สองกายอิงแอบแนบข้างกอดกันกลมบนเตียงใหญ่นั่นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเฟยหรงและเฟิงหยาลี่ที่หมดแรงหลับไปเพราะศึกรักที่ยาวนานถึงสามวันเต็ม
"อื้อ"
เฟิงหยาลี่ตื่นขึ้นมาก่อนด้วยสภาพที่งัวเงียและอ่อนเพลียสุดขีด ก่อนที่จะมองไปที่แผ่นอกของเฟยหรงที่กำลังหลับอยู่ด้วยสภาพงุนงงแต่ดูเหมือนว่านางจะทำในสิ่งที่คุ้นชินขึ้นมาซะอย่างนั้นนั่นคือการเอาหน้าไปซุกที่อกของชายหนุ่มและหลับต่อไป
ผ่านไปสองชั่วยามนางก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งยังเป็นการตื่นเต็มตาไม่ใช่สภาพงัวเงียแต่เป็นการตื่นเต็มตาในขณะที่หน้าของนางอิงแอบแนบชิดที่อกอันแข้งแกร่งของชายหนุ่ม เฟิงหยาลี่สะดุ้งตัวขึ้นมาในทันที พร้อมมองไปที่ร่างกายของตนเองที่อยู่ในสภาพเปลื่อยเปล่า
"จริงสิ ข้ามีสามีแล้วนี่นะ"นางบ่นพึมพำหันมองร่างเฟยหรงที่ตอนนี้นอนหลับอย่างน่ารักไม่เหลือเค้ารางของสัตว์ป่าหื่นกระหายได้แสดงออกมาในช่วงระยะเวลาสามวันที่แล้วแม้แต่น้อย
"หุหุ น้องชายตัวแสบ เจ้ารังแกพี่สาวมากถึงเพียงนี้ ข้าจะจัดการกับเจ้าอย่างไรดีนะ"นางนอนเท้าคางใกล้กับเขาพร้อมเอานิ้วเรียวงามจิ้มไปที่แก้มอย่างเอ็นดู
"อื้อ! พี่สาวท่านแกล้งข้าแต่เจ้าเลยหรือ"เฟยหรงรวบตัวนางเข้ามากอดในทันใด เฟิงหยาลี่ตีมือเขายกใหญ่ก่อนจะกล่าวว่า "เช้าอะไรของเจ้ากันนี่จะเที่ยงอยู่แล้ว ทั้งเจ้ายังไม่ไปหามรดกต่อแล้วหรือ"
"ไปสิ ว่าแต่ท่านเถอะ ลุกไหวหรือไม่"เฟยหรงหอมแก้มของนางด้วยความรักไคร่ก่อนจะกล่าวหยอกล้อ
"หึ! แล้วเพราะใครกันละที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่เจ้าหรอกหรือ"นางตีชายหนุ่มด้วยความหมั่นใส้พร้อมว่ากล่าว เฟยหรงที่ได้ยินดังนั้นก็อุ้มนางไปชำระร่างกายในทันทีก่อนจะมีเสียงครวญครางออกจากพักใหญ่ สาวชั่วยามผ่านไปพวกเขาถึงจะออกมาจากห้องชำระล้างกาย
เฟยหรงสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ให้กับหญิงสาวจนเรียบร้อย ทั้งสองยังไม่ได้รีบร้อนออกไปไหนและยังกอดกันนัวเนียอยู่ภายในแหวนมิติจิตวิญญาน
"จะว่าไปท่านรู้จักตำหนักอาญาสวรรค์ดีหรือไม่ ข้าอยากจะถามอะไรนิดๆหน่อยๆ"เฟยหรงกล่าวถาม
"ตำหนักอาญาสวรรค์??ที่รักอย่าบอกนะว่าเจ้าสนใจเซี่ยจูชิงน่ะ?"เฟิงหยาลี่อุทานอย่างตกใจ
"ไม่ใช่เสียหน่อย ข้าเพียงอยากถามถึงข้อมูลทั่วไปของมันเท่านั้นไม่ใช่ข้อมูลเรื่องหญิงสาวเสียหน่อย"เฟยหรงทำหน้ามุ้ยนี่นางคิดว่าเขาคิดเรื่องอะไรไม่ออกนอกจากเรื่องผู้หญิงเลยหรือ
