หลังจากที่อุณหภูมิเดือดได้จบลงแล้ว และกลับสู่สภาพเดิมพวกพี่ชายกลุ่มน้องก็พากันนั่งสบายกันขึ้นแล้ว การเดินทางก็เป็ที่สนใจสำหรับเห็ดน้อยเช่นกัน เธอพยายามมองข้างทางอย่างละเอียดว่ามีสิ่งใดบ้าง แต่ก็คงมองได้แค่ผ่านมาเพราะขนาดว่าพ่อของเธอขับรถไม่เร็วมากแต่ก็ยังคงรวดเร็วอยู่ดี
ถนนหนทางแทบจะไม่ค่อยมีรถขับผ่านสวนไปสวนมากันเลยช่างเงียบสงบ สดชื่นเต็มไปด้วยป่าเขาทั้งสองด้าน
“นี่สินะอากาศบริสุทธิ์ และบรรยากาศที่เป็แบบดั้งเดิมของแท้โดยไม่มีเทคโนโลยีใดๆ มาเปลี่ยนแปลงใน่นี้ให้เห็นมากแบบโลกเก่า”เห็ดน้อย มองชมบรรยากาศรอบด้านด้วยความสุขใจแบบไม่เคยเป็มาก่อน
อยู่โลกเก่าเจอแต่ตึกเรียงรายเต็มไปหมด ไหนจะรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ขับส่งเสียงดังและการจราจรที่ติดขัด ฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถ ฝุ่นpm ที่ทำร้ายร่างกายคนเราอีก แต่ที่นี่ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย
“ฟืด….ฟืด…..”เห็ดน้อย เปิดหน้าต่างยื่นหน้าออกไปสูดบรรยากาศด้านนอก
“เห็ดน้อยลูกระวังหน่อย เดี๋ยวใครไม่ทันเห็นหัวน้อยๆของหนูจะทำอย่างไรเล่า”แม่
“ฮิ…ฮิ…..”เห็ดน้อย กลับเข้ามานั่งเรียบร้อยเหมือนเดิม แม่ปิดหน้าต่างให้สนิทดั่งเดิมเพราะตอนนี้พวกเรายังคงเปิดเครื่องทำความเย็นกันอยู่ ถึงแม้อากาศด้านนอกจะไม่ได้ร้อนมากนักแต่รถก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดจากรอบทิศทางได้
“ใกล้จะถึงเมืองโจงชางแล้วนะเด็กๆ นั่นเห็นไหมชื่อเมืองอยู่ด้านหน้านู้น”ปู่
“ว้าว…..”พวกเด็กๆ ก้มลงดูผ่านช่องกระจกกั้นคนขับและรถด้านหลังกันอย่างตื่นเต้น
ป้ายชื่อเมืองโจงชางที่เห็นไกลลิบเริ่มชัดเจนขึ้นทีละนิด ทีละนิด เข้ามา
“ป้ายเมืองคงจะใหญ่มากเลยนะคะปู่ ตา ถึงได้มองเห็นไกลถึงตรงนี้ได้”เห็ดน้อย
“ใช่แล้วหลานเห็ดน้อย หน้าประตูเมืองใหญ่โตมากๆเลย และดูสวยงามมากด้วยนะลูก”ตา
เห็ดน้อย กับพี่พริกหวานก้มหน้าลงมือสองข้างเท้าคางตั้งใจมองดูป้ายชื่อเมืองอย่างตั้งใจจนก้นโด่ง
“ดูทำท่าทำทางเข้าสิจริงๆเลยเ้าตัแสบน้อยเอ๊ย”แม่
