เหมยหลันมองดูบุรุษที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างใจเย็น บุรุษผู้นี้ดูเ็าเหลือเกิน ในความรู้สึกของนาง เเม้ใบหน้าของเขาจะดูหล่อเหลา มีสง่าราศี แต่กับไม่มีแม้แต่รอยยิ้มปรากฏให้เห็น เมื่อเพ่งเล็งใบหน้าชายผู้นี้อีกครั้ง ราวกับว่าใบหน้าของเขาทำไมเหมือนเคยได้พบเจอที่ไหนมาก่อน ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ฟานหยางที่นั่งอยู่กลับลุกจากเก้าอี้ แล้วค่อยๆเดินตรงมา ที่นางยืนอยู่อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวนาง
นางไม่เข้าใจจริงๆ พวกเขาเป็ใบ้หรือไงกัน ทั้งที่นางบอกจุดประสงค์ที่เข้ามายังที่แห่งนี้แล้ว กับไม่มีใครกล่าวอะไรออกมาเลยสักนิด ซ้ำตอนนี้บุรุษที่ใบหน้าเ็า ไร้อารมณ์ยังลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้ามาประชิดนางอีก จนนางใต้องเดินถอยหลังออกไป ที่สำคัญบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเขาเมื่อครู่ ก็เดินมาอยู่ทางด้านหลังของนางอีกด้วย เสมือนดักทางนางไว้ ไม่ให้นางก้าวไปไหนได้อีก
'นี้มันอะไรกัน! นอกจากพวกเขาจะไม่กล่าวอะไรออกมาแล้ว ยังจะเดินเข้ามาใกล้อีก นี้พวกเขาจะทำอะไรข้ากันเเน่' ใจของนางเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว เเต่พอเขาพูดออกมา ทำให้นางใจชื้นขึ้นมาบ้าง
"เ้า...จะมาทำงานเป็สาวใช้...แล้วเ้าทำอะไรเป็บ้าง" ฟานหยางเอ่ยถามขึ้น มองดูใบหน้านางด้วยสายตาที่เยือกเย็น เคร่งขรึม
"ทุกอย่าง หากท่านจะสั่งให้ข้าทำอะไร ขอเพียงเื่นั้นไม่ได้ทำให้ข้าเดือดร้อน...ข้ายินดีทำตามที่ท่านสั่ง"
ปลายกระบี่ที่ถูกชักออกมาจากฝัก อย่างรวดเร็ว มาจ่ออยู่ตรงคอของเหมยหลัน นางถึงกับใ ดวงตาเบิกโพลง ร่างกายรู้สึกเกร็งทำตัวไม่ถูก คิดไม่ถึงว่าฟานหยางที่เอ่ยถามนางเมื่อครู่นี้ จะทำเช่นนี้กับนาง ตกลงว่านางทำอะไรผิดกันแน่
'ข้าทำอะไรผิดนั้นเหรอ!...หรือข้ากล่าวอะไรผิดไป เหตุใดถึงทำให้เขาไม่พอใจ...จึงคิดจะฆ่าข้า...สรุปว่าข้าต้องตายที่นี้หรือไงกัน'
พอได้สตินางก็หลับตาลง นางกลัวเขาจนไม่กล้าสบตา เพราะปลายกระบี่ยังจ่ออยู่ที่คอนาง ขืนหากนางยังจะกล่าวอะไรออกมาอีก เกิดเขาไม่พอใจขึ้นมากลัวว่าปลายกระบี่อาจปาดคอนางได้ ดังนั้นตอนนี้นางควรอยู่เฉยๆดีที่สุด หรือว่านี้มันคือบททดสอบหรือ จะบ้าหรือไงบททดสอบอะไรจะโหดเพียงนี้
"บอกข้ามา...ว่าเ้าทำตัวลึกลับ เข้ามาทำทีสอบถามหางานจากที่นี้ เ้ามีแผนการอะไรกันแน่"
คำพูดที่ฟานหยางเอ่ยออกมา ทำให้นางพยายามลืมตาขึ้นมา แต่ก็ยังพบว่าปลายกระบี่ยังจ่อที่คอนางเหมือนเดิม
