หลังจากที่เดินออกมาออสก็หันกลับไปมองถึงแม้ว่าจะเป็ห้องส่วนตัว เขาเห็นพงษ์ไม่ได้ตามออกมาตอแยก็สบายใจตอนนี้เ้านั่นกำลังทำสีหน้าหงุดหงิดก่อนจะเดินไปคุยกับคนอื่น ซึ่งจริงๆแล้วก็มีหลายคนเหมือนกันที่ไม่ได้ชอบพงษ์แต่ก็ยอมๆไปเพราะไม่อยากมีปัญหา
ส่วนสุก็กำลังลังเลว่าจะเดินออกมาด้วยดีหรือเปล่าเพราะตอนนี้เหมือนเ้าภาพงานนี้จะโดนพงษ์แย่งไปแล้ว สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจลาทุกคนแล้วเดินออกมา
"เปลี่ยนใจหรอ"ออสถามสุที่เดินตามออกมาเพราะเหมือนตอนแรกท่าทางเธอเหมือนจะอยู่ต่อ
"อืม ไม่มีอารมณ์จะอยู่แล้วโดนไอ้พงษ์มันคุมไปหมดแล้ว ทั้งๆที่มีหลายคนในนั้นที่ฉันสนิทด้วยแท้ๆ"สุตอบกลับด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
"เอาน่าออกมาแล้วก็ออกมา เรา4คนออกไปหาอะไรกินที่อื่นกันเถอะเมื่อกี้พึ่งเข้าปากไปแค่2คำเอง"นีที่เห็นบรรยากาศไม่ค่อยจะดีก็รีบชวนทุกคนออกไปจากตรงนี้
หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็เดินหาร้านอาหารร้านอื่นแถวๆนั้นก่อนจะเข้าไปนั่งกิน ครั้งนี้สุบอกให้ทุกคนสั่งได้เต็มที่เลยเพราะเธอไม่ต้องเลี้ยงเพื่อน30กว่าคนที่ชวนมาแล้ว ทำให้งบที่เตรียมมาวันนี้เหลืออยู่เต็มกระเป๋า
พอได้ร้านทั้งสี่คนก็สั่งกันเต็มที่ทันที ทุกคนคงคิดเหมือนกันว่าจะกินให้หายเซ็งกับเื่ที่เจอมา
"ว่าแต่วันนี้แพรเธออารมณ์ดีเป็พิเศษรึเปล่าไหงถึงได้ชวนหมอนี่ไปนั่นข้างๆแถมยังยิ้มให้อีก"สุถามขึ้นเธอมั่นใจว่าแพรไม่มีปัญหาถ้าออสจะไปนั่งด้วยแต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็ฝ่ายชวนเสียเอง
"อ่อแพรยังไม่ได้เล่าให้สุฟังนี่"แพรพูดขึ้นหลังจากนั้นเธอก็เล่าเื่ที่เธอเจอกับออสวันก่อนให้สุฟัง
"นายพึ่งเอามรดกของพ่อมาใช้ได้หรอ"สุกับนีถามขึ้นพร้อมๆกัน
"อ่อก็ไม่เชิงหรอก"พอเห็นเป็แบบนี้เขาเลยตัดสินใจเล่ารายละเอียดเพิ่มโดยบอกไปว่าพ่อเขาทะเลาะกับปู่และออกจากบ้านมาั้แ่เด็กพอเรียนจบปู่ที่รู้ว่าพ่อเขาเสียก็ให้คนติดต่อมา เงินที่เขาใช้อยู่เป็เงินของปู่
"เข้าใจหละก็ว่าฟังดูแปลกๆมรดกอะไรต้องรอเรียนจบก่อนถึงใช้ได้"สุพูดขึ้น
"จะว่าไปขอบใจนะนีไม่คิดเลยว่าเธอจะช่วยฉันหนะ ไม่งั้นคงโดนซุปราดหัวไปแล้ว"ออสหันไปพูดกับนี
"ไม่เป็ไรเพื่อนกันก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว"นีตอบกลับ
"ว่าแต่ไหนๆก็ไหนๆแล้วฉันถามจริงๆเถอะทำไมพวกเธอถึงได้ชอบรังแกฉันอยู่เรื่อย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ฉันก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว"พอได้โอกาสออสก็ตัดสินใจพูดเื่นี้ขึ้นมา
"หือ นายหมายถึงไอ้ที่พวกฉันชอบล้อแล้วก็เื่ที่ยัยแววชอบตวาดใส่นายบ่อยๆนั่นอะนะ ช่วยไม่ได้นี่นายอยากทำตัวน่าแกล้งเองทำอะไรไปก็ไม่เคยตอบโต้สักนิด มันน่าหมั่นไส้นี่"นีตอบกลับขำๆแต่ออสไม่ได้หมายถึงเื่นัั้น
"ฉันหมายถึงที่เธอชอบใช้งานฉันอย่างกับทาส แถมบางทีนอกจากจะบุกมาที่บ้านฉันตามใจชอบแล้วยังไล่ฉันออกจากบ้านอีกตังหาก"ออสพูดสวนขึ้นทันทีที่นีพูดจบ
".....ใช้งานอะไรเราก็เอาเงินให้นายนะ"
"ไอ้เศษเงินนั่นอะนะ"
......