“ดูท่าแล้วคงจะสบายนะคะ ทำแบบนั้นน่ะ”น้าสะใภ้
“โอ้ว….มีการส่ายก้นน้อยๆไปมาอีกต่างหากดูสิคะนั่น”อาสะใภ้
“ฮ่า….ฮ่า…..ฮ่า…..”พวกผู้ใหญ่
“ปล่อยเ้าตัวเล็กทั้งสองไปก่อนเถอะ คงจะตื่นเต้นกันล่ะที่ได้เข้ามาเห็นเมืองโจวชางเป็ครั้งแรกน่ะ”ยาย
“แม่เองก็ไม่ได้เข้าเมืองโจวชางนี้นานมากแล้วเช่นกันนะ ดูท่าแล้วคงจะเปลี่ยนแปลงไปเยอะเลยทีเดียวนะ”ย่า
“ค่ะแม่”อาสะใภ้ น้าสะใภ้ แม่
สายตาของทุกๆคนมองจดจ่อไปที่ป้ายเมืองโจงชางที่ดูยิ่งใหญ่อยู่ด้านหน้า เพียงไม่นานก็มาถึงหน้าประตูของเมืองกันแล้ว
“มาถึงหน้าประตูเมืองกันแล้วนะเด็กๆ เตรียมพร้อมกันได้เลย”น้าเล็ก
“ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ ดูตื่นเต้นกันมากๆเลยที่จะได้เข้าไปเที่ยวเล่นในเมืองโจวชางครั้งแรกสำหรับสาวน้อยแต่ว่าบรรดาพวกพี่ชายเคยเข้ามากันบ้างแต่ก็นับครั้งได้เช่นกัน
“สุดยอดไปเลย มันสวยมากจริงๆ”เห็ดน้อย
“ว้าว…ถึงเมืองใหญ่แล้วล่ะน้องเห็ดน้อยดูสิ”พี่พริกหวาน
“อ่าฮะ ใช่แล้วพี่พริกหวานกำแพงเมืองสูงใหญ่มากๆเลยนะมองไม่เห็นด้านในเลยพอพวกเรามาอยู่ใกล้ๆแบบนี้ ประตูเมืองก็ใหญ่มาก มันดูใหญ่และสวยงามไปหมดเลย”เห็ดน้อย
“จริงน้องเห็ดน้อย ดูประตูสิคงจะต้องใช้หลายคนดันคงจะเปิดมันออกได้เนอะ”พี่พริกหวาน ก็เห็นด้วยเช่นกันประตูบานใหญ่แบบเปิดออกทั้งสองด้านมันดูใหญ่โตและแ่ามากๆเลยทีเดียว
“ความสวยงาม และการออกแบบสมกับเป็ยุคของเขาจริงๆ มันสวยมากไม่คิดเลยว่าจะได้มาเห็นกับตาแบบนี้ โลกนี้คงมีอะไรที่เราจะต้องเรียนรู้อีกมากมาย และมีเื่น่าตื่นเต้นอีกเยอะแยะแน่ๆเลย”เห็ดน้อย คิดในใจอย่างตื่นเต้นกับบรรยากาศในเมืองสมัยนี้จากที่เคยได้ยินมาไม่เท่ากับตาที่เห็นในตอนนี้เลย
“ไม่ว่าจะมากี่ครั้งพวกเราก็รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งไปสิน่า”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“เมืองโจงชางใหญ่มากขนาดนี้ เป็ธรรมดาที่การเปลี่ยนแปลงจะมีเรื่อยๆนะ”พี่หนานกวา
“อือ…ดูขนาดครั้งนี้สิผมว่าในเมืองดูพัฒนาขึ้นไปอีกแล้วเพียงแค่ไม่กี่ปีเองที่พวกเราไม่ได้เข้าเมืองมากันเนอะ”พี่หยางชง
