บทที่ 9 เขาจะฆ่าทุกคนเพราะความโกรธหรือเปล่า?
"แย่แล้ว..."
อวี้เจียวอดไม่ได้ที่จะกระซิบบอก 006 ในใจ 'เขาจะโกรธจนฆ่าพวกเราทั้งหมดหรือเปล่า?'
"..." 006 เลือกที่จะเงียบ
ไม่มีเสียงตอบกลับมาในความคิดวี้เจียวจึงค่อย ๆ ชำเลืองมองไปที่ริสเตอร์อย่างระมัดระวัง กลัวว่าเขาจะะเิอารมณ์ออกมาอย่างกะทันหัน
เธอไม่คาดคิดว่า ใบหน้าของอีกฝ่ายจะยังคงรักษารอยยิ้มที่สุภาพไว้ ในเวลานี้เขาดูเป็คนที่สุภาพเรียบร้อยมาก
"แน่นอนว่า พวกเราได้ให้บริการอาหารที่สามารถรับประทานได้แก่แขก พวกคุณจะรู้ว่ามันเป็อาหารรสชาติดีเลิศแค่ไหนหลังจากที่ได้ลิ้มลอง"
ขณะที่เขาพูดประโยคนี้ เขาจ้องมองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและอ่อนโยน
ความประหลาดพิกลเช่นนั้นทำให้คนรู้สึกขนหัวลุกโดยไม่อาจห้ามใจได้
เหลียงเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ พบว่าสาวใช้เ่าั้หลังจากเสิร์ฟอาหารเสร็จแล้ว ต่างก็ยืนอยู่ด้านข้างโดยไม่ยอมจากไปไหน
ตอนนี้ดูเหมือนว่า พวกเธอจะรอให้พวกเขากินของพวกนี้ให้หมดเสียก่อนถึงจะยอมจากไป
พวกเขาเข้ามาในห้องใต้ดินวันนี้ และพบว่าข้างในเต็มไปด้วยมดและแมลงที่กลายพันธุ์ แถมพวกมันยังคอยดูดเืคนอีกด้วย
พวกเขาต้องใช้ความพยายามมาก สุดท้ายเขาต้องใช้ไอเทมที่มีข้อจำกัดการใช้งานหนึ่งครั้งต่อด่านจึงจะสามารถทำความสะอาดพื้นที่ด้านในได้
ตอนนี้พวกเขาเหนื่อยล้าและหิวโหย แต่กลับเห็นอาหารพวกนี้
สีหน้าของเหลียงเหว่ยดูไม่ค่อยดีนัก ในตอนนี้เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปทางอวี้เจียว
อาหารที่วางอยู่ตรงหน้าของสาวสวยแตกต่างจากที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาราวฟ้ากับเหว
ดูราวกับถูกรังสรรค์และจัดจานอย่างประณีตโดยเชฟระดับโลก
คล้ายจะััได้ถึงสายตาของเขา อวี้เจียวหันหน้ามามองเหลียงเว่ย ในดวงตาที่สะอาดใสกระจ่างนั้นวาววับไปด้วยความงุนงง
"เหลียงเหว่ย?"
เมื่อเธอเอ่ยปาก สายตาของสาวใช้และเ้าชายก็หันไปมองไปทางทิศของเหลียงเหว่ยพร้อมกัน
ในชั่วขณะนั้น เหลียงเหว่ยรู้สึกว่าตัวเองถูกกดดันอย่างมากโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เขาทำได้เพียงแกล้งทำเป็สงบนิ่ง
"ไม่มีอะไร คุณกินต่อเถอะ"
"อื้อ ๆ!"
