ดวงอาทิตย์กำลังโผล่ออกมาด้านหลังูเาใหญ่สาดส่องแสงแรกมาสู่ยอดเขาเทียมฟ้าเช้าตรู่วันนี้าายุทธจักรหวงหยางหลิวยืนอยู่บนลานหินกว้างใหญ่ที่เรียกว่าลานผงาดฟ้า ที่แห่งนี้เป็สถานที่ต้อนรับแขกที่มาท้าประลองตลอดหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ร่องรอยคมดาบคมกระบี่ยังคงฝังลึกในแผ่นศิลาผืนนี้
รอยโลหิตแม้จะถูกชำระล้างไปแล้วแต่กลิ่นคาวโลหิตยังคงหลงเหลืออยู่อย่างเจือจาง เสียงลมที่พัดมาเบาหวิว แว่วเสียงประหลาดคล้ายเสียงร้องโหยหวนของเหล่าผู้กล้าที่จบชีวิตณ ลานประลองแห่งนี้
หวงหยางหลิวเลือกที่นี่เป็สถานที่ประกอบราชพิธีปุนภพ
ร่างสูงระหงยืนตระหง่านกลางลานหินอย่างงามสง่า ปล่อยให้ลมพัดเส้นผมและเสื้อผ้าปลิวพลิ้วไสวใบหน้าอันหล่อเหลาเ็านั้นกอปรไปด้วยเสน่ห์ แฝงความหนุ่มแน่นท่ามกลางความชราที่มิคล้ายวัยชราด้วยวัยสองร้อยหกสิบปี กลับยังไม่ชราจนเส้นผมหงอกขาวยังคงรักษาเส้นผมสีดำไว้เกือบเต็มศีรษะเช่นเดิม
หลังจากภรรยารักหวงเจียวอวี่ลาโลกไปเขาก็ตัดสินใจจะทำพิธีปุนภพ เขาปรารถนาลืมสิ้นทุกอย่างในชาตินี้แล้วกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งโดยไม่หลงเหลือความทรงจำใด ๆ อีกเลยความเ็ปที่เขามีคงหายไปกับชาตินี้
พิธีปุนภพเป็พิธีศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเทพเมื่อเทพมีชีวิตถึงสองร้อยปีจะสามารถทำพิธีปุนภพได้และเมื่อมีชีวิตถึงสามร้อยปีจะต้องทำพิธีปุนภพเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
พิธีปุนภพจะชำระล้างความทรงจำทุกอย่าง
พิธีปุนภพจะส่งดวงิญญาไปเกิดใหม่จุติเป็เทพองค์ใหม่
หวงหยางหลิวปล่อยให้ลมพัดใส่ใบหน้าของเขาเมื่อหลับตาลง เขาก็เข้านิทรา นิทราของาายุทธจักรครานี้มิใช่การหลับนอนแต่หากเป็การระลึกฟื้นความทรงจำทั้งหมดทั้งมวลั้แ่วัยทารกจนถึงวันนี้อีกครั้งหนึ่ง
คนเกิดมาเป็ครึ่งเทพครึ่งมนุษย์บิดาเป็เทพ มารดาเป็มนุษย์
คนใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์กับมารดาสามสิบปีเมื่อมารดาสิ้นใจ บิดาก็มารับไปอยู่ดินแดนเหล่าเทพเขาใช้เวลาเจ็ดสิบปีในการท่องยุทธจักรแดนเทพจากนั้นใช้เวลาอีกห้าสิบปีในการท่องยุทธภพแดนมนุษย์ รวบรวมศัสตราเทพมาได้ทั้งหมดจากนั้นก็ขึ้นเป็าายุทธจักรโดยมิมีผู้ใดต้านทานได้อีก
เขาหลอมรวมปมเด่นวิทยายุทธ์ของเทพและมนุษย์สร้างปรากฏการณ์ใหม่แบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนวรยุทธ์สูงส่งแบบที่ไม่เคยมีใครก้าวถึงทั้งเทพและมนุษย์ต่างยกตำแหน่งาายุทธจักรให้ด้วยความเต็มใจ
หนึ่งร้อยปีในตำแหน่งาายุทธจักรมันช่างน่าภาคภูมิใจ มันยิ่งใหญ่อลังการเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็คำพูดได้
...แต่....