“ใช่ๆ”พี่ชายกลุ่มลูกคนโต
ส่วนกลุ่มน้องรองน่ะเหรอก็ไม่แตกต่างกันแต่ว่าดูจะตื่นเต้นมากกว่ากลุ่มพี่ชายคนโตเสียอีก ส่งเสียงคุยกันดังจอแจมาั้แ่เพียงเห็นป้ายเมืองลิบๆเลย
“เข้าแล้ว พวกเราจะเข้าไปด้านในกันแล้วค่ะ”เห็ดน้อย ที่ลุ้นทุกวินาทีตอนนี้อยากจะเห็นบรรยากาศด้านในเมืองแห่งนี้แล้ว
“ใช่ๆ น้องเห็ดน้อย”พี่พริกหวาน
“โอ้โฮ..!! มีตึก ร้าน บ้านคนเยอะแยะเลย”เห็ดน้อย ตาโตและตื่นเต้นมากจากที่เห็นในตอนนี้ บรรยากาศดูแปลกตาแต่น่าสนใจมากๆเลย
“ดูเด็กๆตื่นเต้นกันมากเลยนะคะเนี่ย”น้าสะใภ้
“ใช่ว่าเด็กๆจะตื่นเต้นเท่านั้นนะตอนนี้ชงชงเองก็ตื่นเต้นมากเช่นกันบรรยากาศในเมืองแบบนี้พวกเราไม่ได้เห็นนานมากเลยดูสิร้านค้ามากมายก่ายกองนักนะ”อาสะใภ้
“ดูเหมือนภายในเมืองจะมีการค้าที่มากขึ้นกว่าเดิม”แม่
บรรดาแม่ๆเองก็ไม่น้อยหน้าเจอร้านค้าต่างๆมากมายสองข้างทางก็อดตื่นเต้นไม่ได้เช่นกัน
“นี่คงจะเป็ร้านอาหารใช่ไหมคะ ใหญ่โตมากมีตั้งหลายชั้นเลย”เห็ดน้อย ชี้ไปที่ร้านอาหารด้านหน้าของเธอ
“ใช่แล้วล่ะหลานสาว นั่นร้านอาหารขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของเมืองโจงชางล่ะ และมีอยู่อีกหลายร้านเลยนะพวกหลานๆจะได้เห็นกัน”น้าเล็ก ที่นั่งอยู่ด้านหลังกับพวกเด็กๆ
“ดีจังค่ะ แล้วพวกเราจะไปไหนกันก่อนเหรอคะเนี่ย??”เห็ดน้อย
“พวกเราจะไปหาร้านขายเครื่องประดับกันก่อนน่ะหลานสาวเห็ดน้อย”ตา
“ร้านเครื่องประดับ!!”พวกเด็กๆ
“ใช่แล้วล่ะ พวกหลานลืมไปแล้วหรือว่าได้ไข่มุกน้ำจืดมากันตั้งร้อยกว่าเม็ดกันน่ะ”ปู่
“จริงสิ!!”ทุกๆ คน
หอยที่เจอในแม่น้ำถูเพี่ยนของคนในหมู่บ้านที่ได้มาคนละสิบตัวนั้น เปิดออกมาก็เจอไข่มุกหลายสิบเม็ดต่อหอยหนึ่งตัวแน่นอนสิบตัวย่อมมีจำนวนมากพอสมควร แต่ละตัวมีเกินสิบเม็ด
“พวกเราจะนำหอยไข่มุกไปขายกัน และของคนในหมู่บ้านด้วย”ตา
“ดีจังเลยค่ะ เห็ดน้อยอยากเห็นจังว่าร้านขายเครื่องประดับในเมืองโจงชางจะหน้าตาเป็อย่างไร”เห็ดน้อย เองตาเป็ประกายแวววาวเลย ไม่คิดว่าร้านแรกที่จะได้ััจะเป็ร้านอันแสนมั่งคั่งก่อน พอนึกถึง ทอง เพชร พลอย อัญมณีต่างๆก็อดที่จะน้ำลายไหลไม่ได้!!!
