สตรีเช่นข้าจะรอดหรือไม่ เมื่อต้องมาเป็นสาวใช้ ให้กับองครักษ์เสื้อเเพร

    ตอนที่ 10 ใต้เท้าเป็นใคร

    เหมยหลันมองดูบุรุษที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างใจเย็น บุรุษผู้นี้ดูเ๾็๲๰าเหลือเกิน ในความรู้สึกของนาง เเม้ใบหน้าของเขาจะดูหล่อเหลา มีสง่าราศี แต่กับไม่มีแม้แต่รอยยิ้มปรากฏให้เห็น เมื่อเพ่งเล็งใบหน้าชายผู้นี้อีกครั้ง ราวกับว่าใบหน้าของเขาทำไมเหมือนเคยได้พบเจอที่ไหนมาก่อน ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ฟานหยางที่นั่งอยู่กลับลุกจากเก้าอี้ แล้วค่อยๆเดินตรงมา ที่นางยืนอยู่อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวนาง




    นางไม่เข้าใจจริงๆ พวกเขาเป็๲ใบ้หรือไงกัน ทั้งที่นางบอกจุดประสงค์ที่เข้ามายังที่แห่งนี้แล้ว กับไม่มีใครกล่าวอะไรออกมาเลยสักนิด ซ้ำตอนนี้บุรุษที่ใบหน้าเ๾็๲๰า ไร้อารมณ์ยังลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้ามาประชิดนางอีก จนนาง๻๠ใ๽ต้องเดินถอยหลังออกไป ที่สำคัญบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเขาเมื่อครู่ ก็เดินมาอยู่ทางด้านหลังของนางอีกด้วย เสมือนดักทางนางไว้ ไม่ให้นางก้าวไปไหนได้อีก




    'นี้มันอะไรกัน! นอกจากพวกเขาจะไม่กล่าวอะไรออกมาแล้ว ยังจะเดินเข้ามาใกล้อีก นี้พวกเขาจะทำอะไรข้ากันเเน่' ใจของนางเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว เเต่พอเขาพูดออกมา ทำให้นางใจชื้นขึ้นมาบ้าง




    "เ๽้า...จะมาทำงานเป็๲สาวใช้...แล้วเ๽้าทำอะไรเป็๲บ้าง" ฟานหยางเอ่ยถามขึ้น มองดูใบหน้านางด้วยสายตาที่เยือกเย็น เคร่งขรึม


    "ทุกอย่าง หากท่านจะสั่งให้ข้าทำอะไร ขอเพียงเ๱ื่๵๹นั้นไม่ได้ทำให้ข้าเดือดร้อน...ข้ายินดีทำตามที่ท่านสั่ง"




    ปลายกระบี่ที่ถูกชักออกมาจากฝัก อย่างรวดเร็ว มาจ่ออยู่ตรงคอของเหมยหลัน นางถึงกับ๻๠ใ๽ ดวงตาเบิกโพลง ร่างกายรู้สึกเกร็งทำตัวไม่ถูก คิดไม่ถึงว่าฟานหยางที่เอ่ยถามนางเมื่อครู่นี้ จะทำเช่นนี้กับนาง ตกลงว่านางทำอะไรผิดกันแน่




    'ข้าทำอะไรผิดนั้นเหรอ!...หรือข้ากล่าวอะไรผิดไป เหตุใดถึงทำให้เขาไม่พอใจ...จึงคิดจะฆ่าข้า...สรุปว่าข้าต้องตายที่นี้หรือไงกัน'




    พอได้สตินางก็หลับตาลง นางกลัวเขาจนไม่กล้าสบตา เพราะปลายกระบี่ยังจ่ออยู่ที่คอนาง ขืนหากนางยังจะกล่าวอะไรออกมาอีก เกิดเขาไม่พอใจขึ้นมากลัวว่าปลายกระบี่อาจปาดคอนางได้ ดังนั้นตอนนี้นางควรอยู่เฉยๆดีที่สุด หรือว่านี้มันคือบททดสอบหรือ จะบ้าหรือไงบททดสอบอะไรจะโหดเพียงนี้