มีอยู่เื่หนึ่งที่เขารู้สึกผิดหวังและเสียใจมาตลอดภรรยาของเขามิสามารถให้กำเนิดทายาทได้อันที่จริงเขาสามารถเสาะหาอิสตรีอื่นเพื่อให้กำเนิดทายาทแต่เขาไม่ได้กระทำเช่นนั้นความรักที่เขามีต่อภรรยานั้นล้ำลึกเกินกว่าที่จะปันใจให้อิสตรีอื่น เขาอยากใช้ชีวิตคู่กับนางแค่คนเดียวตลอดกาล
เขามิอาจทรยศรักที่ให้แก่นาง
สตรีของาายุทธจักรจึงมีเพียงหนึ่งเดียว
“เหล่าชาวยุทธ์ทยอยขึ้นเขามาแล้วขอรับนายท่าน”
เสียงมาจากด้านหลังคนผู้นี้มาแบบไร้เสียงฝีเท้า แสดงให้เห็นว่าวิชาตัวเบาของมันล้ำเลิศเพียงใด าายุทธจักรหันมายิ้มให้คนผู้นี้นอกจากภรรยาแล้ว นี่เป็อีกบุคคลหนึ่งที่เขาไว้ใจ เชื่อใจและใส่ใจมาตลอดเจ็ดสิบปีมานี้
เด็กกำพร้าจากแดน์ที่เขาเก็บมาเลี้ยง
ทาสราชันย์
นามทาสราชันย์ที่ผู้คนเรียกขานมันแลดูต้อยต่ำและน่าน้อยเนื้อต่ำใจ แต่มันหาได้ใส่ใจไม่ทั้งชีวิตมันอุทิศให้าายุทธจักร มันทำตามทุกคำสั่งนี่เป็สิ่งที่ไม่มีคนอื่นกระทำแทนได้ แม้แต่ความตายมันก็มิยำเกรงหากว่านั่นเป็ปรารถนาของาายุทธจักร
“ปล่อยพวกมันเข้ามาใครก่อการวุ่นวาย เชือดทิ้งให้สิ้น” หวงหยางหลิวออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังทาสราชันย์ก้มหัวรับคำสั่งคราหนึ่ง ก็ถอยหลังจากไป
คนยามมาเงียบเชียบยามไปกลับรวดเร็วดุจลมหอบหนึ่ง คนอยู่กับราชันย์ วรยุทธ์ที่ร่ำเรียนก็มาจากราชันย์ย่อมเป็ยอดฝีมือผู้หนึ่ง คำสั่งเชือดทิ้งให้สิ้นเป็หลักประกันคนในยุทธภพต่างเล่าขานกันว่าวรยุทธ์ของทาสราชันย์ไม่ด้อยไปกว่าเจ็ดยอดยุทธ์ของแดนมนุษย์และแดน์
หวงหยางหลิวผิวปากคราหนึ่งเสียงฝีเท้าม้าก็ดังขึ้น เสียงล้อลากเลื่อนบดกับแผ่นหินดังสะท้อนในหุบเขาปรากฏอาชาสีขาวสูงสง่าตัวหนึ่งลากเกวียนมุ่งมาหาเขา
หวงหยางหลิวยิ้มให้มันคราหนึ่งสิบปีมานี้ม้าตัวนี้เป็พาหนะคู่ใจ ท่องเหนือล่องใต้เขาล้วนขี่อยู่บนหลังของมันวันนี้มันจะเป็อิสระแล้ว ภาระที่มันแบกรับไว้มาสิบปีก็หมดแล้วเช่นกันมันจะคืนสู่ฝูงในทุ่งหญ้าใหญ่อย่างสำราญ
ม้ามาหยุดลงเมื่อเดินผ่านเขาไปสามก้าวเกวียนอยู่ตรงหน้าเขาพอดี ในเกวียนมีหีบใหญ่ใบหนึ่ง หวงหยางหลิวยื่นมือไปที่เกวียนใช้พลังวัตรดึงดูดหีบั์นั้นขึ้นมา เมื่อหีบลอยขึ้นพ้นเกวียนม้าแสนรู้ก็ลากเกวียนจากไปทันที
