใจ
สิ่งที่เขาพึ่งพิงได้คือเหล่าลูกน้องขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดทั้งสี่ซึ่งบัดนี้ถูกต้วนจื่อกำจัดสิ้นมิเพียงเท่ากับเงินทองที่ใช้เลี้ยงดูมาหลายปีสูญเปล่าแต่ยังหมายความว่าเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายถูกต้วนจื่อควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด
ขณะที่เห็นต้วนจื่อย่างกรายเข้ามาเขาก็รีบร้องตะโกนไปยังทิศทางของฟู่ลั่วปา "คุณชายฟู่โปรดช่วยข้าที หากสำเร็จแล้ว ข้าขอเสนอหญิงคณิกาทั้งสองให้ท่านโดยไม่คิดเงิน"
ทว่าหลังจากได้ยินข้อเสนอดีๆ เช่นนั้นฟู่ลั่วปากลับเมินเฉย แสยะยิ้มเยาะ
ลวี่จื่อฮั่นคิดว่าเขาเป็นคนโง่เง่าหรืออย่างไร?
เมื่อครู่ภาพที่ต้วนจื่อจัดการมือสังหารสี่คนลงอย่างง่ายดายนั้นเป็นที่ประจักษ์เช่นนั้นแล้วพลังของต้วนจื่อจะต้องอยู่ในขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับแปดเป็นอย่างน้อยมิหนำซ้ำอาจก้าวเข้าสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าแล้วด้วยซ้ำ
หากเขาลงมือแทนลวี่จื่อฮั่นละก็ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างจากลูกน้องทั้งสี่ที่ตายไป
ท้ายที่สุดพลังฝีมือของเขาก็อยู่ในขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดผนวกกับเคล็ดวิชาและกระบวนท่าก็อาจจะอยู่ในขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับแปดเท่านั้นหากต้วนจื่อแกร่งกว่าขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับแปดแล้วการต่อสู้กับอีกฝ่ายย่อมเท่ากับพาตัวเองไปสู่ความตาย
"ข้าเพิ่งนึกได้ว่าต้องรีบไปหาลุงใหญ่ที่บ้านลุงรองเพื่อบอกท่านลุงสามว่าท่านลุงสี่ถูกท่านลุงห้าหลอกไปขโมยเงินทองหมื่นเหรียญที่ท่านลุงเจ็ดฝากไว้ในตู้เสื้อผ้าของท่านลุงแปดที่ท่านลุงเก้ายืมท่านลุงสิบมาจ่ายค่าแรงให้ท่านลุงสิบเอ็ด เรื่องมันยาว!ขอลาไปก่อน!"
กล่าวจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่รีรอไม่นานก็หายลับไปจากชั้นใต้ดิน
เมื่อเห็นคุณชายแห่งตระกูลฟู่หนีไปแล้วผู้คนจำนวนมากก็ทำตามเช่นกัน ถอยห่างออกจากที่แห่งนี้เพื่อเอาตัวรอด
ในพริบตาบริเวณชั้นใต้ดินก็เหลือเพียงแต่คณิกาบางส่วน
"ให้ตายสิ เจ้าพวกขี้ขลาดตาขาว!"ลวี่จื่อฮั่นสีหน้าดำมืด คำรามด้วยความโกรธ
ก่อนที่เขาจะได้ทันคิดหาหนทางอื่นใดร่างของต้วนจื่อก็ปรากฏตัวตรงหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับเท้าที่เหวี่ยงมาอย่างรุนแรง ปราศจากโอกาสให้หลบหลีก
"ตูม..."
ร่างของลวี่จื่อฮั่นถูกเตะจนกระเด็นออกไปชนกับโต๊ะที่อยู่ห่างไปหลายเมตรศีรษะบิดเบี้ยว สิ้นสติในทันที
ต้วนจื่อมิได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้นหากแต่ก้าวเดินไปยังร่างที่สลบไสลของลวี่จื่อฮั่นแล้วเหยียบลงที่บริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง
"อ๊าก!"
ลวี่จื่อฮั่นคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดสติสัมปชัญญะค่อยๆ ฟื้นคืนมาอย่างเชื่องช้า
ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือดวงตาอันมืดมิดของต้วนจื่อเขาจึงได้แต่ถอยหลังหนีอย่างหวาดผวา
"เจ้า... เจ้าคิดจะทำอะไร?"