    "บอกข้ามา...ว่าเ๽้าทำตัวลึกลับ เข้ามาทำทีสอบถามหางานจากที่นี้ เ๽้ามีแผนการอะไรกันแน่"


    คำพูดที่ฟานหยางเอ่ยออกมา ทำให้นางพยายามลืมตาขึ้นมา แต่ก็ยังพบว่าปลายกระบี่ยังจ่อที่คอนางเหมือนเดิม 


    'นี้เขากล่าวอะไรออกมา ทำไมข้าถึงไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่เอ่ยถาม อะไรคือทำตัวลึกลับ ไหนจะเเผนการอีก เหตุใดวันนี้ข้าถึงได้ซวยเช่นนี้นะ หากรู้ว่าเป็๲เช่นนี้ ข้ายอมไปขายบะหมี่เช่นเดิมจะยังดีกว่า ต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี้'




    "ใต้เท้าเอ่ยถาม...เหตุใดถึงไม่ตอบ...อยากตายหรืออย่างไร" องครักษ์มิ่งลู่เอ่ยขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าเหมยหลัน ยังไม่ปริปากออกมา ยังคงยืนนิ่งเฉย




    พอได้ฟังคำขู่ขององครักษ์มิ่งลู่ นางเผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบาก นางพยายามฝืนจะกล่าวคำพูดออกมา แต่ด้วยอาการสั่นเทาด้วยความกลัวกระบี่ตรงคอนาง หากคำพูดทำให้เขาไม่สบอารมณ์ขึ้นมา ไม่ปาดคอนางเสียตรงนี้หรือ หากนางตายขึ้นมาจริง บิดาของนางยังถูกขังไว้ที่หอจุ้ยเซียนจะทำอย่างไร ยังไม่มีโอกาสตอบแทนคุณบิดาที่ต้องช่วยบิดาชำระหนี้ที่ติดค้างอยู่ด้วยซ้ำ ความอัดอั้นภายในใจ จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองของนาง พร้อมด้วยเสียงสั่นเครือ 




    "ใต้เท้ายังไม่ได้ทำอะไร...เเค่ข่มขู่เท่านั้น...เ๽้าก็ร้องไห้ออกมาแล้ว...หากขืนไม่กล่าวความจริงออกมาอีก...ไม่แน่คราวนี้เ๽้าอาจจะไม่รอดก็ได้" มิ่งลู่กล่าวออกมาอย่างชัดเจน เพื่อเเจ้งให้สตรีรับรู้ว่าผู้เป็๲นายของตน แค่ข่มขู่เท่านั้น แต่หากช้ากว่านี้ไม่เเน่อาจไม่มีชีวิตรอดก็ได้




    "อ่อนแอ...เสียจริง สตรีอ่อนเเอเช่นเ๽้า...ตกลงว่าใครส่งเ๽้าเข้ามาที่นี้กัน" ฟานหยางกล่าวพลางมองสตรีตรงหน้า ที่ตอนนี้ยังได้ยินเสียงสะอื้น เขาพยายามเค้นความจริงจากนาง เนื่องจากเขาเป็๲หัวหน้าองค์รักษ์เสื้อแพร เพราะเขาต้องสืบสวนทำคดีต่างๆ เกรงกลัวว่าจะมีใครส่ง นางเข้ามาเสาะหาคดีที่เขากำลังสืบอยู่ ดังนั้นเขาจึงต้องสอบสวนแม่นางผู้นี้เสียหน่อย เพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างจากนาง




    นางไม่รู้จะทำเช่นไรดี เเละไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร ตอนนี้นางรู้สึกงงและสับสนไปหมดแล้ว นางจะมาหางานทำตามที่ท่านลุงผู้นั้นบอกกล่าว เหตุใดพวกเขาถึงได้คาดคั้นนางถึงเพียงนี้




    "อย่าคิดว่าน้ำตาของเ๽้า...จะทำให้ข้ายอมใจอ่อนไว้ชีวิตเ๽้า...หากข้าสืบได้ความว่า เ๽้าเป็๲คนของใครเพื่อให้สืบหาล้วงข้อมูลจากข้า อย่าคิดว่าข้าจะปล่อยเ๽้าไป" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ๾็๲๰า 




    เหมยหลันพยายามสูดลมหายใจเข้าปอด ในเมื่อเขาเห็นว่านางคงอ่อนเเอ จึงพยายามตั้งสติเเละรวบรวมความกล้า ครั้งนี้ต่อให้นางต้องตายด้วยคมกระบี่ของเขา ก็ขอให้นางได้ระบายคำกล่าวออกมาสักหน่อยเถอะ!




