ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 83 บาดเจ็บสาหัส

    เสียงคมดาบกรีดลงบนชุดเกราะมังกรจนแสบแก้วหู เทียนฉินรู้สึกราวกับว่าคมดาบของมันได้กรีดลึกลงไปถึงเนื้อหนังของเขาจนเจ็บแสบ ในขณะที่ดาบเพลิงสุริยาก็เสียบแทงทะลุเข้าไปในเกราะของนักรบตนนั้นได้เกือบคืบ


    ดาบของเทียนฉินและดาบของนักรบครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่โจมตีเข้าใส่พร้อมกัน พลันเกิดกระแสพลังงานที่ปั่นป่วนกระจายไปในอากาศเป็นระลอกคลื่นบริเวณกว้าง


    ใบหน้าของเทียนฉินเย็นชาและข้อมือของเขาก็พลิกกลับก่อนตวัดดาบด้วยกระบวนท่าเฉือนนภาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ดาบถูกตวัดขึ้นด้านบนเสียงของมีคมตัดกับเหล็กดังลั่นบาดหูไปทั่ว สายเลือดสีแดงพุ่งกระจายตามรอยดาบออกมาอย่างกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง ถึงแม้เคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์นั้นจะไม่สมบูรณ์ แต่ความรุนแรงของกระบวนท่าแต่ละท่าก็ไม่อาจจะดูถูกได้ 


    ทว่าถึงแม้เทียนฉินจะสร้างบาดแผลให้กับนักรบนั้นได้ แต่ดาบของนักรบครึ่งคนครึ่งสัตว์นั้นก็ตัดผ่าเกราะมังกรของเขาจนขาดออกเหมือนกัน ทันทีที่รู้สึกถึงอันตรายเทียนฉินก็รีบดึงดาบออกมาก่อนใช้ท่าร่างพลิ้วตัวถอยหลังหลบหลีกออกมาไกล


    นักรบครึ่งคนครึ่งสัตว์ร้องคำรามออกมาอย่างโกรธแค้นที่ได้รับบาดเจ็บ เส้นเลือดแขนขาของมันปูดโปนจนเห็นได้ชัด ก่อนจะพุ่งเข้ามาหาเทียนฉินโดยไม่สนใจบาดแผลที่หน้าอกเลยสักนิด


    ตู้ม!


    ดาบฟาดเข้าที่พื้นอย่างรุนแรง ทันทีที่เทียนฉินพริ้วตัวหลบหลีกออกมาจากที่เดิม 


    เทียนฉินขับเคลื่อนเคล็ดวิชาแก่นแท้เบญจธาตุเร่งรักษาบาดแผลอย่างเต็ม แต่เขาจะมีเวลาให้บาดแผลหายดีได้อย่างไร ในเมื่อดาบของนักรบตนนั้นก็ฟาดฟันเข้ามาอีกครั้งแล้ว


    คมดาบหลายสายพุ่งเข้าใส่ร่างของเทียนฉินอย่างดุเดือดราวกับพายุคะนองฝน สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยกัดฟันเร่งพลังปราณออกมากลายเป็นมังกรสามตัวทันที


    ในตอนนี้เทียนฉินไม่มีกักเก็บอะไรไว้อีกแล้ว ใช้กระบวนท่าอัคคีกัมปนาทออกมาอย่างรวดเร็ว มังกรทั้งสามหมุนวนรวมกันจนกลายเป็นมังกรยักษ์สีสันแปลกตาเป็นอย่างมาก


    แต่ใครจะมามัวสนใจสีสันของมังกรยักษ์ตัวนั้นกัน เขาไม่รีรอบังคับให้มังกรยักษ์ตัวนั้นพุ่งเข้าปะทะกับคมดาบทันที


    เปรี้ยง!


    คมดาบทั้งหลายแหล่แตกกระจายออกอย่างรวดเร็ว ร่างมังกรยักษ์ที่หม่นแสงลงไปบ้างยังพุ่งเข้ากระแทกตัวของนักรบนั้นอย่างรุนแรง


    นักรบครึ่งคนครึ่งสัตว์ปลิวกระเด็นลอยออกไปไกล สีหน้าแววตาของมันดูราว

    กลับฉงนสนเท่ห์เป็นอย่างมาก มันคงไม่เคยคิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ามันจะมีพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้


    เทียนฉินเห็นว่านักรบตนนั้นยังไม่ตอบสนองอะไร จึงไม่รอช้าวาดออกด้วยกระบวนท่าเฉือนนภาเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้เขาผสานเปลวเพลิงโลกันตร์เข้าไปในปราณดาบนั้นอย่างเต็มที่ เพื่อคิดจะแช่แข็งนักรบตนนั้นไม่ไห้ขยับตัวได้อีก สัมผัสของพลังในดาบจึงแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย มันแฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือกพร้อมจะจับทุกสิ่งที่มันสัมผัสให้แช่แข็งภายในพริบตา


