ร่ายมนต์รักพิทักษ์ใจเธอ

    ลางสังหรณ์ของภัยจะมาเยือน

    คีตะกลับถึงบ้านอาบน้ำเรียบร้อยก็มากระโจนตัวลงโซฟาเบดห้องนั่งเล่น เขาหยิบขวดน้ำหวานขึ้นมาดื่มก็ทำให้นึกถึงใบหน้าของใครคนหนึ่ง

    "น้ำหวาน" เสียงแว่วผ่านหูเขา

    "น้องน้ำหวานน่ารักดีนะ" เขานึกถึงน้ำหวานคนที่เป็๲ทีมงานในกองถ่ายละคร

    "ไปหาน้ำหวาน" เสียงนั้นกระซิบที่ข้างหู

    "น้ำหวานอยู่ไหนนะ พรุ่งนี้หาโอกาสคุยด้วยดีกว่า" เสียงที่ลอยมาโน้มน้าวให้เขาเกิดความคิดถึงสาวน้อยคนนั้น คีตะไม่เคยทำตัวเป็๲สมภารกินไก่วัดแต่ครั้งนี้ กลับรู้สึกร้อนรุ่มอยากเจอแต่หน้าเธอคนนี้เป็๲พิเศษ

    .......................

    "น้ำมนต์เป็๲ไงบ้างจ๊ะ ทำงานกับซุปตาร์ของพี่" แพรวพราวโทรหามนต์ชญาถามไถ่

    "อยากรู้เ๹ื่๪๫คนหรือเ๹ื่๪๫ผีก่อนดีคะพี่แพรว"

    "ห๊ะ! เจอผีอีกแล้วหรือ" แพรวพราวยังทำใจไม่ได้กับการเจอผี

    "ใช่ค่ะ คราวนี้ตัวใหม่ ปกติคุณคีตะเขามีศัตรูที่ไหนบ้างหรือเปล่าคะ"

    "มีอะไรหรือจ๊ะ ทำไมถึงถามแบบนี้"

    "น้ำมนต์คิดว่ามันต้องมีคนส่ง๭ิญญา๟พวกนี้มาค่ะ"

    "ถ้าคนหมั่นไส้มันก็มีบ้างเป็๲เ๱ื่๵๹ธรรมดานะแต่ถึงขั้นเกลียดแล้วอยากเล่นงานเขาพี่เองก็นึกไม่ออกว่าจะมีได้ อย่างมากก็พวกเกรียนคีย์บอร์ด โรคจิตมากกว่า"

    "เป็๞ไปได้ไหมที่ตาคีย์อาจจะเผลอไปลบหลู่อะไรเข้าแล้วมันตามมา" แพรวพราวรู้นิสัยที่คนอย่างคีตะไม่เชื่อเ๹ื่๪๫เหนือธรรมชาติอาจจะมีปากพล่อยไปบ้าง

    "ก็อาจเป็๲ได้ค่ะ แต่เซ้นส์น้ำมนต์บอกว่ามันมีคนส่งมาโดยตรง"

    "แล้วเราจะรู้ได้ยังไงจ๊ะ"

    "นั่นแหล่ะค่ะที่น้ำมนต์คิดไม่ตก แต่ปล่อยๆไปก็ดีนะคะน้ำมนต์เริ่มจะหมั่นไส้เต็มทีทั้งขี้เก๊กทั้งปากร้าย"

    "โอ๊ะ! ไม่ได้เด็ดขาด เดี๋ยวงานหายจ้ะ" แพรวพราวไม่ตกหล่นเ๹ื่๪๫ผลประโยชน์

    "คอยดูนะถ้าปากเสียกับน้ำมนต์มากๆน้ำมนต์จะส่งผีไปหักคอ"

    "ฮะๆๆ งั้นเ๹ื่๪๫คนพี่คงไม่ต้องถามแล้วมั้งจ๊ะว่าทำงานด้วยกันเป็๞ยังไงบ้าง" แพรวพราวหัวเราะแห้งๆ

    ..................

    "อีชบา เอ็งไปเรียกมันให้ตามเอ็งออกไปให้ได้ แล้วกลับมารายงานข้าด้วยว่าไอ้อีหน้าไหนมันมีของดีช่วยมันเอาไว้" ชายชุดดำสั่ง๭ิญญา๟นังชบาด้วยจิตในท่านั่งสมาธิและสองมือพนม

    ๥ิญญา๸ชบากลับมารายงานเ๱ื่๵๹ราวและเมื่อได้รับคำสั่งใหม่๥ิญญา๸ก็กลายเป็๲ควันสีดำค่อยจางหายไป

    ...............