"ฮิฮิ ก็ได้ข้าจะบอกเจ้า ตำหนักอาญาสวรรค์เป็นขุมกำลังอันดับหนึ่งของจักรวาลเขตเหนือ มีประมุขชื่อเซี่ยชิงเฉินระดับเทพนิรันทร์บรรพกาลขั้นต้น ส่วนขุมกำลังนั้นเห็นว่าพวกเขามีเทพบรรพกาลเกือบสามสิบคน เทพนิรันทร์สิบสามคน และขุมกำลังลับที่เป็นระดับเทพนิรันทร์บรรพกาลอีกสามคนหนึ่งในนั้นมีผู้ที่อยู่ระดับเทพนิรันทร์บรรพกาลขั้นปลายหนึ่งคนนั่นคือประมุขคนก่อนที่ชื่อเซี่ยชิงเทียน และเขายังเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักของจักรวาลอีกด้วย"เฟิงหยาลี่กล่าวอธิบาย
"โอ้ เหตุใดท่านจึงรุ้เรื่องพวกนี้เยอะจัง"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความสงสัยเพราะข้อมูลนี้มันละเอียดเอามากๆ
"พวกเขาอยู่ในที่โล่งย่อมเป็นธรรมดาที่ข้อมูลพวกนี้จะลั่วไหลออกมา ไม่เพียงข้าแต่ทุกคนในจักรวาลต่างก็รู้กันทั้งนั้น เห็นทีจะมีเพียงเจ้าที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้"เฟิงหยาลี่กล่าว
"ช่วยไม่ได้นี่นาก็ข้ามาจากโลกที่มันปิดผนึกอยู่นี่ จะให้ข้าทำอย่างไรได้ละ"เฟยหรงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
"ปิดผนึก??"
"ใช่ ปิดผนึก ด้วยเหตุผลบางอย่างจึงทำให้มันถูกปิดผนึก แต่ท่านไม่ต้องกังวลไปภายในสามสิบปีข้าจะปลดผนึกมันให้ได้และไปหาท่านอย่างแน่นอน"เฟยหรงกล่าวขึ้น เฟิงหยาลี่ส่ายหัว "ข้าไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเสียหน่อย นี่คือหยกประจำตัวข้ามันมีไว้สำหรับให้คู่ครองเท่านั้นหากข้าให้มันกับใครนั่นก็เท่ากับข้ามีคู่ครองแล้วและต่อให้เจ้าใช้เวลาร้อยปีมันก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่หากพวกเขาไม่เชื่อข้า สัญลักษณ์วิหคเพลิงสีบนหลังมือนี้จะทำให้พวกเขาเชื่อได้"เฟิงหยาลี่กล่าวพร้อมโชว์หลังมือที่มีสัญลักษณ์วิหคเพลิงสีแดงให้เฟยหรงดู ชายหนุ่มจำได้ในทันทีว่าก่อนหน้านี้มันเป็นสีขาว
"หุหุ ไม่ต้องตกใจไปสำหรับหญิงที่ยังคงพรหมจรรย์จะเป้นสีขาวแสดงถึงความบริสุทธิ์ แต่หากกลายเป็นสีแดงแสงดว่าหญิงคนนั้นแต่งงานหรือมีสามีแล้วนั่นแหละ"เฟิงหยาลี่อธิบายให้เฟยหรงเข้าใจ สายเลือดวิหคเพลิงมีสัญลักษณ์เช่นนี้เพื่อไว้เพื่อที่จะแสดงถึงจุดยืนของตัวเองเพื่อจะได้ไม่ผิดลูกผิดเมียของผู้อื่นสินะช่างเป็นอะไรที่น่าสนใจจริงๆ อีกทั้งประเพณีการให้หยกแก่สามีเช่นนี้เฟยหรงก็อดที่จะคิดถึงเฟิงเสวียไม่ได้เพราะมันช่างเป็นประเพณีที่เหมือนกันเอามากๆดูเหมือนว่าวิหคเพลิงผู้พิทักษ์ของตระกูลเฟิงบนโลกของเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันตระกูลเฟิงในจักรวานนี้เป็นแน่แท้