    คลื่นดาบส่งเสียงกรีดร้องตัดอากาศผสมกับจิตสังหารราวกับสายฟ้าที่ฉีกออกมายามฟ้าฝนโหมกระหน่ำ ไล่ตามนักรบตนนั้นที่กระเด็นลอยไปอย่างไม่คิดจะให้โอกาสมันได้ตั้งตัว


    ทว่าถึงแม้นักรบตนนั้นจะมีอาการตกตะลึง แต่สัญชาตญาณของมันกลับเฉียบคมยิ่งนัก ทันทีที่คลื่นดาบใกล้มาถึงตัว มันก็ร้องคำรามออกมาก่อนสร้างพายุลูกใหญ่ออกมาต้านรับได้อย่างรวดเร็ว


    ตู้ม!


    เสียงปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นฟุ้งกระจายจนแทบมองไม่เห็นอะไรเลย เทียนฉินเห็นว่ายังไม่อาจจะสังหารนักรบครึ่งคนครึ่งสัตว์นั้นได้ ก็พุ่งทะยานเข้าใส่หมายเผด็จศึกครั้งนี้ให้เร็วที่สุด


     คลื่นดาบผสานกับเปลวเพลิงทั้งสองสีพุ่งสูงขึ้นกลางอากาศ ก่อนถักทอร้อยเรียงเป็นตาข่ายเพลิงตกลงมาอย่างรวดเร็ว แต่เทียนฉินคล้ายยังไม่ค่อยพอใจจ้วงแทงดาบเพลิงสุริยาตามเข้าไปสุดแรงเกิด


    ตู้ม!


    ดาบเพลิงสุริยาแทงเข้าไปที่หน้าอกของนักรบตนนั้นอีกครั้ง จนมันกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆเต็มปาก ในจังหวะนั้นตาข่ายเพลิงก็ตกลงมาเชือดเฉือนทุกส่วนตามร่างกายของมันพอดี


    ไอความเย็นแผ่ซ่านเกาะกุมร่างของนักรบตนนั้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าแววตาของมันกลายเป็นดุร้ายน่ากลัวกว่าเดิม ก่อนจะแหกปากร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ท้องฟ้าบริเวณนี้แปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มทันที สายลมพัดโชยกระหน่ำหมุนวนเข้ามาอย่างน่ากลัว


    ชั้นน้ำแข็งที่เกาะกุมไปทั่วตัวพลันแตกกระจายกลายเป็นเกร็ดน้ำแข็งปลิวว่อนไปทั่ว เทียนฉินเห็นท่าไม่ดีก็เร่งพลังปราณออกมาอย่างเต็มที่ ดาบเพลิงสุริยาที่เสียบแทงอยู่นั้นปรากฏเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมาอย่างร้อนแรง แผดเผาหน้าอกของนักรบตนนั้นอย่างไม่สนใจสิ่งใดอีก


    แต่ในจังหวะที่เปลวเพลิงกำลังลุกลามอยู่นั้น นักรบครึ่งคนครึ่งสัตว์ก็ฟาดดาบเข้าใส่เทียนฉินอย่างไม่ทันตั้งตัว เทียนฉินเบี่ยงศรีษะหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่คมดาบก็กระแทกเข้ากับไหล่ซ้ายอย่างหนักหน่วงจนเข่าของเขาแทบทรุดลงกับพื้น


    เทียนฉินกัดฟันอดกลั้นความเจ็บปวดกระแทกดาบเพลิงสุริยาเข้าไปสุดแรงจนมิดด้าม เปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่ระเบิดออกมาอย่างไม่เสียดายพลังปราณ


    ร่างของนักรบตนนั้นเริ่มปริแตกก่อนเศษเนื้อจะระเบิดกระจุยกระจายตามเปลวเพลิงนั้นไป เทียนฉินทรุดตัวลงจนหัวเข่ากระแทกพื้นทั้งสองข้างก่อนจะนอนแผ่หราไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นได้อีกต่อไป


    นักรบตนนี้อย่างน้อยพลังของมันต้องอยู่ที่ระดับผันแปรขั้นสูงสุดอย่างแน่นอน ถ้าไม่ใช่เพราะเทียนฉินมีเคล็ดวิชาแก่นแท้เบญจธาตุแล้วละก็ เขาคงไม่อาจยืนหยัดต่อสู้มาได้ถึงอย่างตอนนี้แน่


    แต่ขนาดเขามีเคล็ดวิชาที่ช่วยฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่อาจจะฟื้นฟูพลังที่เขาใช้ไปได้ทันเลย นี่จึงเป็นการต่อสู้ครั้งแรกที่ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้