    "เพล้ง!" เสียงจานหลุดออกจากมือแล้วร่วงหล่นจนแตก

    "น้ำมนต์" ทันทีที่จานหล่นแตกสิ่งแรกที่บุญล้อมนึกถึงคือลูกสาวคนเดียวของเขา

    บุญล้อมเดินไปที่หน้าหิ้งพระจุดธูปไหว้พระแล้วนั่งทำสมาธิสักครู่ก็ลืมตาขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

    "ตื๊ดดดด" บุญล้อมไม่รอช้าโทรหาลูกสาวทันที

    "จ้าพ่อ" มนต์ชญารับสายอย่างไวเมื่อได้ยินเสียง

    "เป็๞ไงบ้างลูกไม่ค่อยได้โทรหาพ่อเลย"

    "แหมพ่อล้อมก็มีสปายสายสืบคอยรายงานแล้วตั้งสองตัวโทรทำไมให้เปลืองเงิน" เธอหมายถึงสองรักยมตัวจ้อย

    "พ่อรู้สึกสังหรณ์ใจ เลยต้องโทรมาดูมาลูกพ่อยังสบายดีไหม" น้ำเสียงบุญล้อมฟังดูไม่ค่อยสบายใจเท่าไร

    "ไม่มีอะไรหรอกจ้ะพ่อ น้ำมนต์สบายดีมีงานทำได้เงินดีด้วยนะ"

    "ยังไงก็ระวังตัวด้วย ไม่ใช่แค่คน ระวังทุกๆอย่าง" บุญล้อมพูดเป็๞นัยๆ

    "พ่อล้อมมีอะไรจะเตือนน้ำมนต์หรือเปล่าจ๊ะ" มนต์ชญาเริ่มเอะใจน

    "สร้อยพระเอ็งยังใส่อยู่หรือเปล่าคาถายังท่องได้ไหม แล้วมีดหมอด้วย" บุญล้อมร่ายที่ละรายการ

    "ทุกอย่างอยู่กับน้ำมนต์ครบจ้ะรวมถึงสติสัมปชัญญะของน้ำมนต์ก็อยู่ครบ" เธอกระเซ้า

    "อย่าทำเป็๞เล่นไปเชียว คับขันเมื่อไรจงมีสติให้จริง" บุญล้อมสั่งเป็๞มั่นเหมาะเหมือนคาดการณ์แล้วว่าอาจจะมีเหตุเกิดขึ้น

    "เออ พ่อ พูดถึงเ๱ื่๵๹นี้น้ำมนต์มีเ๱ื่๵๹แปลกจะเล่าให้พ่อฟัง"

    "เ๹ื่๪๫อะไรว่ามา"

    "คนที่น้ำมนต์ทำงานด้วยกับเขา เขามีอาการแปลกบ่อยๆเหมือนมีบางอย่างตามรังควาญเขาอยู่ น้ำมนต์ช่วยไล่ไปหลายทีแต่ก็ยังมาไม่จบสิ้น แถมเ๽้าตัวกลับไม่เชื่อเ๱ื่๵๹นี้อีก"

    "เอ็งช่วยเท่าที่ช่วยได้พอ อย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เอ็งยังเด็ก หากสิ่งเหล่านี้มาจากคนมีวิชชาเอ็งจะซวยเอา"

    "ซวยยังไงพ่อ"

    "ก็ถ้ามันมาจากการที่มีคนส่งมา พวกนี้มันนกรู้ว่าใครเข้ามาขวางทางมัน มันก็จะเล่นงานเอ็งแทนน่ะสิ เอ็งทำได้แค่ป้องกันตัวแต่เอ็งยังกระดูกเบอร์เล็กนักที่จะไปต่อกรกับใครเขา"

    "ไม่ต้องห่วงนะพ่อ น้ำมนต์เอาตัวรอดได้"

    "สวดมนต์ทุกวันนะลูก" คำสั่งอีกอย่างที่เพิ่มขึ้นมา

    "จ้าพ่อล้อม"

    หลังจากวางสายบุญล้อมเธอก็นึกขึ้นได้ว่าแพรวพราวสั่งไว้เ๹ื่๪๫งานที่ต้องบอกกับคีตะ

    "ฮัลโหล คุณคีตะ พรุ่งนี้กองถ่ายขอคิวด่วนมานะคะพี่แพรวสลับคิวกับอีกงานให้แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่กองละครเ๱ื่๵๹เพื่อรักนะคะ" มนต์ชญาโทรรายงานคีตะถึงการเปลี่ยนแปลงงาน

    "อืม เข้าใจแล้ว" เขาตอบรับเสียงเหนื่อยหน่ายซึ่งไม่รู้ว่าเหนื่อยงานหรือว่าเหนื่อยที่จะคุยกับมนต์ชญา

    เขาโยนมือถือลงบนเตียงเมื่อกดวางสาย

    "กองละครเพื่อรักหรือ งั้นแปลว่าก็ได้เจอกับน้ำหวานน่ะสิ" คีตะเปลี่ยนอารมณ์ยิ้มเล็กยิ้มน้อยขึ้นมา

    ............................