อวี้เจียวไม่ได้สังเกตเห็นอะไรผิดปกติ ตอนนี้เธอรีบหยิบจานสเต๊กตรงหน้าขึ้นมา แล้วเริ่มหั่นเนื้อด้วยมีดและส้อมอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
ปกติเธอไม่ค่อยได้รับประทานของพวกนี้ ดังนั้นตอนนี้จึงควบคุมน้ำหนักมือไม่ได้
มีดและส้อมเสียดสีกับจานจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ฟังแล้วค่อนข้างจะแสบหู
"ชิ"
ไต้ฮุ่ยหนิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่รู้สึกโกรธอยู่แล้วที่ไม่สามารถกินอาหารตรงหน้าได้
เมื่อได้ยินเสียงน่ารำคาญพวกนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก
ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากเสียดสี เธอก็รู้ััได้ถึงสายตาคมกริบจากด้านข้างที่กำลังมองมาที่เธอ
ไต้ฮุ่ยหนิงรู้สึกว่าแผ่นหลังของตัวเองแข็งทื่อในทันที ราวกับถูกสัตว์เืเย็นที่อาศัยอยู่ในความมืดจ้องมองเอาไว้ จนทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว
เมื่อเธอมองตามสายตานั้นไป เธอถึงได้พบว่า คนที่จ้องเธออยู่เมื่อครู่คือริสเตอร์
ในชั่วขณะที่สายตาประสานกันนั้น ชายหนุ่มที่หล่อเหลาและสมบูรณ์แบบก็ค่อย ๆ เบนสายตากลับไปอย่างไม่รีบร้อน
จากนั้นก็เลื่อนจานสเต๊กที่หั่นเสร็จเรียบร้อยแล้วของเขาไปวางไว้ตรงหน้าอวี้เจียวอย่างเป็ธรรมชาติ
"ราชินี กินของผมเถอะครับ"
ในขณะที่เขาละสายตาออกไป ไต้ฮุ่ยหนิงรู้สึกว่าอากาศรอบตัวเธอค่อย ๆ อุ่นขึ้นเล็กน้อย
ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด ทำให้เธอแทบไม่กล้าหายใจแรง ๆ
"ขอบคุณค่ะ"
เมื่อได้ยิน อวี้เจียวพูดขอบคุณริสเตอร์ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน และเห็นภาพที่เธอใช้นิ้วมือขาวสะอาดจับส้อมเงินกินสเต๊ก
ความรู้สึกรังเกียจของไต้ฮุ่ยหนิงผุดขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูกทันที
วิธีการเอาตัวรอดแบบอ่อยบอสในเกมแบบนี้ มันน่าขยะแขยงจริง ๆ!
นึกถึงตัวเองที่เกือบตายอย่างอนาถในห้องใต้ดินเมื่อครู่นี้ แล้วมาดูอวี้เจียวที่แต่งตัวหรูหราโดดเด่น ทั้งยังได้รับการดูแลอย่างดีขนาดนี้ ในใจของเธอรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างรุนแรง
แต่ตอนนี้ เธอก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ จึงได้แต่กดความโกรธเอาไว้ในใจ
ในขณะนั้นเอง เธอเงยหน้าขึ้นมองคอมเมนต์ที่ไหลมา และเมื่อเห็นข้อความเ่าั้ เธอแทบจะหมดสติด้วยความโมโหอีกครั้ง
[สตรีมเมอร์คนนี้ทำไมถึงไม่มีคนดูเลย เงียบจัง]
[ก็แน่ล่ะ ไม่เห็นจะทำประโยชน์อะไรเลย ดูแล้วก็น่ารำคาญ รีบๆ ตายไปซะเถอะ]
[นั่นสิ พวกมือใหม่ที่เข้ามาแล้วยังไม่มีบทบาทแบบนี้คือตัวประกอบชัด ๆ ฉันไปดูภรรยาสวย ๆ ดีกว่า อย่างน้อยก็เจริญหูเจริญตา]
ไต้ฮุ่ยหนิงเมื่อเห็นความคิดเห็นพวกนี้แล้ว แทบอยากจะด่าพวกเขากลับไปตอนนี้เลย
แต่เธอต้องพึ่งพาแต้มดาวที่คนเหล่านี้เปย์ให้เพื่อแลกไอเทม ซึ่งเป็ความหวังในการมีชีวิตรอด ดังนั้นเธอจึงยังไม่สามารถแตกหักกับพวกเขาได้ในตอนนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงได้แต่ก้มหน้าลง และพยายามเลือกหยิบอาหารที่ดู "ปกติ" ที่สุดท่ามกลางอาหารส่งกลิ่นเน่าเหม็นเ่าั้ขึ้นมาทาน
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมไม่มีความอยากอาหาร เหลียงเหว่ยจึงขมวดคิ้วแล้วเตือนว่า
"กินสักหน่อยเถอะ ไม่อย่างนั้นตอนกลางคืนจะหิว"
ในบรรดาคนคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ มีเพียงอวี้ชุนเท่านั้นที่ไม่ได้กินอะไรเลย คนอื่น ๆ หลังจากได้รับคำเตือนจากเหลียงเหว่ย ต่างก็กินอาหารไปบ้างพอประมาณ
อวี้เจียวยังทานสเต๊กในจานตัวเองไม่หมดด้วยซ้ำ พอเธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเพื่อนร่วมทีมกำลังพยายามคุ้ยเขี่ยอาหารที่ดูไม่ได้เ่าั้
เธอขมวดคิ้วน้อย ๆ เมื่อเห็นสิ่งนั้น และอดไม่ได้ที่จะหันไปมองริสเตอร์
"เราสามารถ..."