'นี้เขากล่าวอะไรออกมา ทำไมข้าถึงไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่เอ่ยถาม อะไรคือทำตัวลึกลับ ไหนจะเเผนการอีก เหตุใดวันนี้ข้าถึงได้ซวยเช่นนี้นะ หากรู้ว่าเป็เช่นนี้ ข้ายอมไปขายบะหมี่เช่นเดิมจะยังดีกว่า ต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี้'
"ใต้เท้าเอ่ยถาม...เหตุใดถึงไม่ตอบ...อยากตายหรืออย่างไร" องครักษ์มิ่งลู่เอ่ยขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าเหมยหลัน ยังไม่ปริปากออกมา ยังคงยืนนิ่งเฉย
พอได้ฟังคำขู่ขององครักษ์มิ่งลู่ นางเผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบาก นางพยายามฝืนจะกล่าวคำพูดออกมา แต่ด้วยอาการสั่นเทาด้วยความกลัวกระบี่ตรงคอนาง หากคำพูดทำให้เขาไม่สบอารมณ์ขึ้นมา ไม่ปาดคอนางเสียตรงนี้หรือ หากนางตายขึ้นมาจริง บิดาของนางยังถูกขังไว้ที่หอจุ้ยเซียนจะทำอย่างไร ยังไม่มีโอกาสตอบแทนคุณบิดาที่ต้องช่วยบิดาชำระหนี้ที่ติดค้างอยู่ด้วยซ้ำ ความอัดอั้นภายในใจ จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองของนาง พร้อมด้วยเสียงสั่นเครือ
"ใต้เท้ายังไม่ได้ทำอะไร...เเค่ข่มขู่เท่านั้น...เ้าก็ร้องไห้ออกมาแล้ว...หากขืนไม่กล่าวความจริงออกมาอีก...ไม่แน่คราวนี้เ้าอาจจะไม่รอดก็ได้" มิ่งลู่กล่าวออกมาอย่างชัดเจน เพื่อเเจ้งให้สตรีรับรู้ว่าผู้เป็นายของตน แค่ข่มขู่เท่านั้น แต่หากช้ากว่านี้ไม่เเน่อาจไม่มีชีวิตรอดก็ได้
"อ่อนแอ...เสียจริง สตรีอ่อนเเอเช่นเ้า...ตกลงว่าใครส่งเ้าเข้ามาที่นี้กัน" ฟานหยางกล่าวพลางมองสตรีตรงหน้า ที่ตอนนี้ยังได้ยินเสียงสะอื้น เขาพยายามเค้นความจริงจากนาง เนื่องจากเขาเป็หัวหน้าองค์รักษ์เสื้อแพร เพราะเขาต้องสืบสวนทำคดีต่างๆ เกรงกลัวว่าจะมีใครส่ง นางเข้ามาเสาะหาคดีที่เขากำลังสืบอยู่ ดังนั้นเขาจึงต้องสอบสวนแม่นางผู้นี้เสียหน่อย เพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างจากนาง
นางไม่รู้จะทำเช่นไรดี เเละไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร ตอนนี้นางรู้สึกงงและสับสนไปหมดแล้ว นางจะมาหางานทำตามที่ท่านลุงผู้นั้นบอกกล่าว เหตุใดพวกเขาถึงได้คาดคั้นนางถึงเพียงนี้
"อย่าคิดว่าน้ำตาของเ้า...จะทำให้ข้ายอมใจอ่อนไว้ชีวิตเ้า...หากข้าสืบได้ความว่า เ้าเป็คนของใครเพื่อให้สืบหาล้วงข้อมูลจากข้า อย่าคิดว่าข้าจะปล่อยเ้าไป" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
เหมยหลันพยายามสูดลมหายใจเข้าปอด ในเมื่อเขาเห็นว่านางคงอ่อนเเอ จึงพยายามตั้งสติเเละรวบรวมความกล้า ครั้งนี้ต่อให้นางต้องตายด้วยคมกระบี่ของเขา ก็ขอให้นางได้ระบายคำกล่าวออกมาสักหน่อยเถอะ!
