บ้านพักรับรอง ดินแดนชาวอิระมังค์ยา
ในช่วงวันต่อๆ มาหลังจากเรนิตาฟื้นกลับมามีร่างกายแข็งแรงดีแล้ว ก็มีบุคคลสำคัญหลายคนทยอยกันมาเยี่ยมและแสดงความยินดีที่เรนิตาหายป่วยกลับมาเป็นปกติไม่ว่าจะเป็นท่านมินเซ ผู้นำสูงสุดของชาวเผ่าอิระมังค์ยา
มังค์เหย๋า รองหัวหน้าเผ่า ซูลอ เยินลอ มังค์เฉ มังค์เจิ้นและมินเออ ทำให้ทั้งเธอและเทวินคอยรับแขกเกือบทั้งวัน
นอกจากจะมาเยี่ยมแล้ว ยังได้นำอาหารที่ดีต่อสุขภาพและสมุนไพรที่ใช้บำรุงร่างกายมาฝากเมื่อเห็นว่าเธอหายป่วย
และดูมีความแข็งแรงต่างก็รู้สึกยินดีและก็ยังโล่งใจเป็นอย่างยิ่งพวกเขาต่างได้สร้างข้อตกลงทางการค้าร่วมกับเธอและเทวิน
ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังต้องพึงพาอาศัยซึ่งกันและกันไปอีกในระยะยาว
ถึงตอนเย็นของวันนี้แล้วไม่มีใครมาเยี่ยมอีกไรอาร์ก็ยังคงเก็บตัวอยู่ในห้องพักจึงมีแต่เทวินและเรนิตาที่อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
แต่เธอดูจะพยายามหลบเลี่ยงที่จะพูดคุยกับเขา
ส่วนเทวินเองแม้ต้องการที่จะอยู่ใกล้ชิดกับเธอแต่ก็ไม่อาจที่จะทำได้ เขายังคงพยายามที่จะทำให้เธอไม่ตัดใจจากตนเอง
ซึ่งก่อนหน้าเธอได้คิดที่จะให้เขาไปมีคนอื่นเพื่อให้เกิดทายาทที่จะสืบทอดสายเลือดวิวัฒนาการของเขาเพื่อคนอื่นๆ ในอนาคต
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาเยี่ยมแล้วเธอจึงหลบเข้าไปพักอีกห้องหนึ่งของบ้านพักรับรองบางครั้งเธอก็ยังขอเข้าไปพูดคุยกับไรอาร์
ทำให้เทวินไม่มีโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับเธอเหมือนแต่ก่อน กระทั้งผ่านพ้นไปอีกคืนแล้วเข้าสู่เช้าของวันใหม่ก็ยังคงเป็นบรรยากาศ
ที่หนักหนาสาหัสต่อจิตใจของเทวินเป็นอย่างมาก
เธอรู้ว่าเขาจะไม่ยอมไปมีคนอื่นจึงจำเป็นที่จะต้องหาทางทำให้เขาสามารถก้าวข้ามผ่านความรู้สึกนี้ เมื่อไม่สามารถที่จะใกล้ชิดเธอได้ดังเดิมเทวินที่รักเธอเป็นอย่างมากก็เกิดความปวดร้าวใจ
แต่ก็ยังมีอมราที่ปรากฏร่างออกมาพูดคุยด้วยและให้กำลังใจต่อเขา
อมรารู้ว่าไม่ง่ายเลยสำหรับเขาที่จะก้าวข้ามผ่านความรู้สึกของตนเองในครั้งนี้เธอเองก็ก้าวข้ามผ่านความรู้สึกต่อเขามาแล้ว
จึงเข้าใจเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในกรณีของเทวินและเรนิตาที่เป็นมนุษย์ในภพเดียวกันและต่างก็เป็นดังสามีภรรยากันไปแล้วด้วย