“เอ่อ….น้องเห็ดน้อยพวกอัญมณีมันกินไม่ได้นะ น้องกินไปอาจถึงตายได้นะ”พี่ขู่เฉิง
“ใช่ ห้ามกินอย่างเด็ดขาดเลยมันไม่อร่อยหรอกนะน้องเห็ดน้อย”พี่ต้าซ่วน
“มันคือเครื่องประดับที่ใส่เอาไว้สวยงามบนร่างกาย และส่องแสงวิบวับแสบตาเพียงเท่านั้น มันไม่สามารถช่วยให้น้องเห็ดน้อยอิ่มได้นะ น้องเห็ดน้อยต้องเข้าใจนะ”พี่รองถู่โต้ว
“......................”เห็ดน้อย ที่ได้ยินได้ฟังพวกพี่ชายกลุ่มน้องรองตักเตือนเหมือนจะรักและเป็ห่วงเธอจังเลยนะ?? ใช่ไหม??
“ใครบอกพวกพี่กันเล่าว่าพวกอัญมณีพวกนี้จะกินไม่ได้น่ะ??”เห็ดน้อย โลกเก่าของเธออย่างทองคำยังเอาไปผสมกับอาหารกินเลยนะจะบอกให้ แต่ว่าเธอไม่กินหรอก
“เอ๋……”พวกพี่ชายงุนงงกับคำพูดของน้องเห็ดน้อยเป็อย่างมาก บรรดาพวกผู้ใหญ่ก็นั่งฟังเพียงอย่างเดียวไม่ได้เอ่ยห้ามเด็กๆ คุยกัน
“มันกินไม่ได้จริงๆนะน้องเห็ดน้อย ทำไมน้องถึงบอกว่าพวกไข่มุกน้ำจืดนี้กินได้ล่ะ”พี่รองถู่โต้ว
“ก็วันนี้ปู่ กับตา พาพวกเรามาในเมืองโจวชางเพราะอะไรล่ะ”เห็ดน้อย
“มาเที่ยว..”พี่ขู่เฉิง
“เพราะพวกเรามีรถส่วนตัวขับมาเที่ยวในเมืองได้สะดวกการเดินทางไม่ลำบากแล้ว”พี่ต้าซ่วน
“และเมื่อตะกี้ตาก็พึ่งบอกด้วยว่าจะนำไข่มุกน้ำจืดของบ้านพวกเราและ ของคนในหมู่บ้านเอามาขายอย่างไรล่ะน้องเห็ดน้อย”พี่รองถู่โต้ว
“อ่าฮะ…นั่นไงเล่าพวกพี่ก็รู้นี่หน่า แล้วจะบอกว่าอัญมณีพวกนี้ไม่สามารถที่จะกินได้ ได้อย่างไร”เห็ดน้อย
“เอ๋…???”พวกพี่ชาย
“น้องเห็ดน้อย หมายถึงว่าก็ตากับปู่บอกจะเอาไข่มุกน้ำจืดไปขายไง พอขายไข่มุกได้พวกเราก็มีเงินตุงเต็มกระเป๋า”พี่พริกหวาน
“ใช่ๆพอกระเป๋าแฟบๆของพวกเราตุงก็สามารถซื้ออาหาร ซื้อขนม เยอะๆเอามากินให้พุงกางไปเลย เห็นม๊าพวกอัญมณีสามารถทำให้เรากินได้”เห็ดน้อย
“เอาไปขายเป็เงิน และซื้อของกินอร่อย..!!”พี่รองถู่โต้ว
“เห็นม๊า เข้าใจแล้วใช่ไหมพี่รอง”เห็ดน้อย
“................”พวกพี่ชายรุ่นน้อง
“ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า……”พวกผู้ใหญ่
เห็ดน้อย ถึงแม้จะพูดหยอกล้อพวกพี่ชายแต่ว่าสายตาของเธอไม่ได้พักแต่อย่างใดยังคงมองข้างทางอย่างสนใจไม่ว่าจะร้านค้าใดๆก็ทำให้เธอได้ตื่นเต้นไปหมดเลย