"นี่ๆสามีข้าขอบอกเลยนะหากเจ้าอยากจะครองเซี่ยจูชิงจริงๆละก็คงจะยากหน่อยนะ เจ้าก็เห็นนางเย็นชาเพียงใด สเน่ห์ของเจ้าใช้กับนางไม่ได้ผลหรอก หุหุ"เฟิงหยาลี่กล่าวหยอกล้อ
"ข้าไม่ได้สนใจนางเสียหน่อย แต่นางถูกเรียกว่าคุณหนูใช่ไหมแสดงว่านางมีฐานะสูงส่งมากๆในตำหนักอาญาสวรรค์สินะ"เฟยหรงกล่าวถาม
"แน่นอนสิ นางเป็นบุตรสาวคนสุดท้องของผู้นำนิกายเซี่ยชิงเฉินและภรรยาของเขาเซี่ยจูอิน ทั้งยังสืบทอดเส้นลมปราณเหมันต์ปฐมกาลมาจากผู้เป็นแม่ นางมีพรสวรรค์ปานนั้นผู้นำนิกายเซี่ยจึงไม่คิดจะตกแต่งนางให้กับผู้ใดและเลี้ยงดูนางเป็นอย่างดี หุหุ เป็นอย่างไรด่านของเจ้ายากมากนะหากเลือกทางนี้"เฟิงหยาลี่ยังไม่เลิกหยอกล้อ
'เหอะ ก็แค่ของปลอม!'เฟยหรงสบถออกมาในใจอย่างไม่สบอารมณ์ เส้นลมปราณนั้นเขามั่นใจว่าเป็นของเซี่ยจูชิงเองแต่แม่ของนางเวี่ยจูอินนั้นไม่ใช่อย่างแน่นอน ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว
"เจ้ายังเดินไปไหวก็อยุ่ในนี้ไปก่อน เดี๋ยวข้าออกไปหามรดกเองหากพบเจออะไรที่เหมาะกับเจ้าข้าจะนำมันมาให้"เฟยหรงกล่าวพร้อมลูบผมสีแดงเงางามของนางเบาๆเฟิงหยาลี่พยักหน้ารับในทันใด ก่อนจะนอนลงและดูแผ่นหลังของสามีที่กำลังเดินออกไปจากแหวนมิติจิตวิญญาน
เฟยหรงหลังจากที่ออกจากแหวนมิติจิตวิญญานแล้วชายหนุ่มได้ตระเวณไปทั่วทั้งมิติแห่งนี้เพื่อค้นหามรดกต่อไปและไม่ค่อยมีใครกล้าสร้างปัญหาให้กับเขามากนักเนื่องจากชายหนุ่มปล่อยปล่อยออร่าของจักรพรรดิเทวะออกมาอย่างไม่ปิดบังอีกแล้ว มรดกแล้วมรดกเล่าถูกเขากวาดไปไม่มีเหลือ แต่ตอนนี้มีเพียงสองมรดกเท่านั้นที่เฟยหรงรุ้สึกว่ามันน่าสนใจ นั่นคือทักษะเขตแดนหิมะขาวร่วงโรย และทักษะเขตแดนเปลวเพลิงผลาญสวรรค์ สองทักษะนี้เหมาะกับลูกสาวและภรรยาของเขาเกือบทุกคนเลยก็ว่าได้
ชายหนุ่มยังไม่หยุดเพียงเท่านั้นเขากวาดทรัพยากรณ์สำคัญไปจนหมดและใช้เวลาในการขยายแหวนมิติจิตวิญญานของตนเองให้กว้างขึ้นก่อนที่จะปลูกสมุนไพรเหล่านั้นเอาไว้ด้านในและด้วยที่แหวนมันดูดซับลมปราณและอากาศเข้าไปได้ทำให้ชายหนุ่มไม่ต้องกังวลว่ามันจะอยุ่รอดหรือไม่ด้านในแหวนแม้แต่น้อย
ในช่วงเวลานี้เองเฟิงหยาลี่ถึงกับนิ่งอึ้งไปในทันทีมรดกเทพอมตะและทรัพยากรณ์มากมายขนาดนี้ถูกสามีของนางเพียงคนเดียวเก้บเกี่ยวมาทั้งหมด อีกทั้งมรดกพวกนั้นยังเป็นระดับสวรรค์ขึ้นไปอีกด้วย