หวงหยางหลิวใช้มือข้างเดียวเปิดฝาหีบเสียงกระหึ่มดังออกมาจากภายในหีบนั้น ขุมพลังมหาศาลพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่งแต่ขุมพลังนั้นมิอาจแตะต้องกายาายุทธจักรอย่างเขาได้
หวงหยางหลิวหยิบดาบขึ้นมาเล่มหนึ่งดาบที่ไม่เหมือนใคร นี่เป็ดาบขนาดมหึมา ดาบที่คนธรรมดาทั่วไปไม่คิดจะใช้ดาบที่มีขนาดใหญ่กว่าดาบปกติทั่วไปสี่เท่า น้ำหนักย่อมมากกว่าดาบธรรมดาทั่วไปสี่เท่าคนต้องแข็งแรงปานใด ต้องมีพลังยุทธ์เพียงใดจึงจะใช้ดาบเล่มนี้ได้
แต่เขากลับใช้มือเดียวในการกวัดแกว่งดาบเล่มนี้สำหรับเขาแล้วดาบในมือเหมือนใบไม้ใบหนึ่งที่เบาหวิวดาบในตำนานที่หลายคนต่างหวาดเกรงเล่มนี้เป็หนึ่งในเจ็ดศัสตราที่เขา
ดาบพสุธาคำราม
ในอดีตดาบนี้เป็อาวุธคู่กายของยอดยุทธ์อันดับหนึ่งฝ่ายมนุษย์แต่เมื่อมันพ่ายแพ้แก่หวงหยางหลิวจึงมอบดาบเล่มนี้ให้เขาพร้อมสนับสนุนให้เป็าายุทธจักรหวงหยางหลิวใช้ดาบเล่มนี้สังหารสี่องครักษ์มาร ตัดร่างพวกมันขาดเป็สองท่อนในดาบเดียวดาบเล่มนี้ขึ้นชื่อในด้านการดึงดูดธาตุธรรมชาติมาเพิ่มพละกำลังให้กับผู้ใช้เหมาะกับจอมยุทธ์ที่โดดเด่นทั้งกำลังภายนอกและภายใน
หวงหยางหลิวปักมันไว้บนพื้นศิลาดาบจมลึกลงไปหนึ่งในสามของตัวดาบ ดาบนั้นเสียดสีกับชั้นหินส่งเสียงคำรามออกมา
หวงหยางหลิวใช้พลังดูดอาวุธชิ้นที่สองออกมามันเป็ดาบอีกเล่มหนึ่ง เป็ดาบโบราณเล่มหนึ่ง ดาบที่สันเป็สีแดง คมเป็สีทองสีมันตัดกันจนไม่น่าดู แต่กลับมีแรงดึงดูดแรงกล้าเมื่อมันมาอยู่ในมือของาายุทธจักรกลับเปล่งประกายคล้ายมีเปลวไฟลุกโชนออกมานี่เป็ยอดศัสตราวุธที่น่ากลัวที่สุดตำนานว่าไว้ว่าหากคนใช้ดาบเล่มนี้มีพลังอ่อนด้อยกว่าดาบจะถูกดาบกลืนกินพลังชีวิตจนถึงแก่ความตาย
ดาบอัคคีพิโรธ
ดาบที่เคยพิชิตทั้งแดน์และแดนมนุษย์ ดาบของเทพอัคคีผู้ล่วงลับ
ั้แ่เทพอัคคีสิ้นลมหายใจก็ไม่มีผู้ใดควบคุมดาบนี้ได้อีก มันค่อย ๆ ดูดกลืนพลังชีวิตของคนที่อยู่ใกล้มันจนเหล่าทายาทสำนักอัคคีทนไม่ไหว นำมามอบให้หวงหยางหลิวตอนรับตำแหน่งาายุทธจักรเขาใช้ดาบเล่มนี้สังหารกองโจรอสุรีหนึ่งพันคนภายในคืนเดียวสร้างชื่อให้ศัสตราเทพเล่มนี้อีกครั้ง
หวงหยางหลิวส่งกำลังภายในไปสู่ตัวดาบตัวดาบสั่นไหวเล็กน้อย มันแผ่พุ่งความร้อนออกมา ความร้อนแผ่ขยายในระยะสิบวา หากเป็จอมยุทธ์ฝีมือปลายแถวคงมิอาจทนทานความร้อนนี้ได้