และเมื่อรถจอดสนิทแล้วพวกท่านก็เตรียมพากันลงจากรถเพื่อนำไข่มุกน้ำจืดไปขายที่ร้านเครื่องประดับกันทันที เพราะกลัวจะเสียเวลาออกจากหมู่บ้านมาก็่บ่ายแล้วจะมีเวลาเหลือน้อยที่จะพาเด็กๆเที่ยวชมเมืองโจวงชาง
“ถึงร้านเครื่องประดับกันแล้ว”ปู่
เห็ดน้อย มองตึกร้านเครื่องประดับตรงหน้าอย่างสนใจมันดูสวยงามมากจริงๆ หลังคาที่เป็เอกลักษณ์ของเมืองนี้มันดูโบราณและสวยงามมาก ไหนจะลวดลายตามหน้าต่างที่แกะสลักภาษาของพื้นที่ บ้างเป็ลายดอกไม้ หรือสัตว์มงคลต่างๆตามความเชื่อที่มีมาช้านานของพวกเขาอีก
“พวกเราจะแบ่งขายที่นี่ส่วนหนึ่งนะแยกกันไปได้เลย”ตา แบ่งไข่มุกน้ำจืดให้บรรดาพ่อ อาเล็ก น้าเล็กไปด้วย เพราะละแวกนี้ต้องบอกได้เลยว่าแต่ละซอกซอยมีร้านเครื่องประดับทั้งหมดเลย
“เห็ดน้อย พี่พริกหวานจะไปกับพ่อไหมครับ”พ่อ เอ่ยถามแต่ลูกสาว
สองสาวน้อย ยังไม่ได้ทันตอบอะไรปู่ กับตา มองเหล่ไปทางพ่อทันทีและพวกท่านก็บอกว่า…
“พวกแกไปกันตามลำพังเลยจะเอาหลานสาวพ่อไปทำไม ไปได้แล้ว”ตา
“เอ่อ….ก็ได้ครับ”พ่อ
“พวกผมไปแล้วครับ !!”อาเล็ก น้าเล็ก
พวกท่านรีบไปกันอย่างรวดเร็วและใส่กระเป๋าที่ใส่กล่องไข่มุกไป โดยไม่เอ่ยคำพูดใดๆอีกเลยที่จะชักชวนลูกสาหรือหลานสาวไปด้วยอีกครั้ง
“เดี๋ยวส่วนนี้ของพวกคุณเอาไปขายนะ”ตา ส่งไข่มุกน้ำจืดอีกส่วนให้ ย่ากับยายไปด้วย
“หลานสาวจะไปกับย่าและยายไหมคะ”ย่า
“ไปค่ะ”สองสาวน้อย
“เอ่อ……….”ปู่กับตา ไม่กล้าพูดห้ามแต่อย่างใดได้แต่กลืนน้ำลายกลับไป ใครจะกล้าพูดห้ามไม่ให้หลานสาวไปกับพวกเธอกันเล่า เดี๋ยวได้เจอดีกันหมด
“ดูแล้ว พ่อคงอยากจะพาหลานสาวไปด้วยนะว่าไหม”น้าสะใภ้กระซิบกระซาบคุยกันอย่างเบาๆ
“อือ…แต่ไม่กล้าพูดห้ามแบบพี่เขยน่ะฮิ…ฮิ…”อาสะใภ้
“ใช่ๆ”น้าสะใภ้
“เดี๋ยวพวกผมจะแบ่งเป็กลุ่มติดตามพวกผู้หญิงเองนะฮะ ปู่ ตา “พี่ต้าซ่วน
“ใช่ครับ ไม่ต้องกังวลนะฮะปู่ กับตาไปขายไข่มุกน้ำจืดได้เลย”พี่รองถู่โต้ว
“..........!!!”ปู่ กับ ตา ได้แต่หันไปมองพวกหลานชายรุ่นเล็กที่ถึงกับกล้าไล่พวกเขาไป
“พวกเราแยกย้ายกันเลยนะฮะ โชคดีฮะปู่ ตา”พี่ขู่เฉิง
“ไปกันหลานๆ” ยาย
“ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ
“เฮ้อ……”ปู่ ตา
ปู่ กับ ตา ได้แต่มองน้ากันไปมาและทอดถอนใจออกมาและพากันเดินแยกย้ายไปขายไข่มุกน้ำจืดกัน