ครั้งนี้เธอยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกสาวใช้ที่รีบร้อนลงมาจากชั้นบนขัดจังหวะ
"แย่แล้วค่ะ เ้าชาย"
ริสเตอร์ไม่ได้เบนสายตาออกไป แต่สาวใช้ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง เดินตรงเข้าไปที่ข้างหูริสเตอร์และกระซิบบอกอะไรบางอย่างเบา ๆ
อวี้เจียวมองเขาด้วยความสงสัย และสังเกตเห็นว่า สีหน้าของริสเตอร์เปลี่ยนไปเล็กน้อยตามคำพูดของสาวใช้ จนกระทั่งในตอนท้ายสีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมลง
"ออกไปได้แล้ว"
"ค่ะ"
หลังจากสาวใช้พูดจบ เธอก็รีบหมุนตัวเดินจากไป
ในขณะที่อวี้เจียวกำลังรู้สึกกังวลใจ เธอก็เห็นริสเตอร์กลับมายิ้มอ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ และถามว่า
"ราชินี ท่านกำลังจะบอกอะไรกับผมเมื่อสักครู่เหรอครับ?"
อวี้เจียวงงไปชั่วขณะ "ฉัน...ฉันอยากถามว่า จะเอาอาหารที่กินไม่หมดนี่ให้พวกเขาได้ไหม?"
เธอพูดพลางชี้ไปที่เพื่อนร่วมทีมฝั่งตรงข้าม หลังจากเห็นสีหน้าของริสเตอร์ดูเ็าลงเล็กน้อย เธอจึงเสริมอีกประโยคว่า
"กินไม่หมดมันเสียดายมาก แล้วทุกคนก็มีรสนิยมไม่เหมือนกัน บางทีพวกเขาอาจจะไม่ชอบกิน...อาหารพวกนั้น"
อวี้เจียวมองไปยังของรูปร่างประหลาดที่เต็มไปด้วยเืฝั่งตรงข้ามโดยไม่รู้จะนิยามมันว่าอย่างไร สุดท้ายจึงเรียกมันว่า "อาหาร" อย่างยากลำบาก
หลังจากที่เธอพูดประโยคนั้นจบ บรรยากาศที่โต๊ะอาหารก็เปลี่ยนเป็น่าพิศวงทันที
เหลียงเหว่ยและคนอื่น ๆ รู้สึกตกตะลึงกับคำพูดของเธอ พวกเขาไม่คิดว่าเธอจะเสนอข้อเสนอแบบนี้
เพราะในดันเจี้ยนนั้นโหดร้ายมาก ทุกคนต่างคิดแต่จะเอาตัวรอดเพียงลำพัง หากสามารถรอดไปได้ก็จะไม่ยอมยุ่งเื่คนอื่นเด็ดขาด
แต่เดิม เหลียงเหว่ยคิดว่า หลังจากริสเตอร์ได้ยินคำพูดของอวี้เจียวแล้ว แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมแน่ ๆ
แต่ไม่คิดว่า หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของอวี้เจียวแล้ว ริสเตอร์ก็พลันยิ้มกว้าง เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เรียกได้ว่าเป็ความยินดี
"แน่นอนว่าได้ ราชินีนั่นเป็สิทธิ์ของท่าน"
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ อวี้เจียวก็ยิ้มด้วยความยินดี
ในเวลานี้ เธอรู้สึกดีใจขึ้นมาในใจอย่างอดไม่ได้
"ขอบคุณนะคะ~"
เสียงของเธอนุ่มนวล ท้ายเสียงยังมีความดีใจที่ค่อนข้างชัดเจน ทำให้ใบหน้าของริสเตอร์เผยรอยยิ้มออกมาได้อย่างง่ายดาย