หวงหยางหลิวปักดาบเล่มนี้จมไปในแผ่นหินราวหนึ่งในสามของคมดาบมันอยู่ห่างจากดาบพสุธาคำรามสองก้าว ตัวดาบสั่นไหวคล้ายขัดขืนตลอดเวลา
ดาบเล่มที่สามเป็ดาบที่สวยงามประณีต และหรูหราเล่มหนึ่ง ด้ามดาบสลักลวดลายสวยงามตามแบบฉบับมนุษย์ตัวดาบยังคงมีลายฉลุดุดัน แลดูน่าเกรงขาม สันดาบเจาะเป็รูยาวทั้งเล่มความเงาของคมสะท้อนแสงวาววับตลอดเวลา
ดาบวายุสลาตัน
ดาบคู่บุญของเ้าสำนักสำนักเกริกฟ้าในตำนาน เมื่อสี่ร้อยปีก่อนสำนักเกริกฟ้าเป็สำนักอันดับหนึ่งในแดนมนุษย์ เ้าสำนักเกริกฟ้าปรมาจารย์หานเฟิงและดาบคู่ใจวายุสลาตันพิชิตแดนมนุษย์ได้อย่างง่ายดายสามารถสู้เสมอกับเทพผงาดฟ้าเฉินหลวนเซียนส่งผลให้ชื่อเสียงของสำนักและเ้าสำนักแผ่กระจายอย่างไม่หยุดยั้งทำให้ปรมาจารย์หานเฟิงก้าวถึงจุดสูงสุด และเป็ยอดฝีมือในแดนมนุษย์คนแรกที่ทัดเทียมเทพ
..........แต่น่าเสียดาย..........
ทายาทรุ่นต่อมาไม่รักดีหลงมัวเมาในสุรานารีจนสำนักตกต่ำ วรยุทธ์ที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาก็ขาดตกบกพร่องพอมาถึงยุคหลังกลับเหลือแต่ชื่อ กลายเป็สำนักปลายแถวในยุทธภพ ดาบวายุสลาตันก็ถูกพวกมารแย่งชิงไป
ดาบตกอยู่ในมือพวกมารเกือบร้อยปีจนกระทั่งหวงหยางหลิวสังหารผู้กล้าอันดับหนึ่งแห่งพรรคมารได้ดาบจึงตกมาอยู่ในมือของเขาจากวันนั้นถึงวันนี้เป็เวลานับร้อยปีแล้วที่เขาดาบมา
หวงหยางหลิวปักดาบเล่มนี้จมไปในแผ่นหินราวหนึ่งในสามของคมดาบเหมือนเล่มอื่นๆ มันอยู่ห่างจากดาบอัคคีพิโรธครึ่งวา เมื่อพลังวัตรที่บรรจุอยู่ในตัวดาบทั้งสามเล่มกระแทกออกมาปะทะกัน คลื่นเสียงประหลาดก็ปรากฏ
หวงหยางหลิวบรรจงหยิบดาบเล่มสุดท้ายออกมานี่เป็ดาบที่บรรจุความทรงจำของตนเองไว้มากมาย มันเป็ดาบเก่าคร่ำครึเล่มหนึ่งตัวดาบคล้ายมีสนิมเกาะั้แ่ปลายดาบยันด้ามดาบ
มันเป็ดาบที่ไร้ประกายโดยสิ้นเชิง
เป็เพียงดาบผุพังเล่มหนึ่ง
ดาบกำราบมาร
เขาใช้นิ้วลูบผิวดาบเบาๆ พร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างลืมตัว นี่เป็ดาบเล่มแรกที่เขาใช้ตอนออกท่องยุทธภพแรกเริ่มมันเป็ดาบที่คมกริบและมีประกายเล่มหนึ่งผู้คนจึงยกย่องให้เป็หนึ่งในศัสตราเทพ
