ข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช

    ตอนที่ 45 เจ้ามาทำอะไรในห้องแม่ข้า

    “พ่อของเจ้าเล่าให้ข้าฟังว่า เขาเป็นห่วงเจ้ามาก เขาเพียงแค่กังวลเรื่องที่เจ้าไม่มีเวลาบำเพ็ญเพียร และกลัวอันตรายที่จะเกิดกับเจ้า ตอนไปหาสมุนไพร ข้าไม่พบความหมายแฝงใดๆ ที่จะกีดกันไม่ให้เจ้า ซ้ำยังย้ำให้ข้าช่วยสนับสนุนให้เจ้าเป็นนักปรุงโอสถให้ได้” ครามเอ่ย

    เฌอปรางปาดน้ำตา “จริงรึ”

    ครามพยักหน้า

    “แล้วทำไมเจ้าไม่บอกข้าเสียตั้งแต่ทีแรก เช่น ตอนที่เจ้ารู้ว่าข้าได้รับคัดเลือก เจ้าก็ควรจะพูดว่า พ่อของเจ้าให้ข้าช่วยสอนให้เจ้าบรรลุขั้นนักปรุงโอสถ เจ้าไม่ต้องกังวล อะไรประมาณนี้ แล้วอีกอย่างนึงนะ ทำไมข้าไม่ได้สมุนไพรนั่น โอสถคลายวิญญาณ นั่นน่ะ ที่เจ้าให้กับเจ้าหอโอสถไป” เธอพูดอย่างตัดพ้อ

    “นี่เจ้ามีเรื่องไม่พอใจข้ามากขนาดนี้เลยรึ” ครามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะไม่คิดจะถือสาดรุณีที่ยืนตะเบงเสียงอยู่ตรงหน้า “ที่ข้าไม่บอกเจ้าเรื่องที่ท่านพ่อของเจ้า ให้ข้าสอนเจ้าเรื่องการปรุงโอสถ เพราะยังไงข้าก็ต้องสอนเจ้าอยู่แล้ว ทำไมข้าจะต้องป่าวประกาศ นั่นไม่ใช่นิสัยข้า อีกเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่ให้โอสถคลายวิญญาณแก่เจ้า ก็เพราะว่าเจ้ามีทักษะคู่ตั้งแต่กำเนิดอยู่แล้ว ทำไมข้าจะต้องให้โอสถนั้นแก่เจ้า” 

    “ทักษะคู่ตั้งแต่กำเนิด” เฌอปรางกับอชิราอุทานพร้อมกัน เพราะคนที่มีทักษะคู่แต่กำเนิดนั้น ในนครเนรดี นั้นหายากยิ่ง

    “เจ้าก็เช่นกัน อชิรา พวกเจ้าทั้งสองมีทักษะคู่ตั้งแต่กำเนิด ข้าถึงเลือกที่จะสลับทักษะตั้งต้นของพวกเรา”

    “เดี๋ยวก่อน ก่อนจะไปเรื่องอื่น ข้าก็มีทักษะคู่ด้วยรึ ทำไมเจ้าไม่บอกข้าตั้งแต่แรก เช่น เจ้าเป็นผู้ที่มีทักษะคู่ เช่นนั้นเจ้าจงใช้ทักษะที่ไม่ถนัดเถิดนะ จะได้ปิดบังความสามารถได้” อชิราทำท่าหักข้อนิ้วดังก๊อบแก๊บ จ้องตาเขม็งมาทางคราม

    “อ้า พวกเจ้าสองคนทำไมพูดจาคล้ายกันเลยล่ะ” ครามพูด พลางค่อยๆ เดินถอยหลัง

    สองสาวเดินอาดๆ จี้ เข้าไปหาคราม คนหนึ่งหักข้อนิ้ว อีกคนหนึ่งชูนิ้วชี้ขึ้นมา มีลูกไฟลอยเด่นอยู่เหนือปลายเล็บ

    ครามโบกมือไปข้างหน้า ห้ามไม่ให้สองคนนั้นก้าวเข้ามา “เอาอย่างนี้ หากเจ้าหยุดอยู่ตรงนั้น ข้าจะทำให้ชุดของพวกเจ้าสะท้อนพลังได้เหมือนกับชุดข้า ต้องการหรือไม่”

    สองสาวหันไปสบตากันครู่หนึ่ง แล้วหันไปทางคราม

    “ต้องการ แต่ไม่เอาสีคราม” ทั้งสองพูดพร้อมกัน

    “ได้ สมุนไพรเหล่านั้น ไร้สี พวกเจ้าไม่ต้องกังวล” ครามเอ่ยพลางระบายลมหายใจ บ่นอุบว่า ผู้หญิงในนครนี่ดูน่ากลัวยิ่งนัก