“ข้าเตือนเจ้าแล้ว!เจ้าต้องรับกรรมที่เจ้าก่อ!” ต้วนจื่อเหยียบย่ำซ้ำ
การที่ต้องมาเสี่ยงชีวิตเช่นนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะลวี่จื่อฮั่นที่ผ่านมาเจ้าของร่างเดิมเคยมีความขัดแย้งกับคนผู้นี้มาก่อนเป็นเรื่องที่เขาต้องสะสาง
“ต้วนจื่อ ข้าขอเตือนเจ้านี่คืออาณาเขตของตระกูลลวี่ เจ้าคร่าชีวิตคนตระกูลลวี่มากมายถึงเพียงนี้หากวันนี้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปเจ้าต้องถูกทหารของเมืองจื่อหรานไล่ล่าอย่างแน่นอน!”
ต้วนจื่อไม่ใส่ใจ น้ำเสียงเฉยเมย"ที่หอเหมันต์จันทราทำการซื้อขายคณิกาอย่างเปิดเผยซ้ำยังลักพาตัวหญิงสาวอย่างไม่ละอายข้าสังหารคนก็เป็นเพียงการช่วยเหลือหญิงสาวจากหายนะอันเลวร้ายส่วนตระกูลลวี่ของพวกเจ้า...จักต้องถูกประณามไปตลอดกาล!”
ขณะที่กล่าวเท้าของเขาก็ย่ำลงบนท้องของลวี่จื่อฮั่นอีกครั้ง
"อ่อก"
แรงมหาศาลถาโถมเข้ามาทำให้ท้องไส้ของลวี่จื่อฮั่นปั่นป่วน ทั้งโลหิตและเศษอาหารไหลพรั่งพรูทำเอาผู้คนขยะแขยง
ไม่เคยมีครั้งใดที่ลวี่จื่อฮั่นต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาถึงเพียงนี้ความอัปยศที่ได้รับนั้น เมื่อรวมเข้ากับความเจ็บปวดทำให้เขาราวกับตกอยู่ในฝันร้ายที่มิอาจตื่น
และผู้ที่กระทำทั้งหมดนี้ก็คือต้วนจื่อ!
ความเจ็บปวด ความโกรธ ความเคียดแค้น...
อารมณ์ที่บิดเบี้ยวถาโถมเข้าใส่ทำให้ลวี่จื่อฮั่นร้องคำรามออกมาอย่างดุร้าย
"ต้วนจื่อ เจ้ามันมากเกินไปแล้ว!"
"โอ้?" ต้วนจื่อคว้าคอลวี่จื่อฮั่นขึ้นมายกเขาขึ้นกลางอากาศ
"ข้าฟังไม่ชัดเจ้าพูดใหม่อีกครั้งสิ!"
ความรู้สึกอึดอัดแผ่ซ่านทำให้ลวี่จื่อฮั่นหน้าแดงก่ำขยับร่างกายอย่างทุรนทุราย ร่างกายกระตุกราวกับปลาที่กำลังขาดน้ำ
สายตาที่ส่อแสดงความหวาดกลัวต่อความตายกลับแฝงไว้ด้วยความอาฆาตมาดร้ายคิดจะฉีกต้วนจื่อออกเป็นชิ้นๆ
"สัมผัสถึงความเจ็บปวดแล้วหรือยัง?"ต้วนจื่อสบตาลวี่จื่อฮั่น แล้วออกแรงบีบคอมากยิ่งขึ้น
ในชาติก่อนเขาไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวถูกความจริงอันโหดร้ายกัดกินจิตใจหาความหมายของชีวิตไม่ได้
ในชาตินี้สิ่งที่เขาเฝ้ารอคอยนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมแม้จะรู้จักกับต้วนเยว่เอ๋อร์ได้เพียงไม่กี่วันแต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความรักความห่วงใยที่คนในครอบครัวมอบให้ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดราวกับเลือดเนื้อเชื้อไขช่วยเติมเต็มความฝันที่เขาโหยหามานาน
สิ่งที่สำคัญยิ่งยวดยิ่งต้องทะนุถนอมรักษาด้วยสองมือ มิฉะนั้นก็จะสูญเสียไปในพริบตาเมื่อรู้ตัวอีกทีก็จะเหลือเพียงความเจ็บปวดในหัวใจ เพราะห่วงใยมากเกินไป!
"ปล่อย...ปล่อยข้า..." ลวี่จื่อฮั่นขาดอากาศหายใจ สองตาเหลือกถลน น้ำเสียงแหบพร่า
ต้วนจื่อเมินเฉย
เขากวาดสายตาไปรอบๆมองเห็นแต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเหล่าคณิกาทว่ากลับมีความสะใจอย่างยิ่งในแววตาเหล่านั้น
พวกนางถูกลวี่จื่อฮั่นและพวกพ้องกักขังขาดอิสระ เมื่อเขาสังหารลวี่จื่อฮั่นปมแค้นที่ฝังลึกในจิตใจของพวกนางจึงได้ถูกปลดปล่อย
"สังหาร... สังหารเขาเลย!"