แต่ตอนนี้มันเป็เพียงดาบขึ้นสนิมเท่านั้น ทำไมจึงเป็เช่นนี้
คงมีแต่แต่เ้าของดาบที่สามารถตอบคำถามนี้ได้
หวงหยางหลิววางมันไว้แทบเท้าของตนเองบางทีหากปักมันลงไปบนพื้นศิลา เกรงว่ามันจะหักเสียก่อน ดาบจึงต้องวางอยู่แทบเท้าสภาพคล้ายของโบราณที่ถูกละทิ้งไม่เป็ที่้า
กระบี่สุรางคนางค์ลอยขึ้นตามแรงดึงดูด มันเปล่งแสงเจิดจ้าเมื่ออยู่ในมือหวงหยางหลิวกระบี่ยาวห้าคืบ ด้ามกระบี่สลักลายบุปผา์สวยงามไร้ที่ติเมื่อสองร้อยปีก่อนผู้คนเรียกมันว่ากระบี่นางฟ้า
เทพสุรางคนางค์จวงฟางเซียนสร้างชื่อด้วยกระบี่เล่มนี้สองร้อยปีก่อนนางสร้างปรากฏการณ์สะท้านแดน์ด้วยการเอาชนะสามยอดฝีมือในทำเนียบเจ็ดยอดยุทธ์แดนเทพ
นางใช้กระบี่เล่มเดียวเป็อาวุธ
ด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยงดงามมีกระบวนท่าหลากหลายจนคู่ต่อสู้จับทางไม่ได้ กระบี่ฟาดฟันปัดป่ายดังใจนึกนางจึงกลายเป็หนึ่งในเจ็ดยอดยุทธ์แดนเทพ กระบี่ของนางก็กลายเป็ศัสตราเทพไปโดยปริยาย
ก่อนที่เทพสุรางคนางค์จวงฟางเซียนจะทำพิธีปุณภพนางไม่มีผู้สืบทอดที่คู่ควร จึงได้มอบกระบี่สุรางคนางค์ให้กับหวงหยางหลิวผู้เป็สหายต่างวัยและเคยเป็ลูกศิษย์ของนางสามวันเก็บไว้
แม้จะมีลูกศิษย์นับพันคนแต่ไม่มีผู้ใดคู่ควรกับกระบี่เล่มนี้
กระบี่จึงฝากไว้กับบุคคลที่คู่ควรรอวันที่จะได้เจอเ้าของใหม่ แต่เหมือน์กลั่นแกล้งผ่านไปหนึ่งร้อยปี ก็ยังมิมีจอมยุทธ์หญิงใดคู่ควรกับมันกระบี่จึงยังคงอยู่ในมือหวงหยางหลิวเรื่อยมา
เมื่อปักกระบี่สุรางคนางค์ลงกับพื้นแล้วหวงหยางหลิวใช้พลังดูดกระบี่อีกเล่มหนึ่งขึ้นมา มันเป็กระบี่ยาวเล่มหนึ่งมันยาวกว่ากระบี่ทั่วไปเกือบสองคืบ ด้ามกระบี่สลักเสลางดงามคมกระบี่สะท้อนแสงเงางามวาววับ มันอยู่ในปลอกสีดำนิล
กระบี่สายรุ้ง
ครั้งหนึ่งมันเคยเป็กระบี่คู่ใจของเทพสตรีเดียวดายจวงซูเม่ยนางท่องทะยานในแดนเทพคนเดียวตลอดมา กำจัดเหล่ามารและโจรผู้ร้ายตามรายทางโค่นล้มยอดฝีมือชั่วช้ามากมายนางมอบกระบี่เล่มนี้เป็ของขวัญวันวิวาห์ของหวงหยางหลิวบุรุษหนึ่งเดียวที่นางรักแต่มิอาจ
หวงหยางหลิวมิเคยใช้กระบี่เล่มนี้ในการต่อสู้กับศัตรูแต่ก็พกพาติดตัวมิเคยห่างกาย นี่เป็ศัสตราเทพชิ้นเดียวที่เ้าของยังคงมีชีวิตอยู่นางยังคงพเนจรร่อนเร่ในยุทธภพ ใช้ชีวิตเป็สตรีไร้ราก ไร้ที่อยู่อาศัยประทังชีวิตด้วยเงินค่าหัวของเหล่าโจรและนักโทษหลบหนีคดี