"อะ ออสนายเข้าใจผิดแล้วมั้ง"สุที่ได้ยินรีบพูดขึ้น
"เศษเงินนายคิดแบบนี้เองสินะ"นีพูดด้วยน้ำเสียงที่โมโห
"นั่นเป็เงินครึ่งหนึ่งของค่าขนมพวกฉัน3คนเลยด้วยซ้ำ"
"ออส3คนนี้หนะเป็เด็กกำพร้าเหมือนนาย แววไม่มีแม่ ส่วนนีก็ไม่มีพ่อ ยัยแก้มอาศัยอยู่กับปู่ย่า พวกนี้เห็นนายกำพร้าเหมือนกันแถมไม่มีผู้ใหญ่ดูแลเลยอยากช่วย พวกเขาเองก็ไม่ได้มีเงินเยอะนักหรอก บางครั้งฉันแอบเอาเงินตัวเองให้พวกแววเอาให้นายทางอ้อมด้วยซ้ำ"
พอได้ยินออสก็ใเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าเื่มันจะเป็แบบนี้
"แล้วทำไมเธอไม่เคยบอกฉันหละ"ออสถามสุ
"ขนาดฉันให้ยืมเงินแกยังไม่เอาเลยเอาแต่บอกว่าเดี๋ยวไม่ไหวจริงๆแล้วจะขอยืมเอง ถ้าฉันบอกฉันกลัวแกจะไม่ยอมรับเงินพวกแววอีกหนะสิ"สุรู้ดีว่าออสจำเป็ต้องหาเงินเลยต้องทำตามน้ำไป
พอออสได้ยินก็อดที่จะรู้สึกแย่ไม่ได้
(ั้แ่ตอนไหนนะที่เราดูถูกเงินน้อย)
เงินที่ได้จากพวกแววนั้นรวมๆแล้วเดือนนึงก็ได้หลายร้อยอยู่ถึงมันจะไม่มากแต่สำหรับตอนที่ลำบากก็ถือว่าเป็ค่าข้าวได้2-3มื้อเลยทีเดียว
"ขอโทษ"ออสหันไปบอกนีด้วยความรู้สึกผิด เพราะสภาพแวดล้อมที่เขาเจอเลยทำให้เขามองคนอื่นในแง่ร้ายตลอดเพื่อป้องกันตัวเอง
"ไม่เป็ไรหรอก พวกเราเองก็ปากเสียอยู่บ่อยๆโทษทีละกัน อีกอย่างนะที่เราไล่บ้านออกจากบ้านหนะเพราะถ้าไม่ทำงั้นนายก็จะเอาแต่เฝ้าไม่ยอมไปไหนทั้งๆที่ต้องไปทำงานพิเศษไม่ใช่หรือไง"นีอธิบาย
พอออสลองคิดดูดีดีแล้วก็พบว่าที่เธอพูดเป็ความจริงๆ พอนีอธิบายจบอาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟ ทุกคนก็นั่งกินกันเงียบๆจนเสร็จ
"ว่าแต่เื่ที่พงษ์มันบอกว่าหมั้นกับแพรนี่หมายความว่าไงหรอ"หลังจากกินเสร็จออสก็หันไปถามแพรด้วยความสงสัย
"พงษ์มันตามตื้อแพรมาสักพักแล้วพอแพรไม่เอาด้วย มันเลยใช้วิธีให้พ่อมันไปคุยกับพ่อแพรแทนหนะสิ"คนที่ตอบไม่ใช่แพรแต่เป็สุ
"ที่บ้านแพรเคยทำธุรกิจขายของที่ระลึกมีสาขาในเมืองกว่าสิบที่ ที่ไหนที่นักท่องเที่ยวเยอะๆก็เห็นร้านของครอบครัวแพรที่นั่น แต่เมื่อหลายปีก่อนที่มีโรคระบาดทำให้จำกัดการเดินทางนักท่องเที่ยวไม่มาเลยเจ๊ง"สุอธิบายต่อก่อนจะหยุดพักหายใจสักครู่นึง
"ที่นี้พ่อของไอ้พงษ์ก็ยืนข้อเสนอให้ครอบครัวแพรว่าจะเด็ก2คนแต่งงานกันโดยหลังจากแต่งครอบครัวพงษ์จะช่วยให้ครอบครัวแพรกลับมาทำธุรกิจได้เหมือนเดิมหนะสิ"
ตอนนี้ไม่มีโรคแล้วถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวจะยังไม่เยอะเหมือนสมัยก่อนแต่ในอนาคตก็ต้องเยอะขึ้นเรื่อยๆแน่นอน แต่ครอบครัวแพรนั้นไม่มีทุนจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ร้านที่มีอยู่ก็ขายไปหมดแล้วเหลือก็แต่ร้านตรงย่านการค้าที่แพรยืนกรานว่าเธอจะเก็บเอาไว้ให้ได้เท่านั้น เพราะงั้นหากครอบครัวเธอจะกลับมาทำธุรกิจเดิมๆก็มีแต่จะต้องกู้เงินหรือให้ใครสักคนที่มีฐานะมากพอช่วย พอนายพัฒน์เสนอให้เด็กสองคนแต่งงานกันโดยแรกกับความช่วยเหลือจึงตอบตกลงแทบจะทันที
"แต่แพรไม่ยอมหรอกถ้าจำเป็ต่อให้ต้องตัดขาดกับครอบครัวก็ต้องทำ ยังไงแพรก็ไม่แต่งกับพงษ์"พอสุพูดจบแพรก็พูดขึ้นทันที เธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าครอบครัวเธอจะทำกับเธอแบบนี้
ทั้งโต๊ะเงียบไปพักหนึง แพรเลยพูดทำลายความเงียบขึ้น
"ออสเื่พวกนักเลงแพรได้เงินคืนแล้วนะเสี่ยป้องมาคืนให้เองเลย เห็นบอกว่าลูกน้องทำโดยพลการสั่นสอนให้แล้วแหละ"แพรหันมาพูดกับออส
"อือ แพรเื่พงษ์ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะ"ออสหันไปบอกกับแพรด้วยความเป็ห่วง