    “แล้วทำไมชุดเจ้าถึงเป็นสีครามล่ะ” สองสาวพูดพร้อมกัน

    “อ้อ ข้าใช้พลังทำให้ชุดเก่ากลายเป็นสีย้อม จึงเปลี่ยนชุดใหม่ให้เป็นสีครามได้ยังไงล่ะ”

    “ทำไมเจ้าถึงชอบสีครามนัก” อชิราหรี่ตาอย่างมีแววสงสัย เฌอปรางก็เช่นกัน

    “ก็ข้าชื่อ ‘คงคราม’ ทำไมข้าจะต้องเป็น ‘คง’ อื่นๆ ด้วยล่ะ สีครามเป็นสีประจำตัวข้า” ครามเริ่มงงกับท่าทีกดดันของทั้งสองสาว 

    “ฮ่าๆ ครามเจ้าดูตลกจัง” สองสาวหันไปแปะมือของอีกฝ่ายหนึ่ง พลางยิ้มกว้างมาทางคราม 

            “พวกข้าล้อเล่นน่า”

    หลังจากนั้นทั้งสามก็คุยถึงสิ่งของ สมุนไพรตามร้านข้างทางกันอยู่พักหนึ่ง ก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน

    ในระหว่างที่เดินไปยังห้องนอนของแต่ละคนนั้น ได้เดินผ่านห้องของมารดาเฌอปราง พลันมีเสียงกุกกักดังอยู่ข้างใน เฌอปรางตะโกนด้วยความตกใจ เพราะเกรงว่าหนูจะไปกัดภาพวาดมารดาของเธอ จึงผลักประตูเข้าไป พลันเห็นเงาคนสายหนึ่ง เตรียมพุ่งตัวออกไปจากหน้าต่างฝั่งตรงข้าม อชิราตะโกน

    “เจ้ามาทำอะไรในห้องแม่ข้า” อชิราปล่อยพลังสายหนึ่งพุ่งไปยังฝ่ายตรงข้ามโดยไม่รีรอ หมายให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ เพื่อที่เธอจะได้กระชากหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าออกมา แต่อีกฝ่ายมีฝีมือในระดับที่สูงกว่าอย่างมาก พลังของอชิรา ไม่ต่างอะไรกับการปากระดาษใส่ศัตรู ย่อมหลบหลีกได้ไม่ยากนัก

    อชิราชักดาบออก มาตวัดสามทีพลังอิทธิสามสายพุ่งออกไปหาศัตรูอย่างแม่นยำ แต่หาได้ระคายผิวของอีกฝ่ายหนึ่งไม่ 

    ครามผนึกท่วงท่าจากคัมภีร์ 5 ธาตุ กับพลังอิทธิ แต่ก็หาได้สัมผัส แม้ปลายผมของฝ่ายตรงข้าม นั่นหมายความว่า อีกฝ่ายย่อมมีพลังฝีมือสูงกว่าครามมากมาย จึงหลบเขาได้อย่างคล่องแคล่ว 

            หากแต่ความลึกล้ำของคัมภีร์ 5 ธาตุมีอยู่มาก ทั้งยังเป็นคัมภีร์ระดับสวรรค์ แม้แค่กระบวนท่าแรก ก็มีอยู่ถึง 20 กระบวนท่า ไม่ว่าใครก็ยากที่จะหลุดรอดสักกระบวนท่า 

            แต่เมื่อพลังอิทธิไปสัมผัสถูกชุดของอีกฝ่ายหนึ่ง พลังนั้นก็พลันกระเด็นออกไปอีกทาง หากครามต้องสู้กับคู่ต่อสู้เช่นนี้ จำเป็นต้องมีพลังอิทธิที่กล้าแข็งกว่านี้ จึงจะทำให้ร่างกายของอีกหนึ่งล้มลงได้

    ดังนั้นแม้อีกฝ่ายไม่หลบทั้งสามเลย ก็ใช่ว่าจะเป็นอันตราย เพราะพลังสะท้อนกลับหมด และที่น่าแปลกที่สุดก็คือ คนร้ายไม่ได้มีทีว่าจะโต้ตอบเลยสักนิด ทำให้ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า อีกฝ่ายเป็นสายศาสตรา หรือเป็นผู้บำเพ็ญเพียรกันแน่ 

    …ตอนนี้ผู้บุกรุกปริศนานั้น ก็ได้หายออกไป เหาะไปปะปนกับความมืดมิดบนฟ้องฟ้า 

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช ที่คุณอ่าน