บนใบหน้าราชันย์ยุทธภพหวงหยางหลิวปรากฏรอยยิ้มอันอบอุ่นวูบหนึ่งเขาไม่ได้ปักกระบี่ลงบนพื้น เขาสะพายกระบี่เล่มนี้เอาไว้
มันมีค่าทางจิตใจมากเกินกว่าจะปักมันไว้บนพื้นดินที่ผู้คนเหยียบย่ำ
กระบี่เล่มนี้มิเคยห่างกาย
หวงหยางหลิวหยิบอาวุธชิ้นสุดท้ายออกมามันเป็อาวุธประหลาดชิ้นหนึ่ง รูปร่างมันคล้ายโล่ทรงกลม แต่พอกดปุ่มกลไกมันจะปรากฏใบมีดโค้งสองคมยาวหนึ่งคืบออกมารอบ ๆ ขอบโล่ ใบมีดจะมีระยะห่างสามนิ้วเมื่อใช้พลังวัตรบังคับ ตัวโล่ขอบนอกที่ที่มีใบมีดจะหมุนอย่างรวดเร็ว ใบมีดตรงขอบโล่มีประสิทธิภาพในการทำลายล้างสูงตัวโล่ทำมาจากเหล็กกล้าชั้นดี ยากที่อาวุธใด ๆ ในปฐีและแดน์จะทำลายมันได้
โล่พิฆาตมาร
โล่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับสุดยอดมือกระบี่ฝ่ายมารเมื่อหนึ่งร้อยยี่สิบปีก่อนโดยช่างเหล็กเทวะช่างฝีมืออันดับหนึ่งทั้งแดนโลกและแดน์ เขาใช้เวลาหนึ่งร้อยวันในการสร้างอาวุธชิ้นนี้อาวุธที่โดดเด่นทั้งรับและรุก
เทพบรรพตบูรพาเป็คนแรกที่ได้ใช้อาวุธชิ้นนี้เขาบุกตะลุยฆ่าฟันเหล่ามารนับพัน สามารถสังหารสุดยอดมือกระบี่ฝ่ายมารได้แต่ตัวเขาเองก็ต้องจบสิ้นชีวิตเพราะทนพิษาแไม่ไหวก่อนสิ้นใจเขาได้มอบอาวุธคู่กายให้กับหวงหยางหลิวโล่พิฆาตมารจึงตกเป็ของเขาั้แ่นั้นมา
ราชันย์ยุทธจักรหวงหยางหลิวปล่อยพลังวัตรเข้าใส่ตัวโล่ขอบนอกของตัวโล่เริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว ใบมีดส่งเสียงดังกระหึ่มหากมันัักับอะไรสักอย่างสิ่งนั้นต้องถูกตัดขาดเป็สองท่อนและถูกสับละเอียดอย่างแน่นอน
โล่พิฆาตมารไม่สามารถปักลงพื้นได้าายุทธจักรจึงวางมันไว้บนหีบเหล็กใบนั้น
หวงหยางหลิวละความสนใจจากอาวุธเทพหันมาสบตากับบุคคลหนึ่งซึ่งยืนตระหง่านห่างจากเขาไปสิบก้าว บุรุษร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลา บุคลิกงามสง่า
คนผู้นี้มาอย่างเงียบเชียบ ไร้เสียงไร้ร่องรอย นับเป็สุดยอดฝีมือผู้หนึ่ง
วายุเทพเซียวหลิ่งเหวิน
ความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นลึกลับบ้างก็ว่าเป็สหาย บ้างก็ว่าเป็ศิษย์อาจารย์ บ้างก็ว่าเป็พันธมิตรแต่มิมีผู้ใดรู้จริงเท่ากับตัวพวกเขาทั้งสอง
