ปกติตลาดยามเช้าจะพลุกพล่านไปด้วยผู้คนอยู่แล้ว แต่วันนี้มันมากขึ้นไปอีก หลังจากที่มีประกาศเื่ของมิเนอร่าออกมา แถวยาวั้แ่หน้าประตูใหญ่ไปถึงส่วนของตลาด บางคนไม่ใช่หมอแต่ก็อยากมาลองเสี่ยงดวงดู
ลูคัสมาถึงมองเห็นแถวยาวก็ส่ายหน้าออกมา เดิมทีเขาก็อยากจะมาเอารางวัลเหมือนกัน พอเห็นจำนวนคนที่รอแล้วเขาก็หันหลังเดินกลับไป เขสตั้งใจจะออกไปหาเควสทำก่อน หากกลับมาแล้วอาการของมิเนอร่ายังไม่มีใครรักษาได้ ค่อยกลับไปใหม่อีกที
เข้ามาภายในกิลด์เห็นเป็ภาพที่ไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไหร่ ปกติที่นี่จะต้องคับคั่งไปด้วยนักผจญภัยมากหน้าหลายตา แต่ตอนนี้กลับมีไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำ คงเป็เพราะเควสของเ้าเมือง คนส่วนใหญ่จึงไปรวมกันอยู่ที่หน้าปราสาท
ยืมมองไปบนกระดานเควสอยู่นานลูคัสก็หยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง
*กำจัดแรบบิทฮอร์น*
-ค่าตอบแทน 2 เหรียญทองแดงต่อ 1 ตัว
ความยากของเควสที่ไม่มาก ประกอบกับค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ ลูคัสจึงตั้งใจเลือกเควสนี้มา ความอันตรายของแรบบิทฮอร์นนั้นมีไม่มาก นักผจญภัยแรงค์ F คนเดียวก็สามารถจัดการได้ แต่เนื่องจากมันชอบอยู่กันเป็ฝูง จึงจัดการได้ยากหากไปคนเดียว จะให้ดีเควสประเภทนี้ ควรไปกันเป็ปาร์ตี้จะปลอดภัยกว่า
ตอนแรกลูคัสตั้งใจจะไปแค่คนเดียว แต่พอมาคิดดีๆแล้วความสามารถของเขาที่ลงทะเบียนไว้ ไม่สมเหตุสมผลหากสามารถเคลียร์เควสกลับมาได้ ขณะกำลังอ่านเควสอยู่ก็มีเสียงดังมาจากด้านหน้า
“เอ๋ มีคนเอาเควสกำจัดแรบบิทฮอร์นไปซะแล้ว คิดว่าคนจะไปที่ปราสาทกันหมด เลยออกมาช้า”
“พลาดเลยเรา”
เงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นเป็เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายสองคน อายุก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับลูคัส ฝ่ายผู้หญิงทำหน้าทำตาดูน่าสงสารขณะพูด
“ถ้าไม่ว่าอะไร เรามาทำเควสด้วยกันมั้ยครับ”
“เอ๋ จะดีเหรอ จะให้พวกเราไปด้วยจริงๆเหรอ”
น้ำเสียงดูเหมือนจะเกรงใจขัดกับการกระทำโดยสิ้นเชิง ขณะถามเธอมีสีหน้าที่คาดหวังออกมา
“ฉันชื่อลูน่า ส่วนนี่พี่ชายฉันชื่อว่าซัน อยู่แรงค์ E ทั้งคู่”
“ผมลุคอยู่แรงค์ F”
“ถ้างั้นเรารีบเดินทางไปทำเควสกันดีกว่า”
พูดจบลูน่าก็คว้ามือของสองหนุ่มเดินออกไป ลูน่ามีนิสัยร่าเริงต่างจากซันที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยพูด สถานที่คือหมู่บ้านเอซิลที่ตั้งอยู่ขอบชายแดน คาดว่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งวันจึงจะถึง
“เพื่อประสิทธิภาพในการต่อสู้ อยากจะรู้ความสามารถของกันและกันไว้ บอกเท่าที่บอกได้ก็พอ”
“ฉันสามารถรับพลังงานจากดวงจันทร์มาใช้ได้ มันจะช่วยเสริมสมรรถภาพทางร่างกายให้สูงขึ้นในทุกๆด้าน และยังสามารถสะสมพลังงานไว้ใช้ตอนกลางวันได้ส่วนนึง ส่วนของพี่ก็เหมือนกันแต่จะรับหลังงานจากดวงอาทิตย์แทน”
“ส่วนฉันทำแบบนี้ได้”