“ผมไม่อาจที่จะทำใจได้ครับเธอคิดที่จะให้ผมไปมีคนอื่นที่สามารถมีเลือดที่เข้ากันได้กับผม ผมไม่อาจที่จะทำแบบนั้นได้”
“คุณเทวินต้องทำใจเย็นๆไว้คะ บางทีเธออาจจะยังสับสนและยังต้องปรับตัวกับวิวัฒนาการ เมื่อถึงเวลาหนึ่งอาจจะมีทางออกสำหรับเรื่องนี้ก็ได้ตอนนี้ต้องให้เวลาต่อเธอและตัวคุณเอง” อมราได้พูดให้เขารู้สึกดีขึ้น
ทั้งเรนิตาและเทวินต่างมีพันธะกรรมร่วมกับเธอจึงไม่ต้องการให้ทั้งสองต้องพบกับความผิดหวังแต่ก็ไม่อาจที่จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้
“ขอบคุณมากครับ ผมรักเธอมากและผมจะพยายามหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ให้ได้” เขากล่าวออกมาด้วยท่าทีจริงจัง
ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่บริเวณสวนข้างบ้านพักอยู่นั้น ก็มีรถแวนของมินเซขับเข้ามาจอดบริเวณนั้น ผู้ที่ก้าวลงจากรถนอกจากมินเซและมังค์เหย๋าแล้ว ก็ยังมีท่านผู้เฒ่าจำศีลสะพายย่ามของท่านลงจากรถมาที่เทวินและอมรา ทั้งหมดได้กล่าวทักทายซึ่งกันและกัน “ให้เจ้าสองคนเข้าไปข้างในบ้านพักกับข้าส่วนมินเซกับมังค์เหย๋า ให้กลับไปก่อน เมื่อข้าเสร็จธุระแล้วจะให้คนที่นี่ไปส่งเอง”ท่านผู้เฒ่าจำศีลกล่าวกับทุกคน
“ครับ ท่านผู้เฒ่า” มินเซกล่าวรับ พวกเขาให้ความเคารพนับถือท่านผู้เฒ่าตามแบบธรรมเนียมของชาวเผ่า จึงปฏิบัติตามที่ท่านบอก
เมื่อเข้ามาภายในบ้านพักรับรอง เรนิตาและไรอาร์ได้ต้อนรับพร้อมกล่าวทักทายท่านผู้เฒ่าโดยมีเทวินที่ได้แนะนำให้เรนิตาได้รู้จัก
“ต้องขอบคุณท่านผู้เฒ่ามากจริงๆ ค่ะที่ทั้งคอยดูแลและรักษาอาการป่วยโดยตลอด” เธอกล่าวขอบคุณท่านผู้เฒ่า
“ไม่เป็นไร ข้ายินดีช่วยเหลืออีกอย่างเจ้าเป็นคนที่มีความสำคัญต่อชนชาวเผ่าเรา ยิ่งต้องช่วย นอกจากนี้ข้ายังได้รับประสบการณ์การรักษาคนเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นแล้วไม่ต้องเกรงใจ”ท่านผู้เฒ่าสังเกตดูลักษณะผิวพรรณ จังหวะการหายใจของเธอ ก่อนที่จะกล่าว “อืม ดูเหมือนว่าจะหายดีแล้วจริงๆทั้งยังกลับกลายเป็นผู้มีพลังงานธาตุที่แข็งแกร่งอีกด้วยให้ข้าได้ตรวจดูชีพจร
และการไหลเวียนโลหิตของเจ้าอีกครั้ง”
เรนิตา :“ได้ค่ะ ต้องไปที่ห้องหรือเปล่าคะ?”