“ในที่สุด เ้าก็มา”
“ในที่สุดข้าก็ต้องมาเป็ไปไม่ได้ที่ข้าจะไม่มา ท่านเองก็อยากให้ข้ามา”
“มันเป็หน้าที่ของเ้าที่จะต้องมา”
“หน้าที่ที่ท่านเลือกให้ข้า...” เซียวหลิ่งเหวินพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบใบหน้าไม่ปรากฏอาการยินดีหรือคับข้องใจ
หวงหยางหลิวยื่นมือไปดึงดาบวายุสลาตันออกมาเขาบรรจงมองดูดาบเล่มนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ จากนั้นก็โยนดาบให้เซียวหลิ่งเหวิน
วายุเทพเซียวหลิ่งเหวินรับดาบเอาไว้และในวินาทีที่ััตัวดาบนั้นเองคลื่นความทรงจำในตัวดาบถาโถมทะลักเข้ามาอย่างบ้าคลั่งเขาต้องตั้งจิตสมาธิหลายรอบจึงสามารถควบคุมตัวดาบได้ถึงกระนั้นบนฝ่ามือของเขายังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“เ้าคิดเห็นเช่นไร” หวงหยางหลิวถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“น่าหวาดเสียวหากดาบเช่นนี้ตกไปถึงมือผู้ด้อยยุทธ์ คงเสียสติฟั่นเฟือนเพราะมิอาจควบคุมดาบได้ศัตราวุธเช่นนี้มีชาวยุทธ์เพียงหนึ่งในหมื่นเท่านั้นที่มีคุณสมบัติจับต้องมันได้พวกที่เหลือหากมัน ไม่ล้มตายก็ฟั่นเฟือนเสียสติ”
“เพราะเหตุนี้ข้าจึง้าให้เ้ามาดาบเล่มนี้ข้าหวังให้เ้า มิฉะนั้นศิษย์สำนักเกริกฟ้าและเหล่าสำนักต่าง ๆในแดนมนุษย์คงเข่นฆ่าแย่งชิงกัน ยุทธภพแดนมนุษย์คงปั่นป่วนไม่รู้จักจบสิ้น”
เซียวหลิ่งเหวินไม่เอ่ยปากเขารู้ว่าสิ่งที่าายุทธจักรเอ่ยออกมาจากปากย่อมผ่านการพิจารณามาอย่างดีแล้วแม้แต่ตัวเขาเองยังรู้ว่า ณ ปัจจุบันเหล่าศิษย์สำนักเกริกฟ้าไม่มีผู้ใดคู่ควรกับดาบเล่มนี้ หากว่ามีคนคู่ควรหวงหยางหลิวย่อมมอบให้กับคนผู้นั้นด้วยมือของตนเอง
“ข้ารู้ว่าเ้าไม่ใช่คนหลงใหลในวัตถุสิ่งของนอกกายเพียงแค่เคล็ดวาตะที่เ้าคิดค้นขึ้นมา ก็มิต้องยำเกรงผู้ใดในยุทธภพแล้วแต่นี่เป็คำขอร้องจากข้า จากสหายผู้หนึ่ง จากผู้รู้ใจต่างวัยผู้หนึ่งนี่จึงเป็หน้าที่ของเ้า”
แววตาของหวงหยางหลิวปรากฏแววอบอุ่นขึ้นมาในบรรดาชาวยุทธ์ที่เขาคบค้าสมาคมด้วย มีแต่วายุเทพเซียวหลิ่งเหวินที่พาตัวหลุดพ้นจากโลกแห่งการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในยุทธภพเทพหนุ่มที่ประสบความสำเร็จั้แ่วัยเยาว์ หลงใหลในวรยุทธ์ จิตใจดีงามเขารู้สึกถูกชะตาั้แ่ครั้งแรกที่พบเจอ