“เดี๋ยวแม่จะพากันไปขายร้านเครื่องประดับฟากนู้นเองนะ พวกลูกแยกไปฝั่งตรงข้ามกัน”ยาย
“ค่ะแม่” อาสะใภ้ น้าสะใภ้ แม่ และกลุ่มพี่ชายรอง
“แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้คะ ขอให้ขายไข่มุกน้ำจืดได้เยอะเลยนะคะ”เห็ดน้อย
“จ้ะ”อาสะใภ้ น้าสะใภ้ แม่
พวกเราแยกกันไปเป็สองกลุ่มย่อยอีกรอบหนึ่ง ต่างตรงไปที่ร้านเครื่องประดับกันทันทีเลย และเลือกร้านที่ทางปู่กับตาย้ำมาว่า ร้านไหนให้ราคาดีและยุติธรรมกับพวกลูกค้า
แน่นอนว่าเมืองโจงชางแห่งนี้เป็เมืองใหญ่ที่สำคัญแห่งหนึ่งการค้าขายรุ่งเรืองมาช้านาน ติดขอบกับชายทะเลและแม่น้ำเป็เมืองท่าที่สำคัญมากแห่งหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นร้านค้าใหญ่ๆไม่ว่าจะเป็ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องประดับ ร้านอาหาร ร้านขายของสด ของแห้ง ต่างมีชื่ออยู่หลายร้าน
“พร้อมกันนะหลานๆ”ย่า
“พร้อมค่ะ” “พร้อมครับ” พวกเด็กๆ
เห็ดน้อย ก้าวขาเข้าร้านเครื่องประดับพร้อมกับย่า ยาย และพี่ชายรุ่นใหญ่
ทันทีที่ก้าวขาเข้าไปพนักงานที่ดูแลร้านก็เข้ามาทักทายทันทีว่าติดต่ออะไร ย่ากับยายบอกจะของมาขายพวกเขาจึงขอดูตัวอย่างของที่นำมาขาย ถึงกับตาโตและรีบเรียกเพื่อนอีกคนมาพวกเราไปห้องรับรองของร้านอย่างรวดเร็ว ส่วนพี่สาวคนนี้รีบวิ่งหายเข้าไปร้านด้านในเพื่อตามคนมา
“สวัสดีค่ะ” ผู้หญิงวัยกลางคน คนหนึ่งเดินเข้ามาเธอดูสวยสง่ามาก คาดว่าน่าจะเป็เ้าของร้านหรือไม่ก็ลูกหลานเป็แน่
“สวัสดีค่ะ/ครับ”พวกเรากล่าวทักทายกันตามมารยาท
“เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ยังไงแล้วขอดูไข่มุกน้ำจืดที่จะนำมาขายให้กับทางรานของเราได้ไหมคะ”เถ้าแก่เนี้ยร้านเครื่องประดับ
“นี่ค่ะ”ยาย กับ ย่า ยื่นกล่องไข่มุกส่งไปให้
“โอ้ ไข่มุกน้ำจืดพวกนี้สวยมากจริงๆค่ะ กลมเกลี้ยงมาก ไม่เคยเห็นไข่มุกน้ำจืดที่ไหนจะสวยขนาดนี้มาก่อนเลย แถมไม่มีตำหนิเลยสักเม็ดเดียว
ทางร้านเราให้ไข่มุกน้ำจืดพวกนี้เม็ดละ 10,000 หยวนค่ะ ราคานี้พอรับได้ไหมคะ ทางเราให้ราคาเต็มที่เลย”เถ้าแก่เนี้ยร้านเครื่องประดับ