ในขณะนั้นเอง หญิงคณิกานางหนึ่งก็ตะโกนออกมา
สองมือของนางสั่นเทา ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำความเคียดแค้นที่เก็บกดไว้มานานถึงคราวระเบิดออก
จากนั้นหญิงคณิกาทั้งหลายก็ส่งเสียงออกมาพร้อมเพรียงกันอ้อนวอนให้ต้วนจื่อสังหารลวี่จื่อฮั่นเพื่อล้างแค้น
"พวกเจ้า.... พวกเจ้ามัน..."ลวี่จื่อฮั่นกัดฟันคำรามด้วยความยากลำบากสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวสุดขีด
ต้วนจื่อคลายมือออกเล็กน้อยแล้วชูกระบี่ขึ้น
"ในเมื่อผู้ที่มีอำนาจอยู่เหนือกฎหมายทำร้ายผู้ที่ไม่มีทางสู้ ข้าในวันนี้จึงต้องผดุงความยุติธรรมช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีทางสู้นำความชั่วร้ายลงสู่ห้วงนรก"
ในระหว่างที่กล่าวกระบี่เทียนซิ่วก็ตวัดไปที่หัวใจของลวี่จื่อฮั่น
"ไม่... อย่า!"
"ฉึก!"
ขณะที่กระบี่กำลังจะแทงทะลุร่างของลวี่จื่อฮั่นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นมีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งเข้ามาปัดป้องกระบี่เทียนซิ่วไว้
ต้วนจื่อหยุดชะงัก มองไปยังผู้ที่ลงมือพบว่าเป็นมังกรตาเดียว
"ท่านก็อยากตายงั้นหรือ?"
มังกรตาเดียวส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วอธิบายว่า"คุณชายโปรดอย่าเข้าใจผิด ข้ามิได้มาช่วยตระกูลลวี่เพียงแต่ต้องการเตือนท่านว่า หากท่านสังหารลวี่จื่อฮั่นไปในวันนี้ก็คงยากที่จะยืนหยัดอยู่ในเมืองจื่อหราน"
"ท่านคิดว่าข้ากลัวพวกตระกูลลวี่ที่เล็กจ้อยนี่หรือ?"
มังกรตาเดียวถอนหายใจ"คุณชาย ตระกูลลวี่นั้นเล็กก็จริงแต่พวกเขากลับมีความสัมพันธ์อันดีกับหลายตระกูลแล้วลวี่ฉาเปี่ยวก็กำลังจะแต่งงานกับต้วนเตียว บุตรชายของผู้นำตระกูลต้วนเท่ากับว่าตระกูลลวี่ก็มีตระกูลต้วนคอยหนุนหลัง หากจะให้ดี ควรเหลือทางไว้บ้าง"
การกระทำในตอนนี้ของเขาเหมือนกับการพูดไกล่เกลี่ยประนีประนอมให้ทั้งสองฝ่าย
หนึ่งคือช่วยให้ลวี่จื่อฮั่นรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชได้รับความดีความชอบจากตระกูลลวี่
สองคือเตือนสติให้ต้วนจื่อรู้ถึงสถานการณ์เพื่อที่จะได้ผูกมิตรด้วยอีกทาง
จัดการทุกอย่างได้ด้วยการกระทำเดียวยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
"ท่านผู้นี้พูดถูกแล้วต้วนจื่อก่อนจะฆ่าข้า เจ้าควรชั่งน้ำหนักตนเองเสียก่อนด้วยสถานะที่ถูกทอดทิ้งของเจ้าในตระกูลต้วน หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆตระกูลต้วนจะไม่เพียงแต่ไม่ปกป้องเจ้า แต่ยังจะช่วยตระกูลลวี่กำจัดเจ้าด้วยซ้ำ"ลวี่จื่อฮั่นพยายามตะเกียกตะกายออกจากห้วงความตายคิดจะทำให้ต้วนจื่อหวาดกลัวจนต้องเปลี่ยนใจ
มังกรตาเดียวถึงกับอึ้งไป
อะไรกัน?
ผู้ที่อยู่ตรงหน้าคือคนไร้ประโยชน์ที่ถูกลืมเลือนต้วนจื่อหรือ?
ล้อเล่นกันอยู่ใช่ไหม?
เมื่อเดือนที่แล้วเขายังได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องของต้วนจื่ออยู่เลยไฉนจึงได้เปลี่ยนจากคนโง่มาเป็นยอดฝีมือที่มีพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับแปดถึงระดับเก้าไปได้?
นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย!