เฟยหรงมองไปที่กองมรดกอย่างภาคภูมิใจ ของพวกนี้เขาคิดจะเอาไปพัฒนาขุมกำลังของตนเองส่วนวิชาที่ชายหนุ่มคิดว่าเหมาะสมกับเฟิงหยาลี่เขาก้ได้ถ่ายทอดไปให้นางจนหมดสิ้นแล้ว และยังคงนั่งดื่มชากับภรรยาสาวต่อไปสักพักโดยไม่รู้เลยว่าด้านนอกนั้นเกิดความตื่นตระหนกยกใหญ่เพราะชายหนุ่มเป็นต้นเหตุ นั่นไม่ใช่อะไรนอกจากมรดกสืบทอดที่ตอนนี้แทบจะไม่มีเหลือจากฝีมือของเฟยหรงนั่นเอง
การปรากฏตัวของเขาบวกกับการใช้ทักาะธาตุวารีที่เหนือชั้นอีกทั้งผ่านด่านการทดสอบอย่างง่ายดาย ทำให้ทุกคนต่างมองเขาเป็นสัตว์ประหลาดและตั้งฉายานามให้เขาว่า 'จอมโจรเทพสมุทร' ซึ่งความหมายนั้นตรงตัวมากนั่นเพราะเฟยหรงไปขโมยมรดกมากมายจนเกือบหมดสิ้นนั่นเอง
"หุหุ จอมโจรเทพสมุทรหรือ เหมาะกับเจ้าดีนะสามี"เฟิงหยาลี่ที่กำลังดื่มชาอยู่หัวเราะเบาๆเฟยหรงที่ได้ยินก็ยังคงดื่มชาอย่างสงบนิ่ง ฉายาอะไรนั่นเขาไม่ได้สนใจมันเสียหน่อย อยากจะเรียกก็เรียกไปสิ
"ว่าแต่เจ้าไปกวาดมรดกมากมายขนาดนี้ ไม่มีพวกที่โลภมากอยากฆ่าเจ้าหรือ"เฟิงหยาลี่กล่าวถาม
"ก็มีบ้าง แต่ข้าเก็บกวาดมันไปหมดแล้ว และตอนนี้ก็ไม่ได้มีมรดกใดที่ข้าสนใจอีกต่อไปข้าเพียงรอให้เจ้าทะลวงระดับเป็นขั้นกลางให้ได้ก็เพียงพอแล้วเราจะได้ออกจากที่นี่เสียที"เฟยหรงกล่าว
"หืม กลับกันข้าไม่อยากจะให้เวลานั้นมาถึงเอาเสียเลย ได้อยู่กับเจ้าเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว"เฟิงหยาลี่ลุกขึ้นมาพร้อมโอบกอดชายหนุ่มอันเป้นที่รักจากด้านหลัง
"เรื่องนี้มันจำเป็นน่ะ ข้าเองก็ไม่ได้แยกจากเจ้าเช่นกัน แต่หากเรายังอยู่เช่นนี้ต่อไปก็คงไม่ดีนัก ข้าเองก็ยังมีภาระมากมายต้องทำอีกทั้งหากไม่ปลดผนึกโลกข้าก็ไปแสดงตัวต่อหน้าของพ่อตาของข้ามิได้นะสิ"เฟยหรงยกยิ้ม เฟิงหยาลี่เข้ามานั่งที่ตักพร้อมตีอกเขาเบาๆ
"ท่านพ่อของข้าจะต้องเล่นงานเจ้าแน่ เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีละ"
"ข้าพร้อมเสมอ! ในเมื่อข้าได้ครองใจลูกวิหคเพลิงไปแล้ว ข้าจะต้องรับมือบิดาวิหคเพลิงด้วยเรื่องนี้ข้ารู้มาแต่แรกแล้ว แต่ไม่รู้ว่านอกจากบิดาของเจ้าแล้วเหล่าชายหนุ่มที่หมายปองเจ้ามีมากมายเพียงใด เห็นทีข้าจะต้องลำบากไม่น้อย ไม่รู้ว่าภรรยาของข้าคนนี้จะมีรางวัลอะไรให้ข้าหรือไม่หากทำสำเร็จ"เฟยหรงซบไปที่อกอันอวบอิ่มของหญิงงามพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เฟิงหยาลี่ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใดนางเพียงตีแขนเฟยหรงเบาๆด้วยความหมั่นใส้เท่านั้นและให้เขากอดต่อไป