ลูคัสยกแขนขึ้นมาจากนั้นก็เปลี่ยนผิวให้กลายเป็เกล็ดสีฟ้า เขาบอกเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังเกล็ดจะเน้นไปในทางป้องกัน จะใช้ดาบยาวเป็อาวุธหลัก สรุปแล้วทั้งสามคนเป็นักสู้แนวหน้าระยะประชิดเหมือนกัน
่บ่ายๆทั้งสามก็เดินทางมาถึงหมู่บ้าน ชายแก่หัวล้านหนวดเคราขาวเดินออกมาต้อนรับพร้อมกับเด็กผู้หญิงอีกหนึ่งคน บอกกับทั้งสามว่าตัวเขาเป็หัวหน้าหมู่บ้านนี้ จากนั้นก็เชิญทั้งสามเข้าไปด้านในก่อน
ภายในก็เป็เหมือนกับหมู่บ้านขนาดเล็กทั่วไป มีบ้านอยู่ประมาณสิบกว่าหลัง จำนวนประชากรน่าจะประมาณ 50 คน หัวหน้าหมู่บ้านพาทั้งสามมานั่งพักที่บ้านของตน พร้อมกับบอกรายละเอียดของเควสเพิ่มเติม
ชายแก่บอกว่าพวกแรบบิทฮอร์นจะอยู่บริเวณป่าด้านหลังหมู่บ้าน เดิมทีพวกมันไม่ใช่ปัญญา แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า จำนวนของพวกมันก็เพิ่มขึ้น คิดว่าอาหารของมันคงไม่เพียงพอ ่หลังพวกมันก็เข้ามาบุกสวนของชาวบ้านบ่อยครั้งขึ้น
ยิงตอนนี้พวกมันมาแทบทุกวัน ชาวบ้านก็ถูกทำร้าย เนื่องจากไม่สามารถต่อสู้กับมันได้ ฟังข้อมูลจบลูน่าก็ลุกขึ้นบอกให้หัวหน้าหมู่บ้านรีบพาไปหาพวกแรบบิทฮอร์น
“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า พวกเราเก่งมาก พวกกระต่ายต็อกต๋อยทำอะไรเราไม่ได้หรอก”
ลูน่าพูดกับชายแก่เชิงหยอกล้อ ห่างจากหมู่บ้านออกมาไม่ไกล ชายแก่ก็หยุดเดิน ชี้มือไปตรงบริเวณป่าที่อยู่ตรงหน้า มองตามไปก็เห็นร่างสีขาว 2-3 ตัวกำลังง่วนอยู่กับการกินอาหาร
เหมือนว่ามันก็ัักับอีกฝ่ายได้เช่นกัน หันมามองกลุ่มมนุษย์โดยพร้อมเพรียง ดวงตาเล็กแดงฉานขัดกับสีขนจ้องเขม็ง “ฟุ่บ” ร่างเล็กพุ่งมาด้วยความเร็ว ลูคัสออกตัวไปด้านหน้าเปลี่ยนแขนเป็เกล็ดป้องกันเอาไว้ได้ทัน ลูน่าและซันก็ชักดาบออกจากฝัก ฟันร่างกระต่ายขาดเป็สองท่อนโดนง่าย พวกมันอีกสองตัวเห็นเพื่อนถูกฆ่า ก็พุ่งตัวเข้ามาพร้อมกัน
“ตาแก่หลบไปด้านหลังก่อน”
“ลูคัสช่วยหยุดการเคลื่อนไหวของมันหน่อย”
ความเร็วของแรบบิทฮอร์นไม่ใช่เล่นๆ พวกมันเคลื่อนไหวกันอย่างรวดเร็ว ตัวนึงเปลี่ยนทิศทางพุ่งไปหาลูน่า เธอยกดาบขึ้นมาป้องกันได้ทัน ซันที่เห็นน้องสาวถูกโจมตีก็รีบเข้าไปช่วย “ฉับ”
ดาบวาดผ่านความว่างเปล่าในอากาศ เ้ากระต่ายพลิกตัวถีบดาบดันตัวหลบได้ทัน
“เป็อะไรหรือเปล่า”
“ไม่เป็ไร แต่ว่าพวกมันไวกันจริงๆ ฟันไม่โดนเลย”
“ระวัง! มันมาอีกแล้ว”
ลูคัสพุ่งตัวไปดักเ้ากระต่ายที่กำลังพุ่งมา “อั๊ค” “เร็วเข้า จัดการมัน” ลูคัสจับเขาของกระต่ายหยุดการเคลื่อนไหวเอาไว้ได้ ลูน่าเป็คนพุ่งเข้ามาโจมตีก่อน ศีรษะกับร่างแยกออกจากกัน ของเหลวสีฟ้าไหลออกมานองพื้น
“อี๊ด อี๊ด”
แรบบิทฮอร์นที่เหลืออีกตัวส่งเสียงเล็กแหลมออกมา เข้าใจว่าเป็เสียงร้องของความโกรธ ทว่ามันกลับไม่ใช่ “ตึง ตึง ตึง” เสียงพื้นดินะเืยิ่งชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับเสียงต้นไม่หักอย่างต่อเนื่อง ร่างั์ปกคลุมไปด้วยขนปุยสีขาว ดวงตาแดงกร่ำ บนหัวยังมีเขาแหลมอีก 3 เขา
“คิงแรบบิท!”