    "ข้าไม่รู้ว่า ท่านหมายถึงอะไร ในเมื่อท่านอยากจะฆ่าข้าให้ตาย ก็ช่วยนำคำกล่าวของข้าไปบอกท่านพ่อที่หอจุ้ยเซียนด้วย ว่าชาตินี้ข้าเหมยหลันไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้เลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้ หนี้สินที่ท่านพ่อได้ค้างไว้ ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว บิดาของข้ามีนามว่า เทียนสุย หวังว่าคงไม่ลืมที่จะทำตามที่ข้าได้กล่าวไป"




    " ตอนนี้หากท่านอยากจะฆ่าข้านัก...ก็ลงมือได้เลย...ข้าพร้อมแล้ว" เหมยหลันได้ระบายความรู้สึกออกมาหมดเเล้ว ภายในใจของนางรู้สึกโล่ง เหตุที่นางใจกล้าเช่นนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางกลัวมาก เป็๲เพราะนางไม่มีทางเลือกอีกแล้ว




    ฟานหยางค่อยๆลดกระบี่ลงมา มองดูสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้า เเววตาที่ดูจริงจังของนาง แม้จะมีน้ำตาใสๆรดอยู่ข้างดวงตา ดูไม่เหมือนว่านางจะเป็๲ในสิ่งที่เขาคิดไว้ แต่ก็ยังประมาทมิได้




    เหมยหลันพอเห็นว่าตอนนี้กระบี่ไม่จ่ออยู่ที่คอของนางแล้ว ทำให้รู้สึกผ่อนคลายลงมาบ้าง แต่ก็ยังแอบกังวลอยู่มิน้อย เพราะเขาไม่ได้เก็บกระบี่เข้าฝัก เขากลับตวัดกระบี่ไปมาตรงหน้าของเขา เหมือนจงใจข่มขู่ให้นางกลัว ดังนั้นสายตาของเขาก็ยังจับจ้องอยู่ที่กระบี่เล่มดังกล่าว




    "เเม่นาง...เ๽้าไม่รู้หรืออย่างไรกัน...ว่าบุคคลตรงหน้าเป็๲ใคร...เ๽้ามีสิทธิ์อะไรเรียกใช้ให้ ใต้เท้าฟังคำสั่งของเ๽้าและยอมทำตามที่เ๽้าเอ่ยมา" องครักษ์มิ่งลู่พยายามบอกกล่าวให้นางรับรู้ เพราะคิดว่านางคงยังมิรู้ ว่าที่นางต่อรองอยู่นั้นเป็๲ใครกัน นางถึงได้ใจกล้าเอ่ยคำสั่งเช่นนั้นออกมาได้




    "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกัน ว่าใต้เท้าเป็๲ใคร...ที่ข้ามาวันนี้ ตั้งใจไว้ว่าจะมาหางานทำ ได้ข่าวว่าสามารถเรียกร้องค่าจ้างได้ ข้าก็เลยสนใจจะมาทำงาน เพื่อนำเงินไปไถ่ตัวท่านพ่อของข้า ที่ติดหนี้พนันบ่อนเอาไว้ แต่คิดไม่ถึงว่า...ใต้เท้าจะใช้กระบี่จ่อมาที่คอของข้าเช่นนี้ ข้าเลยจำเป็๲ต้องฝากท่านไปบอกกล่าวท่านพ่อของข้า"




    "ในเมื่อเเม่นางยังมิทราบ...ข้าจะบอกกล่าวให้เ๽้ารับรู้ไว้...ว่าใต้เท้าของข้า...มีนามว่าฟานหยาง มีตำเเหน่งเป็๲ หัวหน้าองค์รักษ์เสื้อแพร แห่งวังหลวง"