ในขณะที่มังกรตาเดียวกำลังจมอยู่ในความคิดต้วนจื่อก็สะบัดมือ กระบี่พุ่งทะลวง ปิดฉากชีวิตของลวี่จื่อฮั่นในทันที
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีผู้ใช้สังหารคนสารเลวคนหนึ่งสำเร็จ การลงทัณฑ์เพื่อกำจัดคนชั่ว+สังหารสำเร็จการแสดงต่อเนื่องสองครั้ง ได้รับค่าเทียนซิ่ว+666!]
เจ้าสุนัขรับใช้ที่อยู่ด้านข้างถึงกับแข็งทื่อตกอยู่ในภวังค์
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ในขณะที่มังกรตาเดียวพยายามเกลี้ยกล่อมเตือนถึงข้อดีข้อเสีย ไฉนต้วนจื่อจึงยังคงสังหารลวี่จื่อฮั่นลงได้?
คนผู้นี้ไม่กลัวการแก้แค้นของตระกูลลวี่จริงหรือ?
"แม้แต่ต้วนเอ้อร์ข้ายังทำลายตบะมันมาแล้วกับแค่มดปลวกอย่างพวกเจ้า เหตุใดข้าต้องกลัว?" ต้วนจื่อเหลือบมองศพของลวี่จื่อฮั่นก่อนจะเก็บกระบี่เทียนซิ่วเดินไปยังสุนัขรับใช้ขู่ให้มันนำเงินทองทั้งหมดในชั้นใต้ดินออกมา
เมื่อเห็นเหรียญทองมากมายวางเรียงรายอยู่ภายในถุงผู้คนต่างตาลุกวาว
เงินจำนวนนั้นมีมูลค่ากว่าหมื่นเหรียญทอง!
ต้วนจื่อนำเก้าอี้มานั่งลงมองไปยังคณิกาที่เหลืออยู่พลางกล่าว "ให้จะพวกเจ้ามาเข้าแถวรับเงินหากรับเงินแล้วจงไปจากที่นี่เสีย จงซ่อนตัว จงอย่ากลับมายังสถานที่โสมมแห่งนี้อีก"
เมื่อได้ยินดังนั้นเหล่าคณิกาก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพากันกรูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ต้วนจื่อหยิบเงินออกมาแจกจ่ายไม่มียั้งแต่ละคนได้รับไปคนละหลายสิบเหรียญทอง
"ท่านผู้มีพระคุณ ข้าขอบคุณท่าน!!!"เหล่าคณิกาพากันร่ำไห้ขอบคุณ จากนั้นก็รีบเดินจากไปปลดปล่อยตนเองจากความทุกข์ทนอันแสนยาวนาน
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีผู้ใช้สำเร็จการช่วยเหลือสาวน้อยผู้บริสุทธิ์จากห้วงนรกการแสดงความเมตตากรุณาดั่งพระโพธิสัตว์ได้รับค่าเทียนซิ่ว+666!]
เงินที่เหลือ ต้วนจื่อก็โยนให้แก่เหล่าคนงานจากนั้นจึงเดินไปหาต้วนเยว่เอ๋อร์
เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อยของอีกฝ่ายเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด
“ขอโทษด้วยนะท่านพี่ข้าปล่อยให้ท่านตกอยู่ในอันตราย”
หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้เขามีความขัดแย้งกับลวี่จื่อฮั่นละก็เรื่องเช่นนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น และต้วนเยว่เอ๋อร์ก็จะไม่ต้องเผชิญกับเรื่องเช่นนี้
"ไม่เป็นไรขอแค่เจ้าปลอดภัยดีก็พอแล้ว" ต้วนเยว่เอ๋อร์ยกมือปิดปากแสร้งทำเป็นยิ้มแย้ม
"ท่านคลื่นไส้หรือ?"
"นิดหน่อยน่ะ" ต้วนเยว่เอ๋อร์แสดงสีหน้าอึดอัดออกมา
ฉากนองเลือดเมื่อครู่กระตุ้นประสาทสัมผัสของนางอย่างรุนแรงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้ท้องไส้นางปั่นป่วน
ต้วนจื่อแตะบ่าของต้วนเยว่เอ๋อร์เบาๆกล่าวว่า"ออกไปข้างนอก แล้วพักผ่อนสักหน่อยก็คงจะดีขึ้น"
ระหว่างที่กล่าวเขาก็ช่วยประคองโม่ลั่วฮว่าเดินนำออกไป
ต้วนเยว่เอ๋อร์ไม่กล้าที่จะอยู่ต่อนานรีบก้าวตามต้วนจื่อไปติดๆ
เมื่อมองไปยังแผ่นหลังของทั้งสามมังกรตาเดียวก็ถอนหายใจหนักๆ ออกมา
ต้วนจื่อกระทำทุกอย่างอย่างเหี้ยมโหด!
ดูท่าแล้ว นับจากวันนี้ไปเมืองจื่อหรานคงจะร้อนระอุเป็นไฟ...