“แย่แล้ว”
ซันที่นิ่งเงียบตลอดการเดินทางกลับพูดขึ้นพร้อมกับสีหน้าใ ลูน่าเองก็ตื่นตระหนกไม่น้อยไปกว่ากัน ทั้งสองรีบถอยกลับมารวมกับลูคัส ความตื่นกลัว ใ แสดงออกมาจากสายตาและร่างกายของทั้งสอง
“เราหนีไม่ทันแน่”
“เอาไงกันดี”
“โฮก!”
ยังไม่ทันได้ตกลงกันเ้ากระต่ายั์ก็พุ่งเข้ามา อุ้งเท้าใหญ่ฟาดลงมาด้วยความรุนแรง พวกเขาะโหลบได้ทัน ในเมื่อรู้ว่าหนีไม่รอด ลูน่าก็ะโบอกอีกสองคนให้รีบพากันหนีไป ส่วนตัวเธอจะถ่วงเวลาไว้ให้เอง
“ไม่!”
“แอ็ก”
ลูน่าถูกโจมตีด้วยอุ้งเท้ากระเด็นไปไกล หยุดลงเมื่อร่างเล็กกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ เธอนอนหมดสติไปในทันที ซันรีบวิ่งไปเพื่อจะดูอาการของน้องสาว แต่ว่าเ้ากระต่ายไม่ยอมง่ายๆ มันพุ่งเข้าไปหาท้องสองเพื่อโจมตีอีกครั้ง
“อั๊ค แอ็ก”
ซันโดนอุ้งเท้าตปบอย่างเต็มแรง ตกกระแทกพิ้นดินกระเืออกมาคำโต “โฮก” คิงแรบบิทคำรามราวกับราชสีห์ จากนั้นมันพุ่งตัวเข้ามาเพื่อโจมตีอีกครั้ง ร่างกายได้รับความเสียหายหนักไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซันหลับตาลงยอมรับชะตากรรมแต่โดยดี
“ตึง!”
อากาศสั่นไหวจากคลื่นกระแทก ซันค่อยๆลืมตาขึ้นเห็นลูคัสที่มีเกล็ดสีฟ้าปกคลุมทั่วทั้งร่าง กำลังต้านกับอุ้งเท้าของคิงแรบบิทอยู่
“รับปากมา จะลืมสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ แล้วฉันจะช่วยพวกนาย”
ไม่ได้มีเสียงอะไรตอบกลับมา แต่ซันกลับผงกหัวยิกๆเป็คำตอบ วินาทีต่อมาซันก็ต้องตกตะลึง เมื่อเห็นพลังการต่อสู้ของลุค มนุษย์เข้าต่อสู้กับสัตว์อสูรอย่างบ้าระห่ำ ตาต่อตา หมัดชนหมัด ไม่มีช่องวางให้พักหายใจ ศาสตราวุธของร่างกายโจมตีออกไปราวกับปืนกล ส่วนคิงแรบบิทก็ไม่ยอม ตอบโต้กลับมาด้วยพละกำลังอันเหลือล้น
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว ต้นไม้ใหญ่รอบๆสั่นจากคลื่นกระแทกที่เกิดขึ้นจากการปะทะ การต่อสู้ดำเนินผ่านไปพักใหญ่ทั้งสองก็ถอยกลับไปตั้งหลัก ดูเหมือนคิงแรบบิทจะใไม่น้อย ที่ผ่านมามันยังไม่เคยเจุ์คนใดที่สามารถสู้กับมันได้ถึงขนาดนี้ได้อยู่เลย
ลูคัสจ้องมองไปยังร่างใหญ่ ดาบแสงปรากฏขึ้นในมือ ตอนนี้การทดสอบของเขาได้ผ่านไปแล้ว จากนี้คือของจริง “ฟึ่บ” ร่างเล็กหายไปจากสายตาของสัตว์อสูร รู้ตัวอีกทีลูคัสก็มาอยู่ด้านหลังมันแล้ว ดาบแสงฟาดฟันหมายจะบั่นคอให้ขาดในดาบเดียว แต่ว่าคิงแรบบิทเหวี่ยงอุ้งเท้าไปรับการโจมตีได้ทัน
“ฉับ”
นิ้วสั้นกลมหล่นสู่พื้นทันทีเมื่อมันขาดออก “โฮก” มันคำรามออกมาเพราะความเ็ป แต่ในวินาทีต่อมาเป็ฝ่ายมนุษย์ที่ต้องใ แผลที่โดนฟันเมื่อครู่กลับหายกลับมาเป็ปกติ เป็ผลจากพลังฟื้นฟูของคิงแรบบิท ลูคัสไม่ละความพยายามพุ่งเข้าไปโจมตีอีกหลายครั้ง ทว่าคิงแรบบิทก็กลับสู่สภาพเดิมภายในเสี้ยววิ