“เม็ดละ 10,000 หยวน..!!”ทุกๆคนที่มาขายถึงกับใกันเป็อย่างมาก และพวกพี่ชายแอบคำนวณราคาไข่มุกที่มีอยู่อย่างตื่นเต้นจนไม่แน่ใจว่านับเลขถูกหรือผิดกันไปแล้ว
“เอ่อ….”เถ้าแก่เนี้ยร้านเครื่องประดับ กำลังรอฟังคำตอบจากพวกเราอยู่ เห็ดน้อยเห็นว่า ยา ยาย และพวกพี่ชายสติหลุดไปแล้ว ก็เขย่าแขนพวกท่านและเรียกท่านเบาๆเพื่อให้พวกท่านรู้สึกตัวกัน
“ขายค่ะ ขายพวกเราพอใจราคานี้ค่ะ”ย่า ในที่สุดก็พูดออกมาได้ แต่มือไม้เริ่มเหงื่อออกกันแล้วทั้งๆที่ในห้องรับรองของร้านนี้เย็นสบายมากๆเลย
ส่วนเห็ดน้อยกับพี่พริกหวานเองก็นั่งกินขนมและน้ำดื่มที่ทางร้านนำมารับรองให้อย่างเอร็ดอร่อย
ตัวเธอเองก็พอใจกับราคานี้เป็อย่างมากเช่นกัน ไม่คิดว่า่สมัยนี้ราคาไข่มุกน้ำจืดจะดีถึงเพียงนี้ นี่ก็เท่ากับว่าครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้านถูเพี่ยนของเราจะมีเงินขวัญถุงเก็บกันไม่ต่ำกว่าล้านหยวน !!
“น้องเห็ดน้อย รวมๆกันแล้วไม่ใช่ว่าหลักล้านหยวนเหรอถ้าพวกเราและคนในหมู่บ้านขายไข่มุกน้ำจืดทั้งหมดแล้วน่ะ”พี่พริกหวาน พูดเสียงเบาๆกับน้องสาวของเธอเพราะรู้ว่าพวกท่านกำลังทำเื่สำคัญกันอยู่ จะไม่ส่งเสียงรบกวน
“ใช่แล้วล่ะ พี่พริกหวานแค่ไข่มุกน้ำจืด 100 เม็ด ก็ขายได้เงิน “หนึ่งล้านหยวน”แล้วนะ แต่นี่พวกเราแต่ละครอบครัวจับหอยมาครอบครัวละสิบตัว มันย่อมเกินร้อยเม็ดน่ะ”เห็ดน้อย
“อือ….ดีจังเลยเนอะ”พี่พริกหวาน เองก็ดีใจมากยิ้มเต็มใบหน้า แต่ที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เพราะพี่สาวของเธอคุยกับเห็ดน้อยมาก่อนแล้วว่ามันจะขายได้ราคาเท่าไหร่เห็ดน้อยแค่สมมุติฐานราคาให้พี่สาวฟังคร่าวๆ ตอนนั้นพี่สาวเองก็ตาโตร้องเสียงดังเช่นกัน
“ล้านหยวน!!...”พวกพี่ชาย ที่ได้ยินน้องสาวสองคนคุยกันถึงราคา ก็สติหลุดกันไปแล้วถาวรเลยพึมพำแบบไม่ปล่อยเสียงออกมาว่าล้านหยวน ล้านหยวน ในขณะที่ทางร้านกำลังตรวจสอบไข่มุกน้ำจืด และนับจำนวนไข่มุกกันอยู่
************
เห็ดน้อยมอบโชคครั้งใหญ่ให้คนในหมู่บ้านจริงๆ ไข่มุกน้ำจืดขายได้ราคาดีมากเม็ดละตั้ง 10,000 หยวนกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่า แต่ละครอบครัวได้ไข่มุกน้ำจืดกันเกิน 200 เม็ดแน่นอน ต่างกันไม่กี่เม็ดเท่านั้นเองแต่ว่าทุกคนย่อมได้เงินหลักล้านหยวนมากันถ้วนหน้า