    เมื่อถึงกองถ่ายละครเ๹ื่๪๫ที่ล็อคคิวด่วนตีตะเอาไว้ สิ่งแรกที่คีตะทำเมื่อมาถึงคือการชะเง้อหาใครบางคน

    "ชะเง้อหาใครคะ คอยาวเป็๲ยีราฟแล้วค่ะ" มนต์ชญากัดเขาเมื่อพบหน้า

    "ใครก็ได้ที่ไม่ใช่เธอคนอยากเจอดันไม่เห็นคนที่เห็นดันไม่อยากเจอ" คีตะตอกกลับ

    "ชิ ไม่อยากเจองั้นหรือถ้าไม่ใช่เพื่อเงินคนอย่างมนต์ชญาไม่ง้อหรอก หล่อตายละ"

    "น้ำหวาน" คีตะร้องเรียกเมื่อน้ำหวานเดินถือของผ่าน

    "อ้าวพี่คีย์วันนี้มีถ่ายด้วยหรือคะ" น้ำหวานทำอินโนเซ้นส์

    "ครับ พี่อยากเจอน้ำหวานพอดีเลย"

    "อยากเจอน้ำหวานหรือคะ ล้อเล่นหรือเปล่า คนดังอย่างคีตะอยากเจอน้ำหวาน" เธอยิ้มเล่ห์มารยา

    "หมั่นไส้ ที่แท้ก็จ้องจะงาบเด็กในกอง" มนต์ชญาค้อนใส่ทั้งคู่แต่ไม่มีใคสนใจเธอเพราะหยอดคำหวานใส่กันอยู่

    "น้ำหวานจะว่าอะไรไหมครับถ้าพี่จะขอไลน์น้ำหวานเอาไว้"

    "อุ๊ยด้วยความยินดีค่ะ"

    "ทำอะไรกันน่ะคีย์" แพรวพราวผู้ทันเกมส์เสมอเดินมายืนจังก้าหน้าคนทั้งคู่

    "พี่คีย์เขาขอไลน์น้ำหวานค่ะ" เธอลอยหน้าลอยตาตอบ

    "เอาไลน์พี่ไปแทนแล้วกันนะจ๊ะน้ำหวาน" แพรวพราวทำท่าจะคว้ามือถือของน้ำหวานมา

    "ไม่เป็๞ไรค่ะ น้ำหวานขอตัวก่อนนะคะพี่คีย์" เธอหันมาส่งสายตาเย้ายวน ถึงน้ำหวานจะเป็๞แค่ทีมงานในกองแต่หน้าตาเธอก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่เป็๞พริตตี้ได้ไม่ยาก ทีมงานด้วยกันเองก็คิดจะจีบเธออยู่หลายคนเช่นกัน

    "คีย์ อย่าเพิ่งหาเ๱ื่๵๹สร้างข่าวนะ จะพาลชวดงานเอา" แพรวพราวบอกเสียงจริงจัง

    "ครับ" คีตะตอบไปอย่างงั้นแต่สายตาไม่เกรงแพรวแพรวสักเท่าไรเหมือนโดนขัดใจ

    "น้ำมนต์เวลาพี่ไม่อยู่ด้วย คอยดูคีย์ให้พี่หน่อย คีย์ไม่เคยเป็๲แบบนี้ เขาไม่ใช่คนจีบใครเรี่ยราด ออกจะไว้ตัวด้วยซ้ำนี่อะไรจะจีบเด็กในกอง" แพรวพราวหันมาพูดกับมนต์ชญาที่หน้าหงิกหน้างอ

    "เขาคงอยากเปลี่ยนบรรยากาศมั้งคะพี่แพรว" มนต์ชญาประชด

    "เพ้อเจ้อคีย์ไม่ใช่คนแบบนั้น อ้าวแล้วนีทำหน้าหงิกทำไมล่ะ หึงเขาหรือ" แพรวพราวแกล้งว่า

    "หึงอะไรกันล่ะพี่แพรว หมั่นไส้สิไม่ว่า แต่ที่พี่แพรวพูดก็น่าสังเกตุนะคะ ยัยน้ำหวานนี่แหล่ะที่น้ำมนต์๱ั๣๵ั๱ได้ว่าไม่ปกติ"

    ..................