    แสงสีเขียวส่องสว่างไปทั่วร่างกายของเทียนฉินที่นอนหลับตาอยู่ เกราะมังกรถูกเรียกคืนไปเผยให้เห็นรอยบาดแผลขนาดใหญ่ที่ไหล่ขวากับหน้าอกอย่างชัดเจน 


    ตอนนี้เทียนฉินเหมือนหลับเป็นตายโดยไม่ได้รู้เลยว่าเขาได้ถูกพากลับมาอยู่ที่ชั้นเก้าของหอคอยปฐมอัคคีตั้งแต่ที่สังหารนักรบครึ่งคนครึ่งสัตว์นั้นแล้ว บาดแผลที่ไหล่ขวากับหน้าอกเริ่มสมานตัวกันอย่างช้าๆด้วยแสงสีเขียวนั้นพร้อมกลับพลังปราณก็ได้เริ่มทยอยฟื้นฟูขึ้นมา


    ครึ่งชั่วยามผ่านไปเทียนฉินลืมตาขึ้นมาอีกครั้งถึงได้รู้ว่าเขาได้กลับมาที่หอคอยแล้ว รูปปั้นนักรบพวกนั้นยังตั้งอยู่เหมือนเดิมไปได้หายไปไหน เทียนฉินยืนมองสำรวจไปโดยรอบหลังจากที่ลุกขึ้นยืนได้แล้ว


    ชั่วพริบตาหน้าอกของรูปปั้นนักรบที่ถือดาบก็ปรากฏกลุ่มแสงสีขาวดวงหนึ่ง ก่อนจะลอยมาทางเทียนฉินอย่างช้าๆ เขายื่นมือเข้าไปรับกลุ่มแสงสีขาวนั้นอย่างไม่ลังเล ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสกับกลุ่มแสงสีขาวนั้นเคล็ดวิชาบางอย่างก็ถูกถ่ายทอดเข้ามายังจิตวิญญาณของเทียนฉินทันที


    แสงสีขาวที่ยังหลงเหลืออยู่บนฝ่ามือของเทียนฉินก็หมุนวนอย่างรวดเร็ว ชั่วอึดใจแสงสีขาวที่หมุนวนอยู่นั้นก็แปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นดาบเล่มใหญ่เล่มหนึ่ง ถ้าเทียนฉินจำได้นี่ก็คือดาบที่นักรบตนนั้นใช้อยู่นั่นเอง


    เวลาผ่านไปไม่นานเคล็ดวิชาที่เข้ามาประทับลงในจิตวิญญาณก็ได้เสร็จสิ้นขบวนการ เทียนฉินมองดาบยักษ์สีดำที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างดีใจ เขาไม่ลังเลเลยที่จะเอื้อมมือไปขว้ามันมาถือไว้ ในขณะที่มือขวาของเขากุมด้ามดาบนั้นไว้ ความทรงจำที่อยู่ในดาบก็แล่นผ่านเข้าสู่จิตสำนึกของเขา


    "ดาบเขี้ยวพยัคฆ์ พิทักษ์ราชา เช่นฆ่าอธรรม"


    ฉากนักรบตนนั้นถือดาบเขี้ยวพยัคฆ์ไล่สังหารพวกนอกรีตคนแล้วคนเล่าปรากฏขึ้นมาอย่างสมจริงราวกับเขาเป็นผู้ที่ถือดาบนั้นด้วยตนเอง การต่อสู้ดำเนินต่อเนื่องไปอย่างยาวนาน ซากศพนอนตายเกลื่อนกราดในทุกที่ที่เขาก้าวผ่าน จนสุดท้ายพวกนอกรีตพวกนั้นได้แตกกระจายหลบหนีกันจ้าละหวั่น


    ภาพตัดมาอีกครั้งภายในห้องโถงที่เขายืนอยู่ มีกลุ่มนักรบนั่งคุกเข่าเรียงรายนับร้อยคน มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์เผยกลิ่นอายที่ดุดันน่ากลัว แต่กลับมีม่านแสงบดบังใบหน้าทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน


    "คารวะท่านจักรพรรดิ"


    ผ่านไปหนึ่งก้านธูปเทียนฉินจึงได้สติกลับมาอีกครั้ง มองดาบที่ตนเองถืออยู่ด้วยความยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง เพราะดาบเล่มนี้ไม่ใช่แค่เพียงมีระดับที่สูงกว่าดาบเพลิงสุริยาของเขาเท่านั้น แต่กลิ่นอายที่ได้ดื่มเลือดผู้คนมานับไม่ถ้วนนั้น ทำให้รู้สึกราวกับว่ามีจิตวิญญาณอยู่ในตัวของมันเอง


    "ดาบนี้เรียกว่าดาบเขี้ยวพยัคฆ์สินะ"



    จบตอนที่ 83