“จะฆ่ามันได้ยังไงกัน พวกเราไม่รอดแน่”
ซันเผยความวิตกออกมาเมื่อเห็นคู่ต่อสู้ที่แทบจะไร้ทางต่อกร แต่ทางลูคัสยังมีสีหน้าที่นิ่งเฉย ดาบแสงถูกเก็บกลับเข้าไป ลูคัสพุ่งเข้าไปหาศัตรูด้วยกำปั้นเปล่าๆ
ลูคัสเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ไปซ้ายทีขวาทีจนคิงแรบบิทมองตามไม่ทัน การเคลื่อนไหวหยุดลงเมื่อลูคัสมาถึงบริเวณส่วนหัวของมัน หมัดเล็กพุ่งเข้าโจมตีดวงตาสีแดงเข้าอย่างจัง เมื่อโจมตีเสร็จแล้วลูคัสก็ะโถอยออกมา
คิงแรบบิทแยกเขี้ยวเผยยิ้มกลับมาราวกับว่ามันกำลังเยาะเย้ย มันก้มลงเตรียมท่าจะพุ่งเข้ามาโจมตี แต่ในวินาทีต่อมาคิงแรบบิทก็เริ่มทำท่าทางแปลกๆ ล้มตัวนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้นดิน ประมาณครึ่งนาทีมันก็หยุดเคลื่อนไหว มีฟองสีขาวฟูมอยู่เต็มปาก สุดท้ายเป็พิษของลูคัสที่เอาชนะพลังฟื้นฟูไปได้
หลังจากจัดการคิงแรบบิทได้แล้ว ลูคัสก็เดินมาหาลูน่าที่นอนหมดสติอยู่ แสงสีเขียวปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ าแ รอยฟกช้ำทั่วร่างค่อยๆหายไป เพียงแค่อึดใจเดียวลูน่าก็กลับมาอยู่ในสภาพปกติ ไม่นานนักเธอก็ได้สติตื่นขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้น ฉันยังไม่ตายเหรอ คิงแรบบิทล่ะ”
“ลูน่า!”
ซันที่เห็นลูน่าปลอดภัยก็รีบวิ่งเข้ามากอด น้ำตาไหลอาบแก้มราวกับเด็ก ลูน่ายังอยู่ในอาการมึนงงไม่เข้าใจ ซันกำลังจะอธิบายเื่ที่เกิดขึ้น แต่ลูคัสก็กล่าวขึ้นมาแทรกเสียก่อน
“ซัน ช่วยพาลูน่ากลับไปพักที่หมู่บ้านก่อน เดี๋ยวฉันจะตามไปทีหลัง”
“อืม”
ซันทำตามคำของลูคัสอย่างง่ายดาย อุ้มร่างของน้องสาวเดินกลับไปยังหมู่บ้าน เห็นทั้งสองลับสายตาไปแล้ว ลูคัสก็หันกลับเดินไปยังร่างของคิงแรบบิท ครั้งนี้ลูคัสต้องพบกับความผิดหวัง ไม่สามารถคัดลอกพลังของคิงแรบบิทได้
“ฉึก ฉวบ”
ดาบแสงกรีดร่างของคิงแรบบิท เปิดปากแผลออกดูก็พบกับลูกแก้วลูกนึง ลูคัสจึงยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ นัวร์ที่หลบอยู่ภายในตัวเหมือนจะััถึงลูกแก้วได้ จึงออกมาด้านนอก เห็นลูกแก้วที่อยู่ในร่างคิงแรบบิทก็รีบะโลงไป
ถึงตัวจะยังมีขนาดเล็กต่างจากขนาดของลูกแก้ว แต่นัวร์ก็สามารถกลืนกินลูกแก้วลงไปในท้องได้อย่างง่ายดาย พอมันได้กินลูกแก้วไปแล้วก็เรอออกมา ลูคัสก้มไปจับนัวร์มาไว้ที่บ่าเช่นเดิม อย่างน้อยลูคัสก็คิดว่าไม่ต้องกังวลเื่อาหารของนัวร์ไปอีกพักใหญ่ ปัดฝุ่นจัดระเบียบเสื้อผ้าเสร็จ ลูคัสก็เดินทางกลับหมู่บ้านตามซันกับลูน่าไป