“ไม่เป็นไรข้าตรวจจับชีพจรที่ห้องรับแขกตรงนี้” เมื่อท่านได้ตรวจจับดูชีพจรโดยละเอียดก็พบว่าชีพจรและจังหวะการหายใจของเธอเปลี่ยนไป
“นี่คงจะเป็นผลจากการเกิดวิวัฒนาการตามรูปแบบของสิ่งมีชีวิตต่างดาวนอกจากเจ้ากลายเป็นคนที่แข็งแรงแล้ว
หากไม่มีเหตุปัจจัยอื่นมากระทบเจ้าจะเป็นคนที่มีชีวิตยืนยาวกว่าคนทั่วไปเกือบเท่าตัว”
แต่ที่แตกต่าง คือมันเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายอย่างและยังเกิดระหว่างเดินทางข้ามห้วงมิติอีกด้วย
ไรอาร์ :“นี่คงจะเป็นผลที่เกิดขึ้นในรูปแบบที่แตกต่างออกไปค่ะ”
“อืม เอาละเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วตอนนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเจ้าทั้ง 4 กับข้าเพียงเท่านั้น”ท่านผู้เฒ่ากล่าวพร้อมกับ
ล้วงมือเข้าไปในย่ามสะพาย หยิบนำห่อผ้าแพรออกมาวางบนโต๊ะ เมื่อท่านคลี่ผ้าแพรออกก็เห็นเป็นกระปุกแก้วใสภายในมีผงที่เป็นสีม่วง
“นี่คือผงพิษมรกตนาคสวาทข้าทำเสร็จแล้ว” ท่านก็ได้บอกต่อทุกคน
“ผงพิษมรกตนาคสวาท!?”เรนิตยังไม่ทราบเนื่องนี้จึงสงสัย
“ผงพิษมรกตนาคสวาทเป็นผงพิเศษที่ทำขึ้นมาจากผงของแร่หินมรกตที่บริสุทธิ์มาก จะมีสีขาวแล้วผสมกับพิษงู 9 ชนิดที่สกัดโดยใช้สมุนไพรที่แตกต่างกันเมื่อผสมเข้ากันในสัดส่วนและใช้เวลากับอุณหภูมิที่พอเหมาะมันจะกลายเป็นผงสีม่วงนี้”
“อ๋อ ค่ะ ท่านผู้เฒ่านำมาให้คุณเทวินหรือคะ?” เรนิตาเอ่ยถาม
ท่านหันไปมองที่อมราก่อนจะกล่าว : “อมรานั้นมีร่างเป็นทิพย์ จึงไม่สามารถใช้ผงพิเศษชนิดนี้ ข้าจึงทำมาเผื่อพวกเจ้าทั้ง 3 ที่มีวิวัฒนาการแห่งกายแสงแต่ทั้งนี้ต้องดูว่าเลือดของเรนิตาและของไรอาร์จะเข้ากันได้กับผงพิเศษนี้ด้วยหรือไม่”
อมราพยักใบหน้ารับ เธอเข้าใจเรื่องนี้ท่านผู้เฒ่าจึงอธิบายต่อ
“ผงพิเศษนี้จะช่วยให้กายเนื้อและร่างกายแสงหลอมรวมเข้าด้วยกันดียิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อมีพลังสมาธิมาก ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากทำให้สามารถหายตัวได้ เดินทางไกลได้โดยไม่ต้องแยกจากกายเนื้อ”
“ต้องขอบคุณท่านผู้เฒ่ามากค่ะ ที่เมตาต่อพวกเรา”เรนิตากล่าว
“อืม ก่อนอื่นจะให้เทวินใช้ส่วนหนึ่งก่อนแล้วข้าจะขอเลือดของเจ้ากับของไรอาร์มาวิเคราะห์ ข้าเตรียมอุปกรณ์มาด้วยแล้ว”ท่านกล่าวพร้อมกับหยิบอุปกรณ์และผงสมุนไพรออกมาจากย่ามสะพาย “เอาละ ตอนนี้มีแต่พวกเจ้าเองไม่มีบุคคลภายนอกอื่นให้เทวินกำหนดกายแสงแล้วนำผงพิษมรกตนาคสวาทส่วนหนึ่ง
เข้าไปหลอมรวมกับเลือดในร่างกายเมื่อรวมกันแล้วให้กำหนดจิตสู่ความว่างเปล่า”
ท่านผู้เฒ่าอธิบายกระบวนการให้เขาฟังโดยละเอียดอีกรอบระหว่างที่เขากำลังปฏิบัติตามไปด้วย