"ข้าไม่รู้ว่า ท่านหมายถึงอะไร ในเมื่อท่านอยากจะฆ่าข้าให้ตาย ก็ช่วยนำคำกล่าวของข้าไปบอกท่านพ่อที่หอจุ้ยเซียนด้วย ว่าชาตินี้ข้าเหมยหลันไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้เลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้ หนี้สินที่ท่านพ่อได้ค้างไว้ ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว บิดาของข้ามีนามว่า เทียนสุย หวังว่าคงไม่ลืมที่จะทำตามที่ข้าได้กล่าวไป"
" ตอนนี้หากท่านอยากจะฆ่าข้านัก...ก็ลงมือได้เลย...ข้าพร้อมแล้ว" เหมยหลันได้ระบายความรู้สึกออกมาหมดเเล้ว ภายในใจของนางรู้สึกโล่ง เหตุที่นางใจกล้าเช่นนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางกลัวมาก เป็เพราะนางไม่มีทางเลือกอีกแล้ว
ฟานหยางค่อยๆลดกระบี่ลงมา มองดูสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้า เเววตาที่ดูจริงจังของนาง แม้จะมีน้ำตาใสๆรดอยู่ข้างดวงตา ดูไม่เหมือนว่านางจะเป็ในสิ่งที่เขาคิดไว้ แต่ก็ยังประมาทมิได้
เหมยหลันพอเห็นว่าตอนนี้กระบี่ไม่จ่ออยู่ที่คอของนางแล้ว ทำให้รู้สึกผ่อนคลายลงมาบ้าง แต่ก็ยังแอบกังวลอยู่มิน้อย เพราะเขาไม่ได้เก็บกระบี่เข้าฝัก เขากลับตวัดกระบี่ไปมาตรงหน้าของเขา เหมือนจงใจข่มขู่ให้นางกลัว ดังนั้นสายตาของเขาก็ยังจับจ้องอยู่ที่กระบี่เล่มดังกล่าว
"เเม่นาง...เ้าไม่รู้หรืออย่างไรกัน...ว่าบุคคลตรงหน้าเป็ใคร...เ้ามีสิทธิ์อะไรเรียกใช้ให้ ใต้เท้าฟังคำสั่งของเ้าและยอมทำตามที่เ้าเอ่ยมา" องครักษ์มิ่งลู่พยายามบอกกล่าวให้นางรับรู้ เพราะคิดว่านางคงยังมิรู้ ว่าที่นางต่อรองอยู่นั้นเป็ใครกัน นางถึงได้ใจกล้าเอ่ยคำสั่งเช่นนั้นออกมาได้
"ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกัน ว่าใต้เท้าเป็ใคร...ที่ข้ามาวันนี้ ตั้งใจไว้ว่าจะมาหางานทำ ได้ข่าวว่าสามารถเรียกร้องค่าจ้างได้ ข้าก็เลยสนใจจะมาทำงาน เพื่อนำเงินไปไถ่ตัวท่านพ่อของข้า ที่ติดหนี้พนันบ่อนเอาไว้ แต่คิดไม่ถึงว่า...ใต้เท้าจะใช้กระบี่จ่อมาที่คอของข้าเช่นนี้ ข้าเลยจำเป็ต้องฝากท่านไปบอกกล่าวท่านพ่อของข้า"
"ในเมื่อเเม่นางยังมิทราบ...ข้าจะบอกกล่าวให้เ้ารับรู้ไว้...ว่าใต้เท้าของข้า...มีนามว่าฟานหยาง มีตำเเหน่งเป็ หัวหน้าองค์รักษ์เสื้อแพร แห่งวังหลวง"