“เ้ายังจำได้ไหมเราเจอกันครั้งแรกที่ไหน” หวงหยางหลิวระลึกความหลังเซียวหลิ่งเหวินเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว กล่าวว่า
“หอเมามาย ฮาฮาหอเมามายของเซียนสุรา วันนั้นข้ามาเพื่อดื่มสุรา และข้าได้เพื่อนดื่มสุราคนหนึ่งคน ๆ นั้นคือท่านเอง วันนั้นเราเมามายมิใช่น้อย ฮาฮา”
“เราดื่มสุราของเซียนเมามายไปเท่าไหร่”
“ฮาฮาสุราถูกกักตุนไว้สิบห้อง เราท่านใช้เวลาสิบวันดื่มหมดไปสามห้องคิดเป็มูลค่านับล้านเหรียญเทพสุดท้ายข้าต้องชดใช้หนี้ด้วยการทำงานให้เซียนบัดซบนั่นสามปีมันไม่กล้าเรียกร้องจากท่าน แต่กลับเรียกร้องกับข้าแทนยังดีที่ข้าสามารถขโมยเรียนวิชากลั่นสุราจากมันมาได้หลายส่วนจึงไม่ถึงกับเสียเวลาไปสามปีโดยเปล่าประโยชน์”
หวงหยางหลิวแหงนหน้าหัวร่อออกมาน้อยครั้งที่เขาจะดื่มจนเมามาย แต่ครั้งนั้นกลับเมามายจนหมดสภาพการพบพานสหายรู้ใจต่างวัยผู้นี้ นับว่าเป็ของขวัญจากฟ้าที่ดีที่สุดในรอบหลายสิบปี ่แรกเริ่มคบหาเซียวหลิ่งเหวินไม่รู้ว่าเขาเป็าายุทธจักรทั้งสองจึงคบหากันด้วยน้ำใสใจจริง ถึงแม้ว่าตอนหลังทั้งสองจะรู้สถานะของกันและกันแต่ความสัมพันธ์ที่ดำเนินไปแล้วยังมั่นคงดุจเดิม
“ขอบคุณท่านสำหรับเคล็ดเมามายในคืนนั้น” เซียวเหลิ่งเหวินพูดออกมาเบา ๆ หวงหยางหลิวยิ้มพลางกล่าวว่า
“จากเคล็ดเมามายเ้าสามารถขัดเกลาเป็เคล็ดวาตะอันลือลั่น ทุกอย่างล้วนเป็เพราะเ้าหาใช่เพราะข้าไม่ ข้าเป็เพียงคนจุดประกายคนที่ทำให้มันสำเร็จล้วนแต่เป็ตัวเ้าเอง”
ทั้งสองยิ้มออกมาไม่ว่ากล่าวกระไรอีก ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ทุกคืนจันทร์เต็มดวงทั้งสองหากมิติดธุระอื่นใดที่จำเป็ จะต้องมาร่ำสุราเสวนาพาทีกัน ณที่เงียบสงบสักแห่งหนึ่ง ความสัมพันธ์เชิงสหายของทั้งสองจึงลึกซึ้งยิ่งนัก
“ท่านมีแขกมาข้าคงต้องขอไปหลบมุมชื่นชมดาบเล่นนี้ก่อน”
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินกล่าวจบก็จากไปวิชาตัวเบาของเขาบรรลุถึงขั้นสุดยอดชั่วพริบตาก็หายวับไปหลังสิ่งก่อสร้างหลังหนึ่ง
หวงหยางหลิวหันมายิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับแขกที่มาเยี่ยมเยือน
หัวใจของเขาสั่นไหวอีกครา